เชื้อราในเด็ก ภัยอันตรายใกล้ตัว

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

เชื้อราในเด็ก แค่พูดคำนี้ออกมาก็เรียกได้ว่าเป็นความน่ากลัวอย่างหนึ่งของพ่อแม่มือใหม่ที่อาจจะยังไม่ทราบว่าในความเป็นจริงเรื่องเชื้อรานี้คืออะไร แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือการที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไม่รู้ว่าเรื่องเชื้อรานี้จะจัดการได้อย่างไร ดังนั้นแนะนำว่าเรื่องเชื้อรา ก็อาจจะต้องเริ่มทำความเข้าใจในทุกๆส่วนสำหรับในเรื่องของเชื้อรา

เชื้อราในเด็ก คืออะไรกันแน่?

ต้องบอกก่อนเลยว่าสำหรับเรื่องนี้คุณพ่อคุณมือใหม่บางคน อาจจะยังไม่เข้าใจว่าจริงๆแล้ว เชื้อราในเด็ก ชนิดที่ว่านั้น คืออะไร อย่างแรกสามารถที่จะเรียกได้ว่าเป็น “เชื้อรา” หรือ “ยีสต์” ก็ได้เช่นกัน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นจำพวกเดียวกัน แต่ทั้งนี้อาจะยังมีสายพันธุ์ที่แยกย่อยออกไปอีก แต่สำหรับเชื้อราหรือยีสต์ที่พบในเกทารกนั้น ส่วนใหญ่แล้วคือ แคนดิด้า และเชื้อราชนิดนี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีอยู่ที่ทางเดินอาหาร อวัยวะเพศหญิง อวัยวะเพศชาย สิ่งเหล่านี้นั้นจะอยู่ในบริเวณที่อบอุ่นเสียเป็นส่วนใหญ่

แต่แน่นอนว่าพอคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ทราบก็อาจจะพยายามที่จะทำความสะอาดบริเวณเหล่านี้เพื่อเป็นการกำจัดเชื้อราใช่หรือไม่ แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีเรื่องสำคัญที่จำเป็นที่จะต้องรู้

เชื้อรา แคนดิด้า อันตรายต่อทารก หรือไม่?

สำหรับในเรื่องของเชื้อราแคนดิด้าที่ทารกหรือเจ้าตัวเล็กติดเชื้อ แต่ทั้งนี้ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องรู้เลยก็คือ สำหรับปริมาณที่พบในร่างกายของเด็กนั้น จะไม่ได้อันตรายเพราะมีปริมาณที่น้อยเกินกว่าจะส่งผล แต่อย่างหนึ่งสิ่งที่สำคัญเลยก็คือ ถ้าหากว่าเชื้อราชนิดนี้สามารถที่จะแพร่กระจายเข้าไปในเส้นเลือด อาจจะเป็นอันตรายมากกว่า เพราะเนื่องจากว่าสามารถที่จะทำให้เลือดเป็นพิษได้ และนอกจากนี้ถ้าหากว่าได้แพร่กระจายออกไปแล้วก็จะมีผลต่อเล็บ ตา ลำคอ รวมไปถึงรักแร้

เชื้อรา แคนดิด้า กับวิธีสังเกตอาการ

หลังจากที่พอจะทราบกันมาบ้างหลายคนอาจจะยังมีความกังวลใจในเรื่องนี้ แนะนำว่าให้ลองสังเกตไปตามส่วนต่างๆของร่างกายของเจ้าตัวเล็ก โดยมีดังนี้

       ปาก

เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ๆสามารถที่จะเริ่มสังเกตเชื้อราแคนดิด้าได้อย่างชัดเจน โดยวิธีการสังเกตเชื้อรา คือ

• มีฝ้าขาวในบริเวณช่องปาก
• รูปแบบมีความคลึงกับการเปื้อนน้ำนมโดยทั่วไป แต่ทั้งนี้จะไม่สามารถเช็ดออกได้
• อาจจะมีแผลในปากเกิดขึ้นได้ ซึ่งมีทั้งขนาดใหญ่และเล็ก โดยสามารถที่จะทำให้เจ้าตัวเล็กเจ็บและไม่สามารถดูดนมได้
• รวมไปถึงสามารถเกิดรอยแตกที่มุมปาก

      ขาหนีบ

ในส่วนของขาหนีบสามารถที่จะเริ่มได้จากการเป็นผื่นผ้าอ้อมก่อนในช่วงแรกๆ แต่ถ้าหากว่าดูแลส่วนที่เป็นแผลของผื่นผ้าอ้อมได้ไม่ดีในส่วนนี้สามารถที่จะส่งผลให้เกิดการติดเชื้อราแคนดิด้าเพิ่มเติมได้ โดยวิธีการสังเกตเชื้อรา คือ

ผื่นแดงที่เป็นผื่นผ้าอ้อมจะมีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้นถ้าหากเกิดการติดเชื้อรา
• เจ้าตัวเล็กจะมีอาการระคายเคืองบริเวณผิวหนังที่อยู่รอบรอบของผื่นผ้าอ้อม

เชื้อรา แคนดิด้า ความเสี่ยงของเจ้าตัวเล็ก

ถ้าหากจะให้พูดถึงความเสี่ยงในการเป็นเชื้อราชนิดนี้ต้องขึ้นอยู่แล้วแต่กรณีที่เกิดขึ้น โดยสำหรับเด็กที่เพิ่งคลอดหรือเป็นเด็กทารกมีการติดเชื้อราชนิดนี้อาจจะมีความเสี่ยงมากพอสมควรในการที่จะทำให้เชื้อรานั้นเข้าไปสู่กระแสเลือด ทำให้มีผลอันตรายเนื่องจากทารกยังมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำมากจนเกินไป และยังมีอีกหนึ่งกรณีที่สามารถที่จะติดเชื้อราเหล่านี้ได้นั่นก็คือทารกที่ต้องไปสอบท่อหรือสายยางเป็นระยะเวลานาน ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อราได้

เชื้อรา แคนดิด้า และวิธีดูแลรักษาให้ถูกต้อง

ทั้งนี้สำหรับในส่วนของวิธีการดูแลรักษาเชื้อราชนิดที่ว่านั้นสามารถที่จะทำได้โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของทารก โดยสิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถอธิบายได้ดังนี้

• หลังจากการอาบน้ำ ควรที่จะเช็ดตัวเจ้าตัวเล็กให้แห้งแล้วหลังจากนั้นให้เจ้าตัวเล็กนอนบนแผ่นหรือเบาะสำหรับแต่งตัวเพื่อที่จะให้ร่างกายได้รับอากาศ และจะช่วยให้ร่างกายนั้นลดความเสี่ยงในการติดเชื้อราได้
• พยายามที่จะเปลี่ยนผ้าอ้อมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เจ้าตัวเล็กนั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ ควรที่จะต้องรีบทำการเปลี่ยนผ้าอ้อมโดยทันทีและควรที่จะต้องมีการล้างทำความสะอาดในส่วนนี้ในทุกๆครั้งเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อรา
• ควรที่จะต้องดูแลหัวนมของแม่ให้สะอาดหรือแม้กระทั่งจุกที่ให้เจ้าตัวเล็กดูด เพราะถ้าหากว่าดูแลไม่ดีหรือดูแลไม่สะอาดก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้เจ้าตัวเล็กติดเชื้อราในช่องปากได้

*** Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยหรือรักษาโรคแต่อย่างใด ***

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: มกราคม 18, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 22, 2019

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน