home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

สุดยอดเทคนิค สอนลูกออมเงิน เพื่อให้ลูกใช้เงินเป็น รู้จักเห็นคุณค่าของเงิน

สุดยอดเทคนิค สอนลูกออมเงิน เพื่อให้ลูกใช้เงินเป็น รู้จักเห็นคุณค่าของเงิน

การจัดการด้านการเงิน ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต เมื่อเรารู้จักจัดการการเงินให้ดี มีเงินเก็บสะสม และเงินใช้จ่ายที่สมดุลกัน ก็จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น แต่หากเราใช้จ่ายจนติดลบ ไม่มีเงินเก็บ จะใช้ก็ยังไม่พอ ก็สามารถส่งผลกระทบกับชีวิตเราได้มากมาย บางคนอาจต้องไปกู้หนี้ยืนสินทั้งในและนอกระบบจนติดหนี้ก้อนโตขึ้นเรื่อยๆ หรือร้ายแรงกว่านั้น บางคนอาจไปปล้นฆ่าชิงทรัพย์ เกิดเป็นปัญหาสังคม

ด้วยเหตุนี้เอง คุณพ่อคุณแม่ถึงต้องปลูกฝังนิสัยรักการออม เห็นคุณค่าของเงิน และรู้จักใช้เงินอย่างชาญฉลาดให้กับลูกตั้งแต่เขายังเด็ก หากคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอบรมวินัยทางการเงินให้ลูกยังไง Hello คุณหมอ ก็มีเทคนิค สอนลูกออมเงิน ที่ทำได้ง่ายๆ มาฝาก รับรองลูกของคุณจะเห็นคุณค่าของเงินขึ้นอีกมากแน่นอน

เทคนิค สอนลูกออมเงิน แบบได้ผล

แบ่งกระปุกออมสินไว้หลายๆ ใบ

จุดเริ่มต้นในการสอนลูกออมเงินก็คือ กระปุกออมสินใบเก่ง แต่แทนที่คุณพ่อคุณแม่จะให้ลูกหยอดเงินใส่กระปุกออมสินแค่ใบเดียวเพื่อเอาเงินส่วนนั้นไปเข้าบัญชีธนาคาร เราแนะนำให้เตรียมกระปุกออมสินไว้หลายๆ ใบ โดยจะใช้เป็นกระปุกออมสินสำเร็จรูปที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป หรือจะใช้เป็นกระปุกออมสินดีไอวาย ให้ลูกได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการตกแต่งกระปุกออมสินของเขาเองก็ดีไม่น้อย เพราะนอกจากลูกจะได้สนุกกับการทำงานฝีมือแล้ว ยังจะกระตุ้นให้เขาอยากออมเงินมากขึ้นด้วย

หากยังไม่รู้ว่าจะต้องมีกระปุกออมสินกี่ใบ เอาไว้เก็บเงินในกรณีในบ้าง อาจเริ่มจากกระปุกออมสินเล็กๆ 4 ใบ แบ่งเป็น

  • กระปุกเงินค่าขนม ไว้สำหรับซื้อของที่ต้องการในแต่ละวัน
  • กระปุกเงินออม ไว้สำหรับซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ ต้องใช้เวลาเก็บเงินนาน
  • กระปุกเงินลงทุน ไว้สำหรับใช้ในอนาคต
  • กระปุกเงินซื้อของขวัญ ไว้สำหรับซื้อของขวัญให้ผู้อื่นในเทศกาลต่างๆ หรือไว้บริจาคช่วยเหลือผู้อื่นตามความเหมาะสม

กำหนดยอดเงินออม

เมื่อแบ่งกระปุกออมสินตามเป้าหมายที่ต้องการได้แล้ว ก็ต้องกำหนดยอดเงินออมด้วยว่าอยากยอดเงินในแต่ละกระปุกให้ได้เดือนละกี่บาท เช่น หากเดือนหน้าลูกอยากได้จักรยานคันใหม่ ราคา 3,000 บาท คุณอาจกำหนดให้ลูกเก็บเงินหยอดกระปุกให้ได้ 1,000 บาท แล้วคุณก็ช่วยจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้ เมื่อได้ยอดเงินเก็บที่ต้องการแล้ว ลูกจะได้รู้ว่าเขาควรจะเก็บเงินให้ได้วันละกี่บาท ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถช่วยให้ลูกบรรลุเป้าหมายในการออมเงินได้ง่ายขึ้น ด้วยการเตรียมสมุดสะสมสติกเกอร์ไว้ในลูก เมื่อเขาหยอดเงินในกระปุกในแต่ละวันแล้ว ก็ติดสติกเกอร์ลงไปในสมุด เป็นการช่วยเตือนความจำ ลูกจะไม่ได้ลืมหยอดกระปุก

เปิดบัญชีเงินฝาก

เมื่อลูกหยอดเงินจนเต็มกระปุกแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปเปิดบัญชีเงินฝาก โดยต้องเลือกประเภทบัญชีให้เหมาะสมกับจำนวนเงิน เป้าหมาย และระยะเวลาในการฝากเงินด้วย เช่น หากเป็นเงินออมสำหรับซื้อของชิ้นใหญ่ อาจเลือกเปิดเป็นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หากเป็นเงินสำหรับลงทุน หรือเงินเก็บสะสมระยะยาว เพื่อไว้ใช้ตอนโต อาจเลือกเปิดบัญชีเงินฝากประจำ ที่มีให้เลือกทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพราะหากฝากครบตามระยะเวลาที่กำหนดก็จะได้ดอกเบี้ยดีกว่าบัญชีออมทรัพย์ แต่ต้องดูเงื่อนไขให้ดีด้วยว่าต้องฝากกี่เดือน เดือนละกี่บาท ในหนึ่งปีขาดฝากได้หรือไม่ จะได้ให้ลูกวางแผนเก็บเงินได้ถูกต้อง

เก็บก่อน ใช้ทีหลัง

เมื่อลูกได้เงินมา ไม่ว่าจะเป็นเงินค่าขนมรายวัน รายอาทิตย์ เงินปีใหม่ เงินวันเกิด คุณควรสอนให้ลูกแบ่งเงินส่วนหนึ่งหยอดกระปุกออมสินก่อน แล้วค่อยนำส่วนที่เหลือไปใช้ วิธีนี้จะทำให้ลูกสามารถเก็บเงินได้ตามยอดที่ตั้งไว้ง่ายกว่า และช่วยให้เขาคุ้นเคยกับการเก็บเงินก่อนใช้เงิน หากคุณปล่อยให้ลูกเอาเงินไปใช้แล้ว โดยเฉพาะเงินที่ได้จากเทศกาลพิเศษ ลูกอาจใช้เงินเพลินจนไม่เหลือเก็บ

ออมเงินให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง

เด็กๆ เรียนรู้จากการทำตามตัวอย่าง ฉะนั้น หากคุณอยากสอนลูกออมเงิน ใช้เงินอย่างชาญฉลาด คุณก็ควรทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นก่อน เริ่มตั้งแต่การเก็บเงินในกระปุกแต่ละใบ นำเงินไปฝากธนาคาร หรือเพิ่มพูนมูลค่า ไปจนถึงการจับจ่ายใช้สอย เวลาไปซื้อของกับลูก ก็ต้องแสดงให้ลูกเห็นว่า ก่อนจะซื้อของแต่ละครั้งต้องทำยังไงถึงจะคุ้มค่าที่สุด เช่น ต้องสำรวจราคาหลายๆ ร้าน สำรวจความคุ้มค่า ดูส่วนลด ตรวจสอบคุณภาพสินค้า เมื่อลูกมีคุณเป็นต้นแบบในการออมเงินที่ดี ก็จะช่วยกระตุ้นให้เขาอยากออมเงิน และใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดบ้าง

ให้ลูกเรียนรู้เรื่องเงินผ่านบอร์ดเกม

บอร์ดเกมอย่างเกมเศรษฐี ถือเป็นตัวช่วยการในสอนลูกออมเงิน และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงินที่ยอดเยี่ยมที่สุดอย่างหนึ่ง บอร์ดเกมช่วยให้เด็กได้เรียนรู้วิธีสร้างสมดุลระหว่างเงินฝากและเงินใช้จ่าย เด็กๆ จะได้ลองคิดคำนวณ และทำความคุ้นเคยกับธนบัตรชนิดต่างๆ (แม้จะไม่ใช่ของจริงก็ตาม) เรียกได้ว่า ได้ความรู้แถมยังสนุกสนานด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้การรู้จักออมเงินจะเป็นเรื่องดี แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรบังคับ สอนให้ลูกเอาแต่ออมเงิน หรือสอนให้ลูกประหยัดมากจนเกินพอดี เพราะเมื่อลูกโตขึ้นเขาอาจกลายเป็นคนที่ขี้งกจนเห็นแก่ตัว และสร้างความลำบากให้ตัวเองและผู้อื่นได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

9 Fun Ways to Teach Your Children About Saving Money. https://www.familyeducation.com/life/teaching-kids-save/9-fun-ways-teach-your-children-about-saving-money. Accessed January 06, 2018

Six Ways To Teach Your Kids About Saving Money. https://windgatewealth.com/six-ways-to-teach-your-kids-about-saving-money/. Accessed January 06, 2018

19 Ways to Teach Kids How to Save Money Responsibly at Any Age. https://www.moneycrashers.com/teaching-kids-save-money/. Accessed January 06, 2018

How to Teach Kids to Save Their Money. https://selfsufficientkids.com/how-teach-kids-save-money/. Accessed January 06, 2018

5 Simple Saving Tricks. https://www.themint.org/kids/saving-tricks.html. Accessed January 06, 2018

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง
แก้ไขล่าสุด 08/01/2018
x