ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก

ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก เช่น ท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืด โรคเซลิแอค ไม่เพียงแต่จะกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็กด้วย แต่หากคุณพ่อคุณแม่รู้เท่าทันปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็กชนิดต่าง ๆ ก็จะช่วยให้คุณรับมือกับปัญหาสุขภาพเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก

โรคเซลิแอคในเด็ก เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย โดยมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดจากการสืบทอดทางพันธุกรรม เพื่อให้แน่ใจว่าลูกของคุณมีแนวโน้มเป็นโรคเซลิแอคหรือไม่ มาลองอ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้ว่าโรคเซลิแอคแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร โรคเซลิแอคในเด็ก คืออะไร? โรคเซลิแอค (Celiac disease) เป็นโรคภูมิต้านทานตนเองที่ร้ายแรง มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดจากการสืบทอดทางพันธุกรรม ซึ่งเกิดจากการกินกลูเตน คือ โปรตีนที่พบในอาหารจำพวกแป้งหรือข้าว ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันเข้าไปโจมตีลำไส้เล็กจนเกิดความเสียหายของวิลลี่ (Villi) ในลำไส้เล็ก โดยวิลลี่ (Villi) มีหน้าที่ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร เมื่อได้รับความเสียหายสารอาหารจะไม่สามรถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเหมาะสม จนอาจนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการ สูญเสียความหนาแน่นของกระดูก การแท้งบุตร ภาวะมีบุตรยาก โรคระบบประสาท หรือแม้แต่โรคมะเร็งบางชนิด ในเด็กการดูดซึมที่ผิดปกติอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กได้ อาการ โรคเซลิแอคในเด็ก อาการของโรคเซลิแอค (Celiac disease) อาจแตกต่างกันระหว่างในเด็กและผู้ใหญ่ โดยอาการที่แสดงในเด็กจะมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาทางเดินอาหารมากกว่าผู้ใหญ่ ดังนี้ คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสียเรื้อรัง ท้องบวม ท้องผูก มีแก๊ส อุจจาระสีซีด มีกลิ่นเหม็น เมื่อร่างกายไม่สามารถดูดซับสารอาหารได้อาจส่งผลต่อ การเจริญเติบโตของทารก เคลือบฟันเสียหาย น้ำหนักลดลง โรคโลหิตจาง หงุดหงิดง่าย มีอาการทางระบบประสาท เช่น โรคสมาธิสั้น ความบกพร่องทางการเรียนรู้ ปวดหัว กล้ามเนื้อขาดการประสานงาน อาการชัก หากลูกของคุณมีอาการท้องร่วง รู้สึกไม่สบายท้อง เป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ควรรีบพบหมอทันที หรือถ้ามีอาการหงุดหงิดง่าย อุจจาระสีซีดมีกลิ่นเหม็น เจริญเติบโตช้าร่วมด้วยก็อย่านิ่งนอนใจเช่นเดียวกัน การรักษา โรคเซลิแอค (Celiac disease) มักรักษาด้วยการงดอาหารจำพวกที่มีกลูเตนเพื่อป้องกันความเสียหายของเยื่อบุลำไส้ เพราะกลูเตนจะส่งผลร้ายในระยะยาวให้กับร่างกายสำหรับผู้ที่เป็นโรคเซลิแอคในเด็ก อาการของลูกจะเริ่มดีขึ้นเมื่อคุณจัดการกับอาหารโดยไม่มีกลูเตนเป็นส่วนประกอบ แต่อาจต้องใช้ระยะเวลาถึง 2 ปีกว่าที่ระบบย่อยอาหารจะกลับมาเป็นปกติ […]

หัวข้อ ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก เพิ่มเติม

ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก

เด็กแพ้แลคโตส (Lactose Intolerance) คือภาวะที่ร่างกายของเด็กไม่สามารถย่อยแลคโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลที่อยู่ในนมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมวัว เช่น ชีส โยเกิร์ต เนย ทำให้มีอาการท้องอืด ท้องเสีย ปวดท้อง และอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารอื่น ๆ เมื่อรับประทานนมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมเข้าไป หากเด็กมีอาการแพ้แลคโตส ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อหาวิธีการรับมือที่เหมาะสม [health-tool template="bmi"] เด็กแพ้แลคโตส คืออะไร แพ้แลคโตส เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถย่อยแลคโตสได้ เนื่องจากร่างกายขาดเอนไซม์แลคเตส (Lactase) ที่จะย่อยแลคโตสในลำไส้เล็ก โดยแลคโตส คือ น้ำตาลที่พบในนมหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมวัว ถ้าเด็กแพ้แลคโตส พวกเขาอาจมีอาการบางอย่างหลังจากดื่มนม หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมวัว โดยอาการเหล่านี้ ได้แก่ ท้องอืด ท้องเสีย มีแก๊สในกระเพาะ ปวดท้อง วิงเวียนศีรษะ ร่วมด้วยอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารที่สามารถปรากฏขึ้นได้ นอกจากนี้การแพ้แลคโตสจะแตกต่างกับการแพ้นม และต่างจากการแพ้โปรตีนในนมวัวด้วย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตลูกๆและติดตามพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเด็กอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอาการแพ้แลคโทสที่สามารถเกิดขึ้นได้ เด็กแพ้แลคโตส เกิดจากสาเหตุใด การแพ้แลคโตสสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยสามารถเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้ การเป็นโรคหรือการติดเชื้อระบบย่อยอาหาร บาดเจ็บที่ลำไส้เล็ก คนในครอบครัวมีประวัติการแพ้แลคโตส กรณีนี้เมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้ร่างกายสร้างเอนไซม์ย่อยแลคโตสน้อยลง โดยอาการจะเกิดขึ้น ในช่วงที่เป็นวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ เด็กที่คลอดก่อนกำหนด ซึ่งการแพ้แลคโตสจะเกิดขึ้นในเวลาสั้น ๆ และจะหายไปในที่สุด ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะแพ้แลคโตส การแพ้แลคโตสเป็นอาการที่พบบ่อยในชาวเอเชีย ชาวพื้นเมืองอเมริกัน ชาวแอฟริกัน-อเมริกัน และชาวลาตินอเมริกา […]

ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก

ทารกท้องอืด ที่มีสาเหตุจากแก๊สในกระเพาะอาหารเยอะ นับเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้บ่อยในเด็กแรกเกิด แต่เด็กบางคนอาจมีปัญหาในการระบายแก๊สออกมาทำให้เกิดอาการไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวจนร้องไห้งอแงมากกว่าปกติ เมื่อลูกเกิดอาการท้องอืด คุณพ่อคุณแม่อาจช่วยลูกน้อยให้รู้สึกดีขึ้นได้เพียงแต่รู้วิธีรับมือทารกท้องอืดที่เหมาะสม แก๊สในกระเพาะอาหารเด็กทารกเกิดขึ้นได้อย่างไร อาการทารกท้องอืด อาจนับเป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งของเด็กทารก เด็กทุกคนมักจะมีแก๊สในกระเพาะอาหารเยอะ เนื่องจากกินไม่หยุด และระบบการย่อยอาหารของเขายังพัฒนาไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารขึ้นมา เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถย่อยนมแม่และนมผงได้ แต่หากอาการเหล่านี้ทำให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยไม่ได้หลับไม่ได้นอน คุณพ่อคุณแม่ต้องหาทางแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน วิธีช่วยแก้ปัญหาทารกท้องอืด เมื่อลูกท้องอืด จากแก๊สในกระเพาะอาหาร คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้ด้วยวิธีเหล่านี้ ตรวจเช็กท่าป้อนนม และจุกนม ในช่วงที่ให้ลูกน้อยกินนมแม่หรือป้อนนมขวด ลองพยายามยกศีรษะลูกให้สูงกว่าท้อง เพราะจะช่วยให้น้ำนมไหลลงไปอยู่ตรงกระเพาะอาหารส่วนล่าง และไล่อากาศให้มาอยู่ด้านบน ซึ่งจะช่วยให้ลูกน้อยเรอออกมาได้ง่ายขึ้น วางขวดนมให้ตั้งขึ้นเล็กน้อย เพื่อจะได้ลดฟองอาการในจุกนมลง ถ้าคุณพ่อคุณแม่ป้อนนมขวดให้ลูกกิน อาจลองเปลี่ยนไปใช้จุกนมแบบที่ทำให้น้ำนมไหลออกมาช้าๆ ซึ่งจะช่วยลดการเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารลงได้   ช่วยทำให้ลูกน้อยเรอออกมา  วิธีที่ง่ายที่สุดในการระบายแก๊สออกมา ก็คือ การทำให้ลูกน้อยเรอออกมาในช่วงระหว่างและหลังป้อนนม ถ้าลูกน้อยไม่ยอมเรอ อาจลูกนอนหงายซักสองสามนาที จากนั้นลองทำให้เรอใหม่อีกครั้ง ถ้าลูกน้อยเกิดอาการเคลิ้มหลับในระหว่างป้อนนม ควรพาออกไปเดินเล่นให้เรอออกมา เมื่อเด็กเรอออกมาแล้ว จะทำให้สบายตัว การเรอช่วยระบายแก๊สในกระเพาะอาหารทำให้เด็กนอนหลับได้ยาวขึ้น  ทารกท้องอืด นวดช่วยได้ การนวดเนื้อตัวให้ลูกเบา ๆ พร้อมกับจับขาหมุนวนเหมือนท่าถีบจักรยานอากาศ รวมถึงการลูบท้องลูกวนตามเข็มนาฬิกา จะช่วยแก้ปัญหาท้องอืดได้ นอกจากนี้การอาบน้ำอุ่นก็ช่วยไล่แก๊สในกระเพาะอาหาร และทำให้ลูกน้อยหลับสบายได้เช่นกัน ตรวจสอบอาหาร คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับคุณหมอ เกี่ยวกับอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารได้มากเป็นพิเศษ พ่อแม่บางคนให้ลูกน้อยดื่มน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของซอร์บิทอล (Sorbitol) ซึ่งเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายของทารกไม่สามารถดูดซึมได้ จนทำให้ทารกท้องอืด  แน่นท้อง ดังนั้นเพื่อป้องกันอาการท้องอืดจากอาหารควรปรึกษาคุณหมอว่าควรให้ลูกกินอาหารชนิดใด และหลีกเลี่ยงอาหารชนิดใดบ้าง ระมัดระวังอาหารที่กิน ถ้าลูกกินนมแม่ อาจมีปัญหาในเรื่องการย่อยอาหารบางชนิดที่คุณแม่รับประทานเข้าไปซึ่งส่งผ่านให้ทางน้ำนม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม คาเฟอีน […]


กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!