home

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

การรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับ ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น สามารถช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สนับสนุนการเติบโตและพัฒนาการในระยะยาวของพวกเขาได้ ค้นหาข้อมูลที่ได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญจาก ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

หัวข้อ ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น เพิ่มเติม

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

ทักษะการเข้าสังคม คืออีกหนึ่งทักษะในการใช้ชีวิตที่สำคัญมากสำหรับเด็ก และถือเป็นดี หากเด็กสามารถใช้เวลาร่วมกับผู้อื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่หรือคนในครอบครัวได้ แต่หากคุณสังเกตเห็นว่า ลูกของคุณเข้ากับคนแปลกหน้าได้ง่ายเกินไป หรือสามารถไปกับคนอื่นได้โดยไม่รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าลูกคุณเป็น โรคขาดการยับยั้งการสมาคม ที่หากปล่อยไว้ อาจเป็นอันตรายกับตัวเขาเองอย่างมากเลยล่ะ โรคขาดการยับยั้งการสมาคม คืออะไร โรคขาดการยับยั้งการสมาคม (Disinhibited Social Engagement Disorder หรือ DSED) จัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติทางความผูกพัน (Attachment Disorder) ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเด็กไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่และความรักจากพ่อแม่เท่าที่ควร จนส่งผลให้ความต้องการทางจิตใจของเด็กไม่ได้รับการตอบสนอง (Unfulfilled needs) และเด็กไม่รู้สึกสนิทสนมหรือผูกพันกับพ่อแม่ตัวเอง แต่กลับสบายใจเวลาอยู่กับคนอื่น หรือคนแปลกหน้ามากกว่า โรคนี้มักเกิดกับเด็กที่อายุต่ำว่า 18 ปี และผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม จึงจะสามารถหายจากโรคได้ สัญญาณและอาการของ โรคขาดการยับยั้งการสมาคม คู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต (Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders หรือ DSM) ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การวินิจฉัยความผิดปกติทางจิตซึ่งจัดทำโดยสมาคมจิตเวชศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (American Psychiatric Association) ที่นิยมใช้แพร่หลายในหมู่แพทย์และนักวิจัยหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ระบุว่า หากเด็กมีอาการดังต่อไปนี้ 2 ข้อขึ้นไป ถือว่าเป็นโรคขาดการยับยั้งการสมาคม ตื่นเต้นเกินเหตุ ไม่รู้สึกกลัว ไม่รู้สึกเขินหาย […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

เมื่อลูกป่วยเหล่าคุณพ่อคุณแม่มักจะเกิดความวิตกกังวลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งถ้า ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด คุณพ่อคุณแม่คงเป็นกังวลมากขึ้นกว่าเดิม และพยายามหาสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยอาเจียน วันนี้ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำข้อมูลเล็กน้อย ๆ ถึงสาเหตุที่ทำให้ ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด เพื่อเป็นการป้องกันเบื้องต้น มาฝากทุกครอบครัวให้ได้ทราบไปพร้อม ๆ กัน ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด เป็นเรื่องปกติหรือไม่ การที่ ลูกอาเจียนเป็นเลือด เป็นเรื่องที่น่ากังวลในทารก ไม่ว่าจะเป็นทารกแรกเกิด หรือทารกที่มีอายุระหว่าง 1 เดือนขึ้นไป โดยทารกอาจสำรอกเป็นเศษเลือดจากการกลืนเลือดของคุณแม่ระหว่างการคลอดเข้าไปออกมาสามารถสังเกตได้จากของเหลวที่มีสีแดง หรือสีชมพู อาการอาเจียนเป็นเลือดจากสาเหตุนี้จะเกิดขึ้นใน 2-3 วันแรกหลังจากทารกคลอด แต่สำหรับทารกในช่วงที่เลี้ยงด้วยน้ำนมแม่ อาจเกิดได้จากการกลืนเลือดของคุณแม่ที่มีอาการหัวนมแตกเข้าไป แต่ในทั้ง 2 กรณีการอาเจียนออกมาจะเป็นเพียงเศษเลือดเล็กน้อยเท่านั้น ปกติแล้วการอาเจียนเป็นเลือดของลูกน้อย ไม่มีอะไรจะต้องกังวล แต่หากลูกน้อยของคุณอาเจียนเป็นเลือด มีไข้ ท้องบวม หรือมีผื่นขึ้น มีอาการเซื่องซึม หรืองอแงเกินไปขณะที่อาเจียนเป็นเลือด คุณควรจะต้องพาลูกน้อยไปหาคุณหมอในทันที เพราะอาจเกิดความปิดปกติบางอย่างขึ้นก็เป็นได้ สาเหตุที่ทำให้ ลูกอาเจียนเป็นเลือด อาจมีสาเหตุหลายประการที่ทำให้ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือดและมักมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไปในทารกแต่ละคน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยอาเจียนมีเลือดปนนั้น มีดังนี้ หัวนมแตกทำให้ ลูกอาเจียนเป็นเลือด ในทารกที่กินนมแม่ส่วนใหญ่ เลือดที่อาเจียนออกมามักมาจากตัวคุณแม่เอง ไม่ใช่มาจากระบบร่างกายของทารก อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้หากคุณมีอาการเจ็บหรือหัวนมแตก มีเลือดไหล ทำให้มีเลือดปะปนไปกับน้ำนมที่ลูกกิน และทำให้ ลูกอาเจียนเป็นเลือด อาการหัวนมแตกเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณแม่ที่ให้นมบุตร โดยเฉพาะคุณแม่ที่เริ่มให้นมบุตรจะมีอาการระคายเคืองที่หัวนมจากแรงดึง […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

เราเชื่อว่า หลายคนน่าจะไม่เคยได้ยินชื่อ “โรคแบตเทน (Batten disease)” และไม่รู้ว่าโรคนี้คือโรคอะไรกันแน่ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงอยากชวนคุณผู้อ่าน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ หรือคู่รักที่วางแผนจะมีลูก มาทำความรู้จักกับโรคแบตเทนได้ดีขึ้น เพราะโรคนี้มักเกิดขึ้นในเด็ก และถึงแม้จะเป็นโรคหายาก แต่ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลย โรคแบตเทน (Batten disease) คืออะไร โรคแบตเทน (Batten disease) เป็นชื่อของกลุ่มโรคพันธุกรรมระบบประสาท เรียกอีกอย่างว่า โรค Neuronal Ceroid Lipofuscinosis (NCLs) ที่มักเกิดในเด็กอายุ 5-10 ปี และรบกวนความสามารถในการหมุนเวียนสารตกค้างในเซลล์ที่เรียกว่า ไลโปฟัสซิน (Lipofuscin) ของเซลล์ในร่างกาย ไลโปฟัสซินเป็นของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมตาบอลิซึมโปรตีนและไขมัน ซึ่งจะสะสมอยู่ที่เซลล์ตับ เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ และเซลล์ประสาท โรคแบตเทนนี้มีด้วยกันหลายชนิด แต่ทุกชนิดก็ล้วนได้ชื่อว่าเป็นโรคหายาก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งสิ้น เด็กบางคนที่เป็นโรคแบตเทนอาจเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ในขณะที่บางคนก็มีชีวิตอยู่ได้จนถึงช่วงวัยรุ่น หรือช่วงวัยยี่สิบ ชนิดของ โรคแบตเทน โรคแบตเทน หรือโรค Neuronal Ceroid Lipofuscinosis (NCLs) สามารถแบบออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ 1. […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

คุณพ่อคุณแม่อย่านิ่งนอนใจหากพบว่าลูกมีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เฝ้าระวังดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอาการดังกล่าวอาจไม่ใช่อาการของไข้หวัดธรรมดา ยิ่งถ้ามีผื่นคัน และต่อมน้ำเหลืองที่คอโตด้วยแล้ว อาจถือเป็น สัญญาณและอาการของโรคคาวาซากิ แต่จะมีอาการและวิธีการรักษาอย่างไร  ทาง Hello คุณหมอ มีข้อมูลมาฝากคุณผู้อ่านกันในบทความนี้ค่ะ โรคคาวาซากิ (Kawasaki’s Disease) ในเด็ก โรคคาวาซากิ (Kawasaki disease) พบได้บ่อยในวัยเด็กที่มีอายุระหว่าง 6 เดือน ถึง 5 ปี  ในแถบเอเชีย โดยโรคดังกล่าวเกิดจากการอักเสบในหลอดเลือดและต่อมน้ำเหลืองของเยื่อบุผิวหนัง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นโรคคาวาซากิจะมาอาการต่อมน้ำเหลืองโตที่คอ มีไข้สูง ผื่นขึ้นตามผิวหนัง ในกรณีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการปวดท้อง ท้องเสีย และอาเจียน ร่วมด้วย สาเหตุของโรคคาวาซากิ ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคคาวาซากิ  โดยส่วนใหญ่เด็กมักป่วยเป็นโรคคาวาซากิในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเกิดจากสาเหตุและปัจจัยต่างๆ ดังนี้ อายุ  พบได้บ่อยในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี เพศ เด็กผู้ชายมีความเสี่ยงที่ติดเป็นโรคคาวาซากิมากเด็กผู้หญิงถึง 1.5 เท่า เชื้อชาติ โรคคาวาซากิพบมากในแถบเอเชีย สัญญาณและอาการของโรคคาวาซากิ อาการของโรคคาวาซากิ จะมีการแบ่งระยะการแสดงอาการออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ อาการของโรคคาวาซากิ : ระยะที่ 1 มีไข้สูง 39 องศาเซลเซียส ประมาณ 1-3 […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

โรคกระดูกอ่อนในเด็ก เป็นอีกหนึ่งโรคที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนเกิดความวิตกกังวล เพราะกลัวว่าลูกของตนจะเจริญเติบโตช้ากว่าเด็กที่อยู่ในช่วงวัยเดียวกัน บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับโรคกระดูกอ่อนในเด็กให้มากขึ้นกันค่ะ จะมีวิธีการสังเกต และการดูแลลูกอย่างไรบ้างนั้น ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย โรคกระดูกอ่อนในเด็ก (Rickets) คืออะไร โรคกระดูกอ่อนในเด็ก (Rickets)  เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างกระดูก ซึ่งเกิดจากการขาดวิตามินดี แคลเซียม หรือฟอสเฟต โดยแร่ธาตุเหล่านี้มีความสำคัญต่อการบำรุงกระดูกให้แข็งแรง เด็กที่เป็นโรคกระดูกอ่อนจะมีลักษณะกระดูกผิดรูป ฟันผุ และรู้สึกปวดบริเวณกระดูก อย่างไรก็ตาม หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกเป็นโรคกระดูกอ่อน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม และที่สำคัญควรแลลูกอย่างใกล้ชิด เช่น รับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินดีและแคลเซียม รับแสงแดดยามเช้าเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินดี ผู้ปกครองควรรู้ สาเหตุของโรคกระดูกอ่อนในเด็ก สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กเป็นโรคกระดูกอ่อนนั้นส่วนใหญ่เกิดจากการที่ร่างกายขาดวิตามินดี โดยเกิดจากปัจจัยเสี่ยง ดังต่อไปนี้ อายุ โรคกระดูกอ่อนในเด็กพบได้บ่อยในเด็กที่มีอายุระหว่าง 6-36 เดือน ในช่วงนี้เด็กจะมีพัฒนาการเติบโตที่รวดเร็ว ร่างกายต้องการแร่ธาตุแคลเซียมและฟอสเฟตมากที่สุดเพื่อนำไปเสริมสร้างสร้างกระดูก การรับประทานอาหาร เด็กที่กินมังสวิรัติหรือได้รับสารที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอาหารประเภท ปลา ไข่ นม และในร่างกายเด็กที่มีปัญหาในการย่อยนม หรือการแพ้แลคโตส (Lactose) สีผิว เด็กที่มีสีผิวคล้ำ โดยเฉพาะเด็กที่มีเชื้อสายแอฟริกัน จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคกระดูกอ่อน เนื่องจากสังเคราะห์วิตามินดีในร่างกายได้น้อย ที่ตั้งภูมิศาสตร์ ร่างกายของเราผลิตวิตามินดีขึ้นเมื่อถูกแสงแดด ดังนั้นเด็กที่อยู่ในพื้นที่ที่มีแสงแดดน้อย จะมีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกอ่อนมาก พันธุกรรมหรือยีน หากสมาชิกในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคกระดูกอ่อน อาจถูกถ่ายทอดความผิดปกติทางพันธุกรรม ส่งผลให้เกิดโรคดังกล่าวได้ สัญญาณเตือนโรคกระดูกอ่อนในเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเข้าข่ายของการเป็นโรคกระดูกอ่อน […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

เด็กๆ กับความซุกซนนั้นแทบจะเป็นของคู่กัน หากเผลอเพียงนิดเดียวก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุตามมาโดยไม่คาดฝันแม้ว่าจะอยู่ในบ้านก็ตาม หนึ่งในอุบัติเหตุที่อันตรายและคุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องระมัดระวังให้ดีก็คืออุบัติเหตุจากการถูก ของร้อนลวก แต่เราจะสามารถป้องกันอุบัติเหตุนี้ไม่ให้เกิดขึ้นกับเด็กๆ ได้อย่างไรบ้างนั้น Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ จุดใดในบ้านบ้างที่อันตรายและเสี่ยงต่อสถานการณ์ ของร้อนลวก ใส่เด็กๆ มีหลายจุดหลายสถานที่ในบ้าน ที่สามารถเป็นอันตรายต่อเด็กๆ ได้ โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับของร้อน เช่น น้ำร้อน เครื่องดื่มร้อน ไฟ ความร้อนจากเตา เป็นต้น โดยสถานที่ที่ควรระวังเป็นพิเศษหากในบ้านมีเด็กเป็นสมาชิกในครอบครัว ได้แก่ ระมัดระวังในครัว ระมัดระวังการประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ซุป แกง ต้ม ทอด หรือผัด ควรนำเด็กๆ ออกห่างจากบริเวณที่ทำอาหาร ระมัดระวังการอุ้มลูกแล้วประกอบอาหารไปด้วย เนื่องจากอาจเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด เช่น น้ำร้อนกระเด็นใส่ หรือสะเก็ดไฟปลิวใส่ ระมัดระวังการอุ้มลูกแล้วดื่มชาหรือกาแฟที่มีอุณหภูมิร้อน เพราะชาหรือกาแฟที่ร้อนอาจเสี่ยงที่จะหกหรือราดใส่ตัวเด็กได้ ระวังกาต้มน้ำ ควรวางไว้ในที่ที่ไกลจากมือเด็ก และเก็บสายไฟของอุปกรณ์ต้มน้ำร้อนให้พ้นมือเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กกระชาก ปิดไฟของเตาในครัวเสมอหลังการประกอบอาหารเสร็จ ระมัดระวังในห้องน้ำ ระมัดระวังหากมีการอาบน้ำอุ่น ควรดูแลอุณหภูมิให้เหมาะสม ไม่ร้อนจนเกินไป เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ระมัดระวังสถานที่อื่นๆ ในบ้าน หลายบ้านเลือกที่จะจุดเทียน ทั้งเทียนที่จุดสำหรับไหว้พระ จุดเพื่อสร้างบรรยากาศ หรือจุดเพื่อช่วยในการคลายความเครียด หากในบ้านมีเด็กๆ ควรระมัดระวังเทียนเป็นอย่างดี เทียนอาจร่วงใส่เด็กๆ น้ำตาเทียนอาจหยดใส่เด็ก จึงควรจุดเทียนในพื้นที่ที่เด็กไม่สามารถเข้าไปยุ่มย่าม หรือควรระวังไม่ให้เด็กๆ ไปแตะต้องเทียนที่จุดไฟแล้ว อุปกรณ์สำหรับจุดไฟทั้งไม้ขีดไฟ และไฟแช็ค ควรเก็บให้พ้นมือเด็กๆ […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

เรื่องของสายตานั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับสายตามักจะรักษาหรือแก้ไขได้ยาก สำหรับเด็กๆ แล้วดูหมือนเรื่องสายตาสั้นจะเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แล้วเมื่อถึงเวลาจะต้อง เลือกแว่นสายตาให้ลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกอย่างไร ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกันในบทความนี้ วิธี เลือกแว่นสายตาให้ลูกน้อย การชักชวนให้ลูกน้อยสวมใส่แว่นสายตาในทุกๆ วัน ดูเหมือนจะเรื่องที่ยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ดังนั้น การใส่ใจรายละเอียด และการเลือกแว่นสายตาให้เหมาะสมกับพวกเขา อาจจะช่วยให้ลูกน้อยของคุณอยากสวมแว่นสายตาขึ้นมาก็ได้ และวิธีการ เลือกแว่นสายตาให้ลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ ดังนี้ ปรึกษาจักษุแพทย์ โดยส่วนใหญ่แล้วทางจักษุแพทย์จะเป็นคนวัดค่าสายตาและออกใบสั่งยาให้ ดังนั้น การตรวจสอบปัญหา และปรึกษาเพื่อหาข้อสรุปกับจักษุแพทย์ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรอบแว่นสายตาพอดี ในกระบวนการเลือกแว่นสายตา คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจกับการเลือกกรอบแว่น เช่น กรอบแว่นของลูกน้อยควรจะมีความพอดี ต้องไม่บีบหูหรือบีบจมูกมากเกินไป สำหรับส่วนที่จะต้องสัมผัสกับผิวบนใบหน้าก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดการระคายเคืองต่อผิวของลูกน้อย โดยส่วนใหญ่แล้วแว่นสายตาที่จะใส่สบายสำหรับเด็กก็คือ แว่นสายตาที่ทำจากยางและมีห่วงพันรอบศีรษะ เพื่อป้องกันไม่ให้แว่นตาหล่นและทำให้ยากต่อการถอด ที่สำคัญหากวัสดุแว่นมีน้ำหนักเบา จะยิ่งเพิ่มความสบายในการสวมใส่เป็นระยะเวลานาน ๆ อีกด้วย ควรเลือกแว่นที่มีดีไซน์ทันสมัยและมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ เด็กส่วนใหญ่จะมีแว่นสายตาเป็นของตัวเองครั้งแรก ดังนั้น การเลือกกรอบแว่นให้มีสไตล์ที่ทันสมัยและน่าสนใจจะสามารถช่วยดึงดูดพวกเขาได้ นอกจากนี้คุณสมบัติต่างๆ ของเลนส์ก็เป็นส่วนที่สำคัญ เช่น เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติเมื่ออยู่กลางแสงแดดหรือในที่มืด สิ่งเหล่านี้อาจช่วยดึงดูดใจให้ลูกน้อยอยากสวมแว่นสายตาได้ ทำอย่างไรให้ลูกรู้สึกคุ้นชินกับการสวมแว่นสายตา เริ่มต้นอย่างช้าๆ ควรให้ลูกน้อยสวมแว่นสายตาเป็นระยะเวลาสั้นเสียก่อน อาจจะให้สวมในขณะที่นั่งทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนพวกเขาคุ้นชินกับแว่นสายตา ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน การใส่แว่นสายตาและถอดแว่นสายตาของลูกน้อยควรทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน การกระตุ้นให้พวกเขาสวมแว่นในตอนเช้าเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว และถอดในเวลากลางคืนก่อนเข้านอน คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องเป็นคนคอยกระตุ้นให้พวกเขาทำจนเกิดความเคยชิน บอกถึงข้อดีของการสวมแว่นสายตาให้พวกเขารู้ การบอกถึงด้านดีของการสวมแว่นสายตาให้ลูกน้อยได้รู้ ถือเป็นการเสริมสร้างแรงจูงใจ บอกให้พวกเขาอยากสวมใส่แว่นตา บางครั้งการพูดชมหรือให้ของขวัญก็อาจจะเป็นการสร้างความพึงพอใจให้พวกเขาอยากจะสวมใส่แว่นสายตาได้ คุณสมบัติของแว่นสายตาที่ดี […]