home

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

การรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับ ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น สามารถช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สนับสนุนการเติบโตและพัฒนาการในระยะยาวของพวกเขาได้ ค้นหาข้อมูลที่ได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญจาก ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

บทความ ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

โรคกระดูกอ่อนในเด็ก เป็นอีกหนึ่งโรคที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนเกิดความวิตกกังวล เพราะกลัวว่าลูกของตนจะเจริญเติบโตช้ากว่าเด็กที่อยู่ในช่วงวัยเดียวกัน บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับโรคกระดูกอ่อนในเด็กให้มากขึ้นกันค่ะ จะมีวิธีการสังเกต และการดูแลลูกอย่างไรบ้างนั้น ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย โรคกระดูกอ่อนในเด็ก (Rickets) คืออะไร โรคกระดูกอ่อนในเด็ก (Rickets)  เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างกระดูก ซึ่งเกิดจากการขาดวิตามินดี แคลเซียม หรือฟอสเฟต โดยแร่ธาตุเหล่านี้มีความสำคัญต่อการบำรุงกระดูกให้แข็งแรง เด็กที่เป็นโรคกระดูกอ่อนจะมีลักษณะกระดูกผิดรูป ฟันผุ และรู้สึกปวดบริเวณกระดูก อย่างไรก็ตาม หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกเป็นโรคกระดูกอ่อน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม และที่สำคัญควรแลลูกอย่างใกล้ชิด เช่น รับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินดีและแคลเซียม รับแสงแดดยามเช้าเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินดี ผู้ปกครองควรรู้ สาเหตุของโรคกระดูกอ่อนในเด็ก สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กเป็นโรคกระดูกอ่อนนั้นส่วนใหญ่เกิดจากการที่ร่างกายขาดวิตามินดี โดยเกิดจากปัจจัยเสี่ยง ดังต่อไปนี้ อายุ โรคกระดูกอ่อนในเด็กพบได้บ่อยในเด็กที่มีอายุระหว่าง 6-36 เดือน ในช่วงนี้เด็กจะมีพัฒนาการเติบโตที่รวดเร็ว ร่างกายต้องการแร่ธาตุแคลเซียมและฟอสเฟตมากที่สุดเพื่อนำไปเสริมสร้างสร้างกระดูก การรับประทานอาหาร เด็กที่กินมังสวิรัติหรือได้รับสารที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอาหารประเภท ปลา ไข่ นม และในร่างกายเด็กที่มีปัญหาในการย่อยนม หรือการแพ้แลคโตส (Lactose) สีผิว เด็กที่มีสีผิวคล้ำ โดยเฉพาะเด็กที่มีเชื้อสายแอฟริกัน จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคกระดูกอ่อน เนื่องจากสังเคราะห์วิตามินดีในร่างกายได้น้อย ที่ตั้งภูมิศาสตร์ ร่างกายของเราผลิตวิตามินดีขึ้นเมื่อถูกแสงแดด ดังนั้นเด็กที่อยู่ในพื้นที่ที่มีแสงแดดน้อย จะมีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกอ่อนมาก […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

เด็กๆ กับความซุกซนนั้นแทบจะเป็นของคู่กัน หากเผลอเพียงนิดเดียวก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุตามมาโดยไม่คาดฝันแม้ว่าจะอยู่ในบ้านก็ตาม หนึ่งในอุบัติเหตุที่อันตรายและคุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องระมัดระวังให้ดีก็คืออุบัติเหตุจากการถูก ของร้อนลวก แต่เราจะสามารถป้องกันอุบัติเหตุนี้ไม่ให้เกิดขึ้นกับเด็กๆ ได้อย่างไรบ้างนั้น Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ จุดใดในบ้านบ้างที่อันตรายและเสี่ยงต่อสถานการณ์ ของร้อนลวก ใส่เด็กๆ มีหลายจุดหลายสถานที่ในบ้าน ที่สามารถเป็นอันตรายต่อเด็กๆ ได้ โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับของร้อน เช่น น้ำร้อน เครื่องดื่มร้อน ไฟ ความร้อนจากเตา เป็นต้น โดยสถานที่ที่ควรระวังเป็นพิเศษหากในบ้านมีเด็กเป็นสมาชิกในครอบครัว ได้แก่ ระมัดระวังในครัว ระมัดระวังการประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ซุป แกง ต้ม ทอด หรือผัด ควรนำเด็กๆ ออกห่างจากบริเวณที่ทำอาหาร ระมัดระวังการอุ้มลูกแล้วประกอบอาหารไปด้วย เนื่องจากอาจเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด เช่น น้ำร้อนกระเด็นใส่ หรือสะเก็ดไฟปลิวใส่ ระมัดระวังการอุ้มลูกแล้วดื่มชาหรือกาแฟที่มีอุณหภูมิร้อน เพราะชาหรือกาแฟที่ร้อนอาจเสี่ยงที่จะหกหรือราดใส่ตัวเด็กได้ ระวังกาต้มน้ำ ควรวางไว้ในที่ที่ไกลจากมือเด็ก และเก็บสายไฟของอุปกรณ์ต้มน้ำร้อนให้พ้นมือเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กกระชาก ปิดไฟของเตาในครัวเสมอหลังการประกอบอาหารเสร็จ ระมัดระวังในห้องน้ำ ระมัดระวังหากมีการอาบน้ำอุ่น ควรดูแลอุณหภูมิให้เหมาะสม ไม่ร้อนจนเกินไป เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ระมัดระวังสถานที่อื่นๆ ในบ้าน หลายบ้านเลือกที่จะจุดเทียน ทั้งเทียนที่จุดสำหรับไหว้พระ จุดเพื่อสร้างบรรยากาศ หรือจุดเพื่อช่วยในการคลายความเครียด หากในบ้านมีเด็กๆ ควรระมัดระวังเทียนเป็นอย่างดี […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

เรื่องของสายตานั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับสายตามักจะรักษาหรือแก้ไขได้ยาก สำหรับเด็กๆ แล้วดูหมือนเรื่องสายตาสั้นจะเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แล้วเมื่อถึงเวลาจะต้อง เลือกแว่นสายตาให้ลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกอย่างไร ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกันในบทความนี้ วิธี เลือกแว่นสายตาให้ลูกน้อย การชักชวนให้ลูกน้อยสวมใส่แว่นสายตาในทุกๆ วัน ดูเหมือนจะเรื่องที่ยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ดังนั้น การใส่ใจรายละเอียด และการเลือกแว่นสายตาให้เหมาะสมกับพวกเขา อาจจะช่วยให้ลูกน้อยของคุณอยากสวมแว่นสายตาขึ้นมาก็ได้ และวิธีการ เลือกแว่นสายตาให้ลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ ดังนี้ ปรึกษาจักษุแพทย์ โดยส่วนใหญ่แล้วทางจักษุแพทย์จะเป็นคนวัดค่าสายตาและออกใบสั่งยาให้ ดังนั้น การตรวจสอบปัญหา และปรึกษาเพื่อหาข้อสรุปกับจักษุแพทย์ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรอบแว่นสายตาพอดี ในกระบวนการเลือกแว่นสายตา คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจกับการเลือกกรอบแว่น เช่น กรอบแว่นของลูกน้อยควรจะมีความพอดี ต้องไม่บีบหูหรือบีบจมูกมากเกินไป สำหรับส่วนที่จะต้องสัมผัสกับผิวบนใบหน้าก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดการระคายเคืองต่อผิวของลูกน้อย โดยส่วนใหญ่แล้วแว่นสายตาที่จะใส่สบายสำหรับเด็กก็คือ แว่นสายตาที่ทำจากยางและมีห่วงพันรอบศีรษะ เพื่อป้องกันไม่ให้แว่นตาหล่นและทำให้ยากต่อการถอด ที่สำคัญหากวัสดุแว่นมีน้ำหนักเบา จะยิ่งเพิ่มความสบายในการสวมใส่เป็นระยะเวลานาน ๆ อีกด้วย ควรเลือกแว่นที่มีดีไซน์ทันสมัยและมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ เด็กส่วนใหญ่จะมีแว่นสายตาเป็นของตัวเองครั้งแรก ดังนั้น การเลือกกรอบแว่นให้มีสไตล์ที่ทันสมัยและน่าสนใจจะสามารถช่วยดึงดูดพวกเขาได้ นอกจากนี้คุณสมบัติต่างๆ ของเลนส์ก็เป็นส่วนที่สำคัญ เช่น เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติเมื่ออยู่กลางแสงแดดหรือในที่มืด สิ่งเหล่านี้อาจช่วยดึงดูดใจให้ลูกน้อยอยากสวมแว่นสายตาได้ ทำอย่างไรให้ลูกรู้สึกคุ้นชินกับการสวมแว่นสายตา เริ่มต้นอย่างช้าๆ ควรให้ลูกน้อยสวมแว่นสายตาเป็นระยะเวลาสั้นเสียก่อน อาจจะให้สวมในขณะที่นั่งทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนพวกเขาคุ้นชินกับแว่นสายตา ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน การใส่แว่นสายตาและถอดแว่นสายตาของลูกน้อยควรทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน การกระตุ้นให้พวกเขาสวมแว่นในตอนเช้าเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว และถอดในเวลากลางคืนก่อนเข้านอน คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องเป็นคนคอยกระตุ้นให้พวกเขาทำจนเกิดความเคยชิน บอกถึงข้อดีของการสวมแว่นสายตาให้พวกเขารู้ การบอกถึงด้านดีของการสวมแว่นสายตาให้ลูกน้อยได้รู้ ถือเป็นการเสริมสร้างแรงจูงใจ บอกให้พวกเขาอยากสวมใส่แว่นตา บางครั้งการพูดชมหรือให้ของขวัญก็อาจจะเป็นการสร้างความพึงพอใจให้พวกเขาอยากจะสวมใส่แว่นสายตาได้ คุณสมบัติของแว่นสายตาที่ดี […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

วันนี้ Hello คุณหมอ พาทุกคนมารู้จักกับ โรคหลอดเลือดหัวใจเกิน (Patent ductus arteriosus; PDA)   ซึ่งเป็นโรคที่ส่วนใหญ่มักพบในทารกเพศหญิงที่คลอดก่อนกำหนด ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และเจริญเติบโตช้า  โรคดังกล่าวนี้เกิดจากสาเหตุอะไร ทำไมทารกส่วนใหญ่ที่คลอดก่อนกำหนดจึงเป็นโรคนี้ และจะมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้างนั้น เรามาทำความรู้จักกับโรคหลอดเลือดหัวใจเกินให้มากขึ้นกันค่ะ ทำความรู้จักโรคหลอดเลือดหัวใจเกิน (Patent ductus arteriosus; PDA) โรคหลอดเลือดหัวใจเกิน (Patent ductus arteriosus : PDA) เกิดจากการที่หลอดเลือดแดงหัวใจดักตัสอาร์เทอริโอซัส (Ductus Arteriosus) ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบหมุนเวียนโลหิตปิดไม่สนิทหลังจากที่ทารกคลอด ความผิดปกติดังกล่าวนี้ส่งผลให้เลือดส่งไปที่ปอดมากกว่าปกติ โดยส่วนใหญ่โรคนี้มักพบบ่อยในทารกคลอดก่อนกำหนด (พบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย) สาเหตุใดที่ทำให้ทารกเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเกิน โรคหลอดเลือดหัวใจเกินพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย  โดยเกิดจากสาเหตุ ดังต่อไปนี้ ทารกคลอดก่อนกำหนด เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น อาการดาวน์ซินโดรม ทารกที่เกิดจากแม่ที่เป็นโรคหัดเยอรมัน มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ 6 สัญญาณเตือน อาการโรคหลอดเลือดหัวใจเกิน หากทารกมีอาการดังต่อไปนี้ แสดงว่าอาจเข้าข่ายต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเกิน คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้อง หายใจเร็ว รับประทานอาหารได้น้อย หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกขณะรับประทานอาหาร อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เจริญเติบโตช้ากว่าปกติ วิธีการรักษา สำหรับวิธีการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจเกิน จะขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการของแต่ละคน  […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

อาการปวดหลังสามารถเกิดได้จากสาเหตุที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การนอน หรือแม้แต่การนั่งที่อาจจะไม่ถูกวิธี ซึ่งอาการปวดหลังส่วนใหญ่มักจะเป็นกันในวัยผู้ใหญ่ แต่เมื่อพบว่ามีลูกน้อยปวดหลัง หรือสังเกตได้ว่าเป็น อาการปวดหลังในเด็ก คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงจะเกิดความกังวลใจ เพราะส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยเห็นเด็ก ๆ มีอาการปวดหลังกันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าลูกเกิดปวดหลังขึ้นมา คุณพ่อคุณแม่จะรับมืออย่างไรดี วันนี้ Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน เหตุผลที่ทำให้เกิด อาการปวดหลังในเด็ก (Back Pain in Children) เมื่อพูดถึงอาการปวดหลัง บางครั้งมันอาจเกิดจากการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังอย่างกะทันหัน การปวดหลังอย่างต่อเนื่องดูเหมือนจะมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ทำงานร่วมกัน อาการบาดเจ็บเล็กน้อยเนื่องจากการเล่นกีฬาและเล่นเกม ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อหลังบางส่วนทำงานหนักได้เช่นกัน สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิดความเหนื่อยล้า เจ็บปวด และการเปลี่ยนแปลงของท่าทางได้ การเคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่ไม่ดี มีส่วนทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ เด็กที่มีอาการปวดหลัง อาจจะมีพฤติกรรมที่ต่างไป เช่น หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬา และขาดการออกกำลังกาย จนทำให้เกิดปัญหาเพิ่มเติมได้ สำหรับสิ่งที่อาจนำไปสู่อาการปวดหลังในเด็ก ได้แก่ เพศ โดยอาการปวดหลังมักพบได้บ่อยในผู้หญิง อายุ เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป มักจะมีอาการปวดหลังได้มากกว่าเด็กที่มีอายุน้อยกว่า โรคอ้วนและการจัดระเบียบร่างกาย ท่าทางที่ไม่ดี กระเป๋านักเรียนหนัก ๆ ที่นำมาแบกไว้บนไหล่ข้างเดียว หรือถือด้วยมือข้างเดียว เป้สะพายหลังที่มีการบรรจุของที่ไม่เหมาะสม […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ทราบว่า การที่ลูกของคุณเป็น "โรคปากนกกระจอก" ไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่ร่างกายขาดวิตามินเพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้วยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้ลูกเป็นโรคปากนกกระจอกอีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับโรคปากนกกระจอกให้มากขึ้นกันค่ะ จะมีสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา อย่างไรบ้างนั้น อ่านได้ในบทความนี้เลยค่ะ โรคปากนกกระจอก (Angular Cheilitis)  คืออะไร โรคปากนกกระจอก (Angular Cheilitis) คือ อาการอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณมุมปาก ส่งผลให้ริมฝีปากเกิดอาการบวมแดง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการ 2-3 วัน แต่บางรายอาจจะมีอาการนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยต่างๆ สาเหตุของโรคปากนกกระจอก คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าสาเหตุของโรคปากนกกระจอกนั้นเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง นอกจากการที่ลูกของคุณขาดวิตามินแล้ว ยังเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้ดังนี้ ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ขาดวิตามินบี 9 ขาดวิตามินบี 6 ขาดวิตามินบี 2 ขาดวิตามินบี 3 ขาดสังกะสี เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด กลุ่มอาการโจเกร็น (Sjogren's Syndrome) ภูมิคุ้มกันแบบเรื้อรังที่ทำลายต่อม ซึ่งมีทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื่นกับปากส่งผลให้ปากแห้ง เลียริมฝีปากบ่อย สูบบุหรี่ ผิวแพ้ง่าย บอบบาง มีอาการอักเสบอื่นๆ เช่น โรคโครห์น […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายคน คงเคยได้ยินความเชื่อสมัยโบราณต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกกันมาบ้าง หนึ่งในนั้นคือความเชื่อที่ว่า “การดัดขาลูกตั้งแต่ยังเล็ก จะทำให้ขาลูกไม่โก่ง” โดยอาการขาโก่งนั้น อาจสร้างความวิตกกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่หลายท่านเป็นอย่างมาก วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาการ “ขาโก่ง” มาฝากคุณพ่อคุณแม่ จะมีวิธีการรักษาและป้องกันอย่างไรบ้างนั้น เรามาทำความรู้จักกับอาการขาโก่งให้มากขึ้นกันค่ะ ทำความรู้จักอาการ ขาโก่ง (Bowlegs) ขาโก่ง (Bowlegs)  คือลักษณะอาการเมื่อเรายืนชิดเท้ากันแต่ช่วงหัวเข่าจะโค้งแยกออกจากกัน ส่วนใหญ่มักพบในวัยทารกและสามารถหายได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องรับการรักษา เมื่อเด็กเริ่มมีอายุระหว่าง 12-18 เดือน ขาเด็กจะเริ่มเหยียดตรงเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม ลักษณะอาการดังกล่าวนี้อาจเป็นสัญญาณของอาการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่น โรคกระดูกอ่อน โรคข้ออักเสบในหัวเข่าและสะโพก เช็กอาการขาโก่ง คุณพ่อคุณแม่จะรู้ได้อย่างไรว่า อาการขาโก่งของลูกนั้นเกิดจากธรรมชาติ หรืออาจเกิดความผิดปกติจากอาการเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ วันนี้เรามีเคล็ดลับในการสังเกตมาฝากกันค่ะ อาการขาโก่งตามธรรมชาติ เมื่อเด็กทารกคลอดออกมาใหม่ๆ คุณแม่จะสังเกตได้ว่าเข่าทั้งสองข้างของลูกจะห่างกัน แม้ว่าข้อเท้าจะชิดกัน ซึ่งอาการดังกล่าวนี้เป็นเรื่องปกติในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 เดือน  อย่างไรก็ตาม หากลูกของคุณมีอาการขาโก่งจนถึงอายุ 3 ขวบ นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงอาการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปปรึกษาคุณหมอเพื่อทำการวินิจฉัยโรคและรับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม อาการขาโก่งแบบผิดปกติ (ความผิดปกติจากอาการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ) หากผู้ป่วยมีอาการขาโก่ง อาจเกิดจากสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้ โรคเบล้าท์ (Blount’s Disease) เป็นความผิดปกติของการเจริญเติบโตของกระดูกหน้าแข้ง ซึ่งส่วนใหญ่มักพบในเด็กที่มีภาวะอ้วน กระดูกพัฒนาผิดรูป […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังกังวลถึงความสวยความงาม ว่าจะทำไงให้ความอ่อนเยาว์อยู่คู่กับคุณไปนาน ๆ ไม่ว่าจะเทคนิคไหนก็พร้อมยอมเจ็บตัวเพื่อแลกมาซึ่งความอ่อนวัย แต่พวกคุณรู้หรือไม่ว่า มีผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งที่กำลังประสบปัญหากับ โรคโพรจีเรีย หรือ โรคแก่ก่อนวัย ซึ่งพวกเขาสามารถเป็นโรคนี้ได้ตั้งแต่ยังเด็ก และอาจไม่มีหนทางแก้ไขให้กลับมาสู่ภาวะปกติดังเดิมได้ บทความนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้ ทั้งอาการ สาเหตุ และวิธีรักษามาฝากทุกครอบครัวกันค่ะ โรคโพรจีเรีย คืออะไร โรคโพรจีเรีย หรือ ชื่อเต็มทางการแพทย์ เรียกว่า Hutchinson-Gilford Progeria Syndrome (HGPS) มีชื่อเรียกภาษาไทยว่า โรคแก่ก่อนวัยในเด็ก หรือโรคชราในเด็ก โรคนี้เป็นความบกพร่องทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกลายพันธุ์ของยีน LMNA ทำให้การสังเคราะห์โปรตีนลามินา (Lamina) ซึ่งเป็นโปรตีนที่สร้างในที่เก็บนิวเคลียสของเซลล์ชำรุด จนเกิดความไม่เสถียรภายในร่างกาย และนำไปสู่กระบวนการความแก่ก่อนวัย โดยภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กเพศชาย และเพศหญิงทั่วโลก บางกรณี หากเด็กมีร่างกายไม่แข็งแรง ก็อาจทำให้มีอายุขัยสั้นลง และมักเสียชีวิตเมื่ออายุเฉลี่ย 13-14 ปี นอกจากนี้ โรคโพรจีเรียยังก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับปัญหาหลอดเลือดของสมอง และการแข็งตัวของหลอดเลือด จนส่งผลให้เลือดไม่สามารถลำเลียงสารอาหาร และออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจได้อย่างเป็นปกติ จนอาจทำให้หัวใจวาย หรือเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ อาการที่บอกว่าลูกรักอาจเป็นโรคโพรจีเรีย ลักษณะของโรคโพรจีเรียที่คุณพ่อคุณแม่ หรือคนในครอบครัวสามารถสังเกตได้ตั้งแต่กำเนิด หรือภายในระยะเวลาช่วงปีแรกหลังคลอด ได้แก่อาการทางกายภาพ ดังต่อไปนี้ ส่วนสูง […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

โรคย้ำคิดย้ำทำในเด็ก เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ส่งผลกระทบกับเด็กเป็นจำนวนมาก และสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับพ่อแม่มาแล้วไม่น้อย โดยเฉพาะกับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน อาจจะเกิดความกังวลในการรับมือกับพฤติกรรมของลูกน้อย และให้การช่วยเหลือได้อย่างไม่เต็มที่ บทความนี้จะมานำเสนอ เรื่องน่ารู้และวิธีการสังเกตอาการของ โรคคิดย้ำทำในเด็ก เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทำความเข้าใจ และมีโอกาสในการเตรียมตัวรับมือกับอาการของลูกได้ดียิ่งขึ้น โรคย้ำคิดย้ำทำในเด็ก คืออะไร โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-compulsive disorder หรือ OCD) เป็นโรควิตกกังวลประเภทหนึ่ง ผู้ป่วยจะการคิดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมา เนื่องจากมีเหตุที่ทำให้รู้สึกกังวลหรือไม่สบายใจ จนเป็นผลให้ทำเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาด้วยเช่นกัน ซึ่งอาการนี้แม้ตัวผู้ป่วยจะรู้ตัวว่าไม่สมเหตุสมผล แต่ก็ไม่สามารถหยุดความคิดและการกระทำได้ โรคย้ำคิดย้ำทำในเด็กนี้มักจะพบได้กับเด็ก 1 ใน 100 คน เด็กที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำนั้นจะมีความคิดเกี่ยวกับ ความกังวลหรือความหวาดกลัวในเรื่องบางอย่าง เช่น ความกลัวที่จะสัมผัสกับสิ่งที่สกปรก และแสดงออกตามความคิด เพื่อพยายามควบคุมหรือลดทอนความกลัวนั้น เช่น การล้างมือที่บ่อยขึ้น หรือล้างมือมากจนเกินไป แต่การบรรเทานั้นมักจะช่วยได้แค่ชั่วคราว เพราะลักษณะการย้ำทำนั้นสุดท้ายแล้วจะหลายเป็นตัวการที่ทำให้การย้ำคิดรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นวงจรย้ำคิดย้ำทำไปเรื่อยๆ สาเหตุในการเกิดโรคย้ำคิดย้ำทำนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีงานวิจัยที่ให้ความเห็นว่า โรคนี้อาจจะเกิดขึ้นจากความผิดปกติของสมอง เนื่องจากผู้ที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำนั้นมักจะขาดแคลนสารเซโรโทนิน (serotonin) ในสมอง หรืออาจเกิดขึ้นจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม นอกจากนี้ การติดเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัส (Streptococcus) ก็อาจกระตุ้นให้เกิดโรคย้ำคิดย้ำทำ หรือทำให้โรคมีอาการรุนแรงขึ้นได้เช่นกัน จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ การจะสังเกตว่าลูกของคุณเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหรือไม่ อาจจะเป็นการยากในช่วงวัยทารก เพราะเด็กยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาการเรียนรู้ ยังมีความอยากรู้อยากเห็น และมีพฤติกรรมเลียนแบบสิ่งที่ผู้ใหญ่กระทำอยู่ แต่คุณจะสามารถสังเกตได้ว่า พฤติกรรมที่เด็กกระทำอยู่นั้นเป็นปัญหาหรือไม่ ก็ต่อเมื่อ […]

x