backup og meta

Tongue Tie คือ อะไร อาการและการรักษา

ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงสุสิตา หวังจิรนิรันดร์ · พ่อแม่เลี้ยงลูก · โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร


เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ · แก้ไขล่าสุด 03/04/2023

Tongue Tie คือ อะไร อาการและการรักษา

ภาวะลิ้นติดในทารก หรือ Tongue Tie คือ ภาวะที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิด โดยภาวะนี้จะทำให้ทารกไม่สามารถเคลื่อนไหวลิ้นได้เต็มที่ เนื่องจากการยึดตัวของพังผืดใต้ลิ้นที่มากเกินไป ส่งผลให้ทารกดูดนมแม่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร และมีแนวโน้มที่ทารกจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ น้ำหนักตัวน้อย ตัวเหลือง และอาจมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้

คำจำกัดความ

Tongue Tie คืออะไร

Tongue Tie คือ ภาวะลิ้นติดในทารก โดยลิ้นจะมีลักษณะสั้น หนา และพังผืดใต้ลิ้นอาจยึดบริเวณพื้นปากกับปลายลิ้นมากเกินไป ส่งผลให้ทารกไม่สามารถเคลื่อนไหวลิ้นได้เต็มที่ ซึ่งภาวะนี้อาจส่งผลต่อการดูดนมของทารก การกินอาหาร การพูด และการกลืนของเด็ก

อาการ

อาการ Tongue Tie

อาการของภาวะลิ้นติดในทารก อาจมีดังนี้

  • ทารกจะขยับลิ้นขึ้นด้านบน หรือขยับลิ้นไปด้านข้างลำบาก
  • ทารกอาจมีปัญหาในการแลบลิ้น
  • เมื่อทารกแลบลิ้น ลิ้นอาจมีลักษณะหยักหรือคล้ายรูปหัวใจ

อาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะลิ้นติดในทารก ดังนี้

หากอาการลิ้นติดในทารกส่งผลกระทบต่อการดูดนม การกินอาหารหรือการออกเสียง ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อทำการรักษา

สาเหตุ

สาเหตุของ Tongue Tie

ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของภาวะลิ้นติดในทารก อาจเป็นไปได้ว่าภาวะลิ้นติดในทารกเกิดขึ้นจากปัจจัยทางพันธุกรรมหรือจากปัญหาในขั้นตอนการสร้างหรือพัฒนาอวัยวะ

ภาวะแทรกซ้อน

ภาวะลิ้นติดในทารกอาจส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในอนาคต เช่น

  • ปัญหาการดูดนม ลิ้นเป็นส่วนประกอบสำคัญในการดูดนม ทารกที่มีภาวะลิ้นติดจะไม่สามารถใช้ลิ้นในการดูดนมได้สะดวกและทารกอาจเคี้ยวมากกว่าดูด ทำให้คุณแม่รู้สึกเจ็บปวดหัวนม นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่ทารกจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารก
  • ปัญหาการพูด ภาวะลิ้นติดอาจทำให้เด็กมีปัญหาในการออกเสียง หรือส่งผลกระทบต่อการพูดคำบางคำได้
  • ปัญหาการเคี้ยวและการกลืน ลิ้นเป็นตัวช่วยในการบดเคี้ยวอาหารและการกลืน ดังนั้น เด็กที่มีภาวะลิ้นติดอาจทำให้การเคี้ยวและการกลืนเป็นไปได้ด้วยความลำบาก
  • ปัญหาสุขภาพช่องปาก ภาวะลิ้นติดอาจทำให้ความสามารถในการกวาดเศษอาหารออกจากซอกฟันยากขึ้น ซึ่งสามารถนำไปสู่ปัญหาฟันผุและเหงือกอักเสบ นอกจากนี้ ยังอาจทำให้ฟันหน้าล่าง 2 ซี่ห่างออกจากกันได้ด้วย
  • การวินิจฉัยและการรักษา

    ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาคุณหมอทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

    การวินิจฉัย Tongue Tie

    คุณหมอสามารถวินิจฉัยภาวะลิ้นติดในทารกได้ตั้งแต่แรกเกิด ด้วยการตรวจร่างกายเพื่อประเมินลักษณะและการเคลื่อนไหวของลิ้น แต่ในบางกรณีหากลิ้นติดไม่มากหรือประเมินความรุนแรงจากการตรวจร่างกายหลังคลอดได้ยากจะต้องอาศัยการสังเกตของคุณพ่อคุณแม่ในภายหลัง

    การรักษา Tongue Tie

    ทารกที่มีปัญหาลิ้นติดมากจนไปถึงปลายลิ้นสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด โดยปัจจุบันคุณหมออาจเลือกวิธีการให้ยาชาเฉพาะที่กับทารกแทนการดมยาสลบ จากนั้นจะทำการผ่าตัดเพื่อตกแต่งพังผืดใต้ลิ้นให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ทารกสามารถเคลื่อนไหวลิ้นได้ดีมากขึ้น และหลังจากผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยทารกสามารถกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น

    การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

    การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองเพื่อจัดการกับ Tongue Tie

    หลังการผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้นคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลทารก ดังนี้

    • คุณแม่สามารถให้ทารกดูดนมได้ทันที โดยควรทำความสะอาดหัวนมก่อนให้ทารกดูด
    • สังเกตอาการผิดปกติของทารก เช่น เลือดออก มีไข้ ติดเชื้อ ลิ้นหรือต่อมสร้างน้ำลายเสียหาย หากพบอาการดังกล่าวควรเข้าพบคุณหมอทันที
    • สังเกตพฤติกรรมการดูดนมของทารก หากทารกดูดนมได้ดี ไม่กัดหัวนม แลบลิ้นได้ตามปกติ แสดงว่าอาการของทารกเป็นปกติดี
    • หากคุณหมอนัดหมายดูอาการ ควรเข้าพบคุณหมอตามนัดหมายเสมอ

    หมายเหตุ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย

    แพทย์หญิงสุสิตา หวังจิรนิรันดร์

    พ่อแม่เลี้ยงลูก · โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร


    เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ · แก้ไขล่าสุด 03/04/2023

    advertisement iconโฆษณา

    คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

    advertisement iconโฆษณา
    advertisement iconโฆษณา