นีพาฟีแนค (Nepafenac)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 6 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ นีพาฟีแนค

นีพาฟีแนค ใช้สำหรับ

นีพาฟีแนค (Nepafenac) ใช้สำหรับหยอดตา เพื่อบรรเทาอาการปวดตา ระคายเคืองตา และอาการตาแดงหลังจากการผ่าตัดรักษาต้อกระจก นีพาฟีแนคนั้นอยู่ในกลุ่มของยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยานี้ทำงานโดยการปิดกั้นสารตามธรรมชาติอย่างชนิด อย่าง สารโพรสตาแกลนดิน (prostaglandins) ภายในร่างกายที่ทำให้เกิดอาการปวดและอาการบวม

วิธีการใช้ นีพาฟีแนค 

  • หยอดยานีพาฟีแนคนี้ในดวงตาข้างที่ทำการผ่าตัดหรือหลังผ่าตัดตามที่แพทย์กำหนด แนวทางการใช้ยานั้นขึ้นอยู่กับปริมาณของยาหยอดตาที่กำหนด ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์
  • หากคุณกำลังใช้ยาหยอดตานีพาฟีแนค 0.1% โดยปกติจะใช้ วันละ 3 ครั้ง โดยเริ่มใช้ 1 วันก่อนการผ่าตัด ใช้ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ทำการผ่าตัด เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากการผ่าตัด หรือตามที่แพทย์กำหนด
  • หากคุณกำลังใช้ยาหยอดตานีพาฟีแนค 0.3% โดยปกติจะใช้ วันละ 1 ครั้ง โดยเริ่มใช้ 1 วัน ก่อนการผ่าตัด ใช้ต่อเนื่องมาในวันที่ทำการผ่าตัด เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากการผ่าตัดหรือตามที่แพทย์กำหนด แพทย์อาจสั่งให้คุณหยอดตาเพิ่มอีก ครึ่งชั่วโมงถึงสองชั่วโมงก่อนการผ่าตัด
  • วิธีการใช้นีพาฟีแนคหยอดตา ควรล้างมือก่อนจะนำมาหยอดตา เขย่าขวดยาให้ดีก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน อย่าให้สัมผัสกับปลายขวดหรือให้ปลายขวดสัมผัสกับดวงตาหรือพื้นผิวอื่นๆ
  • ไม่ควรใช้ยานี้ขณะที่กำลังสวมคอนแทคเลนส์ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • หงายหน้าขึ้นมองไปด้านบนแล้วดึงเปลือกตาล่างลงมาให้เป็นช่อง ถือขวดยาหยอดตาไว้เหนือดวงตาแล้วหยอดยาหนึ่งหยดลง มองลงมาแล้วค่อยๆ หลับตานาน 1 ถึง 2 นาที พยายามอย่ากระพริบตาและอย่าขยี้ตา ทำตามขั้นตอนนี้ซ้ำที่ดวงตาอีกข้างหนึ่งหากแพทย์กำหนด
  • อย่าล้างขวดยาหยอดตา และปิดฝาให้แน่นหลังจากใช้งาน

หากคุณกำลังใช้ยาอื่นสำหรับดวงตา เช่น ยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งทาตา ควรรออย่างน้อย 5 นาทีก่อนใช้ยาอื่น ใช้ยาหยอดตาก่อนยาขี้ผึ้งเพื่อให้ยาสามารถเข้าดวงตาได้

โดยปกติจะใช้ยานี้เป็นเวลานานถึง 14 วันหลังจากการผ่าตัดหรือตามที่แพทย์กำหนด อย่าเริ่มใช้นีพาฟีแนคก่อนหรือใช้นานกว่าที่แพทย์กำหนด การใช้ยานีพาฟีแนคในระยะยาว (นานกว่า 2 สัปดาห์) อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากต่อดวงตา

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษา นีพาฟีแนค

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งนีพาฟีแนคลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

นีพาฟีแนคบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ นีพาฟีแนค

  • ก่อนใช้ยานีพาฟีแนค แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ส่วนประกอบของ นีพาฟีแนค หรือแพ้ต่อยาแอสไพรินหรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ เช่น ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือเซเลคอกซิบ (celecoxib) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ
  • ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ เช่น สารกันบูดอย่างเบนซาลโคเนียมคลอไรด์ (benzalkonium chloride) ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้นีพาฟีแนคหากคุณมีสภาวะบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • โรคหอบหืดที่ไวต่อยาแอสไพริน (เคยมีอาการหายใจได้แย่ลงพร้อมกับอาการคัดจมูกหรือน้ำมูกไหลหลังจากใช้ยาแอสไพรินหรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ)
  • ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัวทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวกับเลือดออก เคยรับการผ่าตัดที่ดวงตา ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาอื่นๆ เช่น กลุ่มอาการตาแห้ง (dry eye syndrome) หรือปัญหาเกี่ยวกับกระจกตา (corneal problems) โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) โรคหอบหืด โรคริดสีดวงจมูก (nasal polyps)

การมองเห็นของคุณอาจจะไม่เสถียรชั่วคราวหลังจากใช้นีพาฟีแนค ห้ามใช้ยานพาหนะ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการการมองเห็นที่ชัดเจนจนกว่าอาการของคุณจะดีขึ้นและได้รับการอนุญาตจากแพทย์

ก่อนใช้ยานี้ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงของการใช้ยา (เช่น การแท้งบุตรหรือตั้งครรภ์ได้ยาก) โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์

ในช่วงการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์เนื่องจากอาจจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์และส่งผลกระทบต่อการคลอดตามปกติ

ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงนีพาฟีแนคสามารถส่งผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรี ที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

นีพาฟีแนคจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ นีพาฟีแนค

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • ตาบวม มีสารคัดหลั่งจากดวงตาหรือน้ำตาไหลมาก
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง ปวดตา
  • ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

นีพาฟีแนคอาจจะทำให้เกิดอาการปวดหรือแสบที่ดวงตาชั่วคราวเป็นเวลา 1-2 นาทีเมื่อใช้ยา และอาจเกิดอาการตาแดงและอาการปวดหัวร่วมด้วย หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์อนุญาตให้ใช้นีพาฟีแนค เนื่องจากมีการคำนวณแล้วว่าเป็นประโยชน์ในการรักษามากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ก่อนใช้นีพาฟีแนคแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาที่จัดจำหน่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกร และสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะยาต้านเกล็ดเลือด เช่น โคลพิโดเกรล (clopidogrel) ยาเจือจางเลือด เช่น วาฟาริน (warfarin) ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroid drugs) เช่น เพรดนิโซโลน (prednisone) ยาสำหรับดวงตาอื่นๆ เช่น ยาหยอดตาคอร์ติโคสเตียรอยด์

ควรอ่านฉลากยาอย่างละเอียดทั้งยาตามใบสั่งแพทย์และยาที่หาซื้อเองทั้งหมดอย่างละเอียด เนื่องจากยาเหล่านี้อาจจะมีส่วนผสมของยาบรรเทาอาการปวดหรือลดไข้ อย่างยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ยาแอสไพริน ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือยานาพรอกเซน (naproxen) ซึ่งเมื่อใช้ร่วมกับยานีพาฟีแนคแล้วอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออกได้

ควรใช้ยาแอสไพรินขนาดต่ำที่แพทย์กำหนดให้ใช้สำหรับเหตุผลทางการแพทย์ เช่น ใช้เพื่อป้องกันโรคหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองต่อไป (ขนาดยาโดยปกติคือ 81-325 มก. ต่อวัน) โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

นีพาฟีแนคอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น คุณควรบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

นาพาฟีแนคอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

นีพาฟีแนคอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด นีพาฟีแนค สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการดวงตาอักเสบหลังจากการผ่าตัด

ยาแขวนตะกอน 0.1% หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการ 3 ครั้ง ต่อวัน เริ่มให้ยา 1 วันก่อนการผ่าตัดต้อกระจกและใช้ยาตลอดช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด

ยาแขวนตะกอน 0.3% หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการ 3 ครั้ง ต่อวัน เริ่มให้ยา 1 วันก่อนการผ่าตัดต้อกระจกและใช้ยาตลอดช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด อาจให้ยาเพิ่ม 30-120 นาทีก่อนการผ่าตัด

คำแนะนำ

  • อาจให้นีพาฟีแนคร่วมกับยาเฉพาะที่ใช้สำหรับดวงตาอื่นๆ เช่น ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (beta-blockers) ยาในกลุ่มคาร์บอนิก แอนไฮเดรส อินฮิบิเตอร์ (carbonic anhydrase inhibitors) ยาอัลฟ่าอะโกนิสต์ (alpha-agonists) ยาในกลุ่มไซโคลพลีจิก (cycloplegics) และยาขยายม่านตา (mydriatics)
  • หากกำลังใช้ยาเฉพาะที่สำหรับดวงตามากกว่าหนึ่งชนิดร่วมด้วย ควรใช้ยาเหล่านี้ห่างกันอย่างน้อย 5 นาที

การใช้งาน

  • เพื่อรักษาอาการปวดและอักเสบเนื่องจากการผ่าตัดต้อกระจก

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา

  • ห้ามฉีดยานี้

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงแสงแดดขณะที่กำลังรับการรักษาด้วยยานี้
  • ควรระมัดระวังไม่ให้ขวดยาสัมผัสกับเปลือกตา บริเวณโดยรอบ หรือพื้นผิวอื่นๆ
  • ผู้ป่วยควรเขย่าขวดยาให้ดีก่อนใช้

การเก็บรักษา

  • เก็บให้พ้นจากแสง
  • ควรปิดฝาขวดให้แน่นเมื่อไม่ใช้งาน

ขนาด นีพาฟีแนค สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการดวงตาอักเสบหลังจากการผ่าตัด

อายุ 10 ปีขึ้นไป

ยาแขวนตะกอน 0.1% หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการ 3 ครั้ง ต่อวัน เริ่มให้ยา 1 วันก่อนการผ่าตัดต้อกระจกและใช้ยาตลอดช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด

ยาแขวนตะกอน 0.3% หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการ 3 ครั้ง ต่อวัน เริ่มให้ยา 1 วันก่อนการผ่าตัดต้อกระจกและใช้ยาตลอดช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด อาจให้ยาเพิ่ม 30-120 นาทีก่อนการผ่าตัด

คำแนะนำ

  • อาจให้นี้ร่วมกับยาเฉพาะที่สำหรับดวงตาอื่นๆ เช่น ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ ยาในกลุ่มคาร์บอนิก แอนไฮเดรส อินฮิบิเตอร์ ยาอัลฟ่าอะโกนิสต์ ยาในกลุ่มไซโคลพลีจิก และยาขยายม่านตา
  • หากกำลังใช้ยาเฉพาะที่สำหรับดวงตามากกว่าหนึ่งชนิดร่วมด้วย ควรใช้ยาเหล่านี้ห่างกันอย่างน้อย 5 นาที

การใช้งาน

เพื่อรักษาอาการปวดและอักเสบเนื่องจากการผ่าตัดต้อกระจก

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยเด็กที่อายุน้อยกว่า 10 ปี

รูปแบบของยา

รูปแบบของยามี ดังนี้

  • ยาแขวนตะกอนสำหรับหยอดตา

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้นีพาฟีแนคควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat Sulfate) หรือ คาพรีโอมัยซิน (Capreomycin) ใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อรักษาการติดเชื้อวัณโรค เป็นกลุ่มของยาปฏิชีวนะ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ยา ดีกัวดิน® เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และการติดเชื้อได้ทันที ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการลดการติดเชื้อที่ช่องปากและลำคอ เช่น เชื้อราในช่องปาก ลิ้นอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

อัลปราโซแลม (Alprazolam) ใช้เพื่อรักษาโรควิตกกังวล และแพนิค เป็นยาซึ่งส่งผลต่อสมองและประสาท ทำงานโดยกระตุ้นสารสื่อประสาท

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

อัลเบนดาโซล (Albendazole) ใช้เพื่อรักษาพยาธิบางชนิด เช่น ตัวอ่อนพยาธิที่พบในสมองและไขสันหลัง ยาอัลเบนดาโซลอยู่ในกลุ่มของยาถ่ายพยาธิ (anthelmintic) 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล