นีพาฟีแนค (Nepafenac)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ข้อบ่งใช้ นีพาฟีแนค

นีพาฟีแนค ใช้สำหรับ

นีพาฟีแนค (Nepafenac) ใช้สำหรับหยอดตา เพื่อบรรเทาอาการปวดตา ระคายเคืองตา และอาการตาแดงหลังจากการผ่าตัดรักษาต้อกระจก นีพาฟีแนคนั้นอยู่ในกลุ่มของยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยานี้ทำงานโดยการปิดกั้นสารตามธรรมชาติอย่างชนิด อย่าง สารโพรสตาแกลนดิน (prostaglandins) ภายในร่างกายที่ทำให้เกิดอาการปวดและอาการบวม

วิธีการใช้ นีพาฟีแนค 

  • หยอดยานีพาฟีแนคนี้ในดวงตาข้างที่ทำการผ่าตัดหรือหลังผ่าตัดตามที่แพทย์กำหนด แนวทางการใช้ยานั้นขึ้นอยู่กับปริมาณของยาหยอดตาที่กำหนด ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์
  • หากคุณกำลังใช้ยาหยอดตานีพาฟีแนค 0.1% โดยปกติจะใช้ วันละ 3 ครั้ง โดยเริ่มใช้ 1 วันก่อนการผ่าตัด ใช้ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ทำการผ่าตัด เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากการผ่าตัด หรือตามที่แพทย์กำหนด
  • หากคุณกำลังใช้ยาหยอดตานีพาฟีแนค 0.3% โดยปกติจะใช้ วันละ 1 ครั้ง โดยเริ่มใช้ 1 วัน ก่อนการผ่าตัด ใช้ต่อเนื่องมาในวันที่ทำการผ่าตัด เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากการผ่าตัดหรือตามที่แพทย์กำหนด แพทย์อาจสั่งให้คุณหยอดตาเพิ่มอีก ครึ่งชั่วโมงถึงสองชั่วโมงก่อนการผ่าตัด
  • วิธีการใช้นีพาฟีแนคหยอดตา ควรล้างมือก่อนจะนำมาหยอดตา เขย่าขวดยาให้ดีก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน อย่าให้สัมผัสกับปลายขวดหรือให้ปลายขวดสัมผัสกับดวงตาหรือพื้นผิวอื่นๆ
  • ไม่ควรใช้ยานี้ขณะที่กำลังสวมคอนแทคเลนส์ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • หงายหน้าขึ้นมองไปด้านบนแล้วดึงเปลือกตาล่างลงมาให้เป็นช่อง ถือขวดยาหยอดตาไว้เหนือดวงตาแล้วหยอดยาหนึ่งหยดลง มองลงมาแล้วค่อยๆ หลับตานาน 1 ถึง 2 นาที พยายามอย่ากระพริบตาและอย่าขยี้ตา ทำตามขั้นตอนนี้ซ้ำที่ดวงตาอีกข้างหนึ่งหากแพทย์กำหนด
  • อย่าล้างขวดยาหยอดตา และปิดฝาให้แน่นหลังจากใช้งาน

หากคุณกำลังใช้ยาอื่นสำหรับดวงตา เช่น ยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งทาตา ควรรออย่างน้อย 5 นาทีก่อนใช้ยาอื่น ใช้ยาหยอดตาก่อนยาขี้ผึ้งเพื่อให้ยาสามารถเข้าดวงตาได้

โดยปกติจะใช้ยานี้เป็นเวลานานถึง 14 วันหลังจากการผ่าตัดหรือตามที่แพทย์กำหนด อย่าเริ่มใช้นีพาฟีแนคก่อนหรือใช้นานกว่าที่แพทย์กำหนด การใช้ยานีพาฟีแนคในระยะยาว (นานกว่า 2 สัปดาห์) อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากต่อดวงตา

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษา นีพาฟีแนค

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งนีพาฟีแนคลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

นีพาฟีแนคบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ นีพาฟีแนค

  • ก่อนใช้ยานีพาฟีแนค แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ส่วนประกอบของ นีพาฟีแนค หรือแพ้ต่อยาแอสไพรินหรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ เช่น ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือเซเลคอกซิบ (celecoxib) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ
  • ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ เช่น สารกันบูดอย่างเบนซาลโคเนียมคลอไรด์ (benzalkonium chloride) ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้นีพาฟีแนคหากคุณมีสภาวะบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • โรคหอบหืดที่ไวต่อยาแอสไพริน (เคยมีอาการหายใจได้แย่ลงพร้อมกับอาการคัดจมูกหรือน้ำมูกไหลหลังจากใช้ยาแอสไพรินหรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ)
  • ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัวทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวกับเลือดออก เคยรับการผ่าตัดที่ดวงตา ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาอื่นๆ เช่น กลุ่มอาการตาแห้ง (dry eye syndrome) หรือปัญหาเกี่ยวกับกระจกตา (corneal problems) โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) โรคหอบหืด โรคริดสีดวงจมูก (nasal polyps)

การมองเห็นของคุณอาจจะไม่เสถียรชั่วคราวหลังจากใช้นีพาฟีแนค ห้ามใช้ยานพาหนะ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการการมองเห็นที่ชัดเจนจนกว่าอาการของคุณจะดีขึ้นและได้รับการอนุญาตจากแพทย์

ก่อนใช้ยานี้ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงของการใช้ยา (เช่น การแท้งบุตรหรือตั้งครรภ์ได้ยาก) โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์

ในช่วงการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์เนื่องจากอาจจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์และส่งผลกระทบต่อการคลอดตามปกติ

ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงนีพาฟีแนคสามารถส่งผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรี ที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

นีพาฟีแนคจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ นีพาฟีแนค

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • ตาบวม มีสารคัดหลั่งจากดวงตาหรือน้ำตาไหลมาก
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง ปวดตา
  • ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

นีพาฟีแนคอาจจะทำให้เกิดอาการปวดหรือแสบที่ดวงตาชั่วคราวเป็นเวลา 1-2 นาทีเมื่อใช้ยา และอาจเกิดอาการตาแดงและอาการปวดหัวร่วมด้วย หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์อนุญาตให้ใช้นีพาฟีแนค เนื่องจากมีการคำนวณแล้วว่าเป็นประโยชน์ในการรักษามากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ก่อนใช้นีพาฟีแนคแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาที่จัดจำหน่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกร และสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะยาต้านเกล็ดเลือด เช่น โคลพิโดเกรล (clopidogrel) ยาเจือจางเลือด เช่น วาฟาริน (warfarin) ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroid drugs) เช่น เพรดนิโซโลน (prednisone) ยาสำหรับดวงตาอื่นๆ เช่น ยาหยอดตาคอร์ติโคสเตียรอยด์

ควรอ่านฉลากยาอย่างละเอียดทั้งยาตามใบสั่งแพทย์และยาที่หาซื้อเองทั้งหมดอย่างละเอียด เนื่องจากยาเหล่านี้อาจจะมีส่วนผสมของยาบรรเทาอาการปวดหรือลดไข้ อย่างยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ยาแอสไพริน ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือยานาพรอกเซน (naproxen) ซึ่งเมื่อใช้ร่วมกับยานีพาฟีแนคแล้วอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออกได้

ควรใช้ยาแอสไพรินขนาดต่ำที่แพทย์กำหนดให้ใช้สำหรับเหตุผลทางการแพทย์ เช่น ใช้เพื่อป้องกันโรคหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองต่อไป (ขนาดยาโดยปกติคือ 81-325 มก. ต่อวัน) โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

นีพาฟีแนคอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น คุณควรบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

นาพาฟีแนคอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

นีพาฟีแนคอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด นีพาฟีแนค สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการดวงตาอักเสบหลังจากการผ่าตัด

ยาแขวนตะกอน 0.1% หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการ 3 ครั้ง ต่อวัน เริ่มให้ยา 1 วันก่อนการผ่าตัดต้อกระจกและใช้ยาตลอดช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด

ยาแขวนตะกอน 0.3% หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการ 3 ครั้ง ต่อวัน เริ่มให้ยา 1 วันก่อนการผ่าตัดต้อกระจกและใช้ยาตลอดช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด อาจให้ยาเพิ่ม 30-120 นาทีก่อนการผ่าตัด

คำแนะนำ

  • อาจให้นีพาฟีแนคร่วมกับยาเฉพาะที่ใช้สำหรับดวงตาอื่นๆ เช่น ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (beta-blockers) ยาในกลุ่มคาร์บอนิก แอนไฮเดรส อินฮิบิเตอร์ (carbonic anhydrase inhibitors) ยาอัลฟ่าอะโกนิสต์ (alpha-agonists) ยาในกลุ่มไซโคลพลีจิก (cycloplegics) และยาขยายม่านตา (mydriatics)
  • หากกำลังใช้ยาเฉพาะที่สำหรับดวงตามากกว่าหนึ่งชนิดร่วมด้วย ควรใช้ยาเหล่านี้ห่างกันอย่างน้อย 5 นาที

การใช้งาน

  • เพื่อรักษาอาการปวดและอักเสบเนื่องจากการผ่าตัดต้อกระจก

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา

  • ห้ามฉีดยานี้

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงแสงแดดขณะที่กำลังรับการรักษาด้วยยานี้
  • ควรระมัดระวังไม่ให้ขวดยาสัมผัสกับเปลือกตา บริเวณโดยรอบ หรือพื้นผิวอื่นๆ
  • ผู้ป่วยควรเขย่าขวดยาให้ดีก่อนใช้

การเก็บรักษา

  • เก็บให้พ้นจากแสง
  • ควรปิดฝาขวดให้แน่นเมื่อไม่ใช้งาน

ขนาด นีพาฟีแนค สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการดวงตาอักเสบหลังจากการผ่าตัด

อายุ 10 ปีขึ้นไป

ยาแขวนตะกอน 0.1% หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการ 3 ครั้ง ต่อวัน เริ่มให้ยา 1 วันก่อนการผ่าตัดต้อกระจกและใช้ยาตลอดช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด

ยาแขวนตะกอน 0.3% หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการ 3 ครั้ง ต่อวัน เริ่มให้ยา 1 วันก่อนการผ่าตัดต้อกระจกและใช้ยาตลอดช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด อาจให้ยาเพิ่ม 30-120 นาทีก่อนการผ่าตัด

คำแนะนำ

  • อาจให้นี้ร่วมกับยาเฉพาะที่สำหรับดวงตาอื่นๆ เช่น ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ ยาในกลุ่มคาร์บอนิก แอนไฮเดรส อินฮิบิเตอร์ ยาอัลฟ่าอะโกนิสต์ ยาในกลุ่มไซโคลพลีจิก และยาขยายม่านตา
  • หากกำลังใช้ยาเฉพาะที่สำหรับดวงตามากกว่าหนึ่งชนิดร่วมด้วย ควรใช้ยาเหล่านี้ห่างกันอย่างน้อย 5 นาที

การใช้งาน

เพื่อรักษาอาการปวดและอักเสบเนื่องจากการผ่าตัดต้อกระจก

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยเด็กที่อายุน้อยกว่า 10 ปี

รูปแบบของยา

รูปแบบของยามี ดังนี้

  • ยาแขวนตะกอนสำหรับหยอดตา

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้นีพาฟีแนคควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: มิถุนายน 11, 2019 | Last Modified: ธันวาคม 31, 2019

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน