ออเรซอล (Oresol)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 3 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ ออเรซอล

ออเรซอลใช้สำหรับ

ออเรซอล (Oresol) เป็นยาขับเสมหะ ยานี้ช่วยละลายเสมหะที่คั่งอยู่ในหน้าอกและลำคอ ทำให้ง่ายต่อการขับออกด้วยการไอออกทางปาก

ยาออเรซอลใช้เพื่อลดอาการคั่งในหน้าอกที่เกิดจากโรคหวัด การติดเชื้อ หรือโรคภูมิแพ้ ยานี้จะใช้เพื่อบรรเทาอาการไอชั่วคราวที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและสภาวะที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคไซนัสอักเสบ (sinusitis) คออักเสบ (pharyngitis) หลอดลมอักเสบ (bronchitis) และโรคหอบหืด เมื่อโรคเหล่านี้มีอาการซับซ้อน เนื่องจากเสมหะเหนี่ยวหรือเสมหะอุดตันและคั่งค้าง ประสิทธิภาพในการไอแบบมีเสมหะและไม่มีเสมหะ โอเฉพาะอาการไอแห้งๆ แบบไม่มีเสมหะที่มักจะทำให้เยื่อเมือกในทางเดินหายใจบาดเจ็บ ช่วยคลายเสมหะและเจือจางเสมหะในหลอดลมสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังแบบอยู่ตัว

ยาออเรซอลยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่อยู่ในคู่มือการใช้ยา

วิธีการใช้ยาออเรซอล

  • รับประทานยาออเรซอลพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก ใช้เครื่องมือที่มีเครื่องหมายสำหรับตวงยา
  • โปรดสอบถามเภสัชกรหากคุณไม่แน่ใจวิธีการตวงยานี้ ควรดื่มน้ำให้มากขณะที่คุณกำลังใช้ยาออเรซอล
  • โปรดสอบถามวิธีการใช้ยาจากแพทย์

การเก็บรักษายาออเรซอล

ยาออเรซอลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาออเรซอลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาออเรซอลลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาออเรซอล

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาออเรซอลหรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่เพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับแพทย์เสมอเพื่อพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนใช้ยานี้

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาออเรซอล

ผลข้างเคียงอาจมีดังนี้

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาออเรซอลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาออเรซอลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาออเรซอลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาออเรซอลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการไอ

  • ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที 200-400 มก. รับประทานทุกๆ 4 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น ไม่เกิน 2.4 กรัม/วัน
  • ยารูปแบบออกฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง 600-1200 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง ไม่เกิน 2.4 กรัม/วัน

ขนาดยาออเรซอลสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการไอ

ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที

  • อายุน้อยกว่า 2 ปี 12 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 6 ครั้ง
  • 2-5 ปี 50-100 มก. รับประทานทุกๆ 4 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น ไม่เกิน 600 มก./วัน
  • 6-11 ปี 100-200 มก. รับประทานทุกๆ 4 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น ไม่เกิน 1.2 กรัม/วัน
  • อายุ 12 ปีขึ้นไป 200-400 มก. รับประทานทุกๆ 4 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น ไม่เกิน 2.4 กรัม/วัน

ยารูปแบบออกฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง

  • 2-5 ปี 300 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง ไม่เกิน 600 มก./วัน
  • 6-11 ปี 600 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง ไม่เกิน 1.2 กรัม/วัน
  • อายุ 12 ปีขึ้นไป 600-1200 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง ไม่เกิน 2.4 กรัม/วัน

รูปแบบของยา

ขนาดและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาผง 4.1 กรัม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อยากเพิ่มวิตามินแก่ร่างกาย แต่ต้องห้ามใจไว้ เพราะฉันดัน แพ้ผลไม้ตระกูลส้ม

อาการ แพ้ผลไม้ตระกูลส้ม (Citrus allergy) เป็นอาการแพ้ที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันมีการตอบสนองต่อสารบางเคมีอย่างที่อยู่ในผลไม้ตระกูลส้มทุกชนิด

Written by panyapat Aiemsin
ภูมิแพ้อาหาร 16/02/2021 . 2 mins read

แพ้ยาย้อมผม จนผิวหนังอักเสบ ควรเริ่มต้นรักษาตนเองอย่างไร

อาการ แพ้ยาย้อมผม (Hair Dye Allergy) อาจเกิดขึ้นได้เมื่อระบบภูมิกันมีการตอบสนองต่อสารเคมีที่อยู่ในยาย้อมผมที่สัมผัสผิวหนังโดยตรง

Written by panyapat Aiemsin

โรคภูมิแพ้แมลงสาบ อันตรายใกล้ตัวจากแมลง ที่คุณควรระวัง

โรคภูมิแพ้แมลงสาบ (Cockroach Allergy) คือหนึ่งในโรคภูมิแพ้ที่เกิดจากสารบางอย่างภายในตัวของแมลงสาบ จนสามารถทำให้คุณประสบกับอาการไอ และจามได้

Written by panyapat Aiemsin

ร่างกายปฏิเสธการเจาะ อีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนเจาะร่างกาย

การเจาะตามส่วนต่าง ๆ ถือว่าเป็นความชอบส่วนบุคคล แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเจาะได้ เพราะบางคน เมื่อ ร่างกายปฏิเสธการเจาะ ก็อาจทำให้เกิดแผลเป็นได้

Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย