อัลลีฟ® (Aleve®)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 8 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

อัลลีฟ® ใช้สำหรับ

อัลลีฟ® (Aleve®) ประกอบด้วยตัวยานาพรอกเซน (Naproxen) เป็นยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) ยานี้จะทำงานโดยการลดฮอร์โมนที่ทำให้เกิดอาการอักเสบ และอาการปวดภายในร่างกาย

อัลลีฟ® ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวด สำหรับอาการปวดเมื่อยและอาการปวดในระดับเบา เนื่องจากโรคข้ออักเสบ (arthritis) ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดประจำเดือน ปวดฟัน และโรคหวัด และยังใช้เพื่อลดไข้ชั่วคราวอีกด้วย

นอกจากนี้ อัลลีฟ® ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น นอกเหนือจากที่ระบุอยู่บนคู่มือการใช้ยา

วิธีการใช้อัลลีฟ®

ใช้อัลลีฟ®ตามที่กำหนดบนฉลากยา หรือตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าใช้ยานี้ในขนาดที่มากกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ ควรใช้ยาในขนาดที่ต่ำที่สุดเท่าที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรค

อย่าบด เคี้ยว หรือหักเม็ดอัลลีฟ® ควรกลืนยาลงไปทั้งเม็ด

หากเด็กใช้ยานี้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากเด็กมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านน้ำหนัก ขนาดยาของยานาพรอกเซนนั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของเด็ก อาจความเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อขนาดยา

หากคุณใช้อัลลีฟ®ในระยะยาว คุณอาจจะต้องได้รับการตรวจเป็นประจำ

ยานี้สามารถทำให้เกิดผลการตรวจทางการแพทย์บางชนิดที่ผิดปกติ โปรดแจ้งให้แพทย์ที่รักษาคุณทราบว่า คุณกำลังใช้อัลลีฟ®

การเก็บรักษาอัลลีฟ®

อัลลีฟ®ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง อัลลีฟ®บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งอัลลีฟ®ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้อัลลีฟ®

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของอัลลีฟ® หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

อัลลีฟ®อาจทำให้เกิดอาการเลือดออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต สภาวะเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือน ขณะที่คุณกำลังใช้นี้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

คุณไม่ควรใช้อัลลีฟ® หากคุณแพ้ต่อยานาพรอกเซน หรือหากคุณเคยเป็นโรคหอบกำเริบ หรืออาการแพ้ที่รุนแรงหลังจากใช้ยาแอสไพริน หรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์

โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรถึงความปลอดภัยในการใช้ยานี้หากคุณเป็น

อัลลีฟ®นั้นไม่ได้รับการยอมรับในการใช้กับเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 อย่าใช้ยานี้กับเด็ก โดยไม่ได้รับคำแนะนำทางการแพทย์

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

อัลลีฟ® จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้อัลลีฟ®

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ จาม น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก หายใจมีเสียงหวีดหรือหายใจติดขัด ลมพิษ บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

รับการรักษาในทันที หากคุณมีสัญญาณของหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง อย่างอาการแน่นหน้าอกที่แพร่กระจายไปยังกรามหรือไหล่ อาการชา หรืออ่อนแรงอย่างกะทันหันที่ด้านหนึ่งของร่างกาย พูดไม่ชัด ขาบวม รู้สึกหายใจลำบาก

หยุดใช้อัลลีฟ®และติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการ

  • หายใจลำบาก (แม้แต่จากการออกกำลังกายระดับเบา)
  • อาการบวมหรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • สัญญาณแรกของผดผื่นผิวหนังใดๆ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม
  • สัญญาณของอาการเลือดออกในกระเพาะอาหาร – อุจจาระเป็นเลือดหรือคล้ายยางมะตอย ไอเป็นเลือดหรืออาเจียนคล้ายกากกาแฟ
  • ปัญหาเกี่ยวกับตับ – คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องส่วนบน คัน รู้สึกเหนื่อยล้า มีอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีคล้ำ อุจจาระสีดินเหนียว ดีซ่าน (ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง)
  • ปัญหาเกี่ยวกับไต – ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะเลย มีอาการปวดขณะปัสสาวะหรือปัสสาวะติดขัด อาการบวมที่เท้าหรือข้อเท้า รู้สึกเหนื่อยหรือหายใจไม่อิ่ม
  • ภาวะโลหิตจาง – ผิวซีด รู้สึกหน้ามืดหรือหายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว รวมรวมสมาธิได้ยาก
  • ปฏิกิริยาผิวหนังที่รุนแรง – เป็นไข้ เจ็บคอ มีอาการบวมที่ใบหน้าหรือลิ้น แสบร้อนที่ดวงตา ปวดผิว ตามด้วยผดผื่นผิวหนังสีแดงหรือสีม่วงที่แพร่กระจาย (โดยเฉพาะใบหน้าหรือร่างกายส่วนบน) และทำให้เกิดแผลพุพองและผิวลอก

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้

  • อาการไม่ย่อย แสบร้อนกลางอก ปวดท้อง คลื่นไส้
  • ปวดหัว วิงเวียน ง่วงซึม
  • มีรอยช้ำ คัน ผดผื่น
  • อาการบวม
  • มีเสียงอื้อในหู

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

อัลลีฟ®อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • คอเลสไทรามีน (Cholestyramine)
  • ไซโคลสปอริน (Cyclosporine)
  • ไดจอกซิน (Digoxin)
  • ลิเทียม (Lithium)
  • เมโธเทรกเซท (Methotrexate)
  • เพมิเทรกเซด (Pemetrexed)
  • เฟนิโทอิน (Phenytoin) หรือยาสำหรับอาการชักที่คล้ายกัน
  • โพรเบเนซิด (Probenecid)
  • ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) อย่างคูมาดิน (Coumadin) หรือแจนโทเวน (Jantoven) หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดที่คล้ายกัน
  • ยาขับปัสสาวะหรือยาขับน้ำ
  • ยารักษาโรคหัวใจหรือยารักษาความดันโลหิต
  • ยาอินซูลินหรือยารักษาโรคเบาหวานแบบรับประทาน

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

อัลลีฟ®อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

อัลลีฟ®อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาของอัลลีฟ®สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis)

  • ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันทีและยาน้ำแขวนตะกอน ขนาด 250 มก. ถึง 500 มก. (ยานาพรอกเซน) หรือ 275 มก. ถึง 550 มก. (ยานาพรอกเซน โซเดียม) รับประทานวันละสองครั้ง
  • ยาควบคุมการออกฤทธิ์ 750 มก. ถึง 1,000 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาออกฤทธิ์นาน 375 มก. ถึง 500 มก. รับประทานวันละสองครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคข้อเสื่อม

  • ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันทีและยาน้ำแขวนตะกอน ขนาด 250 มก. ถึง 500 มก. (ยานาพรอกเซน) หรือ 275 มก. ถึง 550 มก. (ยานาพรอกเซน โซเดียม) รับประทานวันละสองครั้ง
  • ยาควบคุมการออกฤทธิ์ 750 มก. ถึง 1,000 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาออกฤทธิ์นาน 375 มก. ถึง 500 มก. รับประทานวันละสองครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

  • ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันทีและยาน้ำแขวนตะกอน ขนาด 250 มก. ถึง 500 มก. (ยานาพรอกเซน) หรือ 275 มก. ถึง 550 มก. (ยานาพรอกเซน โซเดียม) รับประทานวันละสองครั้ง
  • ยาควบคุมการออกฤทธิ์ 750 มก. ถึง 1,000 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ยาออกฤทธิ์นาน 375 มก. ถึง 500 มก. รับประทานวันละสองครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเกาต์เฉียบพลัน

ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันทีและยาน้ำแขวนตะกอน

  • ขนาดยาเริ่มต้น 750 มก. (นาพรอกเซน) หรือ 825 มก. (นาพรอกเซน โซเดียม) รับประทานหนึ่งครั้งในวันแรกที่มีอาการกำเริบ
  • ขนาดยาหลังจากขนาดยาเริ่มต้น 250 มก. (นาพรอกเซน) หรือ 275 มก. (นาพรอกเซน โซเดียม) รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมงจนกระทั่งอาการกำเริบบรรเทาลง

ยารูปแบบควบคุมการออกฤทธิ์ ขนาด 1,000 มก. ถึง 1500 มก.

  • รับประทานหนึ่งครั้งในวันแรกที่มีอาการกำเริบ ตามด้วย 1,000 มก. รับประทานวันละครั้ง จนกว่าอาการกำเริบจะบรรเทาลง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะบวมอักเสบบริเวณข้อต่อ (Bursitis)

ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที (ยานาพรอกเซน โซเดียม)

  • 550 มก. รับประทานหนึ่งครั้ง ตามด้วย 275 มก. รับประทานทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง หรือ 550 มก. รับประทานทุก ๆ 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น
  • ขนาดยาสูงสุด ขนาดยาเริ่มต้นต่อวันนั้นไม่ควรเกิน 1,375 มก. หลังจากนั้นก็ไม่ควรเกิน 1100 มก./วัน

ยารูปแบบควบคุมการออกฤทธิ์

  • 1,000 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการการระงับความปวดเพิ่มเติม อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 1,500 มก. รับประทานวันละครั้งในระยะเวลาที่จำกัด หลังจากนั้น ขนาดยาโดยรวมต่อวันไม่ควรเกิน 1,000 มก./วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการเอ็นอักเสบ (Tendinitis)

ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที (ยานาพรอกเซน โซเดียม)

  • 550 มก. รับประทานหนึ่งครั้ง ตามด้วย 275 มก. รับประทานทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง หรือ 550 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น
  • ขนาดยาสูงสุด ขนาดยาเริ่มต้นต่อวันนั้นไม่ควรเกิน 1,375 มก. หลังจากนั้นก็ไม่ควรเกิน 1,100 มก./วัน

ยารูปแบบควบคุมการออกฤทธิ์

  • 1,000 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการการระงับความปวดเพิ่มเติม อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 1,500 มก. รับประทานวันละครั้งในระยะเวลาที่จำกัด หลังจากนั้น ขนาดยาโดยรวมต่อวัน ไม่ควรเกิน 1,000 มก./วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการปวดประจำเดือน

ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที (ยานาพรอกเซน โซเดียม)

  • 550 มก. รับประทานหนึ่งครั้ง ตามด้วย 275 มก. รับประทานทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง หรือ 550 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น
  • ขนาดยาสูงสุด ขนาดยาเริ่มต้นต่อวัน 1,375 มก./วัน . หลังจากนั้นก็ไม่ควรเกิน 1,100 มก./วัน

ยารูปแบบควบคุมการออกฤทธิ์

  • 1,000 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการการระงับความปวดเพิ่มเติม อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 1,500 มก. รับประทานวันละครั้งในระยะเวลาที่จำกัด หลังจากนั้น ขนาดยาโดยรวมต่อวัน ไม่ควรเกิน 1,000 มก./วัน

ยาที่หาซื้อได้เอง

  • 220 มก. รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมงขณะที่ยังมีอาการอยู่
  • อาจรับประทาน 440 มก. หนึ่งครั้งในชั่วโมงแรกหากจำเป็น
  • ขนาดยาสูงสุด 440 มก. (ในช่วง 8 ถึง 12 ชั่วโมง) 660 มก. (ในช่วง 24 ชั่วโมง)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการปวด

ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที (ยานาพรอกเซน โซเดียม)

  • 550 มก. รับประทานหนึ่งครั้ง ตามด้วย 275 มก. รับประทานทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง หรือ 550 มก. รับประทานทุก ๆ 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น
  • ขนาดยาสูงสุด ขนาดยาเริ่มต้นต่อวัน 1,375 มก./วัน . หลังจากนั้นก็ไม่ควรเกิน 1,100 มก./วัน

ยารูปแบบควบคุมการออกฤทธิ์

  • 1,000 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการการระงับความปวดเพิ่มเติม อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 1,500 มก. รับประทานวันละครั้งในระยะเวลาที่จำกัด หลังจากนั้น ขนาดยาโดยรวมต่อวันไม่ควรเกิน 1,000 มก./วัน

ยาที่หาซื้อได้เอง

  • 220 มก. รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมงขณะที่ยังมีอาการอยู่
  • อาจรับประทาน 440 มก. หนึ่งครั้งในชั่วโมงแรกหากจำเป็น
  • ขนาดยาสูงสุด 440 มก. (ในช่วง 8 ถึง 12 ชั่วโมง) 660 มก. (ในช่วง 24 ชั่วโมง)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาไข้

ยาที่หาซื้อได้เอง

  • 220 มก. รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมงขณะที่ยังมีอาการอยู่
  • อาจรับประทาน 440 มก. หนึ่งครั้งในชั่วโมงแรกหากจำเป็น
  • ขนาดยาสูงสุด 440 มก. (ในช่วง 8 ถึง 12 ชั่วโมง) 660 มก. (ในช่วง 24 ชั่วโมง)

ขนาดยาของอัลลีฟ®สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาไข้

ยาที่หาซื้อได้เอง

  • อายุ 12 ปีหรือมากกว่า 220 มก. รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมงขณะที่ยังมีอาการอยู่
  • อาจรับประทาน 440 มก. หนึ่งครั้งในชั่วโมงแรกหากจำเป็น
  • ขนาดยาสูงสุด 440 มก. (ในช่วง 8 ถึง 12 ชั่วโมง) 660 มก. (ในช่วง 24 ชั่วโมง)

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการปวด

ยาที่หาซื้อได้เอง

  • อายุ 12 ปีหรือมากกว่า 220 มก. รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมงขณะที่ยังมีอาการอยู่
  • อาจรับประทาน 440 มก. หนึ่งครั้งในชั่วโมงแรก หากจำเป็น
  • ขนาดยาสูงสุด 440 มก. (ในช่วง 8 ถึง 12 ชั่วโมง) 660 มก. (ในช่วง 24 ชั่วโมง)

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ในเด็ก

ยาเม็ดรูปแบบออกฤทธิ์ทันทีและยาน้ำแขวนตะกอน

  • อายุ 2 ปีหรือมากกว่า 5 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไบแลกซ์เทน® (Bilaxten®)

ยา ไบแลกซ์เทน® (Bilaxten®) ใช้เพื่อรักษาอาการโรคตาแดง โรคภูมิแพ้ (ตามฤดูกาล) และลมพิษ ควรใช้ยาไบแล็กซ์เทน ตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

ดิสฟลาติล® (Disflatyl®)

ดิสฟลาติล® (Disflatyl®) เป็นยาที่มีสรรพคุณที่ช่วยลดแก๊สในกระเพราะอาหาร และลำไส้ และยังมีส่วนช่วยเรื่องระบบทางเดินอาหารอื่นๆ อีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

ดัลโคแก๊ส® (Dulcogas®)

ยา ดัลโคแก๊ส® (Dulcogas®) เป็นยาที่ใช้เพื่อบรรเทาอาการจุกเสียด ท้องอืด และมีแก๊สในกระเพาะอาหาร ความอิ่มตัวโดยทั่วไปเรียกว่าก๊าซ เคี้ยว 1 หรือ 2 เม็ด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

ดรามามีนสำหรับเด็ก (Dramamine For Kids)

ยา ดรามามีนสำหรับเด็ก เป็นยาที่ใช้เพื่อลดอาการเมารถ เมาเรือ และเมาเครื่องบิน ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และช่วยลดอาการวิงเวียนเมื่อขึ้นยานพาหนะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

Recommended for you

บลิสเท็กซ์-blistex

บลิสเท็กซ์® (Blistex®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by pimruethai
Published on 06/01/2020 . 3 mins read
บอนเจลลา-bonjela

บอนเจลลา® (Bonjela®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by pimruethai
Published on 06/01/2020 . 3 mins read
บรินเทลเล็กซ์-Brintellix

บรินเทลเล็กซ์® (Brintellix®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by pimruethai
Published on 06/01/2020 . 4 mins read
คาลิเมท-kalimate

คาลิเมท® (Kalimate®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by pimruethai
Published on 23/12/2019 . 4 mins read