home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

อาการเซ (Ataxia)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|การวินิจฉัยและการรักษา|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง
อาการเซ (Ataxia)

อาการเซ (Ataxia) ไม่ใช่ความผิดปกติของโรคร้ายแรง แต่เกิดจากภาวะของกล้ามเนื้อที่ทำงานไม่ประสานกัน ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบประสาท ทำให้เสียสมดุลขณะเคลื่อนไหว เช่น มีอาการเซขณะเดิน ยืน นั่ง การพูด การกลืนอาหาร เป็นต้น

คำจำกัดความ

อาการเซ (Ataxia) คืออะไร

อาการเซ (Ataxia) ไม่ใช่ความผิดปกติของโรคร้ายแรง แต่เกิดจากภาวะของกล้ามเนื้อที่ทำงานไม่ประสานกัน ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบประสาท ทำให้เสียสมดุลขณะเคลื่อนไหว เช่น มีอาการเซขณะเดิน ยืน นั่ง การพูด การกลืนอาหาร เป็นต้น

พบได้บ่อยเพียงใด

อาการเซสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่พบในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมองและไขสันหลัง ส่วนใหญ่จะปรากฎอาการเหล่านี้ในผู้ที่มีอายุก่อน 25 ปี

อาการ

อาการเซ (Ataxia)

อาการเซเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติทางระบบประสาท โดยมีลักษณะอาการ ดังต่อไปนี้

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของอาการเซ (Ataxia)

สาเหตุส่วนใหญ่ของอาการเซเกิดจากความเสียหายของเซลล์ส่วนประสาทในส่วนที่ควบคุมการประสานงานของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เกิดการเสียสมดุลในการเคลื่อนไหว รวมถึงสาเหตุและปัจจัยดังต่อไปนี้

  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น โรคกล้ามเนื้อเสียการประสานงานและหลอดเลือดฝอยพอง โรควิลสัน โรคสูญเสียการทรงตัว เป็นต้น
  • อุบัติเหตุจากการได้รับบาดเจ็บหรือความเจ็บป่วย เช่น การบาดเจ็บที่ศีรษะ เลือดออกในสมอง สมองพิการ การขาดวิตามินอี เป็นต้น

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการเซ (Ataxia)

ในเบื้องต้นแพทย์จะสอบถามประวัติอาการผู้ป่วย และทำการทดสอบทางกายภาพ รวมถึงการทดสอบอื่น ๆ เพื่อทำการยืนยันวินิจฉัยโรค ดังนี้

การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI) และการทำซีที สแกน (Computerized Tomography Scan : CT Scan) เพื่อตรวจสอบความผิดปกติโครงสร้างบริเวณสมองและกระดูกไขสันหลัง

ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจทำการทดสอบไขสันหลัง ด้วยการสอดเข็มเข้าไปที่ด้านหลังส่วนล่างและดึงของเหลวออกมา

การรักษาอาการเซ (Ataxia)

วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการของแต่ละบุคคล หากเกิดจากสาเหตุการขาดวิตามินแพทย์อาจแนะนำให้รับประทานวิตามินและแร่ธาตุเสริม

ในกรณีผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจแนะนำอุปกรณ์เพื่อช่วยเสริมให้เคลื่อนไหวได้สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีช้อนส้อมเฉพาะที่ช่วยให้เรารับประทานได้ง่ายขึ้น

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อบรรเทาอาการเซ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อบรรเทาอาการเซ มีวิธีดังต่อไปนี้

  • ปรึกษาแพทย์เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับคำปรึกษาและคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสม
  • ทำกายภาพบำบัดหรือกิจกรรมบำบัด
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Ataxia. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/ataxia/symptoms-causes/syc-20355652. Accessed February 24, 2021

Ataxia : What Are the Types?. https://www.webmd.com/brain/ataxia-types-brain-and-nervous-system. Accessed February 24, 2021

Ataxia. https://www.nhs.uk/conditions/ataxia/. Accessed February 24, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ แก้ไขล่าสุด 04/03/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x