home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

กลืนอาหารแล้ว ชอบ ขย้อนอาหาร ออกมา คุณป่วยเป็นโรคอะไรหรือเปล่านะ

กลืนอาหารแล้ว ชอบ ขย้อนอาหาร ออกมา คุณป่วยเป็นโรคอะไรหรือเปล่านะ

เคยไหม กินอาหารเข้าไปไม่ทันไร กลับ ขย้อนอาหาร ออกมา โดยไม่ได้ตั้งใจหรือไม่ได้พยายามแต่อย่างใด หากใครเคยมีอาการดังกล่าวเป็นประจำ Hello คุณหมอ แนะนำให้คุณปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพราะอาการนี้ อาจเกิดจากโรคที่เรียกว่า โรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออกมา ซึ่งหากปล่อยไว้ อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ร้ายแรงตามมาได้

ชอบ ขย้อนอาหาร อาจเป็นเพราะโรคนี้

หากใครมีอาการกินอาหารเข้าไปแล้ว มักจะสำรอกหรือ ขย้อนอาหาร ที่ยังไม่ย่อย หรืออาหารที่ย่อยแล้วบางส่วนออกมาเคี้ยวซ้ำ จากนั้นจึงกลืนอาหารเข้าไปอีกรอบ หรือผู้ป่วยบางรายก็อาจเคี้ยวซ้ำแล้วคายทิ้งโดยไม่พบความผิดปกติของทางเดินอาหาร นานเกิน 1 เดือน นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณเป็นมีความผิดปกติในพฤติกรรมการกิน ที่เรียกว่า โรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออก (Rumination Syndrome) หรือที่รู้จักกันในชื่อโรคขย้อนอาหาร กลุ่มอาการสำรอก กลุ่มอาการเคี้ยวเอื้อง เป็นต้น

สาเหตุของ โรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออก

ในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสาเหตุของโรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออกคืออะไรกันแน่ ที่ทราบก็คือ ภาวะนี้เป็นผลจากการที่อาหารที่กินเข้าไปทำให้กระเพาะอาหารขยายตัว ทำให้มีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น และกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารตอนล่างคลายตัว อาหารที่อยู่ในกระเพาะอาหารจึงไหลย้อนขึ้นมา หรือทำให้ผู้ป่วยสำรอกหรือขย้อนอาหารนั่นเอง

ในผู้ป่วยบางราย อาการของโรคมักเริ่มมาจากปัจจัยกระตุ้น เช่น การติดเชื้อไวรัส โรคระบบทางเดินอาหาร ความเครียดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในชีวิต และโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็ก ผู้ที่บกพร่องทางสติปัญญา และผู้ที่เครียดจัด หรือวิตกกังวลเป็นประจำ

สัญญาณและอาการของ โรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออก

สัญญาณและอาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นโรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออก มีดังนี้

  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ขย้อนอาหาร หรือสำรอก
  • อาหารไม่ย่อย
  • เรอบ่อย แต่แทนที่จะขับลมออกมา กลับกลายเป็นมีอาหารออกมาแทน
  • กินอาหารแล้วปวดท้อง
  • รู้สึกอิ่มไวกว่าปกติ
  • มีกลิ่นปาก
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ผู้ป่วยโรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออกส่วนใหญ่มักจะมีอาการนี้ทุกครั้งหลังกินอาหาร บางรายอาจเกิดอาการทันทีหลังกัดอาหารคำแรก ในขณะที่บางรายอาจมีอาการหลังกินอาหารในปริมาณมาก และคนมักเข้าใจผิดว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นอาการของโรคบูลิเมียหรือโรคล้วงคอ (Bulimia) โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease หรือ GERD) หรือภาวะกระเพาะอาหารย่อยช้า (Gastroparesis)

ปัญหาสุขภาพที่มักมาพร้อมโรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออก

แม้การเกิดโรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออกส่วนใหญ่จะไม่ร้ายแรงถึงชีวิต แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รักษาอย่างเหมาะสม ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น

  • อวัยวะในระบบทางเดินอาหารรับความรู้สึกได้ไวขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ ท้องอืด หรือแน่นท้องได้ง่าย ไม่ว่าจะกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มใด ๆ เข้าไปก็ตาม
  • เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะขาดน้ำ ภาวะทุพพลภาพ หรือขาดสารอาหาร และน้ำหนักตัวลด
  • มีปัญหาสุขภาพจิต เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า เครียด

นอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้ว โรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออก และปัญหาสุขภาพที่ตามมายังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมากด้วย เช่น ทำให้ผู้ป่วยต้องขาดเรียน หรือต้องลางานบ่อย ๆ ทำให้ไม่สามารถเล่นกีฬา หรือออกกำลังกายได้ตามต้องการ เพราะสมรรถภาพทางกายถดถอย

จะรักษาโรคนี้ได้อย่างไรบ้าง

โรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออก สามารถรักษาได้ด้วยวิธีทางการแพทย์ ได้แก่

การบำบัด

การบำบัดที่นิยมใช้ในการรักษาโรคนี้ เช่น

พฤติกรรมบำบัด (Behavior Therapy)

หากเป็นผู้ป่วย โรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออก ที่ไม่มีความบกพร่องทางสติปัญญา แพทย์จะนิยมรักษาด้วยพฤติกรรมบำบัดชนิด Habit reversal behavior therapy ซึ่งหมายถึง พฤติกรรมบำบัดที่ผู้ให้การบำบัดจะสอนให้ผู้ป่วยรู้เท่าทันอาการของตนเอง ด้วยการสังเกตสิ่งกระตุ้น อาการ และสัญญาณแรกก่อนเกิดอาการของโรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออก รวมถึงสอนวิธีควบคุมอาการ และวิธีผ่อนคลายให้ผู้ป่วยด้วย

หากผู้ป่วยเป็นเด็กทารก การรักษาส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ดูแลปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของเด็ก เพื่อลดโอกาสในการเกิดอาการของโรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหาร

การใช้ยา

หากอาการของโรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออกเกิดขึ้นบ่อยจนทำให้หลอดอาหารเสียหาย แพทย์อาจสั่งยาให้ผู้ป่วยใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร เช่น ยาอีโซเมปราโซล (Esomeprazole) ยาโอเมพราโซล (Omeprazole) ยาเหล่านี้จะช่วยปกป้องผนังหลอดอาหารไม่ให้ถูกกรดในกระเพาะอาหารทำลาย โดยแพทย์จะให้ผู้ป่วยใช้ยาไปจนกว่าการรักษาโดยพฤติกรรมบำบัดจะช่วยให้ความถี่และความรุนแรงของอาการของโรคเคี้ยวกลืนแล้วขย้อนอาหารออกลดลง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Rumination syndrome. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/rumination-syndrome/symptoms-causes/syc-20377330. Accessed November 11, 2020

Rumination Syndrome. https://www.nationwidechildrens.org/conditions/rumination-syndrome. Accessed November 11, 2020

Rumination Syndrome. https://www.chop.edu/conditions-diseases/rumination-syndrome. Accessed November 11, 2020

Rumination Syndrome. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/17981-rumination-syndrome. Accessed November 11, 2020

Rumination Syndrome. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3061016/. Accessed November 11, 2020

What Is Rumination Disorder?. https://www.healthline.com/health/rumination-disorder. Accessed November 11, 2020

6 Common Types of Eating Disorders (and Their Symptoms). https://www.healthline.com/nutrition/common-eating-disorders#rumination. Accessed November 11, 2020

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง
แก้ไขล่าสุด 02/12/2020
x