เช็คหน่อย! คุณรู้จัก “อัตราการเต้นของหัวใจ” ตัวเองดีพอหรือยัง?

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤศจิกายน 15, 2019
Share now

อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) คือ ค่าตัวเลขที่บอกอัตราการเต้นของหัวใจต่อนาที โดยสามารถวัดได้ด้วยการจับชีพจร ถึงแม้อัตราการเต้นของหัวใจจะเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่หลายคนอาจยังไม่รู้จักการทำงานของร่างกายในส่วนนี้ดีพอ หรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับอัตราการเต้นของหัวใจ และ Hello คุณหมอ มีรายละเอียดที่คุณควรรู้ในเรื่องนี้มาให้แล้ว

วิธีตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ

ชีพจร (Pulse) คือ สิ่งที่บ่งบอกถึงอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งคุณสามารถตรวจวัดเบื้องต้นเองได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  1. จับชีพจร

    โดยเราสามารถจับชีพจร ได้ในบริเวณต่อไปนี้

    • จับชีพจรบริเวณข้อมือ หงายฝ่ามือขึ้น ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางสัมผัสข้อมือ โดยชีพจรจะอยู่ใต้นิ้วโป้งบริเวณข้อมือ
    • จับชีพจรบริเวณคอ กดข้างลำคอบริเวณใต้กรามเบาๆ
  2. จับเวลาและนับจำนวน

    เมื่อเจอชีพจรแล้ว ให้จับเวลา 1 นาทีและนับว่าชีพจรเต้นกี่ครั้ง ก็จะทราบจำนวนอัตราการเต้นของหัวใจต่อ 1 นาที

อัตราการเต้นของหัวใจปกติจะอยู่ที่ 60-100 ครั้งต่อนาที หากอัตราการเต้นของหัวใจน้อยกว่า 60 ครั้งต่อนาที ถือว่าหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ (bradycardia) แต่หากอัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า 100 ครั้งต่อนาทีจะหมายถึง หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ (tachycardia)

ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักผ่อนที่ดีที่สุด ควรอยู่ที่ 50-70 ครั้งต่อนาที และการศึกษาวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ก็ชี้ว่า อัตราการเต้นของหัวใจที่สูงกว่า 76 ครั้งต่อนาทีในช่วงขณะหยุดพัก อาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวายที่เพิ่มขึ้น

โดยทั่วไปแล้วผู้ที่มีสุขภาพดี มีอัตราการเต้นของหัวใจในขณะหยุดพักยิ่งต่ำเท่าไหร่ก็ยิ่งดี และอัตราการเต้นของหัวใจขณะหยุดพักที่สูงถึง 80 ครั้งต่อนาที ก็อาจไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่เสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพใดๆ

ปัจจัยอื่นๆอีกหลายอย่างยังอาจส่งผลกระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจ เช่น อายุ การออกหรือไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ ขนาดร่างกาย อารมณ์ การใช้ยาบางชนิด แต่ถึงแม้จะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้การบ่งชี้ถึง “ความปกติ” ของอัตราการเต้นของหัวใจเป็นไปได้ไม่ง่ายนัก

แต่ถ้าคุณมีอัตราการเต้นของหัวใจขณะหยุดพักสูงกว่า 100 ครั้งต่อนาทีอย่างต่อเนื่อง หรือคุณไม่ใช่นักกีฬา แต่มีอัตราการเต้นของหัวใจขณะหยุดพักต่ำกว่า 60 ครั้งต่อนาทีเป็นประจำ รวมถึงมีอาการข้างเคียงอื่นๆ ร่วมด้วย คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อการตรวจการเต้นของหัวใจว่ามีความผิดปกติหรือไม่อย่างไร

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ อัตราการเต้นของหัวใจ

ความเข้าใจผิด 1 : อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ หมายถึงคุณกำลังจะหัวใจวาย

เวลาที่คุณรู้สึกว่าหัวใจกำลังเต้นในรูปแบบที่ผิดปกติ เช่น รู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น หัวใจเต้นแรงขึ้น หรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นรัวอยู่ในอก อาการเหล่านี้อาจเป็นเพียงอาการใจสั่น (palpitation) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต

โดยสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการใจสั่น เช่น

อาการหัวใจเต้นผิดปกติจึงอาจหมายความเสมอไปว่า คุณกำลังจะเกิดอาการหัวใจวาย แต่ในกรณีที่มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก และมีปัญหาในการหายใจ คุณควรรีบไปพบคุณหมอทันที เพื่อตรวจวินิจฉัยและทำการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ

ความเข้าใจผิด 2 : ชีพจรเต้นเร็วหมายถึงคุณกำลังเครียด

ความเครียดเป็นเพียงแค่สาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้ชีพจรเต้นเร็วขึ้นได้เท่านั้น เพราะเมื่อคุณออกกำลังกาย รู้สึกตื่นเต้น รู้สึกกังวล รู้สึกเศร้า หรือแม้แต่ตอนที่คุณลุกขึ้นยืน อัตราการเต้นของหัวใจก็อาจเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน โดยชีพจรอาจเต้นเร็วขึ้น 15-20 วินาที ก่อนกลับสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ สภาพอากาศ เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้น ความชื้นในอากาศ ก็อาจเป็นเหตุให้ชีพจรเต้นเร็วขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณกินยารักษาโรคไทรอยด์ และมีอาการชีพจรเต้นเร็ว นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกินยามากเกินไป ควรปรึกษาแพทย์ และการใช้ยาในปริมาณที่เหมาะสม

ความเข้าใจผิด 3 : อัตราการเต้นของหัวใจปกติ แปลว่าความดันโลหิตก็ปกติเช่นกัน

บางครั้งอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตของคุณอาจมีความสัมพันธ์กัน เช่น เมื่อคุณออกกำลังกาย หรือเวลาที่คุณโกรธหรือกลัว ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิตจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ทั้งสองอย่างนี้ก็ไม่ได้สัมพันธ์กันเสมอไป

เพราะบางครั้ง แม้อัตราการเต้นของหัวใจจะปกติ แต่ความดันโลหิตของคุณอาจสูงหรือต่ำกว่าปกติโดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยก็ได้ ดังนั้น แม้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจของคุณจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ คุณก็ควรตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ เพื่อสังเกตค่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการวัดแต่ละครั้ง เพื่อในการนำไปประกอบการปรึกษาแพทย์

ความเข้าใจผิด 4 : หัวใจเต้นช้าแปลว่าหัวใจของคุณไม่แข็งแรง

ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป ในทางกลับกัน อัตราการเต้นของหัวใจที่ช้า อาจเป็นสัญญาณว่าสุขภาพของคุณแข็งแรงก็เป็นได้ เช่น นักกีฬาที่มีกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง หัวใจจึงไม่จำเป็นต้องทำงานหนัก เพื่อรักษาจังหวะหัวใจให้คงที่ นักกีฬาจึงอาจมีอัตราการเต้นของหัวใจในขณะพักเพียง 40 ครั้งต่อนาทีก็เป็นได้

อัตราการเต้นของหัวใจช้าจะเป็นปัญหา ในกรณีที่คุณเป็นลม รู้สึกวิงเวียนศีรษะ หายใจสั้นๆ หรือมีอาการเจ็บหน้าอก หากคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมกับอัตราการเต้นของหัวใจที่ช้า คุณควรไปพบคุณหมอเพื่อปรึกษาอาการที่เกิดขึ้น และการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

“ลดกินหวาน” ต้านโรคร้าย ได้สุขภาพดี

การกินหวานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงที่จะทำให้คุณเป็นโรคร้ายได้หลายโรค ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน หรือความดันโลหิต ดังนั้นหาก ลดกินหวาน ก็จะดีต่อสุขภาพของเรา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

โสดอยู่บนคานทอง เพราะไม่มีคนจีบ หรือเพราะ คุณเป็น โรคกลัวผู้ชาย

สาเหตุให้เขาโสดอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นได้ วันนี้ Hello คุณหมอ พามาทำความรู้จักกับ โรคกลัวผู้ชาย จะมีลักษณะอาการอย่างไรบ้างนั้น เราไปหาคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ทำความเข้าใจกับ ช่วงการนอนหลับ เพื่อการนอนที่มีประสิทธิภาพ

หากอยากทำการนอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณควรจะต้องเรียนรู้เกี่ยว ช่วงการนอนหลับ นอกจากนั้นเมื่อเรานอนหลับร่างกายของเราหลับตามไปด้วยหรือไม่ ไปหาคำตอบกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

วิตกกังวลมากไป อาจเป็นเหตุให้คุณเกิด อาการแน่นหน้าอก

อาการแน่นหน้าอก สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือสาเหตุจากสภาวะของโรควิตกกังวล เมื่อเกิดความเครียด ประหม่า และวิตกกังวล จึงทำให้มีอาการแน่นหน้าอก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai