สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก

สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก เป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมของไทยมาอย่างเนิ่นนาน Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก มาให้ทุกท่านแล้ว ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก

น้ำมันสะเดา กับคุณประโยชน์มากมาย แห่งการบำรุงผิวพรรณ

ส่วนใหญ่แล้ว ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากสมุนไพร มักให้ผลดีมากกว่าการใช้สารเคมี รวมไปถึง น้ำมันสะเดา นี้ด้วย เพราะน้ำมันสะเดาเป็นสิ่งที่ถูกสกัดจากพืชโดยตรงและผ่านกระบวนการกรอง ฆ่าเชื้อ แต่น้ำมันชนิดนี้จะมีประโยชน์ และวิธีใช้อย่างไรบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความที่ Hello คุณหมอ นำมาฝากทุกคนในวันนี้กันได้เลยค่ะ ที่มาของ น้ำมันสะเดา แต่เดิมสะเดานิยมปลูกในประเทศเขตร้อน โดยผู้คนส่วนใหญ่ใช้เป็นสารขับไล่แมลง และศัตรูพืชทั่วไป ต่อมาก็ได้มีการพัฒนาปรับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสะเดาให้เข้ากับยุคสมัยเรื่อย ๆ เช่น แชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยง แชมพูกำจัดรังแค น้ำยาบ้วนปาก อาหารเสริม เครื่องสำอาง ครีม รวมไปถึงการนำเมล็ดจากต้นสะเดามาสกัดเป็นน้ำมันสะเดา เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น ใช้เป็นน้ำมันบำรุงผิว น้ำมันสะเดา ช่วยบำรุงผิวด้านใดบ้าง เนื่องจากน้ำมันสะเดามีส่วนผสมมากมายที่ให้ประโยชน์แก่ผิว ไม่ว่าจะเป็น วิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระ แคลเซียม ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ลิโมนอยด์ (Limonoids) กรดไขมัน (EFA) ทำให้คุณนั้นมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น ดังนี้ รักษากลาก การเกิดสิว ลดรอยแผลเป็น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน รักษาผิวกร้านแห้ง และลดเลือนริ้วรอย โรคสะเก็ดเงิน ปัจจุบันมีงานศึกษาวิจัยมากมายเกี่ยวกับการใช้น้ำมันสะเดาบำรุงผิว โดยงานศึกษาวิจัยบางชิ้นระบุว่า น้ำมันสะเดาอาจมีส่วนช่วยในการชะลอริ้วรอย และรักษาสิวได้อย่างเห็นผล แต่จากการทดลองในสัตว์ เมื่อปี 2014 พบว่า น้ำมันสะเดาอาจไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางด้านการสร้างคอลลาเจน และกำจัดไฝ หูด […]

หมวดหมู่ สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก เพิ่มเติม

ยาสมุนไพร

สำรวจ สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก

ยาสมุนไพร

เพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้ฟิตปั๋ง ด้วย ตดหมูตดหมา

วันนี้ Hello คุณหมอ นำสมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพทางเพศที่กำลังเป็นกระแสโดงด่งอยู่ในโลกโซเชียลมาฝากคุณผู้ชายกันค่ะ สมุนไพรชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า ตดหมูตดหมา เป็นสมุนไพรชื่อแปลกที่มีสรรพคุณครบถ้วนจริงๆ  นอกจากจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศแล้วยังมีสรรพคุณทางยาช่วยบำบัดรักษาโรคต่างๆ ได้อีกด้วย ตดหมูตดหมา (Paederia foetida) คืออะไร ตดหมูตดหมาหรือกระพังโหม (Paederia foetida) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Paederia linearis Hook. f. อยู่ในวงศ์  Rubiaceae  โดยแต่ละท้องถิ่นมีชื่อเรียกสมุนไพรชนิดนี้แตกต่างกันออกไป เช่น พังโหม ย่านพาโหม ตำยานตัวผู้ หญ้าตดหมา เป็นต้น เป็นพืชไม้เลื้อยเถาขนาดเล็ก มีกลิ่นแรง ลำต้นสีเขียว ใบเรียวยาว ลักษณะใบเป็นเหมือนรูปหอก  ก้านใบมีสีเขียว และผลมีขนสั้นๆ ดอกมีลักษณะเป็นช่อกลีบด้านนอกสีขาว ด้านในสีม่วงเป็นรูปกรวยปลายแยกออก 5 แฉก  ดอกจะออกในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ตดหมูตดหมาช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ได้จริงหรือไม่ พืชสมุนไพรตดหมูตดหมา เป็นยาบำรุงอายุวัฒนะ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระบุว่า หากรับประทานสมุนไพรตดหมูตดหมาเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเทอโรน (Testosterone)  บำรุงกำลังเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ขับเลือดลม ทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บำรุงผิวพรรณ นำมาต้มดื่มหรือนำมาประกอบอาหาร ตำรับยาสมุนไพรตดหมูตดหมาบำบัดโรค สมุนไพรตดหมูตดหมานอกจากจะช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศแล้วยังมีสรรพคุณรักษาโรคและอาการต่างๆ ได้ดังนี้ ใบตดหมูตดหมา ใบสมุนไพรตดหมูตดหมามีรสขม  มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดศีรษะ  นำมาต้มช่วยแก้อาการไข้จับสั่น ตัวร้อน เริม […]


สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก

เบาหวาน ป้องกันได้ ด้วย สมุนไพรช่วยลดน้ำตาลในเลือด

เบาหวาน เป็นปัญหาทางสุขภาพที่คนไทยหลายคนกำลังเผชิญกันอยู่เป็นจำนวนมาก ผลข้างเคียงที่มาจากโรคเบาหวานนั้น เป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการรับประทานอาหารแล้ว ยังอาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อีกมากมาย แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เราอาจป้องกันการเกิด โรคเบาหวานได้ ด้วยการรับประทาน สมุนไพรช่วยลดน้ำตาลในเลือด ที่ทาง Hello คุณหมอ ขอนำข้อมูลมาฝากกันในบทความนี้ 4 สุดยอด สมุนไพรช่วยลดน้ำตาลในเลือด 1. ตำลึง ตำลึง (Ivy Gourd) เป็นผักที่มีลักษณะเป็นไม้เลื้อย มีใบคล้ายกับรูปหัวใจ สามารถพบได้ทั่วไปบริเวณริมรั้วต่าง ๆ เราสามารถนำตำลึงมาประกอบอาหารต่าง ๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แกงจืดตำลึง ต้มเลือดหมู หรือยำตำลึง เนื่องจากตำลึงนั้นประกอบไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมาย ทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ หลายชนิด ตำลึง (Ivy Gourd) ใบตำลึง 100 กรัม จะให้พลังงานประมาณ 35 แคลอรี่ และมีโปรตีน เบตาแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก เป็นต้น จึงจัดได้ว่าเป็นยอดสมุนไพรมากคุณประโยชน์ ที่ทั้งหาง่าย และมีราคาถูกอีกด้วย ทางด้านประโยชน์ต่อโรคเบาหวานนั้น […]


ยาสมุนไพร

หมากพลู มีประโยชน์อย่างไร ทำไมคนโบราณถึงชอบเคี้ยว

หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่เป็นที่นิยมในอดีตอย่างการเคี้ยว หมากพลู แม้ว่าในปัจจุบันนั้นได้มีการยกเลิกวัฒนธรรมการเคี้ยวหมากพลูไปแล้ว แต่ชาวบ้านชนบทบางคนก็ยังคงนิยมเคี้ยวหมากกันอยู่ การเคี้ยวหมากพลูนี้นอกจากจะเป็นแฟชั่นสำหรับสังคมในยุคนั้นแล้ว ยังเชื่อกันว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย แต่ประโยชน์ที่ว่านั้นคืออะไร หาคำตอบได้จากบทความนี้ [embed-health-tool-bmr] ประโยชน์ดีๆ ที่ได้จากการเคี้ยว หมากพลู ในการเคี้ยวหมากพลูนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่หมากกับพลูเพียงแค่สองอย่างเท่านั้น หมากพลูหนึ่งคำหมาก จะประกอบไปด้วยใบพลูสด หมาก ปูนแดง ยาเส้น สีเสียด และเครื่องปรุงรสที่ช่วยเพิ่มรสชาติต่างๆ เช่น อบเชย กระวาน การบูร ชะเอม ยี่หร่า และมะพร้าวแห้ง ซึ่งส่วนผสมทั้งหมดนั้น ล้วนแล้วแต่ก็มีสรรพคุณทางยาทั้งสิ้น ดังนั้นคนเฒ่าคนแก่สมัยโบราณจึงนิยมการเคี้ยวหมาก เพราะเชื่อว่าสรรพคุณทางยาเหล่านี้จะให้ประโยชน์แก่ร่างกาย หลังจากที่เคี้ยวหมากแล้วคายหมากทิ้ง ก็มักจะตามด้วยการเอายาเส้นมาปั้นเป็นก้อนเล็กๆ แล้วนำมาขัดฟัน เพื่อกำจัดยางหมากพลูที่ติดอยู่ที่ฟัน ปิดท้ายด้วยทาขี้ผึ้งเพื่อป้องกันปากแห้งแตก หมาก ผลหมากนั้นมีลักษณะเป็นทรงกลม หรือทรงรี ออกผลเป็นช่อๆ ในหนึ่งช่อจะมีผลหมากอยู่ประมาณ 10-150 ผล ผลหมากมีผิวเรียบ ผลดิบจะมีสีเขียวเข้ม ส่วนผลแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีแดงทั้งผล สรรพคุณของหมากนั้นมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นใช้เพื่อช่วยให้เจริญอาหาร บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ บำรุงธาตุ ช่วยบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน ช่วยสมานแผล ขับเหงื่อ ช่วยปรับสมดุลของความดันภายในดวงตา ไม่ให้เพิ่มสูงมากเกินไปจนกลายเป็นต้อหิน แก้เมารถ คลื่นไส้ อาเจียน […]


ยาสมุนไพร

น้ำกุหลาบ (Rose water) ประโยชน์ดีๆ ที่มีมากกว่ากลิ่นหอม

สาวๆ หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับการใช้ น้ำกุหลาบ ในผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้เป็นโทนเนอร์หรือมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว ทั้งยังมีการนำมาใช้ประกอบการทำขนมต่างๆ แต่น้ำกุหลาบแสนหอมที่ดูหายากและมีราคาแพงเหล่านี้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร หาคำตอบได้จากบทความนี้ น้ำกุหลาบ คืออะไร น้ำกุหลาบ คือน้ำที่มีกลิ่นหอมของดอกกุหลาบที่ได้จากกลั่นกลีบกุหลาบด้วยไอน้ำ จนทำให้ได้น้ำกุหลาบที่มีกลิ่นหอมของกุหลาบอ่อนๆ และมีสีออกชมพูอ่อนๆ เล็กน้อย วิธีการในกลั่นน้ำกุหลาบอาจทำได้ดังต่อไปนี้ น้ำกุหลาบที่ได้จากการต้มกลีบกุหลาบสดในน้ำร้อนด้วยอุณหภูมิต่ำเป็นเวลานานประมาณ 20 นาที แล้วกรองออกเป็นน้ำกุหลาบ น้ำกุหลาบที่ได้จากการแช่กลีบกุหลาบแห้งในน้ำกลั่นร้อน เป็นเวลา 10-15 นาที แล้วกรองกลีบกุหลาบออก น้ำกุหลาบที่ได้จากการหยดน้ำมันหอมระเหยกุหลาบลงในน้ำกลั่นประมาณ 12 หยด เราได้มีการใช้น้ำกุหลาบมานานนับพันปี ตั้งแต่ในสมัยยุคกลาง โดยเริ่มใช้กันที่เขตตะวันออกกลาง เช่น อิหร่าน ก่อนจะได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา น้ำกุหลาบนั้นสามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาหาร ทำขนม ใช้แทนน้ำหอมตามธรรมชาติที่ไม่ต้องผสมสารเคมี หรือแม้แต่กระทั่งนำมาทำเป็นยา น้ำกุหลาบมีประโยชน์อย่างไร ผิว น้ำกุหลาบนั้นสามารถนำมาทาผิวเพื่อประโยชน์ทั้งทางด้านการบำรุงผิว เพื่อความสวยความงาม และทางด้านการใช้เป็นยา ภายในน้ำกุหลาบนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ผิวไม่ให้ถูกทำลายจากแสงแดด สารเคมี และฝุ่นควันภายนอก ทั้งยังช่วยยับยั้งเอนไซม์ Elastase และ Collagenase ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียน ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ช่วยรักษาความสมดุลของค่า pH ของผิว ควบคุมความมันส่วนเกิน และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของผิว ทำให้ผิวดูเปร่งปรั่งมีน้ำมีนวล กลิ่นหอมของกุหลาบยังสามารถใช้เป็นน้ำหอมแบบธรรมชาติ ช่วยให้มีกลิ่นหอมของดอกกุกลาบติดผิวอยู่ตลอดเวลา ทางด้านสรรพคุณทางยาของน้ำกุหลาบนั้น คือสรรพคุณการต้านการอักเสบ ที่ช่วยลดการเกิดอาการระคายเคืองต่อผิว […]


การแพทย์ทางเลือก

ศาสตร์การ นวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า ช่วยบำบัดโรคได้จริงหรือไม่

การนวด เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย  นอกจากจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายแล้วยังช่วยบรรเทาความเครียดได้อีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ นำศาสตร์การนวดด้วยเท้ามาฝากกันค่ะ นั่นคือ การนวดกดจุดฝ่าเท้า หรือเรียกอีกอย่างว่า “นวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า” โดยมีความเชื่อว่าการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้านั้นช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและยังมีส่วนช่วยในการบำบัดโรค แต่จะสามารถบำบัดโรคได้จริงหรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบค่ะ นวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า (Foot Reflexology) คืออะไร การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า (Foot Reflexology) ถือเป็นการรักษาอีกรูปแบบหนึ่งที่ถือกำเนิดมาจากประเทศอียิปต์และจีน และได้มีการเผยแพร่นี้จนมาถึงประเทศไทย  วิธีการนวดคือการใช้นิ้วมือกดจุดบนฝ่าเท้าแล้วส่งเป็นปฏิกิริยาสะท้อน (reflex) ไปยังอวัยวะนั้นๆ เพื่อบรรเทาอาการของแต่ละปัญหาการเจ็บป่วยด้วย นวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าช่วยบำบัดโรคได้จริงหรือไม่ ปัจจุบันการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าจัดอยู่ใน แพทย์ทางเลือก ปลอดภัยและสามารถรักษาได้จริงโดยการนวดเพียงใช้มืออย่างเดียวโดยอาศัยตำแหน่งการสะท้อนนั้นเป็นการวินิจฉัยการทำงานของระบบต่างๆภายในร่างกาย เพื่อทำการรักษาและป้องกันในเวลาต่อมา โดยการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้านั้นมีประโยชน์ดังนี้ ปรับสมดุลในร่างกาย ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ป้องกันความเสี่ยงในการเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ปรับฮอร์โมนในร่างกาย บรรเทาอาการปวดเมื่อยในร่างกาย ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด บรรเทาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน กระตุ้นระบบหมุนเวียนเลือดให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้รู้สึกนอนหลับสบายยิ่งขึ้น วิธีการ นวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ใช้นิ้วกดลงบนจุดสะท้อนที่เท้า ที่เรียกว่าปลายประสาท โดยจุดสะท้อนเท้านั้นมีทั้งหมด 62 จุด แต่ละจุดเป็นปลายประสาทที่เชื่อมโยงไปยังอวัยวะที่สำคัญทั้งหมดในร่างกาย 62 อย่าง และมีความรู้สึกรับรู้ทั้งหมด 62 แบบ เมื่อเราทำการกระตุ้นจุดที่เท้าจะส่งผลสะท้อนไปยังอวัยวะที่สัมพันธ์กับจุดนั้นโดยตรง  เป็นผลให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ระบบร่างกายต่อเนื่อง ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ปรับสมดุล ทำให้ร่างกายสุขภาพแข็งแรง ข้อควรระวัง ห้ามนวดในผู้ที่มีแผลเปิดตรงบริเวณที่จะทำการนวด เพราะแผลอาจติดเชื้อได้ ไม่ทำการนวดในกรณีผู้ป่วยกินข้าวอิ่มใหม่ๆ เพราะอาจมีผลให้ผู้ป่วยผะอืดผะอม อึดอัด […]


ยาสมุนไพร

กัญชารักษาโรค ได้จริง? หรือแค่มโนกันไปเอง

“อโรคยา ปรมาลาภา” ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ วลีเด็ดที่ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน ก็ไม่เคยล้าสมัย เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า การมีสุขภาพที่ดีนั้นเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาคุณมาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งสมุนไพรที่เพิ่งได้รับการเปิดตัวในวงการแพทย์ ด้วยสรรพคุณที่มีการบอกต่อกันมาว่า สามารถใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง รวมไปถึงโรคร้ายอีกหลายโรค สมุนไพรที่ว่านี้ก็คือ “กัญชา” เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจมีคำถามว่า กัญชารักษาโรค ได้จริงหรือไม่ เรามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ ทำความรู้จักกัญชา (Cannabis) กัญชา (Marijuana) เป็นพืชในตระกูล Cannabis มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canabis sativa L. subs indica มีลักษณะต้นเป็นพุ่มเตี้ย ใบมีสีเขียวแยกเป็นแฉกประมาณ  5-7 แฉก มีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol หรือ THC) เป็นสารที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาท หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่ากัญชาได้รับการปลดล็อคจากพืชสารเสพติดมาใช้ในเชิงการแพทย์ ในวันที่ 12 เมษายน 2561 โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ตามหลักการร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ กัญชากับกัญชง ต่างกันอย่างไร หลายคนอาจจะสงสัยและสับสนว่า กัญชาและกัญชงนั้นคือพืชชนิดเดียวกันไหม โดยพืชทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันดังนี้ กัญชา (Marijuana) มีลักษณะเป็นพุ่มต้นเตี้ย กัญชาจะแตกกิ่งก้านค่อนข้างมาก ใบมีสีเขียวจัด […]


ยาสมุนไพร

เห็ดกระถินพิมาน สุดยอดสมุนไพรไทยที่คุณไม่ควรพลาด

วันนี้ Hello คุณหมอจะพาทุกคนมารู้จักกับ อีกหนึ่งสมุนไพรที่มีสรรพคุณรักษาสารพัดโรค และยังสามารถรักษาโรคมะเร็งได้อีกด้วย นั่นคือ “เห็ดกระถินพิมาน”  จะมีสรรพคุณอย่างไรบ้างนั้น ไปดูพร้อมกันเลย ทำความรู้จัก เห็ดกระถินพิมาน ( Phellinus igniarius) เห็ดกระถินพิมาน (Phellinus igniarius) ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Fomes rimosus  ในประเทศไทยพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดบนต้นกระถินพิมาน จึงถูกเรียกว่าเห็ดกระถินพิมานนั่นเอง เป็นไม้ยินต้นสูงประมาณ 8-10 เมตร ลำต้นสีน้ำตาล ออกดอกเป็นพู่สีขาวอมม่วง ในส่วนของดอกเห็ดจะมีลักษณะเป็นจานกลมหนา ดอกใหญ่ ดอกมีลักษณะแข็งเหมือนเนื้อไม้งอกออกมากจากลำต้นในลักษณะเป็นก้อนครึ่งวงกลม เห็ดกระถินพิมานช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่? เห็ดกระถินพิมานมีสรรพคุณในการต้านมะเร็ง เนื่องจากมีสารโพลีแซคคาร์ไรด์ (polysaccharide ) ช่วยต้านมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ และมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นต้น ทั้งนี้ตามตำรายาสมุนไพร ส่วนรากและต้นยังช่วยแก้พิษสัตว์กัดต่อย แก้พิษงูได้ ถ้านำเห็ดไปผสมกับเหล้าแล้วหยอดหู จะช่วยแก้ปวดหู หรือฝีในหูได้ด้วย เห็ดกระถินพิมานพืชมหัศจรรย์สรรพคุณทางยาสูง เห็ดกระถินพิมานนอกจากจะมีสรรพคุณเด่นทางด้านรักษาโรคมะเร็งแล้วยังรักษาโรคอื่นๆได้ดังนี้ พิษงู โรคตับ โรคเก๊าท์ ความดัน ลดอาหารปวดเมื่อย โรคไต ไขข้ออักเสบ เบาหวาน รักษาอาการน้ำเหลืองเสีย โรคเริม แก้พิษงู อาการปวดหู ฝีในหู งูสวัส ลดผื่นคัน วิธีการรับประทานเห็ดกระถินพิมาน วิธีทำ ฝานเห็ดพิมานเป็นชิ้นเล็กๆ นำมาต้มกับน้ำ ประมาณ 1-8 ชั่วโมง (ใช้ไฟอ่อนๆ) กรองออกเอาเฉพาะน้ำไว้ดื่มกิน วิธีรับประทาน ดื่มตอนท้องว่างช่วงเช้าหลังตื่นนอนหรือหลังก่อนนอน โดยดื่มก่อนอาหาร 30 นาที ในกรณีที่เป็นโรคกระเพาะให้ดื่มหลังอาหาร 2 ชั่วโมง ข้อแนะนำ         เริ่มดื่มปริมาณน้อยๆในช่วง […]


การแพทย์ทางเลือก

นวดแผนไทย ดีจริงไหม? ทำไมใคร ๆ ถึงติดใจกันนัก

นอกจากการบำบัดโรคด้วยวิธีทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เช่น การผ่าตัด การใช้ยา การทำกายภาพบำบัด จิตบำบัด ก็ยังมีวิธีการรักษาโรคอีกแขนงหนึ่งที่เรียกว่า การแพทย์ทางเลือก หรือแพทย์แผนโบราณ ที่แตกต่างกันไปตามภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของแต่ละเชื้อชาติ เช่น การฝังเข็ม ยาจีน กัวซา ซึ่งเป็นตำรับแพทย์แผนจีนโบราณที่แพร่หลายยังมาประเทศไทยด้วย หรืออย่างการนวดแผนไทยของเรา ที่โด่งดังไปไกลทั่วโลก และติดอันดับ 1 ในกิจกรรมห้ามพลาด เมื่อมาเยือนเมืองไทย Hello คุณหมอ เลยอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับการนวดแผนไทยให้ถ่องแท้ จะได้รู้ว่า นวดแผนไทย แล้ว… ดีจริงไหม จะมีข้อเสียอะไรบ้างหรือเปล่า ทำความรู้จักกับการ นวดแผนไทย การนวดแผนไทย หรือ การนวดแผนโบราณ (Traditional Thai Massage) เป็นศาสตร์การบำบัดโรคแขนงหนึ่งของการแพทย์แผนไทย ที่มีหลักฐานว่าเผยแพร่จากอินเดียเข้ามายังประเทศไทยพร้อมกับพระพุทธศาสนา การนวดแผนไทยจะเน้นการกด คลึง ดัด บีบ ดึง ประคบ และการอบ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพ การนวดแผนไทย สามารถแบ่งตามวิธีการนวดได้ 2 แบบ คือ การนวดแบบราชสำนัก ซึ่งจะเน้นท่วงท่าที่สุภาพ นวดโดยใช้มือ และนิ้วมือเท่านั้น การนวดแบบเชลยศักดิ์ ซึ่งเป็นการนวดในระดับชาวบ้าน สามารถใช้อวัยวะอื่น เช่น […]


สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก

ดอกรัก (Calotropis)

การใช้ประโยชน์ ดอกรัก ดอกรัก (Calotropis) เป็นพืชที่ใช้เปลือกไม้และเปลือกราก สำหรับทำยา ถึงแม้ว่าจะมีความกังวลด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรง แต่ก็สามารถใช้ สำหรับการรักษาโรคดังต่อไปนี้ โรคท้องร่วง อาการท้องผูก แผลในกระเพาะอาหาร อาการปวดฟัน การปวดช่องท้อง การปวดข้อ โรคเท้าช้าง พยาธิ โรคซิฟิลิส ฝี การอักเสบ (การบวม) โรคลมชัก โรคฮิสทีเรีย เป็นไข้ กล้ามเนื้อกระตุก หูด โรคเรื้อน โรคเกาต์ แผลงูกัด โรคมะเร็ง ในการรักษาด้วยการสูบดมควันจากเปลือก เพื่อรักษาอาการไอ, อาการหอบหืด, และเพื่อขับเหงื่อ การทำงานของดอกรักเป็นอย่างไรเนื่องจากยังไม่มีการศึกษาวิจัยที่เพียงพอต่อการอธิบายการทำงานของอาหารเสริม ประเภทสมุนไพรชนิดนี้โปรดปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ได้มีการศึกษาวิจัยบางส่วนที่แสดงให้เห็นว่า ดอกรัก ประกอบด้วยสารเคมีที่อาจจะช่วยผลิตน้ำเมือกและช่วยเรื่องการไอ ข้อควรระวังและคำเตือนเราควรรู้อะไรบ้างก่อนใช้ดอกรัก ปรึกษาแพทย์ เภสัชกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรในกรณีที่ คุณอยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร คุณควรจะได้รับยาตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น คุณได้รับยาชนิดอื่นอยู่ กรณีนี้รวมถึงยาทุกชนิดที่ซื้อรับประทานเองโดยไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์ คุณมีอาการแพ้สารจากดอกรัก หรือแพ้ยาหรือแพ้สมุนไพรชนิดอื่นๆคุณมีอาการไม่สบาย, มีอาการผิดปกติ, หรือภาวะทางการแพทย์อื่นๆ คุณมีอาการแพ้อื่นๆ เช่น อาหาร, สารแต่งสี, สารกันเสีย, หรือสัตว์บางชนิด ข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดอกรักนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่าข้อกำหนดยาอื่น ๆ จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย การใช้ผลิตภัณฑ์นี้ต้องมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ดอกรักมีความปลอดภัยแค่ไหนสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ไม่ปลอดภัยหากรับประทาน ดอกรัก ระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้งาน ผลข้างเคียงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ดอกรักมีอะไรบ้าง ดอกรักไม่ปลอดภัยโดยเฉพาะใช้ในปริมาณที่สูง มีส่วนประกอบด้วยสารเคมีที่รบกวนการทำงานของหัวใจโดยเฉพาะในปริมาณที่สูง อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้แก่ อาเจียน ท้องเสีย หัวใจเต้นช้าลง ชักกระตุก ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีผลข้างเคียงดังกล่าว บางครั้งอาจเกิดผลข้างเคียงอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งหากพบอาการข้างเคียงใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักสมุนไพรศาสตร์ก่อนใช้ดอกรัก ปฏิกิริยาระหว่างยา:ยาที่อาจเกิดปฏิกิริยากับดอกรักมีอะไรบ้าง ดอกรักอาจมีปฏิกิริยากับยาที่ใช้อยู่ควบคู่กัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์ก่อนใช้ยา อาการที่อาจมีปฏิกิริยาระหว่างดอกรัก: ไดจอกซิน (Digoxin) ช่วยให้การเต้นของหัวใจมีอัตราการเต้นที่เพิ่มขึ้น และดูเหมือนว่าการใช้ดอกรักร่วมกันไดจิกซิน อาจจะส่งผลให้สุขภาพหัวใจทำงานผิดปกติ ดังนั้นคุณไม่ควรใช้ยาชนิดนี้โดยที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากผู้เชี่ยวชาญ ลิเธียม (Lithium) อาจมีผลข้างเคียงเหมือนกับยาขับปัสสาวะ เพราะการรับประทานยาเสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของดอกรัก […]


สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก

ซิลเวอร์คอลลอยด์ (Colloidal Silver)

การใช้ประโยชน์ ซิลเวอร์คอลลอยด์ซิลเวอร์คอลลอยด์ ใช้ทำอะไร ? ซิลเวอร์คอลลอยด์ (Colloidal-silver) คือ แร่ธาตุชนิดหนึ่ง สามารถรักษาภาวะต่าง ๆอย่างภาวะติดเชื้อ, มะเร็ง , เบาหวาน, ข้ออักเสบ และอื่น ๆ แต่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาเป็นเครื่องยืนยันว่า การใช้ซิลเวอร์คอลลอยด์นั้นปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการรักษา สภาวะโรคหรืออาการต่างๆ เหล่านี้ ที่ยังคงขาดการชี้ชัดว่าซิลเวอร์คอลลอยด์สามารถรักษาได้ การติดเชื้อที่ตา การติดเชื้อที่หู อาการผิดปกติอย่างเรื้อรังของปอด โรคหลอดลมอักเสบ การติดเชื้อรา โรคโรซาเชีย ไซนัสอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร การติดเชื้อยีสต์ โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง เอชไอวี (HIV) / เอดส์ วัณโรค โรคอาหารเป็นพิษ โรคเหงือก การย่อยอาหาร ป้องกันไข้หวัดใหญ่และโรคหวัด การทำงานของซิลเวอร์คอลลอยด์มีการศึกษาไม่เพียงพอเกี่ยวกับวิธีการทำงานของซิลเวอร์คอลลอยด์ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม  แต่อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันว่าซิลเวอร์คอลลอยด์สามารถฆ่าเชื้อโรคบางชนิดได้โดยการจับและยับยั้งการสังเคราะห์โปรตีน   ข้อควรระวังและคำเตือนควรรู้อะไรก่อนที่จะใช้ ซิลเวอร์คอลลอยด์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรถ้ามีอาการหรือลักษณะ ดังต่อไปนี้ กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น อยู่ในระหว่างการใช้ยาหรือสมุนไพรอื่นๆ ร่วมด้วย รวมถึงยาทุกชนิดที่ซื้อรับประทานเองโดยไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์ มีอาการแพ้สารที่มีส่วนประกอบของซิบารูมา หรือยาและสมุนไพรชนิดอื่น มีอาการเจ็บป่วย มีอาการผิดปกติ หรือมีโรคอื่นๆ แทรกซ้อน มีอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น แพ้อาหาร สีผสมอาหาร สารกันบูด หรือเนื้อสัตว์ ข้อบังคับสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมอาหารนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่าข้อบังคับของการใช้ยา จึงจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยในการใช้ ประโยชน์ของการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมอาหารนี้จะต้องมีค่าน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม   ซิลเวอร์คอลลอยด์มีความปลอดภัยแค่ไหนซิลเวอร์คอลลอยด์อาจไม่ปลอดภัยเมื่อนำมารับประทาน ทาที่ผิวหนัง หรือฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (IV) โดยไม่รับการอนุญาตจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ระดับซิลเวอร์คอลลอยด์ที่เพิ่มขึ้นของสตรีตั้งครรภ์อาจส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่ผิดปกติของอวัยวะแก่ทารก เช่น หู ใบหน้า และลำคอ นอกจากนี้สารประกอบของซิลเวอร์คอลลอยด์ยังสามารถสะสมในร่างกายซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนสีผิวเป็นสีฟ้าซึ่งไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ เป็นที่รู้จักกันในโรคอาร์จีเรีย (Argyria) ผลข้างเคียงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ซิลเวอร์คอลลอยด์มีอะไรบ้าง ซิลเวอร์คอลลอยด์จะสะสมอยู่ในอวัยวะที่สำคัญ เช่น ผิวหนัง, ตับ, ม้าม, ไต กล้ามเนื้อ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน