home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ขี้เกียจจนแทบไม่อยากทำอะไร ดูสิมีวิธีไหนช่วยให้ เลิกขี้เกียจ ได้บ้าง

ขี้เกียจจนแทบไม่อยากทำอะไร ดูสิมีวิธีไหนช่วยให้ เลิกขี้เกียจ ได้บ้าง

ความขี้เกียจไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ว่าใครก็คงเคยรู้สึกขี้เกียจ อยากอยู่นิ่ง ๆ ไม่ต้องทำอะไรกันทั้งนั้น จริง ๆ แล้วความขี้เกียจก็ไม่ได้แย่ไปเสียทุกอย่าง เพราะความขี้เกียจส่งผลดีต่อสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะสุขภาพจิต แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่ได้หมายความว่า คุณควรขี้เกียจบ่อย ๆ หรือไม่ทำอะไรเลยจนเสียการเสียงาน วันนี้ Hello คุณหมอ เลยมี วิธีช่วยให้คุณ เลิกขี้เกียจ ได้มาฝาก รับรองว่าทำแล้วคุณจะแอคทีฟมากกว่าที่เคยแน่นอน

วิธี เลิกขี้เกียจ ที่ทำแล้วได้ผลจริง

อย่าคิดว่าตัวเองต้องสมบูรณ์แบบ

บางครั้งการหมกมุ่นในความสมบูรณ์แบบมากเกินไป ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณได้ ผู้ที่ยึดติดในความสมบูรณ์แบบ (Perfectionism) มักจะคาดหวังว่าหนทางสู่เป้าหมายของตัวเองจะต้องโรยด้วยกลีบกุหลาบไปตลอดระยะทาง ทั้งที่ในความเป็นจริงนั้น เส้นทางสู่เป้าหมายของเราแทบทุกคนมักจะมีอุปสรรค ขวากหนามต่าง ๆ ขวางกั้นอยู่เสมอ

ผลงานศึกษาวิจัยเผยว่า ผู้ที่ยึดติดในความสมบูรณ์แบบมักจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น จนนำไปสู่โรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลได้ อีกทั้งคนกลุ่มนี้ยังชอบรับมือกับปัญหาด้วยวิธีที่เรียกว่า “การเผชิญปัญหาแบบหลีกเลี่ยง (Avoidant coping)” คือ มักจะไม่ค่อยหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เอาแต่หลบเลี่ยงจนถึงที่สุด โรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลมักทำให้เฉื่อยชา ยิ่งมาเจอกับการชอบหนีปัญหา ก็ยิ่งทำให้คุณขี้เกียจ ไม่อยากทำอะไรเลย

ตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง

หากเป้าหมายของคุณใหญ่หรือซับซ้อนเกินไป ก็อาจทำให้คุณรู้สึกว่าการไปสู่เป้าหมายนั้นเป็นเรื่องยาก จนสุดท้ายก็ถอดใจ ขี้เกียจจะลงมือทำให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ฉะนั้น วิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้คุณเลิกขี้เกียจ อยากพิชิตเป้าหมายที่ตัวเองวางไว้ให้สำเร็จ ก็คือ การตั้งเป้าหมายให้เล็ก ๆ เข้าไว้ และต้องเป็นเป้าหมายที่ทำได้จริงด้วย

การที่เราแนะนำให้คุณตั้งเป้าหมายให้เล็กเข้าไว้ ไม่ได้หมายความว่าจะให้คุณลืมเป้าหมายหลักที่ยิ่งใหญ่ของตัวเอง แต่ให้ลองย่อยเป้าหมายนั้นให้เล็กลง คุณจะได้ทำสำเร็จได้ง่ายขึ้น และมีกำลังใจในการพุ่งชนเป้าหมายต่อไป ไม่ขี้เกียจเหมือนเคย

เฉลิมฉลองให้ชัยชนะเล็ก ๆ

เมื่อคุณทำสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว แม้จะเป็นแค่เป้าหมายเล็ก ๆ ก็ควรเฉลิมฉลองให้ความสำเร็จนั้นด้วย การเฉลิมฉลองนี้เปรียบเสมือนการให้รางวัลตัวเองที่จะทำให้คุณมีกำลังใจ และเป็นแรงกระตุ้นให้คุณเลิกขี้เกียจ อยากลุกขึ้นมาทำเป้าหมายต่อ ๆ ไปให้สำเร็จ การเฉลิมฉลองที่ว่าไม่ได้หมายถึงการไปกินดื่มอย่างเดียวเท่านั้น คุณสามารถฉลองด้วยกิจกรรมที่คุณชอบได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการไปสังสรรค์กับเพื่อน การซื้อเครื่องสำอางชิ้นใหม่ เป็นต้น ตราบใดที่วิธีการเหล่านั้นไม่ส่งผลเสียกับตัวคุณเองและผู้อื่น

เลิกขี้เกียจ ด้วยการหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวน

สิ่งรบกวนที่ทำให้คุณขี้เกียจและไม่อยากทำอะไรนั้นมีอยู่มากมาย เช่น การเล่นโซเชียลมีเดีย การเล่นเกม การเล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่กิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพอย่างการนอนหลับและการอ่านหนังสือ ก็กลายเป็นสิ่งรบกวนได้หากคุณทำผิดเวลา เช่น ดันรู้สึกอยากนอนหลับหรืออยากอ่านหนังสือในเวลาที่ต้องทำงานให้เสร็จ

ฉะนั้นหากคุณอยากเลิกขี้เกียจ ลุกขึ้นมาทำงานหรือธุระต่าง ๆ ให้สำเร็จ เราแนะนำให้คุณพาตัวออกห่างจากสิ่งรบกวนที่มักส่งผลกระทบกับคุณ เช่น หากคุณติดโซเชียลมีเดียมาก เวลาทำงานก็อาจจะวางโทรศัพท์มือถือไว้ให้ห่างมือ หรือปิดเครื่องไว้ก่อน หรืออาจนั่งทำงานในห้องว่าง ๆ หรือที่สงบ ๆ ก็ได้ จะได้มีสมาธิมากขึ้น

กินอาหารที่มีประโยชน์ จะได้มีพลัง

บางครั้งการที่คุณรู้สึกเฉื่อยชา ขี้เกียจจะลุกขึ้นมาทำอะไร ก็อาจเป็นผลมาจากอาหารที่คุณกินเข้าไปก็ได้ หากคุณกินอาหารที่ไม่ค่อยมีคุณค่าทางโภชนาการ หรือไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น ของทอด ของหวาน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็อาจทำให้คุณไม่มีพลังงานเพียงพอในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตลอดวัน

หากคุณอยากเลิกขี้เกียจ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้กินอาหารที่มีโปรตีนสูง และอาหารดังตัวอย่างต่อไปนี้ เพราะจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ มีพลังงานเพียงพอตลอดวัน ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจนไม่อยากทำอะไร

ออกกำลังกายเป็นประจำ ช่วยให้ เลิกขี้เกียจ ได้

คุณอาจคิดว่า การออกกำลังกายจะทำให้เหนื่อยจนไม่อยากทำอะไร และสุดท้ายก็คงขี้เกียจกว่าเดิม แต่ความจริงแล้ว หากคุณออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มระดับพลังงาน ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น และทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ด้วย

การออกกำลังกายในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเข้ายิมจริงจังทุกวัน แต่เพียงแค่คุณขยับร่างกาย เช่น พาน้องหมาไปเดินเล่น เดินเร็วในสวน วิ่งจ๊อกกิ้งกับเพื่อน เริ่มฝึกโยคะ ก็ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า และแอคทีฟขึ้นได้อีกมาก

เห็นไหมว่าวิธีสลัดความขี้เกียจที่เรานำมาฝากนี้ไม่ยากเลยจริง ๆ หากคุณทำบ่อย ๆ รับรองเลยว่าต้องเลิกขี้เกียจได้แน่นอน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

17 Healthy and Practical Ways to Break Out of Laziness. https://www.healthline.com/health/how-to-stop-being-lazy. Accessed June 19, 2020

How to Stop Being Lazy. https://www.verywellmind.com/how-to-stop-being-lazy-4164781. Accessed June 19, 2020

Stop being ‘so busy’: The psychology behind why being lazy is actually good for your brain. https://www.cnbc.com/2020/05/19/stop-being-busy-psychology-behind-why-being-lazy-is-actually-good-for-your-brain.html. Accessed June 19, 2020

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง
แก้ไขล่าสุด 25/06/2020
x