กินมากผิดปกติ อีกหนึ่งอาการก่อนมีประจำเดือน

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 15, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

สมาคมสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (ACOG) ให้ข้อมูลว่า ผู้หญิงกว่า 85% จะมีอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS หรือ Pre-menstrual syndrome) อย่างน้อย 1 อาการ โดยอาการก่อนมีประจำเดือนนั้นมีด้วยกันมีหลายอาการ แต่วันนี้ Hello คุณหมอ จะกล่าวถึงอาการอยากกินอาหารมากขึ้น ซึ่งอาจไม่ดีต่อสุขภาพและน้ำหนักตัวของสาวๆ ดังนั้นสาวๆ ที่ กินมากผิดปกติ ในช่วงก่อนมีประจำเดือน สามารถรับมือกับอาการนี้ได้ด้วยวิธีเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

กินมากผิดปกติ… อาการก่อนมีประจำเดือนที่พบบ่อย

อาการก่อนมีประจำเดือน (PMS หรือ Pre-menstrual syndrome) เป็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและอารมณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน และสมาคมสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา ให้ข้อมูลว่า 70% ของผู้หญิง ต้องประสบกับอาการก่อนมีประจำเดือน ได้แก่ ความอยากอาหาร ท้องอืด ความเหนื่อยล้า มีปัญหาการนอนหลับ อารมณ์แปรปรวน และความหงุดหงิด

นอกจากนี้ ยังมีอาการกินมากผิดปกติหรือกินไม่หยุด (Compulsive eating หรือ Binge eating) ที่เป็นอาการที่ไม่สามารถควบคุมตนเอง ไม่ให้กินอาหารในปริมาณมากได้ ซึ่งในบางกรณี อาจพัฒนาไปสู่อาการของภาวะการกินมากผิดปกติ (Binge eating disorder) และอาการกินมากผิดปกติ ที่พบบ่อยในช่วงก่อนมีประจำเดือน อาจมีลักษณะดังนี้

  • กินอาหารแม้จะไม่ได้รู้สึกหิว หรือรู้สึกอิ่มแล้วแต่ก็ยังกินอาหารอยู่
  • กินอาหารปริมาณมากบ่อยๆ
  • รู้สึกไม่ดี รู้สึกผิดหวัง หรือละอายใจหลังจากกินอาหารมากเกินไป
  • แอบกินอาหาร หรือกินตลอดทั้งวัน
  • อยากกินของหวานและขนมขบเคี้ยวที่มีไขมันมาก เช่น ช็อกโกแลต ลูกอม เค้ก
  • อยากกินของรสเค็ม เช่น มันฝรั่งทอดกรอบ
  • อยากกินอาหารที่มีไขมันมาก เช่น ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์

สาเหตุที่ทำให้ กินมากผิดปกติ ในช่วงก่อนมีประจำเดือน

ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีอาการก่อนมีประจำเดือน จะมีระดับฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin)  ลดลง ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความอยากกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต เนื่องจากร่างกายใช้คาร์โบไฮเดรตเพื่อสร้างเซโรโทนิน นอกจากนี้ช่วงก่อนมีประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะขึ้นและลง รวมถึงระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดก็จะขึ้นลงเช่นกัน

ในกรณีที่ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูง และฮอร์โมนเซโรโทนินต่ำ อาจส่งผลให้ผู้หญิงมองหาอาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตและไขมัน และอาจกินของหวานที่มีน้ำตาล เนื่องจากร่างกายจะเผาผลาญน้ำตาล ได้เร็วกว่าการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน จึงทำให้การกินน้ำตาลส่งผลต่อเซโรโทนินเร็วกว่าการกินคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น

วิธีรับมือกับอาการกินมากผิดปกติ ช่วงก่อนมีประจำเดือน

กินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Complex carbohydrate)

อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ขนมปังธัญพืชเต็มเมล็ด พาสต้า และอาหารเช้าซีเรียล สามารถช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเซโรโทนินได้ภายในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

หลีกเลี่ยงน้ำตาล

การกินน้ำตาลอาจเพิ่มความอยากอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และไขมัน ดังนั้นจึงควรกินน้ำตาลให้น้อยลง

ลดปริมาณเกลือ

การลดปริมาณเกลือในอาหาร จะช่วยลดอาการท้องอืด และสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง

หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง

ไขมันชะลอการย่อยและการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ซึ่งคุณจะไม่รู้สึกดีขึ้น จนกว่าร่างกายจะดูดซึมคาร์โบไฮเดรตและเปลี่ยนเป็นเซโรโทนิน

หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่มีประโยชน์

ไม่ว่าคุณจะอยากกินอาหารขนาดไหน ก็ไม่แนะนำให้มีอาหารที่ไม่มีประโยชน์อยู่ในบ้าน หรือในที่ทำงาน เช่น อาหารขยะ นอกจากนี้คุณอาจมีอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ เพื่อเอาไว้กินเวลาหิวแทน

กินอย่างมีสติ

การบันทึกการกิน และนับแคลอรี่จะช่วยทำให้คุณมีสติ รู้ตัวว่าคุณกินอาหารมากแค่ไหนแล้ว นอกจากนี้คุณควรมีสติก่อนกินอาหาร โดยเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น อาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่าง ผัก ผลไม้ ถั่ว ที่จะช่วยทำให้อิ่มนานขึ้น

แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ

การแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ เช่น แบ่งมื้ออาหารเป็น 6 มื้อต่อวัน คือ มื้อเช้า มื้อสาย มื้อกลางวัน มื้อบ่าย มื้อเย็น และมื้อค่ำ สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ และอาจช่วยลดความอยากอาหารได้ แต่ควรระวังให้กินอาหารในปริมาณที่พอดี ไม่กินมากจนเกินไป

ดื่มน้ำให้มาก

ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน นอกจากจะทำให้รู้สึกอิ่มแล้ว ยังทำให้สุขภาพดีอีกด้วย

นอนหลับให้เพียงพอ

ควรนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เนื่องจากการนอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้อาการอยากกินอาหารแย่ลง และคุณจะควบคุมความอยากอาหารได้ลำบากขึ้น

บรรเทาความเครียด

ความเครียดอาจทำให้กินตามอารมณ์ในช่วงที่มีประจำเดือน การออกกำลังกายและนอนหลับอย่างเพียงพอ สามารถช่วยบรรเทาความเครียดได้

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สมาคมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวสหรัฐฯ ให้ข้อมูลว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงก่อนมีประจำเดือน สามารถทำให้คุณรู้สึกซึมเศร้ากว่าเดิม ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

กินมากจนถึงขั้นนี้ ควรไปพบคุณหมอ

การกินมากเกินไปในช่วงก่อนมีประจำเดือน อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา แต่ในกรณีที่คุณพบว่าตัวเองกินมากผิดปกติ จนส่งผลต่อร่างกาย เช่น น้ำหนักขึ้น หรือมีปัญหาด้านอารมณ์ คุณควรปรึกษาแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อยากเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ มาลองใช้วิธีการ นับวันไข่ตก กันเถอะ

บทความนี้ จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับ การตกไข่ และการ นับวันไข่ตก เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ สำหรับผู้ที่อยากจะมีลูกทั้งหลาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เตรียมตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ เมษายน 27, 2020 . เวลาในการอ่าน

น้ำหนักขึ้นขณะมีประจำเดือน เป็นเพราะอะไรกันนะ

น้ำหนักขึ้นขณะมีประจำเดือน มีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลต่อพฤติกกรมการใช้ชีวิตจนทำให้น้ำหนักขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
สุขภาพหญิง, สุขภาพชีวิตที่ดี มกราคม 29, 2020 . เวลาในการอ่าน

รับมือกับ อาการเหวี่ยงวีน ของสาวๆ มนุษย์เมนส์ ที่คนรักควรรู้ไว้

อาการเหวี่ยงวีน ของสาวๆ มนุษย์เมนส์ ทำให้คุณผู้ชายทั้งหลายถึงกับกลัวกันเลยทีเดียว มาเอาใจเธอให้มากขึ้นกับเคล็ดลับดีๆ ที่ Hello คุณหมอได้นำมากฝากกันเถอะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) อันตรายของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม

เป็นผู้หญิงแท้จริงแสนลำบาก นอกจากจะต้องเป็นประจำเดือนแล้ว ต้องตั้งครรถ์แล้ว บางครั้งอาจจะเสี่ยงเป็น ช็อกโกแลตซีสต์ ได้อีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
สุขภาพหญิง, สุขภาพชีวิตที่ดี มกราคม 15, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ความเชื่อผิดๆ-เกี่ยวกับการตั้งครรภ์-ที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 18, 2020 . เวลาในการอ่าน
ฝ่าไฟแดง-มีเซ็กส์ขณะมีประจำเดือน-ความปลอดภัย

ฝ่าไฟแดง มีเซ็กส์ขณะมีประจำเดือน จะปลอดภัยต่อสุขภาพหรือเปล่า?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 17, 2020 . เวลาในการอ่าน
คันช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน-สัญญาณบอกโรค

คันช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน เป็นสัญญาณบอกอันตรายอะไร หรือเปล่านะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 22, 2020 . เวลาในการอ่าน
เลือดล้างหน้าเด็ก-อาการก่อนตั้งครรภ์-ความแตกต่างจากประจำเดือน

เลือดล้างหน้าเด็ก สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณกำลังตั้งครรภ์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 14, 2020 . เวลาในการอ่าน