ปวดท้องใต้ลิ้นปี่ อาการปวดหลังรับประทานอาหารที่ควรระวัง

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

หากคุณกำลังรู้สึกจุกๆ หรือมีอาการ ปวดท้องใต้ลิ้นปี่ จนต้องนอนตัวงอตลอดทั้งวัน ไม่สามารถลุกขึ้นไปทำกิจกรรมต่างๆ ตามใจต้องการได้ ซึ่งความทรมานนี้มักเกิดได้ในช่วงที่คุณกำลังนั่งรับประทานอาหาร หรือหลังรับประทานอาหารเสร็จสิ้นไปแล้ว วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำสาเหตุเบื้องต้น และวิธีรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาฝากทุกคนกัน

สาเหตุที่ทำให้คุณ เจ็บปวดใต้ลิ้นปี่ มีอะไรบ้าง

อาการเจ็บจี๊ดๆ ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับระบบการย่อยอาหารทั้งสิ้น สาเหตุหลักๆ สืบเนื่องมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  1. กรดไหลย้อน

เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารของคุณไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร ทำให้มีอาการแน่นหน้าอก และลำคอ มีอาการไอร่วม พร้อมยังรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างจุกอยู่ที่คอ แถมต่อมรับรสยังรู้สึกถึงความเปรี้ยวผิดปกติในช่องปากอีกด้วย

  1. การรับประทานมากเกินไป

เมื่อคุณกินอาหารในปริมาณเกินกว่าที่กระเพาะอาหารของคุณจะรับไหว พฤติกรรมนี้เองที่อาจก่อให้เกิดแรงดันต่างๆ ทำให้รู้สึกปวดท้อง เสียดท้อง และหายใจลำบาก ถึงแม้อาหารที่คุณรับประทานจะแสนอร่อยเพียงใด ก็ควรอย่างยิ่งที่จะรับประทานในปริมาณที่พออิ่มพอดี

  1. โรคกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหารเกิดขึ้นเมื่อเยื่อบุรอบๆ อักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไปทำลายภูมิคุ้มกัน และสร้างความเสียหายกระเพาะอาหารของคุณ ทำให้รู้สึกปวดท้อง หรือเจ็บบริเวณรอบๆ หน้าอก และยังมีอาการอาเจียน รวมถึงอุจจาระเปลี่ยนสีเป็นสีดำได้ หากมีอาการรุนแรงกรุณาอย่าปล่อยให้หายเอง ควรเร่งรักษาให้ทันท่วงที

  1. ถุงน้ำดีอักเสบ

อาการปวดท้องใต้ลิ่นปี่ อาจเกิดขึ้นได้เมื่อถุงน้ำดีมีการอักเสบ ทำให้รู้สึกคลื่นไส้อาเจียน มีไข้สูงปะปน เบื่ออาหาร ท้องอืด และมีการเปลี่ยนแปลงของสีผิวเป็นสีเหลือง ซึ่งอาการนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อขจัดปัญหาไม่ให้เรื้อรัง และทิ้งระยะเวลาไว้นาน

  1. แอลกอฮอล์

เป็นที่ทราบกันดีถึงข้อเสียมากมายของการดื่มแอลกอฮอล์ หากร่างกายได้รับในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้มีอาการปวดท้อง และเกิดการอักเสบที่กระเพาะอาหารของคุณ แถมยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงเป็นโรคตับเพิ่มขึ้น

อาการแบบไหนที่ควรรีบเข้ารับการรักษาทันที

การปวดท้องเป็นครั้งคราวสำหรับบางคนแค่รับประทานยาเข้าไปก็มีอาการที่ดีขึ้นแล้ว ทำให้ไม่จำเป็นที่ต้องไปถึงโรงพยาบาล แต่อย่างไรก็ตามอาการปวดท้องไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่ หากเกิดขึ้นติดกัน หรือมากกว่า 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ เพราะอาจเกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรงได้ คุณสามารถเข้าขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ทันทีหากเกิดอาการเหล่านี้ขึ้น

  • หายใจลำบาก
  • กลืนอาหารลำบาก
  • รู้สึกเจ็บบีบ รอบๆ หรือจุดใดจุดหนึ่งของหน้าอก
  • ไอออกมาเป็นเลือด
  • มีเลือดปะปนในอุจจาระ
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • ท้องร่วงยาวนานกว่า 1 วัน
  • มีไข้ขึ้นสูง
  • รู้สึกเหนื่อยล้า จนถึงขั้นหมดสติ

วิธีรักษาอาการ ปวดท้องใต้ลิ้นปี่ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การรักษาสามารถแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล แล้วแต่สาเหตุ และอาการของผู้ป่วย ณ เวลานั้น ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจทำการทดสอบด้วยเทคนิคเหล่านี้

  • การตรวจสอบด้วยภาพอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) และ เอกซเรย์ (X-rays) เพื่อตรวจภายในอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุ รวมถึงโรคแทรกซ้อนได้ เช่น ก้อนเนื้อ
  • ทดสอบจากปัสสาวะของผู้ป่วยว่าผลของมามีค่าอยู่ในระดับผิดปกติหรือไม่
  • การตรวจเลือด
  • ทดสอบการอัตราการเต้นของหัวใจ

เมื่อทราบสาเหตุแล้ว แพทย์จะให้คำแนะนำที่แตกต่างกันไปแต่ละอาการ ยกตัวอย่างเช่น การรับประทานอาหารมากเกินไป ทางแพทย์อาจแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะ และส่งเสริมการรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนทดแทน เพื่อลดอาการจุกเสียด ปวดท้องใต้ลิ้นปี่ หรือแนะนำยาลดกรดสำหรับผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อน

ดังนั้นหากเริ่มมีอาการจนร่างกายตนเองทนไม่ไหว โปรดอย่ารีรอให้อาการบรรเทาลงไปได้เอง แต่ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ในทันที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: กุมภาพันธ์ 28, 2020 | Last Modified: มีนาคม 3, 2020

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน