home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ขี้ตาเยอะ สัญญาณบอกโรค ที่ไม่ควรมองข้าม

ขี้ตาเยอะ สัญญาณบอกโรค ที่ไม่ควรมองข้าม

เวลาตื่นนอนในตอนเช้า เราอาจจะสังเกตพบคราบ ‘ขี้ตา’ เกาะติดอยู่ในบริเวณดวงตาและขนตา ถือเป็นเรื่องปกติที่ไม่ว่าใครต่างก็สามารถมีได้กันทั้งนั้น แต่หากขี้ตานั้นมีมากผิดปกติ ก็อาจจะเป็นสัญญาณ บ่งบอกถึงโรคต่าง ๆ ที่เรากำลังเป็นอยู่ก็ได้เช่นกัน โรคแฝงที่มาพร้อมกับอาการ ขี้ตาเยอะ นั้นมีอะไรบ้าง มาหาคำตอบกับ Hello คุณหมอ ได้จากในบทความนี้เลยค่ะ

ขี้ตา เกิดจากอะไร

ขี้ตา นั้นเกิดขึ้นเมื่อสารคัดหลั่งที่เคลือบดวงตาแห้งลง และกลายเป็นคราบเกาะติดที่บริเวณเปลือกตา ขนตา และมุมขอบตา ขี้ตานั้นมีอยู่หลายรูปแบบ อาจมีทั้งแบบแห้งเป็นก้อน เปียกแฉะ เหนียว ข้น ใส หรือออกเหลืองอ่อน ๆ ล้วนแล้วแต่ก็เป็นลักษณะของขี้ตาตามปกติทั้งสิ้น

โดยปกติแล้ว ร่างกายของเราจะผลิตเมือกและน้ำมันออกมาเคลือบดวงตา เพื่อช่วยหล่อลื่นและรักษาความชุ่มชื้นของดวงตา และเมื่อเรากระพริบตา ก็จะช่วยกำจัดสารเมือกและน้ำมันส่วนเกินที่เคลือบอยู่ที่ตาออกไป แต่ในช่วงเวลาที่เรานอนหลับนั้น เราจะไม่ได้กระพริบตา ทำให้สารคัดหลั่งส่วนเกินที่ดวงตานี้เอ่อล้นอยู่รอบดวงตา และแห้งลงกลายเป็นขี้ตานั่นเอง

ลักษณะ ขี้ตา แบบไหนที่ไม่ปกติ

การมีขี้ตาในปริมาณเล็กน้อยนั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติ และไม่จำเป็นต้องทำการรักษาแต่อย่างไร แต่ลักษณะของขี้ตาบางอย่าง ก็อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของร่างกายได้ เช่น

  • หากขี้ตามีลักษณะข้น เหนียว และมีสีออกเขียว หรือสีเหลืองเข้ม
  • หากคุณมีขี้ตาอยู่มากเกินไป จนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น
  • หากคุณมีขี้ตาพร้อมกับอาการน้ำตาไหลออกมามาก ๆ
  • หากคุณมีอาการมองเห็นไม่ชัด เนื่องจากมีขี้ตามาก
  • หากขี้ตานั้นมาพร้อมกับอาการตาบวม หรือตาแดง
  • หากคุณรู้สึกว่าตาไม่สู้แสง ไม่สามารถมองในที่ที่มีแสงจ้าได้

อาการเหล่านี้ ล้วนแต่ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของดวงตา ซึ่งแสดงออกมาในรูปแบบของอาการขี้ตาเยอะและผิดปกติ หากคุณสังเกตพบอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของความผิดปกติเหล่านี้

โรคแฝงที่มาพร้อมกับอาการ ขี้ตาเยอะ

ตาแดง

ตาแดง หรือเยื่อบุตาอักเสบ เป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก ที่ส่งผลให้เรามีขี้ตาเยอะแบบผิดปกติ อาการตาแดงนั้นเกิดขึ้นจากการที่ดวงตาติดเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้ตาอักเสบ ตาแดง น้ำตาไหลเยอะ และทำให้มีขี้ตาออกมาเยอะมากเช่นกัน

อาการที่พบได้บ่อยของภาวะตาแดงคือ

  • ตาบวมเป็นสีแดงหรือสีชมพู
  • มีการคัน และแสบร้อนที่ดวงตา
  • น้ำตาไหล
  • มีขี้ตาขุ่น สีขาว เหลือง หรือเขียว เกิดขึ้นรอบขอบดวงตา

ภาวะตาแดงนี้มักจะหายได้เอง ภายในเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ หรือรักษาได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อจัดการกับเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะตาแดง

เปลือกตาอักเสบ (Blepharitis)

ภาวะเปลือกตาอักเสบนั้นมักจะเกิดขึ้นจากการอุดตันของต่อมไขมันในบริเวณใกล้กับขนตา ทำให้เกิดอาการระคายเคือง ตาแดง น้ำตาไหล และมี ขี้ตา เยอะ

ภาวะเปลือกตาอักเสบนี้มักจะเป็นโรคเรื้อรัง และยากต่อการรักษา แต่ก็ไม่ใช่โรคติดต่อ และไม่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นแต่อย่างใด

เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้

ภาวะเยื่อบุตาอักเสบตากภูมิแพ้ หรือภูมิแพ้ขึ้นตา มีลักษณะอาการคล้ายกับภาวะตาแดงที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ภาวะนี้จะเกิดขึ้นเพราะโรคภูมิแพ้ เมื่อผู้ป่วยได้สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น เกสรดอกไม้ ฝุ่นละออง หรือขนสัตว์ ก็จะทำให้เกิดอาการแพ้ต่าง ๆ ขึ้น เช่น

  • ตาแดง
  • คันที่ดวงตา
  • ตาบวม
  • น้ำตาไหล
  • ขี้ตาเยอะ

หากคุณสงสัยว่าปัญหา ขี้ตา เยอะนั้นอาจจะเป็นเพราะโรคภูมิแพ้ ควรเข้ารับการตรวจกับแพทย์ เพื่อหาดูว่าคุณเป็นโรคภูมิแพ้ต่ออะไรกันแน่ หรืออาจจะบรรเทาอาการด้วยยาแก้แพ้ และใช้น้ำตาเทียม เพื่อช่วยลดความระคายเคืองต่อดวงตาลงไปได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล แก้ไขล่าสุด 23/10/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x