คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

คันน้องสาว เกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไร

    คันน้องสาว เกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไร

    คันน้องสาว หรืออาการคันบริเวณอวัยวะเพศหญิง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับจุดซ่อนเร้นที่มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวหนังระคายเคือง การติดเชื้อบริเวณช่องคลอด การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศในร่างกาย และการถูกตัวโลนกัด ทั้งนี้ อาการคันน้องสาวสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และอาจป้องกันได้ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนต่อจุดซ่อนเร้น มีเพศสัมพันธ์โดยสวมถุงยางอนามัยป้องกันทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการฉีดสวนล้างอวัยวะเพศ

    เครื่องมือคำนวณการตกไข่

    เครื่องมือคำนวณการตกไข่

    ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

    เครื่องมือคำนวณการตกไข่

    ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

    เครื่องมือคำนวณการตกไข่

    ระยะเวลารอบเดือน

    (วัน)

    28

    ช่วงมีประจำเดือน

    (วัน)

    7

    คันน้องสาว มีสาเหตุมาจากอะไร

    อาการคันบริเวณอวัยวะเพศหญิง อาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้

    • ผื่นระคายสัมผัส (Contact Dermatitis) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสกับสารที่ทำให้ระคายเคือง หรือมีอาการแพ้ เช่น สบู่ ครีมอาบน้ำ น้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม ครีมบำรุงผิว น้ำหอมในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ผ้าอนามัย เมื่อเป็นผื่นระคายสัมผัสอาจมีอาการดังนี้ ผิวหนังแห้ง แตก ตกสะเก็ด บวม รู้สึกคัน
    • การติดเชื้อในช่องคลอด ไม่ว่าจะเป็นภาวะช่องคลอดอักเสบเนื่องจากแบคทีเรีย หรือโรคเชื้อราในช่องคลอด มักทำให้คันบริเวณอวัยวะเพศ รวมถึงตกขาวมีสีผิดปกติและปัสสาวะแสบขัด โดยมีสาเหตุจากการเสียสมดุลของแบคทีเรียแลคโตบาซิลไล (Lactobacilli) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมปริมาณแบคทีเรียและเชื้อราชนิดอื่น ๆ ไม่ให้มีมากเกินไปจนทำให้ติดเชื้อ
    • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่จะเป็นหนองในแท้ หนองในเทียม เริม หูดหงอนไก่ หรือโรคพยาธิในช่องคลอด มักทำให้ผู้ป่วยรู้สึกคันน้องสาว นอกจากนี้ ในกรณีของเริมและหูด ผู้ป่วยมักมีแผลพุพองและตุ่มเนื้อบริเวณอวัยวะเพศที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจน
    • การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ในช่วงก่อนเข้าสู่วัยทองหรือหญิงระยะให้นมบุตร ทำให้ผนังช่องคลอดบางหรือแห้งลง และนำไปสู่อาการคันน้องสาวได้
    • โลน เป็นแมลงขนาดเล็กกลุ่มเดียวกับเหา มีขนาดเล็กมากหรือตัวยาวไม่เกิน 1.8 มิลลิเมตร ปกติแล้ว โลนจะอาศัยอยู่ตามเส้นขนของมนุษย์ โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ และสามารถติดต่อแพร่กระจายได้ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ เมื่อถูกโลนกัด มักก่อให้เกิดอาการคัน อักเสบ หรือระคายเคืองบริเวณผิวหนังที่โดนกัด เนื่องจากอาจแพ้น้ำลายของโลน

    คันน้องสาวรักษาด้วยวิธีใดได้บ้าง

    อาการคันบริเวณอวัยวะเพศสามารถรักษาได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้

    • การรับประทานยาฆ่าเชื้อ เพื่อกำจัดเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรค เช่น แบคทีเรียไนซีเรีย โกโนเรียอี (Neisseria Gonorrhoeae) ที่เป็นสาเหตุของโรคหนองใน หรือแบคทีเรียคลามัยเดีย ทราโคมาติส (Chlamydia Trachomatis) ที่เป็นสาเหตุของโรคหนองในเทียม ในกรณีที่ถูกโลนกัด คุณหมออาจให้ผู้ป่วยรับประทานยาฆ่าพยาธิอย่างไอเวอร์เมคติน (Ivermectin)
    • การใช้ยาทา เช่น ครีมที่ผสมฮอร์โมนเอสโตรเจน สำหรับทาภายในช่องคลอดที่แห้งและคัน รวมถึงยาสเตียรอยด์ ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของผิวหนังและบรรเทาอาการจากผื่นระคายสัมผัส

    คันน้องสาว ป้องกันอย่างไร

    อาการคันบริเวณอวัยวะเพศ สามารถป้องกันได้ โดยปฏิบัติตัวตามคำแนะนำต่อไปนี้

    • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว รวมถึงครีมที่ไม่ผสมน้ำหอมเพราะอาจทำให้เกิดอาการผื่นระคายสัมผัสได้
    • หลังปัสสาวะหรืออุจจาระ ควรเช็ดทำความสะอาดอวัยวะเพศจากหน้าไปหลัง เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากทวารหนัก
    • สวมใส่กางเกงในที่ระบายอากาศได้ดี และไม่รัดแน่นเกินไป เพื่อป้องกันบริเวณอวัยวะเพศอับชื้น และจะยิ่งเสี่ยงให้เชื้อราบริเวณดังกล่าวเพิ่มจำนวนมากเกินไป จนนำไปสู่การติดเชื้อ
    • งดการสวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำเกลือหรือกรดแอซีติก (Acetic Acid) เพราะจะทำให้แบคทีเรียบางชนิดในช่องคลอดลดจำนวนลง และส่งผลต่อสมดุลของจุลชีพในช่องคลอดซึ่งอาจทำให้ช่องคลอดติดเชื้อได้
    • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือกมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่สวมถุงยางอนามัยเท่านั้น เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
    • เมื่อรู้สึกคัน ไม่ควรเกา เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง หรือทำให้อาการคันแพร่กระจายไปยังผิวหนังบริเวณรอบ ๆ ด้วย

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อน
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet