home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เล็บปลอม เสี่ยงติดเชื้อ อันตรายจากการต่อเล็บปลอมที่คุณควรรู้

เล็บปลอม เสี่ยงติดเชื้อ อันตรายจากการต่อเล็บปลอมที่คุณควรรู้

ในปัจจุบันนี้การทำเล็บกำลังได้รับความนิยมกันอย่างมาก ทำให้ร้านทำเล็บต่างก็ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด แม้แต่คนที่ไม่ได้ไว้เล็บยาว ก็สามารถมีเล็บยาวสวยๆ ได้ด้วยการต่อเล็บปลอม แต่อาจมีน้อยคนนักที่จะตระหนักว่า เล็บปลอม สวยๆ ที่กำลังทำกันอยู่นั้น อาจนำมาพร้อมกับอันตรายต่อสุขภาพก็เป็นได้ ซึ่ง Hello คุณหมอ มีเรื่องอันตรายจากเล็บปลอมเหล่านี้มาฝากกัน

เล็บปลอม มีกี่ประเภท

เล็บปลอมสวยๆ ที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันนั้นมีด้วยกันอยู่ 2 ประเภท คือ เล็บอะคริลิค กับ เล็บเจล โดยเล็บปลอมทั้งสองประเภทนี้จะแตกต่างกันตั้งแต่วัสดุที่ใช้ทำเล็บปลอม วิธีการต่อเล็บ ไปจนถึงการล้างเล็บ

  • เล็บอะคริลิค (Acrylic) เล็บอะคริลิคนั้นเป็นวิธีการต่อเล็บปลอมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความแข็งแรงมากกว่าเล็บเจล และไม่จำเป็นต้องใช้แสง UV อบให้แห้งแบบเล็บเจล เล็บอะคริลิคทำขึ้นมากจากการผสมผงอะคริลิค ซึ่งเป็นพลาสติกประเภทหนึ่ง เข้ากับน้ำยาเฉพาะของผงอะคริลิค เมื่อผสมกันก็จะมีลักษณะคล้ายกับแป้งเปียก เมื่อปล่อยทิ้งไว้ก็จะแห้งและแข็ง ทำให้สามารถขึ้นรูปและตัดเล็บให้เป็นลักษณะที่เราต้องการได้เลย โดยปกติหากเราจะต่อเล็บอะคริลิคจะต้องกรอหรือตะไบส่วนหน้าเล็บก่อน เพื่อให้ตัวอะคริลิคสามารถเกาะกับผิวหน้าเล็บของเราได้ ดังนั้นวิธีนี้จึงอาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่มีเล็บบางเพราะอาจทำให้เกิดปัญหาขณะกรอหน้าเล็บได้
  • เล็บเจล (Gels) เล็บเจลนั้นมีราคาที่แพงกว่าและอยู่ได้นานกว่าเล็บอะคริลิค เราสามารถทาสีเจลที่ผสมไว้เรียบร้อยแล้วลงบนเล็บได้เลยคล้ายกับการทาสีเล็บตามปกติ จากนั้นจึงอบสีเจลให้แห้งด้วยเครื่องอบ UV เมื่อสีเจลแห้งแล้วก็จะมีลักษณะเงาวาวและเรียบเนียน คล้ายกับเล็บจริงมากกว่าเล็บอะคริลิค เล็บเจลนั้นจะไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนกับการทาสีเล็บตามปกติหรือการต่อเล็บอะคริลิค

อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากเล็บปลอม

การติดเชื้อ

การต่อเล็บปลอมนั้นจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อที่เล็บและนิ้วมือของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือการติดเชื้อรา ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ (CDC) ได้กล่าวว่า ผู้ที่ต่อเล็บปลอมนั้นมีโอกาสที่จะมีเชื้อโรคสะสมบนนิ้วมือได้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้ต่อเล็บปลอม ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังล้างมือก็ตาม

การติดเชื้อแบคทีเรียนั้นมักจะเกิดขึ้นในบริเวณช่องว่างระหว่างเล็บจริงกับเล็บปลอม โดยเฉพาะกับเล็บปลอมที่เคยหลุดไปแล้วรอบหนึ่ง และคุณต่อเล็บกลับเข้าไปใหม่โดยไม่ได้ทำความสะอาดให้ดีก่อน โดยเชื้อแบคทีเรียที่มักจะพบได้มากคือ P. aeruginosa โดยเชื้อนี้มักจะเกิดขึ้นในบริเวณโดยรอบประมาณ 1 มม. ของเล็บที่ติดอยู่กับใต้ผิวหนัง

ส่วนการติดเชื้อรานั้นอาจจะเกิดขึ้น เมื่อมีความชื้นสะสมอยู่ภายใต้เล็บปลอม อย่างเล็บอะคริลิค ยิ่งโดยเฉพาะหากคุณต่อเล็บปลอมนั้นทิ้งไว้นานเกินกว่า 3 เดือนขึ้นไป หรือต่อเล็บปลอมที่เคยหลุดออกแล้วกลับเข้าไปโดยไม่ทำความสะอาดให้ดี ความชื้นที่สะสมอยู่ภายใต้เล็บจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อรา และอาจส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้

เคยมีตัวอย่างกรณีหนึ่งที่ผู้ป่วยที่ทำเล็บปลอม เกิดอาการติดเชื้อที่นิ้วหัวแม่มือ จนลามเข้าไปถึงกระดูก โดยผู้ป่วยรายนี้ได้ไปทำเล็บปลอมที่ร้านทำเล็บ ได้ทำการขูดร่องเล็บและตัดแต่งเล็บ จากนั้นก็ต่อเล็บโดยใช้กาวร้อน หลังจากทำเล็บผ่านไป 3 วันก็เริ่มมีอาการปวดและอาการบวม จนในที่สุดเริ่มเป็นไข้ และอาการปวดนั้นลุกลามจากปลายนิ้วเข้าไปถึงโคนนิ้ว ทำให้งอนิ้วไม่ได้ เมื่อแพทย์การเอ็กซเรย์ก็พบว่าเชื้อได้ลุกลามเข้าไปถึงกระดูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อาการแพ้

สารเคมีที่ใช้ในการต่อเล็บปลอมอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง และอาการแพ้ได้ คุณอาจสังเกตอาการแพ้ได้หากพบอาการผดผื่น รอยแดง คัน บวม หรือเป็นหนอง นอกจากนี้เล็บจริงของคุณก็อาจจะหลุดออกมาจากฐานใต้เล็บ

เล็บอ่อนแอลง

การจะล้างเล็บ หรือกำจัดเล็บปลอมในแต่ละครั้งนั้น คุณจะต้องแช่นิ้วในน้ำยาล้างเล็บเป็นเวลามากกว่า 10 นาทีขึ้นไป จึงจะสามารถล้างเล็บปลอมเหล่านี้ออกไปได้ สารเคมีในน้ำยาล้างเล็บนั้นมีความรุนแรงมาก จะทำให้เล็บจริงของคุณแห้ง และทำให้ผิวระคายเคือง เมื่อใช้บ่อยเข้าเล็บก็จะเปราะบางและอ่อนแอลง

เทคนิคการป้องกันปัญหาจากเล็บปลอม

เราสามารถป้องกันอันตรายที่อาจจะมาพร้อมกับการทำเล็บปลอมได้ โดยวิธีดังต่อไปนี้

  • ทดสอบภูมิแพ้ ก่อนที่เราจะเริ่มต่อเล็บปลอมด้วยวิธีการใดๆ ก็ตาม ควรทำการทดสอบภูมิแพ้เสียก่อนว่าเราแพ้สารเคมีที่ใช้ในการทำเล็บนั้นๆ หรือไม่ เราสามารถทดสอบภูมิแพ้ได้ด้วยการทำเล็บปลอมที่เล็บใดเล็บหนึ่ง แล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาหลายวัน เพื่อดูว่าร่างกายของคุณเกิดปฏิกิริยาแพ้ เช่น มีรอยแดง คัน ผดผื่น หรือมีอาการปวดใดๆ ที่บริเวณเล็บและบริเวณรอบๆ เล็บนั้นหรือไม่ หากเกิดอาการแพ้ขึ้น คุณก็ไม่ควรจะทำเล็บต่อ
  • ระวังเล็บที่ผิดปกติ อย่าทำเล็บปลอมหากเล็บของคุณ หรือบริเวณรอบเล็บนั้นมีความผิดปกติ เช่น มีอาการระคายเคือง หรือมีอาการติดเชื้อ การทำเล็บปลอมอาจทำให้อาการเหล่านี้แย่ลงได้
  • อย่าแซะขอบเล็บ ปกติแล้วเวลาทำเล็บช่างทำเล็บชอบที่จะแซะขอบๆ เล็บ เพื่อทำให้เล็บดูสวยงามเรียบร้อย แต่อาจแซะขอบเล็บอาจทำให้เกิดอาการอักเสบ เป็นหนอง และอาจลุกลามไปถึงข้อกระดูกได้
  • อย่าใส่เล็บปลอมไว้นานเกินไป คุณไม่ควรติดเล็บปลอมนานเกิน 3 เดือนติดต่อกัน และไม่ควรทำเล็บต่อในทันทีหลังจากที่ล้างเล็บครั้งก่อนแล้ว ควรปล่อยให้เล็บของคุณได้พักอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไป
  • รักษาความสะอาด พยายามตัดแต่งเล็บเป็นประจำ และอย่าให้มีเศษสิ่งสกปรกใดๆ ติดอยู่ตามซอกเล็บ เวลาทำเล็บก็ควรเลือกร้านที่มีความสะอาด น่าเชื่อถือ และมั่นใจว่าร้านนั้นดูแลความสะอาดของอุปกรณ์ทำเล็บเสมอ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Artificial Nails: What to Know Before You Get Them. https://www.webmd.com/beauty/beauty-artificial-nails-overview#1. Accessed 20 December 2019
Artificial Nails: Problems and Treatment. https://www.uwhealth.org/health/topic/special/artificial-nails-problems-and-treatment/hw255051.html. Accessed 20 December 2019
Acrylic Nails in Health Care Settings. http://www.scijourner.org/2011/08/05/acrylic-nails-in-health-care-settings/. Accessed 20 December 2019
WHO Guidelines on Hand Hygiene in Health Care. https://apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/44102/9789241597906_eng.pdf;jsessionid=20AD0AF45252B96376A908B9ACCB3D56?sequence=1. Accessed 20 December 2019

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย Agil Tonjoo เมื่อ 24/09/2020
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x