ไฮไลท์ผม ความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพ

    ไฮไลท์ผม ความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพ

    ไฮไลท์ผม หรือการย้อมผมบางส่วนให้มีสีอ่อนลงกว่าสีผมตามธรรมชาติหรือสีผมบริเวณอื่น เป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำยาเพื่อทำไฮไลท์ผมอาจส่งผลให้ผิวหนังเกิดความระคายเคืองหรือแพ้ได้ ก่อนย้อมผม จึงควรอ่านรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ย้อมผม และตรวจดูว่ามี สารเคมีในน้ำยาย้อมที่ตนเองเองอาจแพ้หรือไม่ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์บางชนิดสำหรับการไฮไลท์ผมอาจมีส่วนผสมที่เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งบางชนิดด้วย

    ภาวะสุขภาพที่อาจเกิดจากการทำไฮไลท์ผม

    ไฮไลท์ผม อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนี้

    ไฮไลท์ผม มีโอกาสเสี่ยงเกิดอาการแพ้

    การทำไฮไลท์ผม ต้องใช้น้ำยาย้อมผมซึ่งมีส่วนผสมของสารเคมีพาราฟินีลินไดอะมีน (Paraphenylenediamine) อยู่ในระดับความเข้มข้นสูง โดยเฉพาะในน้ำยาย้อมผมสีเข้ม ซึ่งมักก่อให้เกิดอาการระคายเคืองหรือแพ้บริเวณหนังศีรษะ หน้าผาก หรือลำคอ โดยเฉพาะในกรณีของผู้ซึ่งเป็นโรคผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis) อันเป็นโรคผิวหนังอย่างหนึ่ง

    อาการแพ้ซึ่งพบได้ในผู้ที่ผิวหนังบอบบางแพ้ง่ายและไวต่อพาราฟินีลินไดอะมีน ประกอบด้วย

    • หนังศีรษะ หรือผิวหนังบริเวณรอบ ๆ ผมเช่น หน้าผาก เปลือกตา หู ลำคอ มีอาการบวม แดง ผื่นขึ้น แห้ง หรือแตก ในบางกรณี ผู้ป่วยจะพบอาการแสบร้อนร่วมด้วย
    • อาการระคายเคืองอาจเกิดขึ้นทันทีหลังสัมผัสสารเคมีดังกล่าว หรือภายใน 48 ชั่วโมง
    • พบอาการคันที่หนังศีรษะหรือใบหน้า บางรายอาจพบอาการแพ้บริเวณลำตัว เช่น คัน ผื่นขึ้น และรู้สึกไม่สบาย ครั่นเนื้อครั่นตัวร่วมด้วย
    • ในกรณีของผู้มีภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) อาการที่พบบ่อย คือ คันตามร่างกาย คลื่นไส้ ปวดท้อง มึนศีรษะ หายใจลำบาก หมดสติ รวมถึงอาจมีอาการเปลือกตา ริมฝีปาก ลิ้น มือ หรือเท้าบวมร่วมด้วย

    ไฮไลท์ผม มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหรือไม่

    สารเคมีในน้ำยาย้อมผม ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งของโรคมะเร็ง โดยโอกาสเสี่ยงมักเพิ่มสูงในกรณีที่ย้อมผมแบบถาวร ซึ่งสีย้อมจะติดหนังศีรษะและไม่หลุดออกไปด้วยการล้างเพียง 1-2 ครั้ง

    ทั้งนี้ สารเคมีต่าง ๆ ในน้ำยาย้อมผม เช่น แอมโมเนีย (Ammonia) อะโรมาติกเอมีน (Aromatic Amines) หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) จะเข้าสู่ร่างกาย และอาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งได้ โดยการซึมผ่านทางหนังศีรษะ หรือเข้าไปสู่ร่างกายด้วยการสูดดม

    The International Agency for Research on Cancer (IARC) พ.ศ. 2563 ศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับการทำไฮไลท์ผม พบว่า สัตว์ทดลองมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งเมื่อได้รับสารอะโรมาติกเอมีนในปริมาณมาก โดยสารชนิดนี้สามารถเปลี่ยนเซลล์ปกติให้กลายเป็นเซลล์มะเร็งได้

    นอกจากนี้ IARC ยังระบุถึงงานวิจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับความเสี่ยงจากการทำไฮไลท์ผมต่อมะเร็งกระเพาะอาหาร พบว่า ช่างทำผมมีแนวโน้มที่จะค่อย ๆ เสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

    ส่วนผู้ที่ย้อมผมมีแนวโน้มเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin Lymphoma) และมะเร็งเม็ดเลือดขาว มากกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อมะเร็งทั้ง 2 ชนิดจะมากขึ้น ในกรณีของผู้ที่ย้อมผมสีเข้ม เนื่องจากน้ำยาย้อมผมสีเข้ม มีระดับสารเคมีซึ่งเข้มข้นกว่าน้ำยาย้อมผมสีอ่อน

    ในปีพ.ศ. 2562 การศึกษาโดยหน่วยงาน National Institute of Environmental Health Sciences ของสหรัฐอเมริกาชี้ว่า ผู้หญิงที่เลือกย้อมผมแบบถาวร มีแนวโน้มเป็นมะเร็งเต้านมมากว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ย้อมผม อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในบางชิ้นกลับไม่พบระดับความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมที่ต่างกัน ระหว่างผู้ซึ่งย้อมผมและผู้ที่ไม่ย้อมผม จึงถือว่ายังไม่มีข้อสรุปยืนยันทางการแพทย์ที่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าว

    ไฮไลท์ผม และวิธีป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพ

    แม้จะมีการศึกษาจำนวนไม่น้อย ซึ่งรายงานว่าการย้อมผมเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งได้ แต่ข้อมูลในปัจจุบัน ยังไม่อาจบอกได้ชัดเจนว่าน้ำยาย้อมผมเป็นอันตรายแค่ไหน หรือควรใช้ในปริมาณเท่าไรจึงจะปลอดภัย

    อย่างไรก็ตาม ในกรณีของผู้ที่ต้องการทำไฮไลท์ผม แต่มีความกังวลเรื่องสุขภาพผิวหนังหรืออาการแพ้ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ มีข้อแนะนำ ดังนี้

    • ก่อนทำไฮไลท์ผม ควรศึกษาคำเตือนบนฉลากของผลิตภัณฑ์น้ำยาย้อมผมก่อน และควรตรวจสอบอาการแพ้ด้วยตนเองโดยใช้แผ่นทดสอบอาการแพ้ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงการแพ้สารประกอบในน้ำยาย้อมผมดังกล่าว
    • สวมถุงมือหากต้องสัมผัสน้ำยาย้อมผม เพื่อป้องกันน้ำยาย้อมผมซึมสู่ผิวหนัง และทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมา เช่น อาการคัน ผื่นขึ้น ผิวหนังระคายเคือง
    • อย่าปล่อยให้น้ำยาย้อมผมอยู่บนศีรษะนานกว่าเวลาที่ทางผู้ผลิตแนะนำ เพราะจะทำให้เส้นผมและหนังศีรษะ รวมทั้งอวัยวะรอบ ๆ ระคายเคือง เช่น แสบและระคายเคืองดวงตา แสบจมูก
    • อย่านำน้ำยาย้อมผมคนละยี่ห้อมาผสมกันเอง ควรให้ช่างผมหรือผู้เชี่ยวชาญในการย้อมผมเป็นผู้แนะนำเพราะอาจนำมาซึ่งความเสียหายของเส้นผมหรือหนังศีรษะ หรืออาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้
    • อย่าใช้น้ำยาย้อมผมกับคิ้วหรือขนตา เพราะหากเข้าตาอาจทำให้ดวงตาเสียหาย หรือตาบอดได้

    นอกจากนี้ เมื่อพบอาการระเคืองหรือแพ้ หลังจากใช้น้ำยาย้อมผม สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ด้วยการล้างน้ำยาย้อมผมออกจากศีรษะด้วยแชมพูที่อ่อนโยนต่อสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ และทายาสเตียรอยด์แบบครีมเพื่อลดการอักเสบ

    ทั้งนี้ หากมีภาวะแพ้รุนแรงเนื่องจากทำไฮไลท์ผม ควรรีบไปพบคุณหมอทันที เนื่องจากภาวะดังกล่าวสามารถทำให้เสียชีวิตเนื่องจากหายใจไม่ออกหรือหัวใจหยุดเต้นได้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Hair Dyes. https://www.cancer.org/cancer/cancer-causes/hair-dyes.html. Accessed March 25, 2022

    Does Hair Dye Increase Cancer Risk?. https://www.webmd.com/beauty/is-hair-dye-linked-cancer-risk. Accessed March 25, 2022

    Do hair dyes increase cancer risk?. https://www.health.harvard.edu/blog/do-hair-dyes-increase-cancer-risk-2021012021767. Accessed March 25, 2022

    Hair dye reactions. https://www.nhs.uk/conditions/hair-dye-reactions/. Accessed March 25, 2022

    Hair dye and risk of skin sensitization induction: a product survey and quantitative risk assessment for para-phenylenediamine (PPD). https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32722942/. Accessed March 25, 2022

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 19/07/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง