home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

แผลเป็น หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ลดเลือนให้เห็นน้อยลงได้

แผลเป็น หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ลดเลือนให้เห็นน้อยลงได้

แผลเป็น คืออาการที่ร่างกายเยียวยาตัวเองหลังเกิดอาการบาดเจ็บ ไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุหรือการผ่าตัด ซึ่งบางครั้งเราสามารถลดเลือนรอยแผลเป็นให้เห็นน้อยลงได้ด้วยวิธีการต่างๆ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ แผลเป็น วิธีการรักษา และข้อควรระวังมาให้คุณได้อ่านแล้ว

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ รอยแผลเป็น

สิ่งแรกที่เราควรรู้เกี่ยวกับรอยแผลเป็น ก็คือ แผลเป็นที่ก่อตัวขึ้นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ร่างกายสร้างขึ้นในการเยียวยาตัวเอง เวลาที่ผิวหนังได้รับบาดเจ็บ ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนออกมามากขึ้น เพื่อช่วยรักษาแผลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเนื้อเยื่อที่มีการสมานตัวแล้วนี้จะไม่มีส่วนประกอบของผิวตามปกติทั้งหมด รอยแผลเป็นจึงมักดูต่างจากผิวส่วนที่เหลือ

หน้าตาของแผลเป็นมักจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ซึ่งรูปร่าง ขนาด และความลึกของแผล มักจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้แผลเป็นมีหน้าตาที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ปริมาณของเลือดที่สูบฉีดไปหล่อเลี้ยงในบริเวณนั้น สีผิว และความหนาของผิวก็เป็นปัจจัยที่สำคัญด้วย

แผลเป็นแบ่งออกได้เป็ 3 แบบหลัก ๆ ก็คือ แผลเป็นแบบปกติที่มักจะมีความบาง เล็ก และแบน แผลเป็นแบบแดงนูน ซึ่งจะมีความหนานูนและมีรอยแดง และแผลเป็นแบบคีลอยด์ ซึ่งเป็นแผลที่มีรอยนูนเหมือนกัน แต่มักจะมีสีเข้มหรือแดงกว่าแผลเป็นแบบแดงนูน ซึ่งแผลเป็นแบบคีลอยด์ก็มักจะขยายตัวเกินขอบเขตของบริเวณที่เป็นแผลออกไปด้วย แผลเป็นแบบคีลอยด์มักจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม ที่มักจะควบคุมหรือคาดการณ์อะไรได้ยาก ฉะนั้น จึงควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ถ้าคุณมีความกังวลใจเกี่ยวกับแผลเป็นชนิดนี้

สิ่งที่คุณควรทำเพื่อช่วย ลดรอยแผลเป็น

  • พยายามรักษาบาดแผลให้มีความสะอาดอยู่เสมอ โดยล้างบริเวณที่เป็นแผลด้วยน้ำและสบู่ เพื่อกำจัดเชื้อโรคและสิ่งสกปรกออกไป
  • ในการช่วยให้อาการบาดเจ็บหายเร็วขึ้น ก็ควรทาปิโตเลี่ยมเจลลี่ เพื่อทำให้บริเวณที่เป็นแผลมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ วิธีนี้จะช่วยป้องกันรอยแผลเป็นไม่ให้ดูใหญ่ มีความลึก หรือเกิดอาการคันได้ คุณไม่จำเป็นต้องใช้ครีมหรือขี้ผึ้งที่แบบที่ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ถ้าคุณทำความสะอาดแผลเป็นประจำทุกวัน
  • หลังจากทำความสะอาดแผลและทาปิโตเลี่ยมเจลลี่แล้ว ก็ควรปิดพลาสเตอร์หรือผ้าพันแผลแบบที่มีเทปกาวเอาไว้ ซึ่งถ้าบาดแผลมีขนาดใหญ่ มีอาการเจ็บ มีรอยไหม้ หรือมีรอยแดงไม่ยอมหาย ก็ควรใช้แผ่นซิลิโคนเจลหรือแผ่นไฮโดรเจลในการปิดแผล
  • เปลี่ยนพลาสเตอร์หรือผ้าพันแผลทุกวัน เพื่อช่วยทำให้แผลสะอาดในขณะรักษาอยู่เสมอ ถ้าคุณมีผิวที่ไวต่อแถบกาวของพลาสเตอร์ปิดแผล ก็ลองใช้ผ้าก๊อซกับเทปปิดแผลแบบที่เป็นกระดาษ ถ้าคุณใช้แผ่นซิลิโคนเจลหรือแผ่นไฮโดรเจลในการปิดแผล ก็ควรปฎิบัติตามความนำแนะของผลิตภัณฑ์ชนิดนั้น ๆ เสมอ
  • ถ้าบาดแผลของคุณมีการเย็บแผลเอาไว้ ก็ควรปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการดูแลแผลในช่วงก่อนหรือหลังการตัดไหม เพราะนั่นอาจจะช่วย ลดรอยแผลเป็น ให้คุณได้
  • ทาครีมกันแดดในบริเวรที่เป็นแผลหลังแผลแห้งแล้ว การปกป้องผิวจากแสงแดดอาจช่วยลดรอยแดงหรือรอยคล้ำลงได้ และช่วยทำให้แผลเป็นดูจางลงได้เร็วขึ้นด้วย คุณควรใช้ครีมกันแดดที่ป้องกันรังสียูวีได้หลากหลายชนิด โดยมีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป และควรทาซ้ำบ่อย ๆ ด้วย

สิ่งที่คุณไม่ควรทำเพื่อช่วยลดรอยแผลเป็น

  • อย่าหลงเชื่อกับคำโฆษณา คุณอาจได้ยินคำโฆษณาชวนเชื่อว่า วิตามินอีสามารถช่วย ลดรอยแผลเป็ นได้ แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่เชื่อถือได้ชิ้นไหนที่แสดงให้เห็นว่า วิตามินอีสามารถ ลดรอยแผลเป็น ได้จริง ๆ นอกจากนี้ก็ยังไม่มีครีมหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่นักวิทยาศาสตร์ให้การยืนยันว่าสามารถ ลดรอยแผลเป็น ได้ด้วย
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด ก็อย่างที่เขียนไปข้างต้นว่า แสงแดด คือ ตัวการร้ายผิวที่ทำให้เกิดรอยคล้ำอย่างถาวรหลังแผลหาย ฉะนั้นก็อย่าลืมทาครีมกันแดด หรือใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดรอยแผลได้อย่างมิดชิด เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้แผลเป็นเกิดรอยคล้ำหรือรอยแดงขึ้นมา
  • อย่าใช้ไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์บ่อยเกินไป เพราะนั่นจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้แผลหายได้ช้าลง นอกจากนี้ ก็อย่างพยามแกะสะเก็ดแผลด้วย สะเก็ดแผล คือ การป้องกันบาดแผลตามธรรมชาติ ฉะนั้น การพยายามแกะสะเก็ดแผลซ้ำ ๆ ในเวลาที่บาดแผลกำลังเยียวยาตัวเองอยู่นั้น ก็อาจทำให้แผลหายช้า และอาจทำให้มีแผลเป็นที่เห็นชัดขึ้นด้วย
  • อย่าใจร้อน กว่าแผลจะหายเป็นปกติได้นั้นต้องใช้เวลานาน ซึ่งการเยียวยาแผลในระยะแรกนั้นต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้น ก็ตามด้วยการเยียวยาในระยะที่สอง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3 เดือน รอยแผลเป็นจะเกิดขึ้นหลังจากเกิดอาการบาดเจ็บประมาณหนึ่งปี ซึ่งหลังจากนั้นอีกหลาย ๆ ปีก็อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อีก รอยแผลจะไม่ยอมหยุดเปลี่ยนแปลง ยกเว้นแผลเป็นคีลอยด์ที่จะมีอาการแย่ลงเรื่อย ๆ ถ้าไม่ได้รับการดูแลจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Scars: Are they preventable? https://www.medicalnewstoday.com/articles/319533.php?sr. Accessed on August 10, 2018

Proper wound care: How to minimize a scar. https://www.aad.org/public/skin-hair-nails/injured-skin/wound-care. Accessed on August 10, 2018

Top Tips to Reduce Scars. https://www.skincity.co.uk/blog/2013/04/top-tips-to-reduce-scars/. Accessed on August 10, 2018

How to Make Scars Less Visible. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/ss/slideshow-tips-to-make-scars-less-visible. Accessed May 31, 2021

Scars and Your Skin. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/scars. Accessed May 31, 2021

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย ออมสิน แสนล้อม เมื่อ 09/08/2018
x