home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

จับคู่ส่วนผสมดูแลผิว อย่างไรให้ได้ผลดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จับคู่ส่วนผสมดูแลผิว อย่างไรให้ได้ผลดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า วิตามินซีนั้นมีประโยชน์ในหลาย ๆ เรื่อง ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ ระบบภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงเรื่องของการดูแลผิว แต่รู้หรือไม่ว่า หากนำวิตามินซีมาจับคู่กับส่วนผสมดูแลผิวตัวอื่น ๆ จะทำให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น แต่การ จับคู่ส่วนผสมดูแลผิว อย่างไรจะให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ วันนี้ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน

สิ่งที่ควรรู้ก่อน จับคู่ส่วนผสมดูแลผิว

ส่วนผสมบางอย่างสำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว อาจจับมาผสมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกส่วนผสมจะสามารถผสมรวมกันได้ เพราะส่วนผสมบางอย่างเมื่อนำมาผสมกันแล้ว มันอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของส่วนผสมตัวใดตัวหนึ่งลดประสิทธิภาพลงไปนั่นเอง

ดังนั้นในบทความนี้ ทางเราขอพาคุณผู้อ่านมาดูกันว่า วิตามินซี (Vitamin C) ที่ถือเป็นส่วนผสมระดับต้น ๆ หรือเรียกได้ว่าเป็น A-lister อันทรงพลังที่ดึงเอาแต่สิ่งที่ดีที่สุดออกมาสู่ผิวของคุณนั้นมีการกลไกการทำงานอย่างไร และเราจะสามารถจับคู่วิตามินซีกับส่วนผสมอะไรได้บ้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวของ วิตามินซี

วิตามินซี มีการซึมซาบสู่ชั้นผิวอย่างไร

วิตามินซีนั้นมีอยู่ในหลายรูปแบบ ทั้งยังใช้งานได้หลายรูปแบบอีกด้วย ซึ่งในทุกรูปแบบนั้นจะมีกรดแอล-แอสคอร์บิก (L-ascorbic หรือ L-AA) ซึ่งเป็นกรดที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพมากที่สุดและได้รับการศึกษามาเป็นอย่างดี กรดแอล-แอสคอร์บิกนั้นเป็นโมเลกุลที่ชอบน้ำและไม่เสถียร ดังนั้น มันจึงซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ไม่ได้นัก เนื่องจากผิวหนังชั้นขี้ไคล (Stratum corneum) นั้นไม่ชอบน้ำ

นอกจากนั้น กรดแอล-แอสคอร์บิกยังเป็นโมเลกุลที่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งจำกัดการซึมผ่านของตัวมันเอง เพราะฉะนั้น การลดความเป็นกรดของกรดแอล-แอสคอร์บิกลงให้มีค่ากรด-ด่าง หรือค่า pH ต่ำกว่า 3.5 จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงความเสถียรและความสามารถในการซึมผ่านชั้นผิว

การลดค่า pH ลงแสดงให้เห็นว่า มันสามารถช่วยทำให้วิตามินซีซึมผ่านชั้นผิวได้เป็นส่วนใหญ่ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของประจุเป็นรูปแบบโมเลกุลที่ไม่มีประจุนั่นเอง ดังนั้น ถ้ามีการเติม กรดเฟรูลิก (Ferulic acid) ลงไปก็จะยิ่งช่วยในเรื่องของการทำให้โมเลกุลคงตัวและทำให้มีค่าความเป็นกรดด่างต่ำว่า 3.5 นั่นเอง

วิตามินซีถือเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในผิวหนัง เนื่องจากมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ การสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว และการทำให้ผิวขาวขึ้น ดังนั้น การใช้งานทางคลินิกจึงมีตั้งแต่การป้องกันแสงและการต่อต้านการเกิดรอยดำ ด้วยความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมนี่เองจึงทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีกลายเป็นตัวแทนของเวชสำอางที่ได้รับความนิยม

อย่างไรก็ตาม การศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสูตรเฉพาะของวิตามินซียังคงมีอยู่อย่างจำกัด มากกว่าไปกว่านั้นแล้วยังมีความท้าทายเกี่ยวกับการค้นหาสูตรที่เสถียรและซึมผ่านชั้นผิวหนังให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอีกด้วย

วิตามินซีสามารถจับคู่กับส่วนผสมดูแลผิว อะไรได้บ้าง

แน่นอนว่าวิตามินซีนั้น มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) จึงช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผิวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวี ดังนั้น คนที่โดนแดดบ่อยๆ จะขาดวิตามินซีไม่ได้เลย นอกจากนั้น วิตามินซียังทำหน้าที่ในการปกป้องผิวไม่ให้ผิวโทรม และแก่ก่อนวัยอันควรได้ด้วย สำหรับส่วนผสมที่สามารถนำมาผสมกับวิตามินซีได้นั้น มีดังนี้

วิตามินซีผสมกับกรดเฟรูลิก (Ferulic acid)

ตามที่ ดร.Deanne Mraz Robinson ผู้ช่วยศาสตราจารย์คลินิกโรคผิวหนังแห่งโรงพยาบาล Yale New Haven ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า กรดเฟรูลิกสามารถต่อสู้กับอนุมูลอิสระ เพื่อป้องกันและแก้ไขความเสียหายของผิวหนัง และยืดอายุและประสิทธิภาพของวิตามินซีด้วย

ส่วนวิตามินซีนั้นมีศักยภาพมากที่สุดมักเป็นรูปแบบที่ไม่เสถียรที่สุด เช่น กรดแอล-แอสคอร์บิก (L-ascorbic หรือ L-AA) ซึ่งหมายความว่า เซรั่มเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อแสง ความร้อน และอากาศ ดังนั้น เมื่อรวมกรดเฟรูลิกเข้ากับวิตามินซี มันจะช่วยทำให้วิตามินซี มีความคงตัว และมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระไม่ให้สลายหายไปในอากาศ

วิตามินซีผสมกับวิตามินอี

วิตามินอีไม่ได้เป็นส่วนผสมในการดูแลผิว แต่เมื่อจับคู่กับวิตามินซี ซึ่งทางสถาบัน Linus Pauling Institute จาก Oregon State University ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ส่วนผสมดังกล่าว มีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงมากกว่าวิตามินอย่างเดียว ทั้ง 2 จะทำงานโดยการลบล้างความเสียหายจากอนุมูลอิสระ โดยวิตามินแต่ละตัวจะต่อสู้กับความเสียหายจากรังสียูวีที่แตกต่างกัน

การเพิ่มวิตามินซีและวิตามินอีลงในเซรั่มที่ใช้ประจำวัน หรือถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินทั้ง 2 อย่าง จะทำให้ผิวของคุณได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อต่อสู้กับความเสียหายจากอนุมูลอิสระและการทำลายของรังสียูวีมากกว่าวิตามินซีเพียงตัวเดียว

วิตามินซีผสมกับวิตามินอี และกรดเฟรูลิก (Ferulic acid)

หลายคนอาจจะสงสัยว่าเมื่อวิตามินซีผสมกับวิตามินอีและกรดเฟรูลิกมารวมกันจะเป็นอย่างไร คำตอบก็คือมันจะมีพลังปกป้องผิวของคุณถึง 3 เท่าเลยทีเดียว ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซีและวิตามินอีที่ทำงานควบคู่กันไปกับการขจัดความเสียหายที่เกิดจากรังสียูวี มันจึงเหมาะสมที่เหมาะกับครีมกันแดด เพื่อป้องกันรังสียูวีได้มากเป็นพิเศษ

ไขข้อสงสัย..ทำไมสารต้านอนุมูลอิสระจึงควรใช้คู่กับครีมกันแดด

เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่สามารถทำหน้าที่แทนครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสียูวีได้ แต่มันสามารถเพิ่มการป้องกันแสงแดดได้คุณได้ จากการวิจัยจากแหล่งที่เชื่อถือได้แสดงให้เห็นว่า การรวมกันของวิตามินอี วิตามินซี และครีมกันแดด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแสดงแดดได้ ซึ่งสิ่งนี่เป็นการผสมที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้ทั้งในเรื่องของริ้วรอยที่มองเห็นได้และมะเร็งผิวหนัง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

5 Skin Care Ingredients That Should Always Be Paired Together. https://www.healthline.com/health/beauty-skin-care/ingredients-that-work-well-together. Accessed October 15, 2020

Topical Vitamin C and the Skin: Mechanisms of Action and Clinical Applications. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5605218/. Accessed October 15, 2020

Collagen-like peptide exhibits a remarkable antiwrinkle effect on the skin when topically applied: in vivo study. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/15648443/. Accessed October 15, 2020

Effectiveness of antioxidants (vitamin C and E) with and without sunscreens as topical photoprotectants. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/8869680/. Accessed October 15, 2020

A topical antioxidant solution containing vitamins C and E stabilized by ferulic acid provides protection for human skin against damage caused by ultraviolet irradiation. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/18603326/. Accessed October 15, 2020

Vitamin C and Skin Health. https://lpi.oregonstate.edu/mic/health-disease/skin-health/vitamin-C. Accessed October 15, 2020

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
แก้ไขล่าสุด 16/10/2020
x