วิธีลดเหนียง ลดปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย ทำได้อย่างไร

    วิธีลดเหนียง ลดปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย ทำได้อย่างไร

    เหนียง คือไขมันที่สะสมบริเวณใต้คาง ทำให้ผิวหนังมีลักษณะหย่อนคล้อย จนดูคล้ายคาง 2 ชั้น ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พฤติกรรมการรับประทานอาหาร น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ผิวเสื่อมสภาพ ดังนั้น เพื่อช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้นและเพิ่มความมั่นใจ จึงควรศึกษาถึง วิธีลดเหนียง ที่อาจทำได้ด้วยตัวเองหรือใช้เทคนิคการแพทย์เข้าช่วย

    เหนียงเกิดจากอะไร

    เหนียง คือ ผิวหนังบริเวณใต้คางและต้นคอที่ห้อยย้อยลงมา ที่อาจเกิดจากการสะสมของไขมัน เนื่องจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ดี ขาดการออกกำลังกาย หรือเกิดจากผิวหนังเสื่อมสภาพตามอายุที่มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกเป็นกังวลและขาดความมั่นใจได้ แต่การปฏิบัติตามวิธีลดเหนียงอย่างเหมาะสมอาจช่วยแก้ไขปัญหาเหนียงได้

    วิธีลดเหนียง

    วิธีลดเหนียง แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

    วิธีลดเหนียงด้วยตัวเอง

    1. ฝึกท่าบริหารลดเหนียง ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วย 4 ท่า ดังนี้
    • ท่าดันขากรรไกร เริ่มด้วยการนั่งตัวตรง หันหน้าตรง จากนั้นแหงนหน้าขึ้นไปมองบนเพดานและทำท่าปากจู๋ จนรู้สึกว่าบริเวณกราม คาง และลำคอตึง ทำท่านี้ค้างไว้ 10 วินาที และก้มหน้าลงกลับเข้าสู่ท่าเริ่มต้น ควรทำซ้ำประมาณ 15 ครั้ง
    • ท่าดันขากรรไกรซ้าย-ขวา เริ่มต้นด้วยการนั่งตัวตรง หันหน้าตรง จากนั้นแหงนหน้าขึ้นไปมองบนเพดาน หันศีรษะไปด้านซ้ายแล้วทำท่าปากจู๋ ค้างไว้ 5-10 วินาที แล้วจึงหันศีรษะไปด้านขวาแล้วทำท่าปากจู๋ค้างไว้อีก 5-10 วินาที จากนั้นจึงกลับเข้าสู่ท่าเริ่มต้น ควรทำซ้ำประมาณ 15 ครั้ง
    • ท่ากดลูกบอลด้วยคาง เริ่มต้นด้วยการเตรียมลูกบอลขนาดเล็ก ประมาณ 9-10 นิ้ว นั่งตัวตรง หันหน้าตรง และวางลูกบอลไว้ใต้คาง จากนั้นก้มหน้าออกแรงกดบอลสักครู่ แล้วจึงผ่อนแรง ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ ควรทำซ้ำอย่างน้อย 25 ครั้งเป็นประจำทุกวัน
    • ท่าแลบลิ้น เริ่มต้นด้วยการนั่งตัวตรง หันหน้าตรง และแลบลิ้นออกมาให้มากที่สุด จากนั้นกระดกลิ้นขึ้นไปทางปลายจมูก ค้างไว้ 10 วินาที ก่อนจะเก็บลิ้น ควรทำซ้ำ ๆ อย่างน้อย 10 ครั้ง/วัน

  • การออกกำลังกาย
  • การออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 วัน/สัปดาห์ เช่น การวิ่งเหยาะ วิ่งบนลู่วิ่ง การเดินเร็ว กระโดดเชือก ปั่นจักรยาน เป็นวิธีลดเนียงที่อาจช่วยเผาผลาญไขมันบริเวณใต้คางและช่วยลดไขมันส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย รวมถึงอาจช่วยควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย

    1. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

    ควรเลือกรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ผลิตภัณฑ์จากนมและเครื่องดื่มที่มีไขมันต่ำและไม่เติมน้ำตาล ไขมันดี เช่น ผักใบเขียว แครอท ฟักทอง ส้ม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อะโวคาโด สับปะรด กล้วย มะเขือเทศ อกไก่ ปลาแซลมอน ถั่วเหลือง เต้าหู้ เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนัก ป้องกันไขมันสะสมใต้คางจนเกิดเหนียง และให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ผิว และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนในชั้นผิวมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ชะลอการเสื่อมสภาพของผิวที่อาจส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อย

    1. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีแป้ง น้ำตาล และไขมันสูง

    ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีแป้ง น้ำตาลและไขมันสูง เช่น ขนมปังขาว ข้าวขาว อาหารทอด อาหารแปรรูป ขนมหวาน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เพราะอาจทำให้มีไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงบริเวณใต้คาง ดังนั้น จึงควรอ่านข้อมูลโภชนาการบนฉลากผลิตภัณฑ์ว่าอาหารเหล่านั้นมีน้ำตาล คาร์โบไฮเดรตและไขมันสูงเกินไปหรือไม่ และควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านั้น

    วิธีลดเหนียงด้วยเทคนิคทางการแพทย์

    • การดูดไขมัน เป็นวิธีลดเหนียงโดยการกำจัดไขมันเฉพาะจุด โดยคุณหมออาจทำการฉีดยาชาและผ่าตัดผิวหนังเล็กน้อยบริเวณใต้คางหรือเหนียงที่ต้องการดูดไขมัน และทำการสอดท่อยางเพื่อดูดไขมันออก
    • การฉีดเมโส เป็นวิธีลดเหนียงโดยใช้กรดดีออกซีโคลิก (Deoxycholic Acid) เพื่อช่วยสลายไขมันบริเวณใต้คาง ซึ่งอาจจำเป็นต้องเข้ารับการฉีดหลายครั้ง โดยแต่ละครั้งจะห่างกันประมาณ 1 เดือน ผลข้างเคียงสำหรับการลดเหนียงด้วยวิธีนี้คืออาจมีอาการบวม ช้ำ ผิวแดง และรู้สึกเจ็บบริเวณที่ฉีด ซึ่งหายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่หากสังเกตว่ามีอาการปวดศีรษะ อาการคัน ใบหน้าบวม กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง รับประทานอาหารลำบาก ยิ้มไม่เท่ากัน ควรเข้าพบคุณหมอในทันที
    • การผ่าตัด อาจเป็นวิธีลดเหนียงอย่างรวดเร็ว โดยคุณหมอจะฉีดยาชาบริเวณที่ต้องการผ่าตัดเพื่อนำผิวหนังส่วนเกินออก เพื่อช่วยให้ผิวหนังดูกระชับ ไม่พับเป็นชั้นบริเวณใต้คาง แต่อาจส่งผลให้ผิวตึงเล็กน้อยและอาจเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นได้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    พลอย วงษ์วิไล


    เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 20/12/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา