ยารักษาสิว มีกี่ชนิด แต่ละชนิดมีคุณสมบัติอย่างไร

    ยารักษาสิว มีกี่ชนิด แต่ละชนิดมีคุณสมบัติอย่างไร

    ยารักษาสิว เป็นยาสำหรับใช้เพื่อบรรเทาอาการสิวซึ่งเป็นการอักเสบของรูขุมขนหรือต่อมไขมัน เกิดจากรูขุมขนอุดตันเนื่องจากเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหรือน้ำมันจากต่อมใต้ผิวหนังผลิตออกมามากเกินไป รวมถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดเป็นตุ่มบนผิวหนัง มักพบตามใบหน้า หน้าอก หรือแผ่นหลัง โดยทั่วไป ยารักษาสิว จะมีทั้งชนิดทาและชนิดเม็ดสำหรับรับประทาน โดยมีคุณสมบัติในการช่วยกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ทำให้รูขุมขนอุดตัน ลดการผลิตน้ำมันจากต่อมใต้ผิวหนัง และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว

    สิวคืออะไร

    สิว เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง เกิดจากเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหรือน้ำมันจากต่อมใต้ผิวหนังที่ผลิตมากเกินไปอุดตันรูขุมขน รวมถึงการติดเชื้อแบคทีเรียพี แอคเน่ (P. Acne หรือ Propionibacterium Acnes) ซึ่งทำให้ผิวอักเสบ จนเกิดเป็นตุ่มบนผิวหนัง อาจมีหนองอยู่ข้างใน และอาจทำให้รู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัสโดน ปกติแล้ว สิวมักขึ้นตามใบหน้า ลำคอ หน้าอก ไหล่ และหลัง โดยสิวมีหลายประเภท เช่น สิวทั่วไป สิวเสี้ยน สิวหัวดำ สิวอักเสบ สิวหัวช้าง

    ยารักษาสิว มีอะไรบ้าง

    ยารักษาสิวที่คุณหมอหรือเภสัชกรจ่ายให้เพื่อรักษาสิวมักเป็นยาทาหรือยาเม็ดสำหรับรับประทาน โดยแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    ยาทาภายนอก

    • อะดาพาลีน (Adapalene) เป็นยาในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) หรือสารประกอบวิตามินเอ มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และป้องกันรูขุมขนอุดตัน
    • เบนโซ อิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) เป็นตัวยาที่มีฤทธิ์รักษารูขุมขนอุดตัน ทำให้สิวแห้ง และกำจัดแบคทีเรียเพื่อลดโอกาสการเกิดสิวเม็ดใหม่ โดยทั่วไป เบนโซ อิลเพอร์ออกไซด์ มักใช้ร่วมกับอะดาพาลีนในการรักษาสิว
    • เตรทติโนอิน (Tretinoin) เป็นยาในกลุ่มเรตินอยด์เช่นเดียวกับอะดาพาลีน แต่มีฤทธิ์แรงกว่า มีคุณสมบัติกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วที่อุดตันรูขุมขน สามารถรักษาสิวอุดตันหรือสิวหัวดำ
    • กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) เป็นตัวยาที่พบได้ทั้งในรูปแบบของครีม โลชั่น เจล และสารละลาย โดยใช้ทาบาง ๆ บริเวณที่เป็นสิววันละ 1-2 ครั้ง หรือตามคำแนะนำของคุณหมอ เพื่อลดสิว โดยมีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และกำจัดไขมันที่อุดตันรูขุมขน นอกจากนั้น กรดซาลิไซลิกยังออกฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบหรือบวมแดงของเม็ดสิว จึงช่วยให้สิวยุบตัวเร็วขึ้น
    • กลาสโคเทอโรน (Clascoterone) เป็นยาสำหรับรักษาสิวอักเสบที่รุนแรงในระดับปานกลางขึ้นไป มีคุณสมบัติในการต้านฮอร์โมนแอนโดรเจน ลดการสร้างน้ำมันจากต่อมใต้ผิวหนัง เพื่อบรรเทาอาการอักเสบของสิวเนื่องจากน้ำมันใต้ผิวหนังที่มากเกินไป ทั้งนี้ ยากลาสโคเทอโรนได้รับอนุญาตให้ใช้ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปเท่านั้น

    ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

    • ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ เช่น ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) อิริโทรมัยซิน (Erythromycin) สำหรับกำจัดแบคทีเรียพี แอคเน่ และบรรเทาการอักเสบจากการติดเชื้อพี แอคเน่ โดยปกติ ยาปฏิชีวนะจะเหมาะสำหรับรักษาสิวอักเสบหรือสิวหัวหนองที่มีลักษณะเป็นตุ่มบวมแดง มีหัวสีขาวและหนองด้านใน และสิวที่ก่อให้เกิดอาการเจ็บหรือปวดเมื่อสัมผัสโดน
    • ยาคุมกำเนิด เมื่อรังไข่และต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ในปริมาณที่สูงกว่าปกติ ทำให้ต่อมใต้ผิวหนังของเพศหญิงผลิตน้ำมันในปริมาณมากขึ้น จนนำไปสู่ปัญหาหน้ามันหรือผิวมัน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดสิวและการอักเสบของสิว ดังนั้น คุณหมอหรือเภสัชกรมักจ่ายยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานให้ผู้ที่เป็นสิว โดยฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนในยาคุมกำเนิด จะช่วยยับยั้งการผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจนที่มากเกินไป และช่วยให้ผิวมีความมันน้อยลง รวมถึงลดโอกาสที่สิวจะเกิดการอักเสบด้วย
    • ไอโซเทรติโนอิน (Isotretinoin) เป็นยาในกลุ่มเรตินอยด์ที่มีฤทธิ์แรง มักใช้รักษาสิวหัวช้างหรือสิวซีสต์เมื่อรักษาด้วยยาตัวอื่นแล้วไม่ได้ผล คุณสมบัติของไอโซเทรติโนอินคือช่วยลดจำนวนต่อมไขมัน และการผลิตน้ำมันของต่อมน้ำมันใต้ผิวหนัง ทำให้ช่วยลดการเกิดสิวอักเสบ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย

    แพทย์หญิงเกศอร ป้องอาณา

    โรคผิวหนัง · โรงพยาบาลสุขุมวิท


    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น · แก้ไขล่าสุด 30/09/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา