home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เครื่องสำอาง บางอย่างใช้มากไปก็อาจเป็นภัยต่อสุขภาพได้นะ

เครื่องสำอาง บางอย่างใช้มากไปก็อาจเป็นภัยต่อสุขภาพได้นะ

เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ความงามสมัยนี้มีให้เราเลือกใช้ตั้งมากมายหลายชนิด แต่ถ้าเราใช้มากเกินไปก็อาจกลายสภาพเป็นระเบิดเวลา ที่พร้อมจะทำลายความงามของเราจนย่อยยับในวันหนึ่งวันใดได้ ฉะนั้น ก่อนที่คุณจะหยิบครีมขึ้นมาทาหน้า หรือเปิดฝาลิปสติกออกมาทาปาก Hello คุณหมอ มีข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้เติมแต่งความงามพวกนี้มาให้ได้อ่านกัน

เครื่องสำอาง ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ

1.ไพรเมอร์ (Primer)

ไพรเมอร์ หรือผลิตภัณฑ์เติมความพร้อมให้ผิวหน้าก่อนลงรองพื้นนั้น มักมีส่วนผสมของซิลิโคนที่ช่วยเคลือบผิวหน้าเอาไว้ ทำให้ผิวหน้ารู้สึกนุ่มเนียนและมองเห็นรูขุมขนได้น้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็มักจะดักจับเหงื่อและน้ำมันเอาไว้ ซึ่งอาจทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตันและมีสิวปะทุขึ้นมาได้ ฉะนั้นจึงไม่ควรใช้เป็นประจำ เก็บไว้ใช้สำหรับงานสำคัญๆ หรือในเวลาที่ผิวหน้าต้องการตัวช่วยเป็นพิเศษจะดีกว่า นอกจากนี้ก็ต้องไม่ลืมใช้เคลนเซอร์ดีๆ ที่สามารถทำความสะอาดซิลิโคนออกไปได้อย่างหมดจดด้วย จะได้ไม่มีอะไรตกค้างให้เกิดปัญหาผิวหน้าในภายหลัง

2.เรตินอล (Retinol)

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของเรตินอล เป็นอะไรที่แพทย์ผิวหนังให้การยอมรับว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยอย่างได้ผล ซึ่งมีอยู่มากมายหลายสูตร และมีวางจำหน่ายอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่ถ้าใครซื้อแบบที่วางขายโดยทั่วไปมาใช้เอง ก็อาจต้องระมัดระวังซะหน่อยนะ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จะมีผลข้างเคียง อย่างเช่น รอยแดงและผิวลอกเกิดขึ้นได้ ฉะนั้น ผู้ที่มีผิวแห้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และควรใช้แบบไม่เกินร้อยละ 0.5 สัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้งก็พอ ซึ่งทางที่ดีควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ด้วย

3.แชมพูแบบทำความสะอาดได้ล้ำลึก

สาวๆ หลายคนมักชอบใช้แชมพูแบบที่ช่วยทำความสะอาดได้ล้ำลึก เพื่อช่วยขจัดสารพิษหรือสารตกค้างต่างๆนานาออกไปจากเส้นผม ซึ่งช่วยทำให้เส้นผมกลับมาดูมีชีวิตชีวา ไม่ดูหม่นหมองเหมือนเดิม แชมพูชนิดนี้มักมีส่วนผสมของสารคีเลต (Chelating Agent) ที่ช่วยขจัดสารตกค้างต่างๆออกไปได้ในคราวเดียว แต่ถ้าเราใช้บ่อยเกินไป สารทำความสะอาดชนิดนี้ก็จะทำลายน้ำมันและความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ออกไปจากเส้นผมและหนังศีรษะด้วย ส่งผลให้เส้นผมดูแห้งกรอบและหักขาดง่าย จึงควรใช้แค่เดือนละสองหนเป็นอย่างมาก หรือถ้าจำเป็นจริงๆก็อาจเป็นสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น

4.แปรงทำความสะอาดผิวหน้า

สมัยนี้ผู้หญิงมักมีตัวช่วยเวิร์คๆ มาช่วยในการดูแลผิวอยู่มากมายก่ายกอง รวมทั้งเครื่องมือที่ช่วยในการทำความสะอาดผิวอย่างแปรงไฟฟ้าด้วย แปรงชนิดนี้ช่วยให้สาวๆ หลายคนรู้สึกว่าผิวหน้าสะอาดหมดจด ซึ่งต่างจากการล้างหน้าด้วยมือตัวเองเยอะ แต่ก็มีงานวิจัยระบุออกมาด้วยนะว่า หัวแปรงล้างหน้าถึงแม้จะเป็นแบบซอฟท์ ก็ยังอาจส่งผลให้เกิดสิว อาการผิวแห้ง อักเสบ หรือกระตุ้นให้เกินโรคผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรซาเซีย และผื่นแพ้เรื้อรังขึ้นมาได้ ถ้าใช้แค่สัปดาห์ละสองสามครั้ง ก็ไม่ไม่อะไรหรอกนะ แต่อย่าใช้เป็นประจำทุกวัน

5.ลิปจิ้มจุ่มเนื้อแมตต์

ลิปสติกสูตรใหม่นี้มีเม็ดสีแน่นเอียด และยึดเกาะกับริมฝีปากได้อย่างมีพลังมาก น่าจะมีพลังมากที่สุดในหมู่มวลลิปสติกทั้งหมดนั่นแหละ ซึ่งส่วนผสมที่มีพลังพวกนี้มักจะทำให้เกิดผลข้างเคียง อย่างเช่น ปากแห้งขึ้นมาด้วย ยิ่งเป็นอะไรที่ล้างออกยาก ก็ยิ่งทำให้ปากแห้งเป็นทวีคูณ แต่ถ้าคุณใช้น้ำมันมะพร้าวก็จะช่วยให้ล้างออกได้ง่ายขึ้น คุณควรใช้ลิปสติกชนิดนี้แค่วันเว้นวัน โดยปล่อยให้ริมฝีปากเปือยเปล่า หรือใช้แต่ลิปบาล์มชนิดเจือสี เพื่อให้ปากได้มีโอกาสพักบ้าง

6.คอนดิชันเนอร์

สาวๆ สมัยนี้มักไม่ค่อยมีเวลาในการอาบน้ำสระผมในตอนเช้า ส่วนใหญ่จึงใช้วิธีชโลมคอนดิชันเนอร์ตั้งแต่โคนจรดปลาย แล้วล้างออกแบบรีบๆ ส่งผลให้คอนดิชันเนอร์อาจเกิดการตกค้างอยู่บนเส้นผม ซึ่งนอกจากจะทำให้ผมลีบแบนแล้ว ยังทำให้ผมเสียในระยะยาวด้วย จึงควรใช้ให้ถูกต้อง โดยหลังสระผมเสร็จแล้ว ก็มัดเป็นหางม้าต่ำๆ แล้วทาคอนดิชันเนอร์เฉพาะในส่วนที่เป็นหางม้า โคนผมจะได้ไม่มันจนเกินไป จากนั้น ก็ล้างน้ำออกโดยใช้เวลาหนึ่งนาทีเต็มๆ

7.แชมพูแห้ง

การใช้ดรายแชมพู หรือชมพูแห้งมาเกินไปจะทำให้เกิดการตกค้างอยู่บนเส้นผมและหนังศีรษะ ซึ่งทำให้ขจัดออกไปได้ยากขึ้น ถ้าใช้แค่แชมพูตามปกติ และถ้าเกิดการตกค้างมากขึ้น ก็จะทำให้หนังศีรษะสัมผัสกับออกซิเจนได้น้อยลง ส่งผลให้หนังศีรษะขาดอากาศหายใจ เลยทำให้เส้นผมเกิดการหลุดร่วงและงอกช้าลง สุดท้ายก็หยุดการงอกอย่างถาวร ฉะนั้นจึงไม่ควรใช้เกินสัปดาห์ละครั้ง และควรทำความสะอาดหลังใช้ให้ดีด้วย

8.สครับหรือผลิตภัณฑ์ขัดผิว

สครับบางชนิดอาจจะใช้ผงขัดที่เป็นอันตราย ทำให้เกิดความเสียหายต่อผิวได้ ซึ่งบางครั้งทำให้ผิวอ่อนแอจนติดเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย ไวต่อแสงแดด หรือเกิดจุดด่างดำ และที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือเกิดรอยแผลเป็นจากการสครับ ฉะนั้นจึงควรเลือกใช้ให้ดี และควรใช้แค่สัปดาห์ละสองถึงสามครั้งเท่านั้น ซึ่งถ้าจะให้ดีก็ควรให้ผู้เชี่ยวชาญทำให้ดีกว่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

If You Overuse These Beauty Products, It Could Actually Be Hazardous to Your Health https://www.popsugar.com/beauty/Beauty-Products-You-Shouldnt-Use-Too-Much-42489712 Accessed on June 8, 2018

How Much Product Should You Use? https://www.webmd.com/beauty/features/skin-product-amount#1 Accessed on June 8, 2018

Healthy Cosmetics. https://www.healthline.com/health/beauty-skin-care-cosmetics#prohibited-ingredients

 

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ออมสิน แสนล้อม แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x