โดนผึ้งต่อย ควรทำอย่างไร

    โดนผึ้งต่อย ควรทำอย่างไร

    สาเหตุที่ทำให้ โดนผึ้งต่อย อาจมาจากการเข้าไปรบกวนแหล่งที่อยู่อาศัยของผึ้ง เช่น การเก็บน้ำผึ้ง การตัดต้นไม้ ทำให้ผึ้งป้องกันตัวโดยใช้เหล็กในทิ่มเข้าสู่ผิวหนัง ซึ่งภายในเหล็กในประกอบด้วยพิษที่ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้มีอาการผิวหนังบวมแดง เจ็บปวด และอาจส่งผลอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผึ้ง ดังนั้น เมื่อโดนผึ้งต่อยจึงควรปฐมพยาบาลอย่างถูกต้อง และเข้ารับการรักษาโดยคุณหมอในทันทีหากมีอาการรุนแรง

    สาเหตุที่ทำให้ โดนผึ้งต่อย

    สาเหตุที่โดนผึ้งต่อย ส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าใกล้รังผึ้งหรือบริเวณที่ผึ้งมักชอบทำรัง เช่น ต้นไม้ ป่า สวน เพราะอาจทำให้ผึ้งรู้สึกถูกรุกรานและป้องกันตัวด้วยการต่อย ผู้ที่เสี่ยงโดนผึ้งต้อย อาจเป็นผู้ที่มีอาชีพเก็บน้ำผึ้ง รวงผึ้ง เพื่อนำมาประกอบอาหารหรือจำหน่าย

    อาการที่ควรสังเกตเมื่อ โดนผึ้งต่อย

    อาการที่ควรสังเกตเมื่อโดนผึ้งต่อย มีดังนี้

    อาการในระดับไม่รุนแรง

    • ปวดแสบปวดร้อนทันทีเมื่อโดนผึ้งต่อย
    • ผิวหนังบวมแดงบริเวณที่ถูกต่อย

    อาการในระดับปานกลาง

    • ผิวหนังบริเวณที่โดนผึ้งต่อยเป็นเป็นรอยแดงมาก
    • อาการบวมของผิวหนังเริ่มขยายใหญ่ขึ้นภายใน 1-2 วัน หลังจากโดนผึ้งต่อย

    อาการในระดับรุนแรง

    • ผิวหนังบวมแดงมาก
    • อาจมีลมพิษและคันผิวหนัง
    • ผิวซีด
    • หายใจลำบาก
    • อาการบวมที่คอและลิ้น
    • ชีพจรเต้นเร็วหรืออ่อนแรง
    • คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย
    • วิงเวียนศีรษะ
    • เป็นลม

    อันตรายจากการโดนผึ้งต่อย

    อันตรายจากการโดนผึ้งต่อยอาจขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพแต่ละบุคคล เนื่องจากบางคนอาจมีอาการแพ้พิษจากเหล็กในของผึ้ง ที่ส่งผลให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง อีกทั้งหากโดนผึ้งหลายตัวต่อย อาจทำให้ได้รับพิษจากเหล็กในของผึ้งมากเกินไป ส่งผลให้มีไข้สูง อาเจียน ท้องเสีย ชัก เป็นลมหมดสติ อวัยวะภายในล้มเหลว และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ดังนั้น จึงควรเข้าพบคุณหมอทันทีเมื่อสังเกตว่าตัวเองมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก ผิวบวมแดงขนาดใหญ่ หรือเมื่อโดนผึ้งต่อย เพื่อนำเหล็กในที่ฝังอยู่บนผิวหนังและขจัดพิษออกได้อย่างทันท่วงที

    การทดสอบภูมิแพ้พิษผึ้ง

    การทดสอบเพื่อหาว่ามีความเสี่ยงต่อการแพ้พิษจากเหล็กในของผึ้ง อาจทำได้ดังนี้

  • ทดสอบผิวหนัง โดยคุณหมอจะนำพิษผึ้งฉีดเข้าไปในผิวหนังบริเวณแขนหรือหลัง หากผิวหนังมีอาการบวม มีตุ่มขึ้นบริเวณที่ทดสอบ อาจเป็นได้ว่ามีความเสี่ยงที่จะมีอาการแพ้พิษผึ้ง
  • ตรวจเลือด คุณหมออาจขอเก็บตัวอย่างเลือด เพื่อนำไปทดสอบการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อพิษผึ้ง และวัดปริมาณแอนติบอดีที่ส่งผลให้เกิดอาการแพ้
  • โดนผึ้งต่อยควรทำอย่างไร

    สิ่งที่ควรทำเมื่อโดนผึ้งต่อย มีดังนี้

    ปฐมพยาบาลด้วยตัวเอง

    1. กำจัดเหล็กในที่ฝังอยู่บนผิวหนัง โดยใช้มุมบัตรแข็งขูดบริเวณที่โดนผึ้งต่อย เพื่อช่วยกำจัดเหล็กในหรืออาจใช้ลูกกุญแจบริเวณที่เป็นรู กดไปที่แผล แล้วใช้แหนบดึงเหล็กในออก
    2. ล้างแผลบริเวณที่โดนผึ้งต่อยด้วยสบู่และน้ำ
    3. ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือนำน้ำแข็งมาประคบบริเวณที่โดนผึ้งต่อยเป็นเวลา 10-20 นาที เพื่อลดอาการปวดและอาการบวม
    4. หลีกเลี่ยงการเกาหรือการสัมผัสกับบริเวณที่โดนผึ้งต่อย เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งทำให้เกิดแผลพุพองได้
    5. ทาเบกกิ้งโซดา หรือครีมไฮโดรคอร์ติโซน 0.5% หรือ 1% หรืออาจรับประทานยาแก้ปวดจนกว่าจะหาย

    การรักษาทางการแพทย์เมื่อโดนผึ้งต่อย

    • ยาแก้ปวด เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) อะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) ที่อาจช่วยบรรเทาอาการปวดบริเวณที่โดนผึ้งต่อย และอาจช่วยลดไข้สำหรับผู้ที่มีไข้ร่วมด้วย
    • ยาต้านฮีสทามีน หรือยาแก้แพ้ คือยาในรูปแบบรับประทาน ยาพ่นจมูก หรือยาสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ เพื่อช่วยบรรเทาอาการแพ้และอาการคัน เช่น ยาไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) ลอราทาดีน (Loratadine)
    • ให้ออกซิเจน เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น สำหรับผู้ที่โดนผึ้งต่อยและมีอาการหายใจลำบาก
    • วัคซีนโรคภูมิแพ้ โดยปกติแล้วควรได้รับการฉีดเป็นประจำทุก 2-3 ปี เพื่อช่วยป้องกันอาการแพ้พิษผึ้งในระดับรุนแรง
    • ยาฆ่าเชื้อ สำหรับกรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อร่วมด้วย

    การป้องกันไม่ให้ โดนผึ้งต่อย

    การป้องกันไม่ให้โดนผึ้งต่อย สามารถทำได้ดังนี้

    • หลีกเลี่ยงการรุนรานแหล่งที่อยู่อาศัยของผึ้งและอยู่ให้ห่างจากรังผึ้ง หรือหากผึ้งทำรังใกล้แหล่งที่อยู่อาศัย ควรขอความช่วยเหลือจากบริษัทกำจัดแมลง
    • ใช้ยาฆ่าแมลงที่มีสารดีอีอีที (Diethyltoluamide หรือ DEET) อย่างน้อย 50%
    • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอม สบู่ แชมพู ที่มีกลิ่นแรงและมีกลิ่นหอมหวานเมื่อออกนอกบ้าน เพราะอาจดึงดูดผึ้งได้
    • ปิดฝาภาชนะและถังขยะให้สนิท
    • ปิดประตู หน้าต่าง หรือติดมุ้งลวด เพื่อป้องกันผึ้งเข้าบ้าน
    • สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิวหนัง และหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าสีสดใส เพราะอาจมีลักษณะคล้ายกับดอกไม้ที่ดึงดูดผึ้ง
    • ระมัดระวังการตัดหญ้า ต้นไม้ ดอกไม้ เพราะอาจทำให้ผึ้งตื่นตกใจและคิดว่ากำลังรุกรานที่อยู่อาศัย ทำให้ผึ้งอาจเข้าโจมตีเพื่อป้องกันตัวได้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย

    แพทย์หญิงเกศอร ป้องอาณา

    โรคผิวหนัง · โรงพยาบาลสุขุมวิท


    เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 30/09/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา