ซีสต์ในไต (Acquired Cystic Kidney Disease)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 3 mins read
Share now

คำจำกัดความ

ซีสต์ในไต คืออะไร

โรคซีสต์ในไต (Acquired Cystic Kidney Disease) เป็นโรคที่มีก้อนซีสต์โตขึ้นในไตจนเกิดเป็นถุงซีสต์ ซีสต์ในไต คือ ถุงก้อนกลม ๆ ซึ่งบรรจุของเหลว ที่เกิดขึ้นที่ไต หรือภายในไต ซีสต์ในไตอาจนำพาไปสู่โรคร้ายแรงที่จะทำให้ระบบการทำงานของไตไม่ปกติได้ในหลายๆ กรณี โดยประเภทของซีสต์ในไตที่เรียกว่า ซีสต์ในไตธรรมดา เป็นซีสต์ในไตที่ไม่มีเชื้อมะเร็ง และมักไม่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน

  • โรคซีสต์ในไตเป็นโรคที่เกิดขึ้นในไตทั้งสองข้าง และเมื่อเกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นการคาดเดาได้ว่ามาถึงระยะสุดท้ายของโรคไตวายแล้ว
  • ในระยะเริ่มแรก จะไม่มีอาการหรือสัญญาณใดที่แสดงว่าเป็นโรคซีสต์ในไต โดยมากจะพบโดยไม่ตั้งใจเมื่อทำการตรวจด้วยการฉายรังสีภายในช่องท้อง

โรคซีสต์ในไตพบได้บ่อยหรือไม่

โรคซีสต์ในไตสามารถพบได้บ่อยในผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรังเป็นเวลานานๆ ประมาณ 7-22% ของผู้ที่เป็นโรคไตเรื้องรังเป็นโรคซีสต์ในไตก่อนเริ่มการรักษาโดยการฟอกไต เกือบ 60% ของผู้ที่รับการฟอกไตนาน 2-4 ปีมีซีสต์ในไต และประมาณ 90% ของผู้ที่รับการฟอกไตมานาน 8 ปีมีซีสต์ในไต โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรคซีสต์ในไตมีอะไรบ้าง

ซีสต์ในไตธรรมดามักไม่มีสัญญาณเตือนหรืออาการใด ๆ แต่ถ้าหากก้อนซีสต์ในไตธรรมดานั้นโตมากพอ อาการที่อาจเกิดขึ้นตามมา มีดังนี้

  • อาการปวดตื้อที่หลังหรือสีข้าง
  • เป็นไข้
  • เจ็บช่องท้องส่วนบน

อาจมีอาการอื่นๆที่ไม่ได้ระบุไว้ด้านบนนี้ หากมีความกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากท่านพบสัญญาณหรืออาการใดๆ ที่ระบุไว้ด้านบนนี้ หรือมีคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลนั้นมีอาการไม่เหมือนกัน ทางที่ดีที่สุดคือควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางออกของปัญหาสุขภาพของท่าน

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิด ซีสต์ในไต

โรคซีสต์ในไตอาจเป็นผลมาจากการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จากการศึกษาได้พบว่า แม้ว่าความเกี่ยวข้องระหว่างการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและโรคซีสต์ในไตนั้นไม่เป็นที่แน่ชัด เนื่องจากอาจทำให้เกิดโรคซีสต์ในไตได้

จากผลการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า ของเสียที่ไม่สามารถระบุได้ และไม่ได้นำออกจากร่างกาย เป็นตัวทำให้เกิดซีสต์ในไต แต่การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมนั้น ไม่ได้เป็นสาเหตุของซีสต์แต่อย่างใด

ปัจจัยความเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิด ซีสต์ในไต

มีปัจจัยความเสี่ยงของการเกิดโรคซีสต์ในไตหลายประการ ได้แก่

  • เพศชาย (อัตราการเกิดโรคซีสต์ในไตของเพศชายต่อเพศหญิงคือ 7:1)
  • การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเป็นระยะเวลานาน
  • คนผิวสี (นิโกร)
  • โรคซีสต์ในไตขั้นรุนแรงโดยมีก้อนซึ่งเกิดจากอวัยวะโตในช่องท้องแบบเห็นได้ชัดเจน
  • อาการตกเลือดของซีสต์

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับขอมูลเพิ่มเติมอยู่เสมอ 

การวินิจฉัยโรคซีสต์ในไต

การทดสอบและกระบวนการวิเคราะห์โรคซีสต์ในไตธรรมดา ได้แก่

  • การฉายรังสี เช่น การตรวจโดยอัลตร้าซาวด์ การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan), และ การสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็ก (MRI) เป็นวิธีที่ใช้บ่อย ในการตรวจหาโรคซีสต์ในไตธรรมดา การฉายรังสีช่วยให้แพทย์สามารถประเมินได้ว่าก้อนเนื้อที่พบที่ไตเป็นซีสต์หรือเนื้องอก
  • การทดสอบการทำงานของไต การตรวจจากตัวอย่างเลือดอาจได้ว่าซีสต์ในไตนั้นทำให้ระบบการทำงานของไตไม่ปกติหรือไม่

การรักษาโรคซีสต์ในไต

ในกรณีที่อาการของท่านไม่แสดงอาการหรือสัญญาณใดๆ และไม่แทรกแซงการทำงานของระบบไต ท่านอาจไม่ต้องการการรักษา ในบางครั้งโรคซีสต์ในไตธรรมดาอาจหายไปได้เอง

หากโรคซีสต์ในไตธรรมดาเริ่มแสดงอาการหรือสัญญาณใด ๆ แพทย์อาจแนะนำวิธีรักษาหรือทางเลือกอื่น ๆได้แก่

  • ผู้ให้บริการด้านสุขภาพอาจรักษาการติดเชื้อด้วยยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าแบคทีเรีย)
  • การเจาะและระบายซีสต์ แล้วเติมแอลกอฮอล์ลงไป วิธีนี้หาพบได้ยาก การทำให้ซีสต์หดตัวลง แพทย์จะสอดเข็มที่เล็กและยาวเจาะผ่านผิวหนังและผ่านผนังของซีสต์ในไต หลังจากที่ของเหลวในซีสต์นั้นถูกระบายออกมา ซีสต์นั้นจะถูกเติมสารละลายแอลกอฮอล์ลงไปเพื่อป้องกันการเกิดขึ้นมาใหม่
  • การผ่าตัดเอาก้อนซีสต์ ซีสต์ที่มีขนาดใหญ่ และทำให้เกิดอาการต่าง ๆ นั้น อาจต้องการการผ่าตัดเพื่อระบายของเหลวและตัดออก ในการผ่าตัดนั้นผู้ทำการผ่าตัดจะทำการกรีดผิวเป็นรอยเล็ก ๆ หลายรอย และสอดเครื่องมือพิเศษ และกล้องถ่ายวิดีโอขนาดเล็ก เพื่อดูวิดีโอจากหน้าจอภายในห้องผ่าตัด ศัลยแพทย์จะสอดเครื่องมือไปที่ไตและใช้มันเพื่อการระบายของเหลวออกจากก้อนซีสต์ จากนั้นจะตัดผนังก้อนซีสต์หรือทำการจี้ออกไป

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาด้วยตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองเพื่อรับมือกับโรคซีสต์ในไต

สำหรับโรคซีสต์ในไตนั้น ไม่มีอาหารหรือการป้องกันใด ๆ ที่สามารถป้องกันหรือชะลอโรคซีสต์ในไตได้โดยเฉพาะ แต่โดยปกติแล้ว อาหารที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่รับฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือรับการชำระเลือดผ่านเยื่อบุช่องท้องจะช่วยลดปริมาณของเสียที่สะสมในร่างกายระหว่างกระบวนการฟอกเลือด ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารแบบเดียวกันนั้นเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคซีสต์ในไต

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

สัญญาณเตือนของมะเร็งตับอ่อน ที่คุณอาจไม่ควรมองข้าม

เมื่อเป็นมะเร็งแล้วร่างกายอาจจะส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง ซึ่งมะเร็งตับอ่อนก็เช่นกัน แต่ สัญญาณเตือนของมะเร็งตับอ่อน จะมีอะไรบ้าง ต้องไปติดตามกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

ถั่วแดง โปรตีนสูง แคลอรี่ต่ำ ทางเลือกดีๆ สำหรับคนรักษาสุขภาพ

ถั่วแดง เป็นธัญพืชที่คนไทยเรารู้จักกันดี เรามักพบถั่วแดงอยู่ในอาหารประเภทของหวาน ที่นอกจากจะให้ความอร่อยแล้ว ถั่วแดงยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงอีกด้วยนะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต อาหารประเภทไหนที่ควรรับประทานและหลีกเลี่ยง

Hello คุณหมอ นำ  5 อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต มาฝากกันค่ะ รวมถึงอาหารที่ผู้ป่วยโรคไตต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหรือมีอาการแย่ลงกว่าเดิม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ระวัง!!! ดื่มชามากเกินไป อาจเสี่ยงไตวายได้

เครื่องดื่มอย่างชา หากดื่มมากเกินไป ก็อาจกลายเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาตอบข้อสงสัยว่า ดื่มชาเย็นมากเกินไป เสี่ยงไตวายได้จริงหรือไม่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล