home

การมีประจำเดือน

การมีประจำเดือน คือ การที่มีเลือดปนกับเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกไหลออกมาในแต่ละเดือน ถือเป็นภาวะปกติที่พบในผู้หญิงทุกคนที่เข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์ การดูแลตัวเองในช่วงที่มีประจำเดือนก็เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคุณผู้หญิง นอกจากนั้น ก็ยังมีเรื่องต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ซึ่งทาง Hello คุณหมอ ได้รวบรวมบทความเอาไว้ให้ได้อ่านกัน ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

การมีประจำเดือน

ประจำเดือน เป็นหนึ่งในกระบวนการสืบพันธุ์ร่างกายของเพศหญิง เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ หรือช่วงอายุประมาณ 12-15 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะทำให้เยื่อบุมดลูกหนาขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมให้ไข่ผสมกับอสุจิแล้วเกิดการปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อน แต่ถ้าหากไข่ไม่ได้ผสมกับอสุจิ เยื่อบุมดลูกก็จะหลุดลอกออกมาทางช่องคลอดกลายเป็นประจำเดือน โดยส่วนใหญ่แล้วประจำเดือนมักจะมาประมาณ​ 2-7 วัน ทุก ๆ 21-35 วัน เมื่ออายุมากขึ้น รอบของประจำเดือนอาจจะสั้นลงและบางคนอาจประสบปัญหาประจำเดือนเลื่อน หรือคลาดเคลื่อนไปบ้าง ส่วนประจำเดือนเลื่อนนานสุดกี่วัน อาจเกิดขึ้นแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล และเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงควรต้องสังเกตตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติควรปรึกษาคุณหมอ [health-tool template="ovulation"] ประจำเดือนเลื่อนนานสุดกี่วัน  โดยปกติประจำเดือนจะมาทุก ๆ 21-35 วัน แต่บางครั้งอาจมาเร็วหรือมาช้ากว่ารอบเดือนปกติประมาณ 3-7 วัน ซึ่งประจำเดือนเลื่อนอาจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ประจำเดือนมาเร็วหรือมาช้ากว่าปกติ อย่างไรก็ตาม ในแต่ละรอบประจำเดือนไม่ควรมามากกว่า 7 วัน  สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนเลื่อน  ประจำเดือนเลื่อนอาจเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้ วัยหมดประจำเดือน อายุประมาณ 40-55 ปี เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนเริ่มลดลงแล้วอาจทำให้การตกไข่น้อยลงตาม และส่งผลให้ประจำเดือนเลื่อนและหยุดลงในเวลาต่อมา ซึ่งอาจทำให้มีอาการนอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน ช่องคลอดแห้ง เป็นต้น  ความเครียด เนื่องจากความเครียดอาจส่งผลกระทบต่อการตกไข่และมีประจำเดือนเลื่อน ดังนั้น หากความเครียดลดลงประจำเดือนอาจกลับมาตามรอบปกติ ออกกำลังกายหนัก […]

หัวข้อ การมีประจำเดือน เพิ่มเติม

การมีประจำเดือน

ปวดท้องเมน หรือ ปวดท้องประจำเดือน คือ อาการปวดท้องน้อยส่วนล่าง ในช่วงเวลาที่กำลังจะมีประจำเดือนหรือระหว่างมีประจำเดือน อาจส่งผลให้เกิดความไม่สบายตัว และอาจกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ปวดท้องเมน คืออะไร อาการปวดท้องเมนจะเกิดขึ้นต่อเมื่อใกล้เข้าสู่ช่วงมีประจำเดือน เนื่องจากเยื่อบุมดลูกจะผลิตสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ซึ่งเป็นสารที่เข้าไปกระตุ้นให้มดลูกเกิดการบีบตัวและคลายตัวเพื่อขับเยื่อบุมดลูกออกจากช่องคลอด ซึ่งลักษณะการบีบตัวและคลายตัวนี้ส่งผลให้ผู้หญิงส่วนใหญ่อาจมีอาการปวดท้องก่อนมีประจำเดือนหรือระหว่างมีประจำเดือน โดยลักษณะของอาการปวดท้องจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับลักษณะการบีบตัวของมดลูก อาการปวดท้องเมน อาการปวดท้องเมน อาจสังเกตได้จากปฏิกิริยาต่าง ๆ เหล่านี้ มีอาการปวดบริเวณท้องน้อย และอาจปวดท้องอย่างหนักในบางครั้ง ปวดท้องก่อนมีประจำเดือนประมาณ 1-3 วัน และอาจรู้สึกปวดท้องมากในช่วง 24 ชั่วโมง เมื่อประจำเดือนมา และจะบรรเทาลงภายใน 2-3 วัน รู้สึกปวดไปถึงหลังส่วนล่าง และต้นขา ประจำเดือนออกมาเป็นลักษณะลิ่มเลือดปริมาณมาก ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ท้องร่วง ร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง หรือนานกว่า 2-3 วัน ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อทำการตรวจช่องคลอด และปากมดลูกภายในอย่างละเอียด สาเหตุของอาการปวดท้องเมน สาเหตุที่อาจทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ปวดท้องเมน อาจเกิดได้จากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ ผู้หญิงที่อายุระหว่าง 30-45 ปี เนื่องจากช่วงวัยนี้ฮอร์โมนเอสโตรเจนภายในร่างกายเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลให้ภาวะมดลูกโต ทำให้ประจำเดือนมามาก ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้อง  ภาวะประจำเดือนมามาก และประจำเดือนมาผิดปกติ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญนอกมดลูก เนื้องอกในมดลูก ภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ ปากมดลูกตีบ วิธีลดอาการปวดท้องเมน โดยไม่พึ่งยา  เมื่ออาการปวดท้องเมนกำเริบ สิ่งที่อาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเมนแบบธรรมชาติโดยไม่พึ่งยา มีดังนี้ ประคบร้อนบริเวณท้องส่วนล่าง ด้วยถุงใส่น้ำร้อน […]

การมีประจำเดือน

เมนไม่มา หรือ ประจำเดือนไม่มา คือ ภาวะที่ประจำเดือนไม่มาประมาณ 1-3 เดือน อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะความเครียด ฮอร์โมนไม่สมดุล การตั้งครรภ์ หากไม่ทำการรักษาอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้อย่าง เยื่อบุโพรงมดลูกหนา มีบุตรยาก ภาวะกระดูกพรุน เป็นต้น [health-tool template=”ovulation”] เมนไม่มา คืออะไร ประจำเดือนของผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะมาโดยเฉลี่ยประมาณ 28 วัน หรือในช่วง 21-40 วัน ซึ่งอาการประจำเดือนไม่มาตามรอบเดือน อาจแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ ภาวะขาดประจำเดือนปฐมภูมิ (Primary Amenorrhea) คือ ภาวะที่ไม่มีประจำเดือน เมื่อมีอายุ 15 ปี ภาวะขาดประจำเดือนทุติยภูมิ (Secondary Amenorrhea) คือ ภาวะที่เคยมีประจำเดือนมาก่อน แต่อาจมีภาวะประจำเดือนไม่มาประมาณ 3 เดือนขึ้นไป นอกจากนี้ ผู้หญิงบางคนอาจมีรอบเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ หรือประจำเดือนมามากกว่าปกติ ซึ่งอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล สาเหตุที่เมนไม่มา สาเหตุที่อาจทำให้ประจำเดือนไม่มา อาจมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ดังนี้ ความเครียด เมื่อระดับความเครียดเพิ่มขึ้น อาจทำให้รอบเดือนเลื่อน หรือประจำเดือนไม่มาได้ ควรบรรเทาความเครียดด้วยกิจกรรมที่ชื่นชอบ เพื่อความผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกาย […]

การมีประจำเดือน

ผู้หญิงหลายคนมักจะประสบปัญหากับอาการปวดท้องประจำเดือนกันใช่ไหม โดยจะมีอาการปวดท้องก่อน 1-2 วัน หรือปวดในช่วงวันแรก ๆ ของการมีประจำเดือน ความจริงแล้ว อาการปวดท้องน้อยเวลามีประจำเดือนจะมีอาการปวดได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเรามี วิธีแก้ปวดประจำเดือน มาแนะนำให้สาว ๆ นำไปใช้บรรเทาอาการ ปวดท้องประจำเดือน ด้วยตัวเองกัน [health-tool template=”ovulation”] ประจำเดือน เกิดขึ้นเมื่อใดกันนะ ประจำเดือน (Menstruation) คือ การที่มีเลือดออกมาจากช่องคลอดเป็นประจำในทุก ๆ เดือนสำหรับผู้หญิง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าร่างกายของคุณนั้นพร้อมที่จะเข้าสู่การเจริญพันธุ์ โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงมักจะเริ่มมีประจำเดือนระหว่างช่วงอายุ 11-14 ปี และมีไปอย่างต่อเนื่องจนถึงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งประจำเดือนของผู้หญิงจะมาประมาณ 3-5 วัน แต่ไม่ควรเกิน 7 วัน ที่สำคัญ ควรหมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยอย่างเป็นประจำ เมื่อมีประจำเดือนอาจมีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้น ได้แก่ ปวดท้อง อุ้งเชิงกราน ปวดหลังส่วนล่าง เจ็บหน้าอก มีความอยากอาหาร อารมณ์แปรปรวน ฯลฯ สาเหตุที่ให้เกิดอาการ ปวดท้องประจำเดือน ปวดท้องประจำเดือน เกิดจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูก เพื่อให้ร่างกายได้ขับเนื้อเยื่อภายในมดลูกออกมาเป็นประจำเดือน นอกจากนั้น ยังมีสาเหตุของการ ปวดท้องประจำเดือน อย่างอื่นได้อีก […]

การมีประจำเดือน

ประจำเดือนไม่มา แต่ผลตรวจครรภ์เป็นลบ อาจมีสาเหตุมาจากสภาวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การตั้งครรภ์นอกมดลูก ฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ การใช้ยาบางชนิด หรือแม้แต่การที่ผลตรวจครรภ์ออกมาผิดพลาด หากสังเกตพบว่ามีอาการประจำเดือนไม่มาตามปกติ ควรตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัด และทำการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงตามมาในภายหลัง ประจำเดือนไม่มา แต่ผลตรวจครรภ์เป็นลบ เป็นเพราะอะไร การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) แม้ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูกจะเป็นภาวะที่พบได้ยาก แต่ก็เกิดขึ้นได้ และอาจสามารถทำให้ผลตรวจครรภ์ออกมาเป็นลบได้ หากผลตรวจครรภ์ออกมาเป็นลบ แต่มีอาการดังต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากำลังมีภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก ปวดท้องน้อย หรือปวดท้องข้างเดียวอย่างรุนแรง เวียนศีรษะ เลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ หรือเลือดออกกะปริบกะปรอยจากช่องคลอด คลื่นไส้ และอาเจียน ฮอร์โมน HCG ต่ำ หากประจำเดือนไม่มา แต่ผลตรวจครรภ์ออกมาเป็นลบ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้ตั้งครรภ์เสมอไป เพราะอาจอยู่ในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ ทำให้ฮอร์โมน HCG (Human Chorionic Gonadotropin; HCG) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ยังอยู่ในระดับต่ำเกินไป จนทำให้ที่ตรวจครรภ์ไม่สามารถตรวจจับได้ ผลตรวจครรภ์เลยออกมาเป็นลบ งานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ระดับฮอร์โมน HCG ในร่างกายจะต้องสูงกว่า 25 mIU/ml ที่ตรวจครรภ์ด้วยตัวเองจึงจะสามารถตรวจจับฮอร์โมน HCG ได้ และให้ผลทดสอบที่มีความแม่นยำถึง 99% หากมีฮอร์โมนนี้ไม่เกิน 12.4 […]

การมีประจำเดือน

อาการคันน้องสาว เป็นอาการสุดยี๊ ที่ไม่ว่าสาว ๆ คนไหนก็ล้วนแต่ไม่อยากมีกันทั้งนั้น เพราะนอกจากจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ดูเสียบุคลิกภาพแล้ว ยังอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายบางอย่างได้อีกด้วย แล้วอาการ คันช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน นี้เป็นสัญญาณบ่งบอกสุขภาพอะไรหรือเปล่านะ และเราจะมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการนี้ได้อย่างไร หาคำตอบได้จากบทความนี้ สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ คันช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน การติดเชื้อยีสต์ บางคนอาจจะมีอาการติดเชื้อยีสต์ที่อวัยวะเพศเป็นวัฏจักร เรียกว่า Cyclic Vulvovaginitis เกิดขึ้นจากเชื้อรา Candida ที่อยู่ในช่องคลอด เจริญเติบโตมากผิดปกติ เนื่องจากความสมดุลของค่า pH ในช่องคลอดเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น การมีประจำเดือน หรือฮอร์โมนแปรปรวน ทำให้เชื้อนั้นเพิ่มจำนวนมากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมได้ และกลายเป็นการติดเชื้อยีสต์ ทำให้เกิดอาการคันช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน นอกจากอาการคันที่อวัยวะเพศก่อนมีประจำเดือนแล้ว ยังอาจมีอาการอื่น ๆ เช่น อวัยวะเพศบวม ผดผื่น รอยแดง ตกขาว และแสบร้อนเวลาปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ภาวะช่องคลอดแห้ง ความเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เกิดขึ้นในช่วงมีประจำเดือนนั้น สามารถทำให้เกิดภาวะช่องคลอดแห้งได้ เนื่องจากในช่วงที่เราตกไข่ ระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเพิ่มขึ้นสูง ก่อนจะลดลงต่ำอย่างรวดเร็วในช่วงเริ่มมีประจำเดือน นอกจากนี้ ผู้ที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือผู้ที่เพิ่งผ่านการคลอดบุตร ก็อาจจะมีปัญหาช่องคลอดแห้งได้เช่นกัน ภาวะช่องคลอดแห้งนี้สามารถทำให้เกิดอาการคันและอาการปวดที่บริเวณอวัยวะเพศได้ อาการแพ้หรือระคายเคือง มีงานวิจัยที่พบว่า การมีประจำเดือนนั้น สามารถทำให้ผิวของเราบอบบางและมีปฏิกิริยาไวต่อสิ่งระคายเคืองมากขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางอยู่แล้ว ก็อาจจะยิ่งมีอาการแพ้ได้ง่ายขึ้นในช่วงมีประจำเดือน ฝุ่นละออง สิ่งสกปรก คราบน้ำยาทำความสะอาดที่อาจจะตกค้างอยู่ในชุดชั้นใน […]

การมีประจำเดือน

การขึ้นลงของน้ำหนักนั้นถือเป็นเรื่องปกติของคนเรา บางคนอาจจะมีน้ำหนักคงที่ ขณะที่บางคนนั้นมีการผันผวนของน้ำหนักตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งโดยมากแล้วมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารที่มีส่วนทำให้น้ำหนักขึ้น การไม่ค่อยออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออาจเป็นอาการทางสุขภาพ เช่น ภาวะไทรอยด์ อย่างไรก็ตาม อีกหนี่งสภาวะที่ทำให้น้ำหนักตัวผันผวน โดยจะพบได้เฉพาะผู้หญิงนั่นก็คือ การมีประจำเดือน แต่ทำไมผู้หญิงถึง น้ำหนักขึ้นขณะมีประจำเดือน Hello คุณหมอ มีข้อมูลมาฝากคุณผู้อ่านแล้วค่ะ น้ำหนักขึ้นขณะมีประจำเดือน เป็นเพราะอะไร การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ปัญหาหลักที่ครอบคลุมถึงสาเหตุต่าง ๆ ในขณะที่มีรอบเดือนก็คือ การเปลี่ยนแปลงของปริมาณและระดับของฮอร์โมน โดยในช่วงก่อนมีประจำเดือนเพียงไม่กี่วันนั้น ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen)และโปรเจสเตอโรน(progesterone) จะเริ่มลดลง จากนั้นร่างกายจะเริ่มมีการกักเก็บน้ำ และการกักเก็บน้ำเนื่องจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปนี้นี่เอง ที่มีส่วนทำให้น้ำหนักขึ้นในขณะที่มีรอบเดือน อาการท้องอืด ในช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงนี้ มีส่วนที่ทำให้เกิดอาการท้องอืด เพราะเป็นการไปเพิ่มปริมาณของแก๊สให้เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร เมื่อมีแก๊สมากขึ้นจึงทำให้เกิดอาการท้องอืด  รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว และเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ว่าทำไมช่วงวันแดงเดือดของสาว ๆ ถึงมีภาวะน้ำหนักตัวพุ่ง การกินไม่ยั้ง เป็นเพราะฮอร์โมนอีกเช่นกัน ที่เป็นตัวการทำให้ช่วงนี้ของคุณผู้หญิงหลายท่านมีอาการหิวบ่อย ๆ จนกระทั่งกินเกินลิมิตของตัวเอง เป็นเพราะว่า ช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน ร่างกายจะมีระดับของโปรเจสเตอโรนที่สูง และจะลดลงเมื่อใกล้วันที่มีรอบเดือน ซึ่งการเพิ่มขึ้นของโปรเจสเตอโรนนั้นก็มีผลทำให้คุณกินเยอะขึ้น ในขณะเดียวกันเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการควบคุมเซโรโทนิน (serotonin)ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์และความอยากอาหาร เมื่อมีประจำเดือน ฮอร์โมนทั้งสองลดลง เซโรโทนินจึงทำหน้าที่โดยไม่มีอะไรมาคอยควบคุม ทำให้รู้สึกหิวและกินมากขึ้นผิดปกติในระหว่างนี้นั่นเอง ปริมาณของแมกนีเซียมลดลง แมกนีเซียมทำหน้าที่ในการควบคุมดูแลไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ เมื่อเวลาของประจำเดือนมาถึง […]

การมีประจำเดือน

สีประจำเดือน บ่งบอกถึงภาวะสุขภาพของสตรีได้ ด้วยสีที่แตกต่างกันหมายถึงสุขภาพที่แตกต่างกันด้วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้หญิงทุกคนควรสังเกตสีประจำเดือนที่มาในแต่ละเดือน และศึกษาถึงความหมายของสีประจำเดือนว่าสีแต่ละสีสะท้อนถึงปัญหาสุขภาพด้านใดบ้าง เพื่อจะได้เตรียมรับมือหากมีความผิดปกติเกิดขึ้น  สีประจำเดือน บอกอาการทางสุขภาพอะไรบ้าง ทุกครั้งที่มีประจำเดือนนั้น หากลองสังเกตดู จะพบว่าสีของรอบเดือนจะมีความแตกต่างกัน  ซึ่งสีของรอบเดือนที่แตกต่างกัน บ่งบอกถึงปัญหาหรืออาการทางสุขภาพได้ ดังนี้ 1. ประจำเดือนมีสีดำและสีน้ำตาล หากถึงช่วงมีประจำเดือน แล้วพบว่าประจำเดือนมีสีดำ หรือสีน้ำตาล ไม่ควรตื่นตระหนัก เพราะเลือดที่ออกมาจากช่องคลอดแล้วมีสีคล้ำเข้มคล้ายกากกาแฟนั้น คือ เลือดเก่า ที่อยู่ในมดลูก เส้นเลือด และร่างกายมานาน แต่ยังไม่ได้ถูกขับออกมา เมื่อถูกขับออกมาเลือดเก่าดังกล่าวมีการทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับอากาศภายนอก จึงเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือสีดำ โดยประจำเดือนสีดำนี้จะมีในช่วงแรกและช่วงท้ายของการมีประจำเดือน 2. ประจำเดือนมีสีแดงเข้ม เลือดสีแดงเข้มจะอยู่ในช่วงแรก ๆ และท้ายของการมีประจำเดือน เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าเลือดที่ขับออกมานี้เป็นเลือดเก่า แต่จะต่างจากเลือดเก่าที่มีสีน้ำตาลหรือสีดำตรงที่ เลือดสีแดงเข้มนี้ไม่ได้มีการออกซิเดชั่น บางครั้งการมีเลือดสีแดงเข้ม อาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ หรืออาจเป็นการขับน้ำคาวปลา (Lochia) หลังคลอด 3. ประจำเดือนมีสีแดงสด เลือดประจำเดือนสีแดงสด คือ เลือดใหม่ที่ถูกขับออกมา และไม่ถูกกักหรือพักไว้นานจนเป็นเลือดเก่า ประจำเดือนสีนี้ ไม่ได้มีความน่ากังวลใด ๆ แต่ถ้าหากมีเลือดสีนี้ทุกวันของการมีรอบเดือนในเดือนนั้น อาจหมายถึง การคลอดก่อนกำหนด (ในกรณีที่กำลังตั้งครรภ์อยู่) การตั้งครรภ์นอกมดลูก เนื้องอกในมดลูก ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งปากมดลูก หรือโรคถุงน้ำในรังไข่ […]

การมีประจำเดือน

ปกติรอบเดือนของคุณผู้หญิงมักมาแค่เดือนละ 1 ครั้ง แต่จู่ๆ ก็ดันมีเลือดคล้าย ประจำเดือน ไหลออกมาอีกเป็นครั้งที่ 2 จนทำให้เราสับสนในการนับวันตกไข่ หรือวันที่รอบเดือนจะมาในครั้งถัดไป สาวๆ บางคนแอบวิตกกังวลเล็กน้อย เพราะกลัวโรคร้ายแรงจะถามหา วันนี้ Hello คุณหมอ จึงพาคุณผู้หญิงทั้งหลายมาคลายข้อสงสัยกัน ประจำเดือน มาถี่ๆ เกิดจากสาเหตุอะไรหรือ… วงจรของรอบเดือนที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นเรื่องปกติที่มักพบในเด็กสาววัยรุ่นส่วนใหญ่ สำหรับบางคนประจำเดือนอาจมาช้า หรือเร็วต่างจากรอบเดือนเดิม แต่บางคนประจำเดือนก็ดันมามากถึง 2 ครั้งต่อเดือนเลยทีเดียว ซึ่งมีสาเหตุหลักๆ ดังต่อไปนี้ ฮอร์โมนของวัยแรกรุ่นที่ยังไม่สมดุลคงที่ มีความตึงเครียดปะปนในขณะถึงวันตกไข่ ภาวะไข่ไม่ตก (Lack of ovulation) ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) การใช้ยาที่เกี่ยวข้องกับการคุมกำเนิด น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หรือลดลงอย่างรวดเร็ว ภาวะร่างกายที่กำลังเข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือน สีของประจำเดือนในรอบที่สองนั้นอาจแตกต่างจากรอบแรก มักปรากฏให้เห็นลักษณะสีแดงเข้ม น้ำตาล หรือชมพูอ่อนๆ และมีจำนวนปริมาณของเลือดลดน้อยลงกว่าเดิม เพื่อป้องกันการเปอะเปื้อนควรพกผ้าอนามัยติดตัวไว้ เมื่อเริ่มมีอาการปวดเกร็งบริเวณท้องน้อย อาการแทรกซ้อนเมื่อ ประจำเดือน คุณกำลังมารอบที่ 2 ปวด เมื่อยล้าทั้งลำตัว หรือบริเวณหลัง อาการปวดหัว อ่อนเพลียง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง เวียนหัว คลื่นไส้ อัตราการเต้นของหัวใจถี่ จังหวะการหายใจแรง ประจำเดือน มาสองรอบเป็นสัญญาณเตือนของโรคอะไรได้บ้าง ระวังสุขภาพของคุณให้ดีหากประจำเดือนมาบ่อยในระยะเวลาเพียงเดือนเดียว อาจทำให้คุณเป็นโรคร้ายแรงได้ เช่น โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง ที่อาจเข้าสู่ช่องคลอดของคุณแพร่กระจายไปยังมดลูก และอวัยวะเพศที่ทำให้เกิดอาการแท้งบุตร รวมถึงมีอาการตกขาว เจ็บปวดในอุ้งเชิงกรานพร้อมทั้งมีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ร่วมด้วย เนื้องอกในมดลูก เกิดจากการเจริญเติบโตผิดที่ และยึดติดกับผนังของมดลูก ซึ่งมีตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าเมล็ดพืชจนถึงขนาดใหญ่เท่าลูกส้มโอ เนื้องอกนี้มีอาการข้างเคียงที่รุนแรงเช่น […]

การมีประจำเดือน

กลุ่มอาการท็อกซิกช็อก โดยปกติแล้วสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดก็คือผู้หญิงที่อยู่ในวัยประจำเดือน รวมถึงผู้ที่ชอบใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นหลัก แต่อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไรบ้าง ต้องไปติดตามบทความนี้ของ Hello คุณหมอกัน กลุ่มอาการท็อกซิกช็อก (Toxic Shock Syndrome) คืออะไร? กลุ่มอาการท็อกซิกช็อก (Toxic Shock Syndrome) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่หาได้ยากทั้งยังอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ด้วย กลุ่มอาการท็อกซิกช็อกนั้นเกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด แต่ก็มีย้อยครั้งที่กลุ่มอาการท็อกซิกช็อกเป็นผลมาจากสารพิษที่ผลิตโดยแบคทีเรียสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) โดยกลุ่มอาการท็อกซิกช็อกนั้นมีความสัมพันธ์กับการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นหลัก แต่ความจริงอาการนี้อาจส่งผลกระทบต่อทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้ชาย หรือแม้แต่เด็กก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มอาการท็อกซิกช็อกนั้นนอกจากจะมาจากผ้าอนามัยแบบสอดแล้ว ยังรวมไปถึงการมีบาดแผลและการผ่าตัดอีกด้วย ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการท็อกซิกช็อก แม้กลุ่มอาการท็อกซิกช็อกจะสามารถส่งผลกระทบให้ทุกๆ คนได้ แต่ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่เกิดอาการท็อกซิกช็อกที่เกี่ยวข้องกับเชื้อแบคทีเรีย สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงในวัยประจำเดือน ส่วนที่เกิดขึ้นในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าผู้ชาย เด็ก โดยกลุ่มอาการท็อกซิกช็อกนั้นจะสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ บาดแผลหรือรอยไหม้บนผิวหนัง การผ่าตัดครั้งล่าสุด ฟองน้ำคุมกำเนิด ผ้าอนามัยแบบดูดซับพิเศษ การติดเชื้อไวรัส เช่น อีสุกอีใส อาการที่เกิดจากอาการท็อกซิกช็อก สำหรับอาการของท็อกซิกช็อก ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ในกรณีส่วนใหญ่อาการที่จะปรากฏขึ้นโดยทันที มีดังนี้ มีไข้ฉับพลัน ความดันโลหิตต่ำ ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สับสน ท้องร่วง อาเจียน ผื่น ตาแดง ชัก กลุ่มอาการท็อกซิกช็อกเกิดจากผ้าอนามัยแบบสอดจริงหรือ? สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เป็นแบคทีเรียทั่วไปที่อาศัยอยู่บนผิวหนังและภายในจมูก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไม่เป็นอันตราย แต่สามารถทำให้ติดเชื้อได้หลากหลายหากเข้าสู่กระแสเลือด ดังนั้นเพื่อให้กลุ่มอาการท็อกซิช็อกนั่นเกิดขึ้นจากการที่ เชื้อแบคทีเรียสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เจริญเจิบโตจนสามารถสร้างสารพิษของกลุ่มาการท็อกซิกช็อกขึ้นมาจำนวนมาก แล้วถูกส่งเข้าไปยังกระแสเลือดนั่นเอง โดยผ้าอนามัยแบบสอดนั้น […]