home

การมีประจำเดือน

การมีประจำเดือน คือ การที่มีเลือดปนกับเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกไหลออกมาในแต่ละเดือน ถือเป็นภาวะปกติที่พบในผู้หญิงทุกคนที่เข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์ การดูแลตัวเองในช่วงที่มีประจำเดือนก็เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคุณผู้หญิง นอกจากนั้น ก็ยังมีเรื่องต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ซึ่งทาง Hello คุณหมอ ได้รวบรวมบทความเอาไว้ให้ได้อ่านกัน ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

การมีประจำเดือน

ผู้หญิงหลายคนมักจะประสบปัญหากับอาการปวดท้องประจำเดือนกันใช่ไหม โดยจะมีอาการปวดท้องก่อน 1-2 วัน หรือปวดในช่วงวันแรก ๆ ของการมีประจำเดือน ความจริงแล้ว อาการปวดท้องน้อยเวลามีประจำเดือนจะมีอาการปวดได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเรามี วิธีแก้ปวดประจำเดือน มาแนะนำให้สาว ๆ นำไปใช้บรรเทาอาการ ปวดท้องประจำเดือน ด้วยตัวเองกัน [embed-health-tool-ovulation] ประจำเดือน เกิดขึ้นเมื่อใดกันนะ ประจำเดือน (Menstruation) คือ การที่มีเลือดออกมาจากช่องคลอดเป็นประจำในทุก ๆ เดือนสำหรับผู้หญิง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าร่างกายของคุณนั้นพร้อมที่จะเข้าสู่การเจริญพันธุ์ โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงมักจะเริ่มมีประจำเดือนระหว่างช่วงอายุ 11-14 ปี และมีไปอย่างต่อเนื่องจนถึงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งประจำเดือนของผู้หญิงจะมาประมาณ 3-5 วัน แต่ไม่ควรเกิน 7 วัน ที่สำคัญ ควรหมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยอย่างเป็นประจำ เมื่อมีประจำเดือนอาจมีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้น ได้แก่ ปวดท้อง อุ้งเชิงกราน ปวดหลังส่วนล่าง เจ็บหน้าอก มีความอยากอาหาร อารมณ์แปรปรวน ฯลฯ สาเหตุที่ให้เกิดอาการ ปวดท้องประจำเดือน ปวดท้องประจำเดือน เกิดจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูก เพื่อให้ร่างกายได้ขับเนื้อเยื่อภายในมดลูกออกมาเป็นประจำเดือน นอกจากนั้น ยังมีสาเหตุของการ ปวดท้องประจำเดือน อย่างอื่นได้อีก เช่น […]

หัวข้อ การมีประจำเดือน เพิ่มเติม

การมีประจำเดือน

กลุ่มอาการท็อกซิกช็อก โดยปกติแล้วสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดก็คือผู้หญิงที่อยู่ในวัยประจำเดือน รวมถึงผู้ที่ชอบใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นหลัก แต่อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไรบ้าง ต้องไปติดตามบทความนี้ของ Hello คุณหมอกัน กลุ่มอาการท็อกซิกช็อก (Toxic Shock Syndrome) คืออะไร? กลุ่มอาการท็อกซิกช็อก (Toxic Shock Syndrome) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่หาได้ยากทั้งยังอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ด้วย กลุ่มอาการท็อกซิกช็อกนั้นเกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด แต่ก็มีย้อยครั้งที่กลุ่มอาการท็อกซิกช็อกเป็นผลมาจากสารพิษที่ผลิตโดยแบคทีเรียสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) โดยกลุ่มอาการท็อกซิกช็อกนั้นมีความสัมพันธ์กับการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นหลัก แต่ความจริงอาการนี้อาจส่งผลกระทบต่อทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้ชาย หรือแม้แต่เด็กก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มอาการท็อกซิกช็อกนั้นนอกจากจะมาจากผ้าอนามัยแบบสอดแล้ว ยังรวมไปถึงการมีบาดแผลและการผ่าตัดอีกด้วย ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการท็อกซิกช็อก แม้กลุ่มอาการท็อกซิกช็อกจะสามารถส่งผลกระทบให้ทุกๆ คนได้ แต่ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่เกิดอาการท็อกซิกช็อกที่เกี่ยวข้องกับเชื้อแบคทีเรีย สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงในวัยประจำเดือน ส่วนที่เกิดขึ้นในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าผู้ชาย เด็ก โดยกลุ่มอาการท็อกซิกช็อกนั้นจะสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ บาดแผลหรือรอยไหม้บนผิวหนัง การผ่าตัดครั้งล่าสุด ฟองน้ำคุมกำเนิด ผ้าอนามัยแบบดูดซับพิเศษ การติดเชื้อไวรัส เช่น อีสุกอีใส อาการที่เกิดจากอาการท็อกซิกช็อก สำหรับอาการของท็อกซิกช็อก ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ในกรณีส่วนใหญ่อาการที่จะปรากฏขึ้นโดยทันที มีดังนี้ มีไข้ฉับพลัน ความดันโลหิตต่ำ ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สับสน ท้องร่วง อาเจียน ผื่น ตาแดง ชัก กลุ่มอาการท็อกซิกช็อกเกิดจากผ้าอนามัยแบบสอดจริงหรือ? สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เป็นแบคทีเรียทั่วไปที่อาศัยอยู่บนผิวหนังและภายในจมูก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไม่เป็นอันตราย แต่สามารถทำให้ติดเชื้อได้หลากหลายหากเข้าสู่กระแสเลือด ดังนั้นเพื่อให้กลุ่มอาการท็อกซิช็อกนั่นเกิดขึ้นจากการที่ เชื้อแบคทีเรียสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เจริญเจิบโตจนสามารถสร้างสารพิษของกลุ่มาการท็อกซิกช็อกขึ้นมาจำนวนมาก แล้วถูกส่งเข้าไปยังกระแสเลือดนั่นเอง โดยผ้าอนามัยแบบสอดนั้น […]

การมีประจำเดือน

ผ้าอนามัย ถือเป็นของใช้จำเป็นในช่วงมีประจำเดือนสำหรับคุณผู้หญิง ซึ่งผ้าอนามัยก็มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ผ้าอนามัยแบบแผ่น ผ้าอนามัยแบบสอด และอื่น ๆ ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นตามยุคตามสมัย สำหรับการเลือกใช้ผ้าอนามัย ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล สำหรับคุณผู้หญิงบางคนอาจจะกำลังสนใจการใช้ ผ้าอนามัยแบบสอด แต่ยังไม่รู้จะเลือก และเริ่มอย่างไร วันนี้ทาง Hello คุณหมอ มีบทความเรื่องนี้มาฝากกัน ทำความรู้จักกับ ผ้าอนามัยแบบสอด ทางองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FDA ได้ประกาศให้ผ้าอนามัยแบบสอด (Tampon) ถือเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ เนื่องจากผ้าอนามัยแบบสอดนั้นจะถูกแทรกเข้าไปในช่องคลอด เพื่อดูดซับประจำเดือนของผู้ที่มีประจำเดือน ผ้าอนามัยแบบสอดนั้นจะมีรูปทรงเป็นทรงกระบอก ทำมาจากฝ้าย เรยอน หรืออาจจะมีการผสมทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกัน สำหรับวิธีการใส่ก็ได้รับการออกแบบมาให้ใส่โดยใช้พลาสติก กระดาษแข็ง หรือสามารถใส่โดยตรงก็ได้เช่นกัน เมื่อผ้าอนามัยแบบสอดถูกใส่เข้าไปในช่องคลอด จะมีการขยายตัวเกิดขึ้น ซึ่งผ้าอนามัยแบบสอดนั้นจะมีให้เลือกหลายขนาดด้วยกัน โดยขนาดนั้นหมายถึงความสามารถในการดูดซับ ไม่ได้หมายถึงความยาว หรือความกว้าง เมื่อผ้าอนามัยแบบสอดเข้าไปอยู่ในร่างกาย นอกจากผ้าอนามัยแบบสอดจะใช้ในการดูดซับประจำเดือนแล้ว บางครั้งยังถูกนำมาใช้สำหรับการห้ามเลือดในการผ่าตัดอีกด้วย วิธีใช้ผ้าอนามัยแบบสอดอย่างถูกต้อง ก่อนจะไปถึงวิธีการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ลองมาทำความรู้จักกับส่วนประกอบของผ้าอนามัยแบบสอดให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่า เนื่องจากผ้าอนามัยแบบสอดมีวิธีการใช้หลายรูปแบบด้วยกัน ดังนั้นบางวิธีการใช้จะไม่ได้เพียงแค่ตัวผ้าอนามัยแบบสอดเพียงชิ้นเดียว โดยส่วนประกอบของผ้าอนามัยแบบสอด มีดังนี้ ตัวผ้าอนามัยแบบสอดและเชือก มักทำจากฝ้าย เรยอน และฝ้ายออร์แกนิก รูปร่างของผ้าอนามัยแบบสอดคือ รูปทรงกระบอก และสามารถขยายเมื่อเปียกน้ำ เชือกที่ยื่นออกมาจากผ้าอนามัยแบบสอด […]

การมีประจำเดือน

การมีประจำเดือนถือเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง แต่บางคนก็อาจประสบปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ เดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย ไม่ก็ประจำเดือนมาช้า หรือบางคนอาจประจำเดือนขาด จนคิดว่าตั้งครรภ์ซะอีก แต่ปัญหาประจำเดือนเหล่านี้ สามารถแก้ไขเองเบื้องต้นได้ ด้วย วิธีเร่งประจำเดือน ที่เรานำมาฝาก รับรองว่าได้เห็นผลแน่นอน สาเหตุที่ประจำเดือนมาช้า โดยปกติแล้ว รอบประจำเดือนจะอยู่ที่ 21-35 วัน แต่บางคนอาจเจอปัญหาประจำเดือนไม่มาตามปกติ หรือที่เรียกว่า ภาวะขาดประจำเดือน (Amenorrhea) ซึ่งหากเป็นผู้หญิงที่อายุเกิน 15 ปีแล้ว แต่ประจำเดือนครั้งแรกยังไม่มา หรือผู้หญิงที่ประจำเดือนไม่มาเกิน 3 เดือนติดต่อกัน จะถือว่ามีภาวะขาดประจำเดือน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาช้า หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจเกิดจาก ความเครียด น้ำหนักตัวน้อยเกินไป หรือมากเกินไป มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome หรือ PCOS) การคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมน มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคเซลิแอค (Celiac Disease) ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ เข้าสู่วัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน (Menopause) ตั้งครรภ์ วิธีเร่งประจำเดือน ให้มาเร็วขึ้น หากประจำเดือนของคุณมาช้า หรือคุณมีความจำเป็นต้องเร่งประจำเดือนให้มาเร็วกว่าปกติ เรามีวิธีเร่งประจำเดือนให้มาเร็วขึ้น และทำได้ง่ายๆ มาฝาก ดังนี้ วิตามินซี บางคนเชื่อว่าวิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิกช่วยเร่งประจำเดือนได้ เนื่องจากวิตามินซีจะเพิ่มช่วยเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจน และยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งจะส่งผลให้มดลูกหดรัดตัว ผนังมดลูกบางลง และเร่งให้ประจำเดือนมาได้ คุณสามารถเพิ่มวิตามินซีได้ด้วยการกินผักผลไม้ […]

การมีประจำเดือน

เชื่อว่าช่วงมีประจำเดือนหรือมีเมนส์ คือช่วงหนึ่งที่สาวๆ ไม่อยากให้มาถึง เพราะช่วงวันนั้นของเดือนมักมาพร้อมกับอาการเหวี่ยงวีน อารมณ์แปรปรวน ปวดท้อง ท้องเสีย รวมไปถึงท้องอืด ที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอาการท้องอืดที่ทำให้สาว ๆ รู้สึกอึดอัด แน่นท้อง บางคนถึงกับไม่มั่นใจหรือเสียเซลฟ์เพราะท้องอืดจนใส่เสื้อผ้าตัวโปรดไม่ได้ หรือรู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นก็มี หากใครกำลังประสบปัญหา ท้องอืดตอนมีประจำเดือน ลองทำตามเทคนิคที่ Hello คุณหมอ นำมาฝากเหล่านี้ดูสิ เทคนิคลดอาการ ท้องอืดตอนมีประจำเดือน ดื่มน้ำเปล่าให้มาก ๆ ช่วงมีประจำเดือน คุณควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอกับที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน โดยทั่วไปคือ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำเปล่าจะช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการบวมน้ำ ที่นำไปสู่อาการท้องอืดตอนมีประจำเดือนได้ ขับปัสสาวะลดอาการ ท้องอืดตอนมีประจำเดือน ยาขับปัสสาวะหรืออาหารที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะจะช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำปัสสาวะได้มากขึ้น ร่างกายจึงสามารถกำจัดของเหลวส่วนเกินออกไปได้ ไม่เกิดอาการบวมน้ำ และอาการท้องอืด แต่หากสาวๆ คนไหนไม่กล้ากินยาขับปัสสาวะ เพราะกลัวเกิดผลข้างเคียง เช่น หน้ามืด อ่อนเพลีย ความดันโลหิตต่ำ อาจลองกินพืชผักผลไม้ที่มีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ เช่น แอสพารากัส สัปปะรด แตงกวา ขิง กระเทียม ก็ได้ ลดโซเดียม อาหารรสเค็ม โซเดียม คือเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย สามารถพบได้ในอาหาร และเครื่องปรุงต่างๆ มากมาย […]

การมีประจำเดือน

ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ หรือประจำเดือนไม่มา บางคนอาจคิดว่าตั้งครรภ์รึเปล่า แต่หากคุณแน่ใจว่าตัวเองไม่มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์แน่ ๆ อาการ ประจำเดือนมาช้า ของคุณจะเกิดจากอะไรได้บ้าง ลองไปหาคำตอบในบทความนี้ของ Hello คุณหมอ กันเลยดีกว่าค่ะ ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีลักษณะเป็นอย่างไร ผู้หญิงทุกคนมีรอบประจำเดือนแตกต่างกัน แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงจะมีประจำเดือนทุก ๆ 24-38 วัน และช่วงที่ประจำเดือนมา คือ จะมาประมาณ 2-8 วัน และประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจหมายถึง เกิดการเปลี่ยนแปลงของช่วงเวลาระหว่างการมีประจำเดือนแต่ละครั้ง เช่น ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ เลือดประจำเดือนมาน้อย หรือมามากกว่าปกติ จำนวนวันที่มีประจำเดือนแตกต่างกันมาก สาเหตุที่ทำให้ ประจำเดือนมาช้า กว่าปกติ สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ หรือประจำเดือนผิดปกติ มีดังต่อไปนี้ ความเครียด ความเครียดสามารถทำให้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง และหากเครียดสะสมเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย หรือน้ำหนักขึ้นและลงกะทันหัน ซึ่งล้วนส่งผลต่อรอบประจำเดือนทั้งสิ้น ดังนั้น ถ้าคุณคิดว่าความเครียด เป็นเหตุให้ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ ก็ควรหาวิธีคลายเครียด ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์บางอย่าง เช่น ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น เข้านอนให้เร็วขึ้น การกินผิดปกติ ผู้หญิงที่มีปัญหาการกินผิดปกติ เช่น กินมากผิดปกติ โดยเฉพาะโรคบูลิเมีย (Bulimia) ที่ผู้ป่วยจะกินอาหารเข้าไปมากในช่วงเวลาสั้น ๆ และพยายามกำจัดอาหารออกด้วยวิธีต่าง ๆ […]

การมีประจำเดือน

โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงจะมีประจำเดือนทุกๆ 24-38 วัน และจะมีประจำเดือนเป็นเวลา 2-8 วันต่อเดือน หากประจำเดือนมาไม่ปกติ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่เป็นอันตราย แต่บางกรณีก็อาจหมายถึงปัญหาสุขภาพบางอย่าง แล้ว ประจำเดือนมาไม่ปกติ เกิดจากสาเหตุใด และเมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาคุณหมอ ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีลักษณะเป็นอย่างไร รอบประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจมีลักษณะต่างๆ เช่น ประจำเดือนมาน้อยหรือมากผิดปกติ ประจำเดือนมาหลายวัน มากเกินไป ช่วงเวลาก่อนมีประจำเดือนเริ่มเปลี่ยนแปลง จำนวนวันที่มีประจำเดือนแตกต่างกันมาก การบันทึกข้อมูลของการมีประจำเดือน จะช่วยให้คุณรู้ว่าประจำเดือนมาปกติ หรือไม่ปกติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการที่ประจำเดือนมาไม่ปกติจะไม่ถือเป็นเรื่องร้ายแรง แต่ในบางกรณีก็อาจเป็นสัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีดังต่อไปนี้ ประจำเดือนมาไม่ปกติเกิดจาก สาเหตุใดบ้าง ประจำเดือนมาไม่ปกติอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโพเจสเตอโรน (Progesterone) จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวัยรุ่นและวัยใกล้หมดประจำเดือน จึงเกิดภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติบ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อรอบประจำเดือน ดังนี้ การตั้งครรภ์ หรือการให้นมลูก ประจำเดือนไม่มา สามารถเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ และการให้นมลูกอาจส่งผลให้ การกลับมามีประจำเดือนหลังคลอดช้าลง การกินผิดปกติ การลดน้ำหนักเร็วเกินไป หรือออกกำลังกายอย่างหนัก รวมถึงการกินผิดปกติ ทั้ง 3 สาเหตุนี้สามารถทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติได้ ถุงน้ำหลายใบในรังไข่ (Polycystic Ovary Syndrome, PCOS) […]

การมีประจำเดือน

อารมณ์เสีย หงุดหงิด เหวี่ยงวีน บางครั้งร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล เชื่อว่าผู้หญิงหลายๆ คนคงเคยมีอาการเหล่านี้ ในช่วงก่อนมีประจำเดือน เนื่องจากอารมณ์แปรปรวน เป็นหนึ่งในอาการที่พบบ่อยที่สุดของกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (Pre-menstrual syndrome) หรือ PMS แล้วสาวๆ จะมีวิธีรับมือกับ อารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือน อย่างไร และอารมณ์แปรปรวนแบบไหนที่ไม่ปกติ และควรปรึกษาคุณหมอโดยด่วน อารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือน เกิดจากสาเหตุใด อารมณ์แปรปรวน เป็นหนึ่งในอาการของอาการก่อนมีประจำเดือน (Pre-Menstrual Syndrome : PMS) ที่จะประกอบด้วยอาการทางร่างกายและอารมณ์ ซึ่งจะเริ่มมีอาการในช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน โดยอาการก่อนมีประจำเดือนหรือพีเอ็มเอสนั้น สามารถทำให้บางคนรู้สึกมีอารมณ์รุนแรงกว่าปกติ หรือบางคนอาจมีอาการท้องอืด และปวดตามร่างกาย สำหรับอาการอารมณ์แปรปรวน ในช่วงก่อนมีประจำเดือน มักจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอารมณ์อย่างฉับพลัน และไม่สามารถอธิบายได้ เช่น คุณอาจตื่นนอนตอนเช้าอย่างสดใส แต่ไม่ทันไรก็เปลี่ยนเป็นรู้สึกรำคาญใจ โกรธ หรือหงุดหงิดโดยไม่มีเหตุผล ในเวลา 1-2 ชั่วโมงต่อมา นอกจากนี้อาการทางอารมณ์ ที่อาจเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน ได้แก่ ความเศร้า ความหงุดหงิด ความวิตกกังวล ความโกรธ มากไปกว่านั้น 2 เงื่อนไขที่เชื่อมโยงกับอาการอารมณ์แปรปรวนในช่วงก่อนมีประจำเดือน ได้แก่ กลุ่มอาการรุนแรงก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Dysphoric Disorder / PMDD) […]

การมีประจำเดือน

สมาคมสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (ACOG) ให้ข้อมูลว่า ผู้หญิงกว่า 85% จะมีอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS หรือ Pre-menstrual syndrome) อย่างน้อย 1 อาการ โดยอาการก่อนมีประจำเดือนนั้นมีด้วยกันมีหลายอาการ แต่วันนี้ Hello คุณหมอ จะกล่าวถึงอาการ กินมากผิดปกติ พร้อมบอกวิธีรับมือกับอาการดังกล่าวแบบง่าย ๆ แถมไม่เสียสุขภาพด้วย กินมากผิดปกติ… อาการก่อนมีประจำเดือนที่พบบ่อย อาการก่อนมีประจำเดือน (PMS หรือ Pre-menstrual syndrome) เป็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและอารมณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน และสมาคมสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาให้ข้อมูลว่า 70% ของผู้หญิง ต้องประสบกับอาการก่อนมีประจำเดือน ได้แก่ อยากอาหารมากขึ้น ท้องอืด เหนื่อยล้า มีปัญหาการนอนหลับ อารมณ์แปรปรวน และหงุดหงิดง่าย นอกจากนี้ ยังมีอาการกินมากผิดปกติหรือกินไม่หยุด (Compulsive eating หรือ Binge eating) กล่าวคือ อยากกินอาหารอยู่ตลอดเวลาแบบควบคุมตัวเองไม่ได้ ซึ่งในบางกรณี อาจพัฒนาไปสู่โรคกินไม่หยุด (Binge eating disorder) […]

การมีประจำเดือน

สำหรับบางคน การมี ประจำเดือน ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ มากมาย บางคนอาการอาจไม่รุนแรง หรือแม้กระทั่งไม่มีอาการเลย ในขณะที่บางคนกลับมีอาการเจ็บปวดรุนแรงจนถึงกับล้มพับ จนไม่เป็นอันทำอะไรได้เลยทีเดียว เมื่อมีอาการเกี่ยวกับประจำเดือน เช่น ปวดท้อง ปวดหลัง ผู้หญิงหลายคนอาจนึกถึงยาบรรเทาอาการปวด แต่ Hello คุณหมอ อยากบอกว่า สมุนไพรพื้นบ้านอย่าง ขมิ้นชัน หรือขมิ้นที่เรารู้จักกันดี ก็สามารถช่วยคุณได้ แถมยังเปี่ยมประสิทธิภาพจนคุณคาดไม่ถึง มาดูกันว่าการ กินขมิ้น จะช่วยบรรเทาอาการที่เกิดจากการมีประจำเดือนได้อย่างไรบ้าง อาการเกี่ยวกับประจำเดือนของสาวๆ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการมีประจำเดือน ไม่ใช่การมีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอด แต่เป็นกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ปวดหลัง ตัวบวม ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ล้วนแต่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้หญิงทั้งสิ้น แม้การมีประจำเดือนทุกเดือนของผู้หญิง จะเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกาย แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ หรือทนอยู่กับอาการที่เกิดขึ้นโดยไม่ทำอะไรเลย เพราะเราสามารถบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือนได้ วิธีที่นิยมใช้ในการบรรเทาอาการช่วงมีประจำเดือนก็คือ การใช้ยาต้านการอักเสบชนิดปราศจากสเตียรอยด์ หรือ NSAID (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) หรือการประคบร้อนที่หน้าท้อง แต่อีกหนึ่งวิธีที่มีข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์มากที่สุด ก็คือ การใช้ขมิ้น นั่นเอง ขมิ้น คือเครื่องเทศสีเหลืองที่อุดมไปด้วยสารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ […]

การมีประจำเดือน

หลายคนอาจเชื่อว่า ผู้หญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ในช่วงประจำเดือน แต่ความจริงแล้ว ก็ยังคงมีความเป็นไปได้ที่ผู้หญิงจะตั้งครรภ์ในช่วงที่ มีประจำเดือน Hello คุณหมอ จึงนำเรื่องราวที่น่าสนใจประเด็นนี้ มาเล่าสู่กันฟังค่ะ ประจำเดือนคืออะไร ทุก ๆ เดือน ผนังมดลูกจะหนาขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฝังตัวของไข่ที่ผสมแล้ว หากไข่ไม่ได้รับการผสม หรือไม่สามารถฝังตัวในผนังมดลูกได้ เนื้อเยื่อผนังมดลูกจะถูกปล่อยออกมาจากร่างกาย ผ่านทางช่องคลอด ในรูปแบบของเลือดประจำเดือน กระบวนการนี้เรียกว่า การมีประจำเดือนหรือรอบเดือน การมีประจำเดือนเป็นกระบวนการของร่างกายทั่วไปที่เกิดขึ้นทุกเดือนสำหรับผู้หญิงทุกคน เมื่อร่างกายเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะเข้าสู่ภาวะการเจริญพันธุ์ สามารถตั้งครรภ์ในช่วง มีประจำเดือน ได้หรือไม่ คนจำนวนมากคิดว่า หากผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างมีประจำเดือนแล้ว จะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ข้อเท็จจริงคือ ผู้หญิงยังคงตั้งครรภ์ได้อยู่ในขณะที่มีประจำเดือน โดยสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยสาเหตุบางประการ ดังนี้ 1. เลือดที่ไหลออกทางช่องคลอด ไม่ใช่เลือดออกจากการมีประจำเดือนเสมอไป ในบางครั้งเด็กสาวยังมีภาวะเลือดออกได้ เมื่อมีการตกไข่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีภาวะการเจริญพันธุ์มากที่สุด ผู้หญิงที่มีการตกไข่ อาจมีเลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งอาจเข้าใจผิดว่า เป็นเลือดออกจากการมีประจำเดือนได้ 2. การตกไข่อาจเกิดขึ้นก่อนหรือ 2-3 วันหลังสิ้นสุดการมีประจำเดือนก็ได้ การตกไข่ของผู้หญิงแต่ละคนอาจแตกต่างกันได้ในแต่ละรอบของการมีประจำเดือน จึงบอกแน่ชัดไม่ได้ว่าช่วงเวลาไหนคือช่วงที่มีภาวะการเจริญพันธุ์มากที่สุด เนื่องจากอสุจิสามารถอยู่ในร่างกายผู้หญิงได้ 2-3 วัน หรืออาจนานถึง 5 วัน และสามารถผสมกับไข่ได้ภายในเวลา 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน การหลั่งอสุจิภายในช่องคลอด แม้จะเป็นในช่วงที่ฝ่ายหญิงมีประจำเดือนอยู่ […]

x