home

การมีประจำเดือน

การมีประจำเดือน คือ การที่มีเลือดปนกับเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกไหลออกมาในแต่ละเดือน ถือเป็นภาวะปกติที่พบในผู้หญิงทุกคนที่เข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์ การดูแลตัวเองในช่วงที่มีประจำเดือนก็เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคุณผู้หญิง นอกจากนั้น ก็ยังมีเรื่องต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ซึ่งทาง Hello คุณหมอ ได้รวบรวมบทความเอาไว้ให้ได้อ่านกัน ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

บทความ การมีประจำเดือน

การมีประจำเดือน

ผ้าอนามัย ถือเป็นของใช้จำเป็นในช่วงมีประจำเดือนสำหรับคุณผู้หญิง ซึ่งผ้าอนามัยก็มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ผ้าอนามัยแบบแผ่น ผ้าอนามัยแบบสอด และอื่น ๆ ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นตามยุคตามสมัย สำหรับการเลือกใช้ผ้าอนามัย ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล สำหรับคุณผู้หญิงบางคนอาจจะกำลังสนใจการใช้ ผ้าอนามัยแบบสอด แต่ยังไม่รู้จะเลือก และเริ่มอย่างไร วันนี้ทาง Hello คุณหมอ มีบทความเรื่องนี้มาฝากกัน ทำความรู้จักกับ ผ้าอนามัยแบบสอด ทางองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FDA ได้ประกาศให้ผ้าอนามัยแบบสอด (Tampon) ถือเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ เนื่องจากผ้าอนามัยแบบสอดนั้นจะถูกแทรกเข้าไปในช่องคลอด เพื่อดูดซับประจำเดือนของผู้ที่มีประจำเดือน ผ้าอนามัยแบบสอดนั้นจะมีรูปทรงเป็นทรงกระบอก ทำมาจากฝ้าย เรยอน หรืออาจจะมีการผสมทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกัน สำหรับวิธีการใส่ก็ได้รับการออกแบบมาให้ใส่โดยใช้พลาสติก กระดาษแข็ง หรือสามารถใส่โดยตรงก็ได้เช่นกัน เมื่อผ้าอนามัยแบบสอดถูกใส่เข้าไปในช่องคลอด จะมีการขยายตัวเกิดขึ้น ซึ่งผ้าอนามัยแบบสอดนั้นจะมีให้เลือกหลายขนาดด้วยกัน โดยขนาดนั้นหมายถึงความสามารถในการดูดซับ ไม่ได้หมายถึงความยาว หรือความกว้าง เมื่อผ้าอนามัยแบบสอดเข้าไปอยู่ในร่างกาย นอกจากผ้าอนามัยแบบสอดจะใช้ในการดูดซับประจำเดือนแล้ว บางครั้งยังถูกนำมาใช้สำหรับการห้ามเลือดในการผ่าตัดอีกด้วย วิธีใช้ผ้าอนามัยแบบสอดอย่างถูกต้อง ก่อนจะไปถึงวิธีการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ลองมาทำความรู้จักกับส่วนประกอบของผ้าอนามัยแบบสอดให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่า เนื่องจากผ้าอนามัยแบบสอดมีวิธีการใช้หลายรูปแบบด้วยกัน ดังนั้นบางวิธีการใช้จะไม่ได้เพียงแค่ตัวผ้าอนามัยแบบสอดเพียงชิ้นเดียว โดยส่วนประกอบของผ้าอนามัยแบบสอด มีดังนี้ ตัวผ้าอนามัยแบบสอดและเชือก มักทำจากฝ้าย เรยอน และฝ้ายออร์แกนิก รูปร่างของผ้าอนามัยแบบสอดคือ […]

การมีประจำเดือน

การมีประจำเดือนถือเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง แต่บางคนก็อาจประสบปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ เดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย ไม่ก็ประจำเดือนมาช้า หรือบางคนอาจประจำเดือนขาด จนคิดว่าตั้งครรภ์ซะอีก แต่ปัญหาประจำเดือนเหล่านี้ สามารถแก้ไขเองเบื้องต้นได้ ด้วย วิธีเร่งประจำเดือน ที่เรานำมาฝาก รับรองว่าได้เห็นผลแน่นอน สาเหตุที่ประจำเดือนมาช้า โดยปกติแล้ว รอบประจำเดือนจะอยู่ที่ 21-35 วัน แต่บางคนอาจเจอปัญหาประจำเดือนไม่มาตามปกติ หรือที่เรียกว่า ภาวะขาดประจำเดือน (Amenorrhea) ซึ่งหากเป็นผู้หญิงที่อายุเกิน 15 ปีแล้ว แต่ประจำเดือนครั้งแรกยังไม่มา หรือผู้หญิงที่ประจำเดือนไม่มาเกิน 3 เดือนติดต่อกัน จะถือว่ามีภาวะขาดประจำเดือน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาช้า หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจเกิดจาก ความเครียด น้ำหนักตัวน้อยเกินไป หรือมากเกินไป มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome หรือ PCOS) การคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมน มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคเซลิแอค (Celiac Disease) ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ เข้าสู่วัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน (Menopause) ตั้งครรภ์ วิธีเร่งประจำเดือน ให้มาเร็วขึ้น หากประจำเดือนของคุณมาช้า หรือคุณมีความจำเป็นต้องเร่งประจำเดือนให้มาเร็วกว่าปกติ เรามีวิธีเร่งประจำเดือนให้มาเร็วขึ้น และทำได้ง่ายๆ […]

การมีประจำเดือน

เชื่อว่าช่วงมีประจำเดือนหรือมีเมนส์ คือช่วงหนึ่งที่สาวๆ ไม่อยากให้มาถึง เพราะช่วงวันนั้นของเดือนมักมาพร้อมกับอาการเหวี่ยงวีน อารมณ์แปรปรวน ปวดท้อง ท้องเสีย รวมไปถึงท้องอืด ที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอาการท้องอืดที่ทำให้สาว ๆ รู้สึกอึดอัด แน่นท้อง บางคนถึงกับไม่มั่นใจหรือเสียเซลฟ์เพราะท้องอืดจนใส่เสื้อผ้าตัวโปรดไม่ได้ หรือรู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นก็มี หากใครกำลังประสบปัญหา ท้องอืดตอนมีประจำเดือน ลองทำตามเทคนิคที่ Hello คุณหมอ นำมาฝากเหล่านี้ดูสิ เทคนิคลดอาการ ท้องอืดตอนมีประจำเดือน ดื่มน้ำเปล่าให้มาก ๆ ช่วงมีประจำเดือน คุณควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอกับที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน โดยทั่วไปคือ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำเปล่าจะช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการบวมน้ำ ที่นำไปสู่อาการท้องอืดตอนมีประจำเดือนได้ ขับปัสสาวะลดอาการ ท้องอืดตอนมีประจำเดือน ยาขับปัสสาวะหรืออาหารที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะจะช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำปัสสาวะได้มากขึ้น ร่างกายจึงสามารถกำจัดของเหลวส่วนเกินออกไปได้ ไม่เกิดอาการบวมน้ำ และอาการท้องอืด แต่หากสาวๆ คนไหนไม่กล้ากินยาขับปัสสาวะ เพราะกลัวเกิดผลข้างเคียง เช่น หน้ามืด อ่อนเพลีย ความดันโลหิตต่ำ อาจลองกินพืชผักผลไม้ที่มีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ เช่น แอสพารากัส สัปปะรด แตงกวา ขิง กระเทียม ก็ได้ ลดโซเดียม อาหารรสเค็ม โซเดียม คือเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย สามารถพบได้ในอาหาร และเครื่องปรุงต่างๆ มากมาย […]

การมีประจำเดือน

ประจำเดือนมาช้า กว่าปกติ หรือประจำเดือนไม่มา และคุณแน่ใจว่าไม่ใช่เพราะการตั้งครรภ์แน่ๆ แล้วสาเหตุอะไรล่ะ ที่ทำให้ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ Hello คุณหมอ มีข้อมูลดังนี้ ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีลักษณะเป็นอย่างไร ผู้หญิงทุกคนมีรอบประจำเดือนแตกต่างกัน แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงจะมีประจำเดือนทุกๆ 24-38 วัน และช่วงที่ประจำเดือนมาคือจะมาประมาณ 2-8 วัน และประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจหมายถึง เกิดการเปลี่ยนแปลงของช่วงเวลา ระหว่างการมีประจำเดือนแต่ละครั้ง เช่น ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ เลือดประจำเดือนมาน้อย หรือมามากกว่าปกติ จำนวนวันที่มีประจำเดือนแตกต่างกันมาก ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ หรือประจำเดือนผิดปกติ มีดังต่อไปนี้ สาเหตุที่ทำให้ ประจำเดือนมาช้า กว่าปกติ ความเครียด ความเครียดสามารถทำให้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง และหากเกิดความเครียดเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย หรือน้ำหนักขึ้นและลงอย่างกะทันหัน ซึ่งต่างก็ส่งผลต่อรอบประจำเดือน ดังนั้นถ้าคุณคิดว่าความเครียด เป็นเหตุให้ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ จึงควรหาวิธีบรรเทาความเครียด ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์บางอย่าง เช่น ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น เข้านอนให้เร็วขึ้น การกินผิดปกติ ผู้หญิงที่มีปัญหาการกินผิดปกติ เช่น กินมากผิดปกติ และโรคบูลิเมีย (Bulimia) ที่เป็นความผิดปกติในเรื่องการกินอาหาร โดยผู้ที่เป็นโรคนี้จะกินอาหารเข้าไปมากในช่วงเวลาสั้นๆ และพยายามกำจัดอาหารออกด้วยวิธีต่างๆ เช่น การล้วงคอเพื่อให้อาเจียนอาหารออกมา ซึ่งการกินผิดปกติ (eating disorders) อาจทำให้มีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ  เนื่องจากผู้ที่เป็นโรคบูลิเมียอาจขาดสารอาหาร […]

การมีประจำเดือน

โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงจะมีประจำเดือนทุกๆ 24-38 วัน และจะมีประจำเดือนเป็นเวลา 2-8 วันต่อเดือน หากประจำเดือนมาไม่ปกติ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่เป็นอันตราย แต่บางกรณีก็อาจหมายถึงปัญหาสุขภาพบางอย่าง แล้ว ประจำเดือนมาไม่ปกติ เกิดจากสาเหตุใด และเมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาคุณหมอ ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีลักษณะเป็นอย่างไร รอบประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจมีลักษณะต่างๆ เช่น ประจำเดือนมาน้อยหรือมากผิดปกติ ประจำเดือนมาหลายวัน มากเกินไป ช่วงเวลาก่อนมีประจำเดือนเริ่มเปลี่ยนแปลง จำนวนวันที่มีประจำเดือนแตกต่างกันมาก การบันทึกข้อมูลของการมีประจำเดือน จะช่วยให้คุณรู้ว่าประจำเดือนมาปกติ หรือไม่ปกติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการที่ประจำเดือนมาไม่ปกติจะไม่ถือเป็นเรื่องร้ายแรง แต่ในบางกรณีก็อาจเป็นสัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีดังต่อไปนี้ ประจำเดือนมาไม่ปกติเกิดจาก สาเหตุใดบ้าง ประจำเดือนมาไม่ปกติอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโพเจสเตอโรน (Progesterone) จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวัยรุ่นและวัยใกล้หมดประจำเดือน จึงเกิดภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติบ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อรอบประจำเดือน ดังนี้ การตั้งครรภ์ หรือการให้นมลูก ประจำเดือนไม่มา สามารถเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ และการให้นมลูกอาจส่งผลให้ การกลับมามีประจำเดือนหลังคลอดช้าลง การกินผิดปกติ การลดน้ำหนักเร็วเกินไป หรือออกกำลังกายอย่างหนัก รวมถึงการกินผิดปกติ ทั้ง 3 สาเหตุนี้สามารถทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติได้ ถุงน้ำหลายใบในรังไข่ (Polycystic Ovary Syndrome, PCOS) […]

การมีประจำเดือน

อารมณ์เสีย หงุดหงิด เหวี่ยงวีน บางครั้งร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล เชื่อว่าผู้หญิงหลายๆ คนคงเคยมีอาการเหล่านี้ ในช่วงก่อนมีประจำเดือน เนื่องจากอารมณ์แปรปรวน เป็นหนึ่งในอาการที่พบบ่อยที่สุดของกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (Pre-menstrual syndrome) หรือ PMS แล้วสาวๆ จะมีวิธีรับมือกับ อารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือน อย่างไร และอารมณ์แปรปรวนแบบไหนที่ไม่ปกติ และควรปรึกษาคุณหมอโดยด่วน อารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือน เกิดจากสาเหตุใด อารมณ์แปรปรวน เป็นหนึ่งในอาการของอาการก่อนมีประจำเดือน (Pre-Menstrual Syndrome : PMS) ที่จะประกอบด้วยอาการทางร่างกายและอารมณ์ ซึ่งจะเริ่มมีอาการในช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน โดยอาการก่อนมีประจำเดือนหรือพีเอ็มเอสนั้น สามารถทำให้บางคนรู้สึกมีอารมณ์รุนแรงกว่าปกติ หรือบางคนอาจมีอาการท้องอืด และปวดตามร่างกาย สำหรับอาการอารมณ์แปรปรวน ในช่วงก่อนมีประจำเดือน มักจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอารมณ์อย่างฉับพลัน และไม่สามารถอธิบายได้ เช่น คุณอาจตื่นนอนตอนเช้าอย่างสดใส แต่ไม่ทันไรก็เปลี่ยนเป็นรู้สึกรำคาญใจ โกรธ หรือหงุดหงิดโดยไม่มีเหตุผล ในเวลา 1-2 ชั่วโมงต่อมา นอกจากนี้อาการทางอารมณ์ ที่อาจเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน ได้แก่ ความเศร้า ความหงุดหงิด ความวิตกกังวล ความโกรธ มากไปกว่านั้น 2 เงื่อนไขที่เชื่อมโยงกับอาการอารมณ์แปรปรวนในช่วงก่อนมีประจำเดือน ได้แก่ กลุ่มอาการรุนแรงก่อนมีประจำเดือน […]

การมีประจำเดือน

สมาคมสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (ACOG) ให้ข้อมูลว่า ผู้หญิงกว่า 85% จะมีอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS หรือ Pre-menstrual syndrome) อย่างน้อย 1 อาการ โดยอาการก่อนมีประจำเดือนนั้นมีด้วยกันมีหลายอาการ แต่วันนี้ Hello คุณหมอ จะกล่าวถึงอาการอยากกินอาหารมากขึ้น ซึ่งอาจไม่ดีต่อสุขภาพและน้ำหนักตัวของสาวๆ ดังนั้นสาวๆ ที่ กินมากผิดปกติ ในช่วงก่อนมีประจำเดือน สามารถรับมือกับอาการนี้ได้ด้วยวิธีเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ กินมากผิดปกติ... อาการก่อนมีประจำเดือนที่พบบ่อย อาการก่อนมีประจำเดือน (PMS หรือ Pre-menstrual syndrome) เป็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและอารมณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน และสมาคมสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา ให้ข้อมูลว่า 70% ของผู้หญิง ต้องประสบกับอาการก่อนมีประจำเดือน ได้แก่ ความอยากอาหาร ท้องอืด ความเหนื่อยล้า มีปัญหาการนอนหลับ อารมณ์แปรปรวน และความหงุดหงิด นอกจากนี้ ยังมีอาการกินมากผิดปกติหรือกินไม่หยุด (Compulsive eating หรือ Binge eating) ที่เป็นอาการที่ไม่สามารถควบคุมตนเอง ไม่ให้กินอาหารในปริมาณมากได้ ซึ่งในบางกรณี […]

การมีประจำเดือน

สำหรับบางคน การมี ประจำเดือน ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ มากมาย บางคนอาการอาจไม่รุนแรง หรือแม้กระทั่งไม่มีอาการเลย ในขณะที่บางคนกลับมีอาการเจ็บปวดรุนแรงจนถึงกับล้มพับ จนไม่เป็นอันทำอะไรได้เลยทีเดียว เมื่อมีอาการเกี่ยวกับประจำเดือน เช่น ปวดท้อง ปวดหลัง ผู้หญิงหลายคนอาจนึกถึงยาบรรเทาอาการปวด แต่ Hello คุณหมอ อยากบอกว่า สมุนไพรพื้นบ้านอย่าง ขมิ้นชัน หรือขมิ้นที่เรารู้จักกันดี ก็สามารถช่วยคุณได้ แถมยังเปี่ยมประสิทธิภาพจนคุณคาดไม่ถึง มาดูกันว่าการ กินขมิ้น จะช่วยบรรเทาอาการที่เกิดจากการมีประจำเดือนได้อย่างไรบ้าง อาการเกี่ยวกับประจำเดือนของสาวๆ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการมีประจำเดือน ไม่ใช่การมีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอด แต่เป็นกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ปวดหลัง ตัวบวม ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ล้วนแต่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้หญิงทั้งสิ้น แม้การมีประจำเดือนทุกเดือนของผู้หญิง จะเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกาย แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ หรือทนอยู่กับอาการที่เกิดขึ้นโดยไม่ทำอะไรเลย เพราะเราสามารถบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือนได้ วิธีที่นิยมใช้ในการบรรเทาอาการช่วงมีประจำเดือนก็คือ การใช้ยาต้านการอักเสบชนิดปราศจากสเตียรอยด์ หรือ NSAID (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) หรือการประคบร้อนที่หน้าท้อง แต่อีกหนึ่งวิธีที่มีข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์มากที่สุด ก็คือ การใช้ขมิ้น นั่นเอง ขมิ้น คือเครื่องเทศสีเหลืองที่อุดมไปด้วยสารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ […]

การมีประจำเดือน

เป็นเรื่องจริงเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์ที่ว่า ผู้หญิงไม่สามารถตั้งครรภ์เมื่อมีประจำเดือน แต่ก็ยังคงมีความเป็นไปได้สำหรับผู้หญิง ที่จะตั้งครรภ์ในช่วงที่ มีประจำเดือน ได้ Hello คุณหมอ จึงนำเรื่องราวที่น่าสนใจประเด็นนี้ มาเล่าสู่กันฟังสำหรับคุณผู้หญิงกันค่ะ ประจำเดือนคืออะไร ทุกๆ เดือนผนังมดลูกจะหนาขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฝังตัวของไข่ที่ผสมแล้ว หากไข่ไม่ได้รับการผสม หรือไม่สามารถฝังตัวในผนังมดลูกได้ เนื้อเยื่อผนังมดลูกจะถูกปล่อยออกมา เป็นเลือดประจำเดือนออกจากร่างกาย ผ่านทางช่องคลอด กระบวนการนี้เรียกว่าการมีประจำเดือนหรือรอบเดือน โดยประจำเดือนมักเกิดขึ้นทุกเดือน เป็นกระบวนการของร่างกายทั่วไปสำหรับผู้หญิงทุกคน เมื่อร่างกายเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะเข้าสู่ภาวะการเจริญพันธุ์ สามารถตั้งครรภ์ในช่วง มีประจำเดือน ได้หรือไม่ คนจำนวนมากคิดว่า หากผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างมีประจำเดือนแล้ว จะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ข้อเท็จจริงคือ ผู้หญิงยังคงตั้งครรภ์ได้อยู่ในขณะที่มีประจำเดือน โดยสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยสาเหตุบางประการ ดังนี้ เลือดที่ไหลออกทางช่องคลอดทั้งหมด ไม่ใช่เลือดออกจากการมีประจำเดือนเสมอไป ในบางครั้งเด็กสาวยังมีภาวะเลือดออกได้ เมื่อมีการตกไข่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีภาวะการเจริญพันธุ์มากที่สุด ผู้หญิงที่มีการตกไข่ อาจมีเลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งอาจเข้าใจผิดว่า เป็นเลือดออกจากการมีประจำเดือนได้ ในบางครั้ง การตกไข่อาจเกิดขึ้นก่อนการมีประจำเดือนของผู้หญิงสิ้นสุดลง หรือภายในสองสามวันหลังจากการมีประจำเดือนสิ้นสุดลง ผู้หญิงอาจมีการตกไข่ได้ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ในรอบวงจรประจำเดือนแต่ละรอบ ซึ่งทำให้ไม่สามารถทราบได้แน่ชัด ถึงช่วงเวลาที่มีภาวะการเจริญพันธุ์มากที่สุด เนื่องจากอสุจิสามารถอยู่ในร่างกายผู้หญิง ได้เป็นเวลา 2-3 วัน หรือได้ถึง 5 วัน และสามารถผสมกับไข่ได้ภายในเวลา 72 ชั่วโมง หลังจากการหลั่งอสุจิ ส่งผลให้การมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างที่ผู้หญิงมีประจำเดือนในช่วงใดๆ ก็ตาม มีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ในขณะที่ความเป็นไปได้ของการตั้งครรภ์ […]

การมีประจำเดือน

สาวๆหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ประจำเดือนกับสุขภาพ เกี่ยวข้องกัน ผู้หญิงทุกคนควรให้ความสนใจกับประจำเดือน เนื่องจากเราสามารถวิเคราะห์สุขภาพของเราได้จากลักษณะและสีของประจำเดือน ฉะนั้นเมื่อคุณมีประจำเดือนครั้งต่อไป ก็ลองตรวจดูว่ามีลักษณะหรือสีอย่างไร เพราะหากพบความปกติใดๆ จะได้รักษาหรือแก้ไขได้ทันท่วงที สีและลักษณะของ ประจำเดือนกับสุขภาพ ที่สาวๆ ควรรู้ ประจำเดือนสีแดงสด สีแดงสดเหมือนสีรถดับเพลิงนั้น แสดงว่าคุณสาวๆไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เนื่องจากประจำเดือนสีแดงสด มักจะหมายถึง คุณเพิ่งจะเริ่มมีประจำเดือนได้ไม่กี่วัน ยิ่งคุณมีเลือดสดใหม่มากเท่าไหร่ ประจำเดือนของคุณก็จะมีสีแดงสดมากขึ้นเท่านั้น แต่ถึงแม้จะไม่ต้องกังวลในเรื่องของสุขภาพ แต่คราบสีที่แดงที่อาจติดอยู่บนเสื้อผ้านั้นอาจเป็นคนละเรื่องกัน ฉะนั้นก็ควรระมัดระวังเอาไว้ให้ดี อย่าให้เปื้อนเสื้อผ้าได้ หรือบางทีอาจต้องเตรียมเสื้อผ้าสำรองเผื่อเอาไว้ในกรณีฉุกเฉิน เพื่อความมั่นใจและบุคลิกภาพของคุณค่ะ  ประจำเดือนสีแดงอมน้ำตาล หลังจากคุณมีประจำเดือนได้ประมาณสองสามวัน ประจำเดือนก็อาจเริ่มเปลี่ยนสีจากสีแดงสดไปเป็นสีแดงอมน้ำตาล ซึ่งประจำเดือนสีนี้อาจทำให้ใครๆ คิดว่านั่น คือ สัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาด้านสุขภาพได้ง่าย แต่จริงๆ แล้วนั่นเป็นสัญญาณที่ดี โดยปกติแล้วประจำเดือนสีแดงอมน้ำตาลนั้น คือ เป็นเลือดเก่าที่เคยอยู่ในมดลูกมาเป็นเวลานานกว่าเลือดสดใหม่ จึงมีโอกาสที่จะเกิดการออกซิเดชั่น สีจึงดูไม่สดใส อีกสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้ประจำเดือนของคุณเปลี่ยนเป็นสีแดงอมน้ำตาลได้ ก็คือ การใส่ห่วงคุมกำเนิด โดยเฉพาะแบบโปรเจสเตอโรน การใส่ห่วงคุมกำเนิดจะทำให้ผนังมดลูกหลุดลอกออกมาในปริมาณน้อยกว่า ซึ่งก็หมายความว่าเลือดจะยังอยู่ในนั้นนานกว่าเดิม แต่ถึงแม้จะมีเลือดออกมาน้อยลง แต่เลือดพวกนั้นก็ยังก่อปัญหาติดตามเสื้อผ้าให้คุณได้อยู่ดี ประจำเดือนเป็นลิ่มเลือด ลิ่มเลือดหรือเลือดข้นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่คุณกำลังมีประจำเดือน โดยปกติแล้วก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะนั้นเป็นแค่อาการของการมีเลือดออกเท่านั้นเอง ตราบใดที่ไม่ได้เป็นลิ่มเลือดอยู่ตลอดเวลา และไม่ได้มีขนาดใหญ่เกินกว่าเหรียญห้าบาท ก็ยังถือว่าคุณมีอาการปกติ แต่ถ้าลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่ผิดปกติ ก็อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพได้ ปกติแล้วผู้หญิงที่มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ มักจะมีประจำเดือนในปริมาณมาก ซึ่งก็หมายความว่า อาจจะอยู่ในภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน มีเนื้องอกในมดลูก […]

x