home

การมีประจำเดือน

การมีประจำเดือน คือ การที่มีเลือดปนกับเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกไหลออกมาในแต่ละเดือน ถือเป็นภาวะปกติที่พบในผู้หญิงทุกคนที่เข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์ การดูแลตัวเองในช่วงที่มีประจำเดือนก็เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคุณผู้หญิง นอกจากนั้น ก็ยังมีเรื่องต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ซึ่งทาง Hello คุณหมอ ได้รวบรวมบทความเอาไว้ให้ได้อ่านกัน ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

การมีประจำเดือน

ประจำเดือนเป็นก้อนเหมือนตับ เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดออกและจับตัวกันเป็นก้อน เพื่อหยุดไม่ให้ร่างกายเสียเลือดมากเกินไป ภาวะนี้เป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงมีประจำเดือน แต่ถ้าประจำเดือนที่จับตัวกันเป็นก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง นั่นอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ควรเร่งหาสาเหตุและเข้ารับการรักษา สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนเป็นก้อนเหมือนตับ ช่วงก่อนมีประจำเดือน ร่างกายจะสร้างสภาพแวดล้อมภายในมดลูกให้พร้อมต่อการตั้งครรภ์ โดยการสร้างเยื่อโพรงมดลูกให้หนาขึ้นเพื่อให้ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิฝังตัว แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงประจำเดือน ไข่ไม่ได้รับการปฏิสนธิทำให้เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกที่ก่อตัวหนาขึ้นจะหลุดออกตามธรรมชาติกลายเป็นประจำเดือน ร่างกายจะปล่อยพลาสมาและเกล็ดเลือดออกมา เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้หลอดเลือดในเยื่อบุโพรงมดลูกมีเลือดออกมากเกินไป ส่งผลให้เลือดแข็งตัวและจับตัวกันเป็นก้อน นอกจากนี้ ภาวะที่ประจำเดือนเป็นก้อนเหมือนตับยัง อาจเกิดจากที่ประจำเดือนถูกขับออกมาไม่หมด จึงเกิดการสะสมในช่องคลอด จนอาจเกิดเป็นลิ่ม หรือก้อนเหมือนตับได้ บางคนที่ประจำเดือนมามากอาจมีการสูญเสียเลือดประมาณ 80 มิลลิลิตร หรือมากกว่านั้น เป็นระยะเวลาอาจนานกว่า 7 วัน ซึ่งอาจทำให้ร่างกายปล่อยพลาสมาและเกล็ดเลือดออกมามากขึ้นเพื่อห้ามเลือดโดยการทำให้เลือดแข็งตัว ส่งผลให้ประจำเดือนเป็นก้อนเหมือนตับซึ่งอาจมีขนาดใหญ่กว่า 2.5 เซนติเมตร ภาวะนี้มักเกิดขึ้นเมื่อมีประจำเดือนอยู่ในช่องคลอดหรือโพรงมดลูกก่อนวันที่จะมีประจำเดือน ประจำเดือนเป็นก้อนเหมือนตับ อันตรายไหม ภาวะประจำเดือนเป็นก้อนเหมือนตับขนาดเล็ก สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงวัยมีประจำเดือนทุกคน ถือเป็นเรื่องปกติที่ไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่หากมีประจำเดือนเป็นก้อนเหมือนตับขนาดใหญ่กว่า 2.5 เซนติเมตรออกมาทางปากมดลูก อาจส่งผลให้มีอาการ ดังนี้ ปวดและเป็นตะคริวที่กระดูเชิงกราน หรือหลังส่วนล่าง ปวดประจำเดือน ประจำเดือนไม่มา หรือประจำเดือนมามากกว่าปกติ รู้สึกไม่สบายตัว หรือเจ็บปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ ภาวะประจำเดือนเป็นก้อนเหมือนตับอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น เนื้องอก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ มดลูกโต มะเร็งมดลูก ติ่งเนื้อมดลูก โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ (PID) […]

หัวข้อ การมีประจำเดือน เพิ่มเติม

การมีประจำเดือน

อาการคันน้องสาว เป็นอาการสุดยี๊ ที่ไม่ว่าสาว ๆ คนไหนก็ล้วนแต่ไม่อยากมีกันทั้งนั้น เพราะนอกจากจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ดูเสียบุคลิกภาพแล้ว ยังอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายบางอย่างได้อีกด้วย แล้วอาการ คันช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน นี้เป็นสัญญาณบ่งบอกสุขภาพอะไรหรือเปล่านะ และเราจะมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการนี้ได้อย่างไร หาคำตอบได้จากบทความนี้ สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ คันช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน การติดเชื้อยีสต์ บางคนอาจจะมีอาการติดเชื้อยีสต์ที่อวัยวะเพศเป็นวัฏจักร เรียกว่า Cyclic Vulvovaginitis เกิดขึ้นจากเชื้อรา Candida ที่อยู่ในช่องคลอด เจริญเติบโตมากผิดปกติ เนื่องจากความสมดุลของค่า pH ในช่องคลอดเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น การมีประจำเดือน หรือฮอร์โมนแปรปรวน ทำให้เชื้อนั้นเพิ่มจำนวนมากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมได้ และกลายเป็นการติดเชื้อยีสต์ ทำให้เกิดอาการคันช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน นอกจากอาการคันที่อวัยวะเพศก่อนมีประจำเดือนแล้ว ยังอาจมีอาการอื่น ๆ เช่น อวัยวะเพศบวม ผดผื่น รอยแดง ตกขาว และแสบร้อนเวลาปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ภาวะช่องคลอดแห้ง ความเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เกิดขึ้นในช่วงมีประจำเดือนนั้น สามารถทำให้เกิดภาวะช่องคลอดแห้งได้ เนื่องจากในช่วงที่เราตกไข่ ระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเพิ่มขึ้นสูง ก่อนจะลดลงต่ำอย่างรวดเร็วในช่วงเริ่มมีประจำเดือน นอกจากนี้ ผู้ที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือผู้ที่เพิ่งผ่านการคลอดบุตร ก็อาจจะมีปัญหาช่องคลอดแห้งได้เช่นกัน ภาวะช่องคลอดแห้งนี้สามารถทำให้เกิดอาการคันและอาการปวดที่บริเวณอวัยวะเพศได้ อาการแพ้หรือระคายเคือง มีงานวิจัยที่พบว่า การมีประจำเดือนนั้น สามารถทำให้ผิวของเราบอบบางและมีปฏิกิริยาไวต่อสิ่งระคายเคืองมากขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางอยู่แล้ว ก็อาจจะยิ่งมีอาการแพ้ได้ง่ายขึ้นในช่วงมีประจำเดือน ฝุ่นละออง สิ่งสกปรก คราบน้ำยาทำความสะอาดที่อาจจะตกค้างอยู่ในชุดชั้นใน […]

การมีประจำเดือน

การขึ้นลงของน้ำหนักนั้นถือเป็นเรื่องปกติของคนเรา บางคนอาจจะมีน้ำหนักคงที่ ขณะที่บางคนนั้นมีการผันผวนของน้ำหนักตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งโดยมากแล้วมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารที่มีส่วนทำให้น้ำหนักขึ้น การไม่ค่อยออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออาจเป็นอาการทางสุขภาพ เช่น ภาวะไทรอยด์ อย่างไรก็ตาม อีกหนี่งสภาวะที่ทำให้น้ำหนักตัวผันผวน โดยจะพบได้เฉพาะผู้หญิงนั่นก็คือ การมีประจำเดือน แต่ทำไมผู้หญิงถึง น้ำหนักขึ้นขณะมีประจำเดือน Hello คุณหมอ มีข้อมูลมาฝากคุณผู้อ่านแล้วค่ะ น้ำหนักขึ้นขณะมีประจำเดือน เป็นเพราะอะไร การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ปัญหาหลักที่ครอบคลุมถึงสาเหตุต่าง ๆ ในขณะที่มีรอบเดือนก็คือ การเปลี่ยนแปลงของปริมาณและระดับของฮอร์โมน โดยในช่วงก่อนมีประจำเดือนเพียงไม่กี่วันนั้น ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen)และโปรเจสเตอโรน(progesterone) จะเริ่มลดลง จากนั้นร่างกายจะเริ่มมีการกักเก็บน้ำ และการกักเก็บน้ำเนื่องจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปนี้นี่เอง ที่มีส่วนทำให้น้ำหนักขึ้นในขณะที่มีรอบเดือน อาการท้องอืด ในช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงนี้ มีส่วนที่ทำให้เกิดอาการท้องอืด เพราะเป็นการไปเพิ่มปริมาณของแก๊สให้เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร เมื่อมีแก๊สมากขึ้นจึงทำให้เกิดอาการท้องอืด  รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว และเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ว่าทำไมช่วงวันแดงเดือดของสาว ๆ ถึงมีภาวะน้ำหนักตัวพุ่ง การกินไม่ยั้ง เป็นเพราะฮอร์โมนอีกเช่นกัน ที่เป็นตัวการทำให้ช่วงนี้ของคุณผู้หญิงหลายท่านมีอาการหิวบ่อย ๆ จนกระทั่งกินเกินลิมิตของตัวเอง เป็นเพราะว่า ช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน ร่างกายจะมีระดับของโปรเจสเตอโรนที่สูง และจะลดลงเมื่อใกล้วันที่มีรอบเดือน ซึ่งการเพิ่มขึ้นของโปรเจสเตอโรนนั้นก็มีผลทำให้คุณกินเยอะขึ้น ในขณะเดียวกันเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการควบคุมเซโรโทนิน (serotonin)ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์และความอยากอาหาร เมื่อมีประจำเดือน ฮอร์โมนทั้งสองลดลง เซโรโทนินจึงทำหน้าที่โดยไม่มีอะไรมาคอยควบคุม ทำให้รู้สึกหิวและกินมากขึ้นผิดปกติในระหว่างนี้นั่นเอง ปริมาณของแมกนีเซียมลดลง แมกนีเซียมทำหน้าที่ในการควบคุมดูแลไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ เมื่อเวลาของประจำเดือนมาถึง […]

การมีประจำเดือน

การมีประจำเดือน เป็นวัฏจักรที่ผู้หญิงแทบทุกคนต้องพบเจอ เป็นช่วงที่มีอารมณ์ของคุณผู้หญิงทั้งหลายจะอ่อนไหวมากเป็นพิเศษ ตามระดับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกิดขึ้น แต่เคยสังเกตหรือไม่ว่า ประจำเดือนในแต่ละครั้งของคุณนั้น มีสีที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้ สีของประจำเดือน สามารถบอกอาการทางสุขภาพของคุณได้ด้วยหรือเปล่า? Hello คุณหมอ ขอพาทุกท่านไปหาคำตอบกันกับบทความนี้ค่ะ สีของประจำเดือน บอกอาการทางสุขภาพอะไรบ้าง หากสาว ๆ ลองสังเกตดู จะเห็นว่าทุกครั้งที่มีประจำเดือนนั้น สีของรอบเดือนจะมีความแตกต่างกันอยู่เสมอ ซึ่งสีของรอบเดือนที่แตกต่างกัน สามารถที่จะบ่งบอกถึงปัญหาหรืออาการทางสุขภาพของคุณได้ ดังนี้ 1. ประจำเดือนมีสีดำและสีน้ำตาล หากถึงช่วงมีประจำเดือน แล้วพบว่าประจำเดือนของคุณมีสีดำ หรือสีน้ำตาล อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะเลือดที่ออกมาจากช่องคลอดแล้วมีสีคล้ำเข้มคล้ายกากกาแฟนั้น คือ เลือดเก่า ที่อยู่ในมดลูก เส้นเลือด และร่างกายมานาน แต่ยังไม่ได้ถูกขับออกมา เมื่อถูกขับออกมาเลือดเก่าดังกล่าวมีการทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับอากาศภายนอก จึงเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือสีดำ โดยประจำเดือนสีดำนี้จะมีในช่วงแรกและช่วงท้ายของการมีประจำเดือน 2. ประจำเดือนมีสีแดงเข้ม เลือดสีแดงเข้มจะอยู่ในช่วงแรก ๆ และท้ายของการมีประจำเดือน เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าเลือดที่ขับออกมานี้เป็นเลือดเก่า แต่จะต่างจากเลือดเก่าที่มีสีน้ำตาลหรือสีดำตรงที่ เลือดสีแดงเข้มนี้ไม่ได้มีการออกซิเดชั่น บางครั้งการมีเลือดสีแดงเข้ม อาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ หรืออาจเป็นการขับน้ำคาวปลา (Lochia) หลังคลอด 3. ประจำเดือนมีสีแดงสด เลือดประจำเดือนสีแดงสด คือ เลือดใหม่ที่ถูกขับออกมา และไม่ถูกกักหรือพักไว้นานจนเป็นเลือดเก่า ประจำเดือนสีนี้ ไม่ได้มีความน่ากังวลใด ๆ แต่ถ้าหากมีเลือดสีนี้ทุกวันของการมีรอบเดือนในเดือนนั้น […]

การมีประจำเดือน

ปกติรอบเดือนของคุณผู้หญิงมักมาแค่เดือนละ 1 ครั้ง แต่จู่ๆ ก็ดันมีเลือดคล้าย ประจำเดือน ไหลออกมาอีกเป็นครั้งที่ 2 จนทำให้เราสับสนในการนับวันตกไข่ หรือวันที่รอบเดือนจะมาในครั้งถัดไป สาวๆ บางคนแอบวิตกกังวลเล็กน้อย เพราะกลัวโรคร้ายแรงจะถามหา วันนี้ Hello คุณหมอ จึงพาคุณผู้หญิงทั้งหลายมาคลายข้อสงสัยกัน ประจำเดือน มาถี่ๆ เกิดจากสาเหตุอะไรหรือ… วงจรของรอบเดือนที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นเรื่องปกติที่มักพบในเด็กสาววัยรุ่นส่วนใหญ่ สำหรับบางคนประจำเดือนอาจมาช้า หรือเร็วต่างจากรอบเดือนเดิม แต่บางคนประจำเดือนก็ดันมามากถึง 2 ครั้งต่อเดือนเลยทีเดียว ซึ่งมีสาเหตุหลักๆ ดังต่อไปนี้ ฮอร์โมนของวัยแรกรุ่นที่ยังไม่สมดุลคงที่ มีความตึงเครียดปะปนในขณะถึงวันตกไข่ ภาวะไข่ไม่ตก (Lack of ovulation) ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) การใช้ยาที่เกี่ยวข้องกับการคุมกำเนิด น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หรือลดลงอย่างรวดเร็ว ภาวะร่างกายที่กำลังเข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือน สีของประจำเดือนในรอบที่สองนั้นอาจแตกต่างจากรอบแรก มักปรากฏให้เห็นลักษณะสีแดงเข้ม น้ำตาล หรือชมพูอ่อนๆ และมีจำนวนปริมาณของเลือดลดน้อยลงกว่าเดิม เพื่อป้องกันการเปอะเปื้อนควรพกผ้าอนามัยติดตัวไว้ เมื่อเริ่มมีอาการปวดเกร็งบริเวณท้องน้อย อาการแทรกซ้อนเมื่อ ประจำเดือน คุณกำลังมารอบที่ 2 ปวด เมื่อยล้าทั้งลำตัว หรือบริเวณหลัง อาการปวดหัว อ่อนเพลียง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง เวียนหัว คลื่นไส้ อัตราการเต้นของหัวใจถี่ จังหวะการหายใจแรง ประจำเดือน มาสองรอบเป็นสัญญาณเตือนของโรคอะไรได้บ้าง ระวังสุขภาพของคุณให้ดีหากประจำเดือนมาบ่อยในระยะเวลาเพียงเดือนเดียว อาจทำให้คุณเป็นโรคร้ายแรงได้ เช่น โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง ที่อาจเข้าสู่ช่องคลอดของคุณแพร่กระจายไปยังมดลูก และอวัยวะเพศที่ทำให้เกิดอาการแท้งบุตร รวมถึงมีอาการตกขาว เจ็บปวดในอุ้งเชิงกรานพร้อมทั้งมีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ร่วมด้วย เนื้องอกในมดลูก เกิดจากการเจริญเติบโตผิดที่ และยึดติดกับผนังของมดลูก ซึ่งมีตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าเมล็ดพืชจนถึงขนาดใหญ่เท่าลูกส้มโอ เนื้องอกนี้มีอาการข้างเคียงที่รุนแรงเช่น […]

การมีประจำเดือน

กลุ่มอาการท็อกซิกช็อก โดยปกติแล้วสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดก็คือผู้หญิงที่อยู่ในวัยประจำเดือน รวมถึงผู้ที่ชอบใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นหลัก แต่อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไรบ้าง ต้องไปติดตามบทความนี้ของ Hello คุณหมอกัน กลุ่มอาการท็อกซิกช็อก (Toxic Shock Syndrome) คืออะไร? กลุ่มอาการท็อกซิกช็อก (Toxic Shock Syndrome) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่หาได้ยากทั้งยังอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ด้วย กลุ่มอาการท็อกซิกช็อกนั้นเกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด แต่ก็มีย้อยครั้งที่กลุ่มอาการท็อกซิกช็อกเป็นผลมาจากสารพิษที่ผลิตโดยแบคทีเรียสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) โดยกลุ่มอาการท็อกซิกช็อกนั้นมีความสัมพันธ์กับการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นหลัก แต่ความจริงอาการนี้อาจส่งผลกระทบต่อทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้ชาย หรือแม้แต่เด็กก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มอาการท็อกซิกช็อกนั้นนอกจากจะมาจากผ้าอนามัยแบบสอดแล้ว ยังรวมไปถึงการมีบาดแผลและการผ่าตัดอีกด้วย ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการท็อกซิกช็อก แม้กลุ่มอาการท็อกซิกช็อกจะสามารถส่งผลกระทบให้ทุกๆ คนได้ แต่ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่เกิดอาการท็อกซิกช็อกที่เกี่ยวข้องกับเชื้อแบคทีเรีย สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงในวัยประจำเดือน ส่วนที่เกิดขึ้นในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าผู้ชาย เด็ก โดยกลุ่มอาการท็อกซิกช็อกนั้นจะสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ บาดแผลหรือรอยไหม้บนผิวหนัง การผ่าตัดครั้งล่าสุด ฟองน้ำคุมกำเนิด ผ้าอนามัยแบบดูดซับพิเศษ การติดเชื้อไวรัส เช่น อีสุกอีใส อาการที่เกิดจากอาการท็อกซิกช็อก สำหรับอาการของท็อกซิกช็อก ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ในกรณีส่วนใหญ่อาการที่จะปรากฏขึ้นโดยทันที มีดังนี้ มีไข้ฉับพลัน ความดันโลหิตต่ำ ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สับสน ท้องร่วง อาเจียน ผื่น ตาแดง ชัก กลุ่มอาการท็อกซิกช็อกเกิดจากผ้าอนามัยแบบสอดจริงหรือ? สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เป็นแบคทีเรียทั่วไปที่อาศัยอยู่บนผิวหนังและภายในจมูก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไม่เป็นอันตราย แต่สามารถทำให้ติดเชื้อได้หลากหลายหากเข้าสู่กระแสเลือด ดังนั้นเพื่อให้กลุ่มอาการท็อกซิช็อกนั่นเกิดขึ้นจากการที่ เชื้อแบคทีเรียสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เจริญเจิบโตจนสามารถสร้างสารพิษของกลุ่มาการท็อกซิกช็อกขึ้นมาจำนวนมาก แล้วถูกส่งเข้าไปยังกระแสเลือดนั่นเอง โดยผ้าอนามัยแบบสอดนั้น […]

การมีประจำเดือน

ผ้าอนามัย ถือเป็นของใช้จำเป็นในช่วงมีประจำเดือนสำหรับคุณผู้หญิง ซึ่งผ้าอนามัยก็มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ผ้าอนามัยแบบแผ่น ผ้าอนามัยแบบสอด และอื่น ๆ ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นตามยุคตามสมัย สำหรับการเลือกใช้ผ้าอนามัย ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล สำหรับคุณผู้หญิงบางคนอาจจะกำลังสนใจการใช้ ผ้าอนามัยแบบสอด แต่ยังไม่รู้จะเลือก และเริ่มอย่างไร วันนี้ทาง Hello คุณหมอ มีบทความเรื่องนี้มาฝากกัน ทำความรู้จักกับ ผ้าอนามัยแบบสอด ทางองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FDA ได้ประกาศให้ผ้าอนามัยแบบสอด (Tampon) ถือเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ เนื่องจากผ้าอนามัยแบบสอดนั้นจะถูกแทรกเข้าไปในช่องคลอด เพื่อดูดซับประจำเดือนของผู้ที่มีประจำเดือน ผ้าอนามัยแบบสอดนั้นจะมีรูปทรงเป็นทรงกระบอก ทำมาจากฝ้าย เรยอน หรืออาจจะมีการผสมทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกัน สำหรับวิธีการใส่ก็ได้รับการออกแบบมาให้ใส่โดยใช้พลาสติก กระดาษแข็ง หรือสามารถใส่โดยตรงก็ได้เช่นกัน เมื่อผ้าอนามัยแบบสอดถูกใส่เข้าไปในช่องคลอด จะมีการขยายตัวเกิดขึ้น ซึ่งผ้าอนามัยแบบสอดนั้นจะมีให้เลือกหลายขนาดด้วยกัน โดยขนาดนั้นหมายถึงความสามารถในการดูดซับ ไม่ได้หมายถึงความยาว หรือความกว้าง เมื่อผ้าอนามัยแบบสอดเข้าไปอยู่ในร่างกาย นอกจากผ้าอนามัยแบบสอดจะใช้ในการดูดซับประจำเดือนแล้ว บางครั้งยังถูกนำมาใช้สำหรับการห้ามเลือดในการผ่าตัดอีกด้วย วิธีใช้ผ้าอนามัยแบบสอดอย่างถูกต้อง ก่อนจะไปถึงวิธีการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ลองมาทำความรู้จักกับส่วนประกอบของผ้าอนามัยแบบสอดให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่า เนื่องจากผ้าอนามัยแบบสอดมีวิธีการใช้หลายรูปแบบด้วยกัน ดังนั้นบางวิธีการใช้จะไม่ได้เพียงแค่ตัวผ้าอนามัยแบบสอดเพียงชิ้นเดียว โดยส่วนประกอบของผ้าอนามัยแบบสอด มีดังนี้ ตัวผ้าอนามัยแบบสอดและเชือก มักทำจากฝ้าย เรยอน และฝ้ายออร์แกนิก รูปร่างของผ้าอนามัยแบบสอดคือ รูปทรงกระบอก และสามารถขยายเมื่อเปียกน้ำ เชือกที่ยื่นออกมาจากผ้าอนามัยแบบสอด […]

การมีประจำเดือน

การมีประจำเดือนถือเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง แต่บางคนก็อาจประสบปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ เดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย ไม่ก็ประจำเดือนมาช้า หรือบางคนอาจประจำเดือนขาด จนคิดว่าตั้งครรภ์ซะอีก แต่ปัญหาประจำเดือนเหล่านี้ สามารถแก้ไขเองเบื้องต้นได้ ด้วย วิธีเร่งประจำเดือน ที่เรานำมาฝาก รับรองว่าได้เห็นผลแน่นอน สาเหตุที่ประจำเดือนมาช้า โดยปกติแล้ว รอบประจำเดือนจะอยู่ที่ 21-35 วัน แต่บางคนอาจเจอปัญหาประจำเดือนไม่มาตามปกติ หรือที่เรียกว่า ภาวะขาดประจำเดือน (Amenorrhea) ซึ่งหากเป็นผู้หญิงที่อายุเกิน 15 ปีแล้ว แต่ประจำเดือนครั้งแรกยังไม่มา หรือผู้หญิงที่ประจำเดือนไม่มาเกิน 3 เดือนติดต่อกัน จะถือว่ามีภาวะขาดประจำเดือน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาช้า หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจเกิดจาก ความเครียด น้ำหนักตัวน้อยเกินไป หรือมากเกินไป มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome หรือ PCOS) การคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมน มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคเซลิแอค (Celiac Disease) ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ เข้าสู่วัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน (Menopause) ตั้งครรภ์ วิธีเร่งประจำเดือน ให้มาเร็วขึ้น หากประจำเดือนของคุณมาช้า หรือคุณมีความจำเป็นต้องเร่งประจำเดือนให้มาเร็วกว่าปกติ เรามีวิธีเร่งประจำเดือนให้มาเร็วขึ้น และทำได้ง่ายๆ มาฝาก ดังนี้ วิตามินซี บางคนเชื่อว่าวิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิกช่วยเร่งประจำเดือนได้ เนื่องจากวิตามินซีจะเพิ่มช่วยเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจน และยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งจะส่งผลให้มดลูกหดรัดตัว ผนังมดลูกบางลง และเร่งให้ประจำเดือนมาได้ คุณสามารถเพิ่มวิตามินซีได้ด้วยการกินผักผลไม้ […]

การมีประจำเดือน

เชื่อว่าช่วงมีประจำเดือนหรือมีเมนส์ คือช่วงหนึ่งที่สาวๆ ไม่อยากให้มาถึง เพราะช่วงวันนั้นของเดือนมักมาพร้อมกับอาการเหวี่ยงวีน อารมณ์แปรปรวน ปวดท้อง ท้องเสีย รวมไปถึงท้องอืด ที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอาการท้องอืดที่ทำให้สาว ๆ รู้สึกอึดอัด แน่นท้อง บางคนถึงกับไม่มั่นใจหรือเสียเซลฟ์เพราะท้องอืดจนใส่เสื้อผ้าตัวโปรดไม่ได้ หรือรู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นก็มี หากใครกำลังประสบปัญหา ท้องอืดตอนมีประจำเดือน ลองทำตามเทคนิคที่ Hello คุณหมอ นำมาฝากเหล่านี้ดูสิ เทคนิคลดอาการ ท้องอืดตอนมีประจำเดือน ดื่มน้ำเปล่าให้มาก ๆ ช่วงมีประจำเดือน คุณควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอกับที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน โดยทั่วไปคือ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำเปล่าจะช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการบวมน้ำ ที่นำไปสู่อาการท้องอืดตอนมีประจำเดือนได้ ขับปัสสาวะลดอาการ ท้องอืดตอนมีประจำเดือน ยาขับปัสสาวะหรืออาหารที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะจะช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำปัสสาวะได้มากขึ้น ร่างกายจึงสามารถกำจัดของเหลวส่วนเกินออกไปได้ ไม่เกิดอาการบวมน้ำ และอาการท้องอืด แต่หากสาวๆ คนไหนไม่กล้ากินยาขับปัสสาวะ เพราะกลัวเกิดผลข้างเคียง เช่น หน้ามืด อ่อนเพลีย ความดันโลหิตต่ำ อาจลองกินพืชผักผลไม้ที่มีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ เช่น แอสพารากัส สัปปะรด แตงกวา ขิง กระเทียม ก็ได้ ลดโซเดียม อาหารรสเค็ม โซเดียม คือเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย สามารถพบได้ในอาหาร และเครื่องปรุงต่างๆ มากมาย […]

การมีประจำเดือน

ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ หรือประจำเดือนไม่มา บางคนอาจคิดว่าตั้งครรภ์รึเปล่า แต่หากคุณแน่ใจว่าตัวเองไม่มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์แน่ ๆ อาการ ประจำเดือนมาช้า ของคุณจะเกิดจากอะไรได้บ้าง ลองไปหาคำตอบในบทความนี้ของ Hello คุณหมอ กันเลยดีกว่าค่ะ ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีลักษณะเป็นอย่างไร ผู้หญิงทุกคนมีรอบประจำเดือนแตกต่างกัน แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงจะมีประจำเดือนทุก ๆ 24-38 วัน และช่วงที่ประจำเดือนมา คือ จะมาประมาณ 2-8 วัน และประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจหมายถึง เกิดการเปลี่ยนแปลงของช่วงเวลาระหว่างการมีประจำเดือนแต่ละครั้ง เช่น ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ เลือดประจำเดือนมาน้อย หรือมามากกว่าปกติ จำนวนวันที่มีประจำเดือนแตกต่างกันมาก สาเหตุที่ทำให้ ประจำเดือนมาช้า กว่าปกติ สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ หรือประจำเดือนผิดปกติ มีดังต่อไปนี้ ความเครียด ความเครียดสามารถทำให้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง และหากเครียดสะสมเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย หรือน้ำหนักขึ้นและลงกะทันหัน ซึ่งล้วนส่งผลต่อรอบประจำเดือนทั้งสิ้น ดังนั้น ถ้าคุณคิดว่าความเครียด เป็นเหตุให้ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ ก็ควรหาวิธีคลายเครียด ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์บางอย่าง เช่น ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น เข้านอนให้เร็วขึ้น การกินผิดปกติ ผู้หญิงที่มีปัญหาการกินผิดปกติ เช่น กินมากผิดปกติ โดยเฉพาะโรคบูลิเมีย (Bulimia) ที่ผู้ป่วยจะกินอาหารเข้าไปมากในช่วงเวลาสั้น ๆ และพยายามกำจัดอาหารออกด้วยวิธีต่าง ๆ […]

การมีประจำเดือน

โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงจะมีประจำเดือนทุกๆ 24-38 วัน และจะมีประจำเดือนเป็นเวลา 2-8 วันต่อเดือน หากประจำเดือนมาไม่ปกติ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่เป็นอันตราย แต่บางกรณีก็อาจหมายถึงปัญหาสุขภาพบางอย่าง แล้ว ประจำเดือนมาไม่ปกติ เกิดจากสาเหตุใด และเมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาคุณหมอ ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีลักษณะเป็นอย่างไร รอบประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจมีลักษณะต่างๆ เช่น ประจำเดือนมาน้อยหรือมากผิดปกติ ประจำเดือนมาหลายวัน มากเกินไป ช่วงเวลาก่อนมีประจำเดือนเริ่มเปลี่ยนแปลง จำนวนวันที่มีประจำเดือนแตกต่างกันมาก การบันทึกข้อมูลของการมีประจำเดือน จะช่วยให้คุณรู้ว่าประจำเดือนมาปกติ หรือไม่ปกติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการที่ประจำเดือนมาไม่ปกติจะไม่ถือเป็นเรื่องร้ายแรง แต่ในบางกรณีก็อาจเป็นสัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีดังต่อไปนี้ ประจำเดือนมาไม่ปกติเกิดจาก สาเหตุใดบ้าง ประจำเดือนมาไม่ปกติอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโพเจสเตอโรน (Progesterone) จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวัยรุ่นและวัยใกล้หมดประจำเดือน จึงเกิดภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติบ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อรอบประจำเดือน ดังนี้ การตั้งครรภ์ หรือการให้นมลูก ประจำเดือนไม่มา สามารถเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ และการให้นมลูกอาจส่งผลให้ การกลับมามีประจำเดือนหลังคลอดช้าลง การกินผิดปกติ การลดน้ำหนักเร็วเกินไป หรือออกกำลังกายอย่างหนัก รวมถึงการกินผิดปกติ ทั้ง 3 สาเหตุนี้สามารถทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติได้ ถุงน้ำหลายใบในรังไข่ (Polycystic Ovary Syndrome, PCOS) […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน การมีประจำเดือน ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon