การมีประจำเดือน

การมีประจำเดือน คือ การที่มีเลือดปนกับเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกไหลออกมาในแต่ละเดือน ถือเป็นภาวะปกติที่พบในผู้หญิงทุกคนที่เข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์ การดูแลตัวเองในช่วงที่มีประจำเดือนก็เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคุณผู้หญิง นอกจากนั้น ก็ยังมีเรื่องต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ซึ่งทาง Hello คุณหมอ ได้รวบรวมบทความเอาไว้ให้ได้อ่านกัน ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

การมีประจำเดือน

ปจด สีดำ เกิดจากอะไร อันตรายไหม เมื่อไรควรไปพบคุณหมอ

ปจด หรือ ประจำเดือน หมายถึง เยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกมาเป็นเลือดผ่านทางช่องคลอดทุกเดือน โดยเกิดจากการที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และกระตุ้นให้ผนังมดลูกหนาขึ้นเพื่อเตรียมรองรับการฝังตัวของตัวอ่อนหากไข่ปฏิสนธิกับอสุจิ แต่เมื่อไข่ในร่างกายเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ไม่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิ เยื่อบุโพรงมดลูกจึงหลุดลอกออกตามธรรมชาติ โดยทั่วไป ปจด มักเป็นสีแดงสดหรือสีแดงเข้ม แต่บางครั้งอาจพบเป็น ปจด สีดำ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่อาการน่ากังวล ยกเว้นแต่ว่ามี ปจด สีดำ ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไข้ขึ้น ตกขาวมีกลิ่นเหม็น คันบริเวณช่องคลอด ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัยหาสาเหตุต่อไป [embed-health-tool-ovulation] ปจด คืออะไร ปจด หรือประจำเดือน เป็นภาวะปกติเมื่อเพศหญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยจะเป็นประจำเดือนครั้งแรก เมื่ออายุประมาณ 12-16 ปี ประจำเดือน จะเกิดขึ้นทุก ๆ 21-35 วัน โดยมีลักษณะเป็นเลือดไหลออกจากช่องคลอด ซึ่งเกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก เมื่อไข่ของเพศหญิงไม่ได้รับการปฏิสนธิโดยอสุจิของเพศชาย ร่างกายจึงขับเยื่อบุโพรงมดลูกที่เตรียมรองรับการฝังตัวของตัวอ่อนให้หลุดลอกออกตามธรรมชาติ ประจำเดือนจะไหลติดต่อกันประมาณ 5-7 วัน โดยถ้าไหลน้อยกว่า 2 วัน หรือมากกว่า 7 วัน อาจหมายถึงประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ ทั้งนี้ ระหว่างมีประจำเดือน เพศหญิงอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย […]

หัวข้อ การมีประจำเดือน เพิ่มเติม

การมีประจำเดือน

5 เรื่องเข้าใจผิดเมื่อ เป็นประจำเดือน ที่ควรรู้

เมื่อ เป็นประจำเดือน เพศหญิงจะมีเลือดไหลออกทางช่องคลอดทุก ๆ 21-35 วัน เป็นเวลาประมาณ 5-7 วัน สาเหตุเกิดจากการที่ร่างกายผลิตไข่ และไม่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเป็นเลือดประจำเดือน ทั้งนี้ แม้ว่าการมีประจำเดือนถือเป็นภาวะสุขภาพปกติของเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ หรือผู้ที่มีอายุประมาณ 12-55 ปี แต่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเป็นประจำเดือนอยู่หลายประการ เช่น มีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีประจำเดือนแล้วไม่ท้อง ประจำเดือนเป็นเลือดสกปรก น้ำมะพร้าวทำให้ประจำเดือนหยุดไหล ไม่ควรออกกำลังกาย ระหว่างเป็นประจำเดือน [embed-health-tool-ovulation] เรื่องเข้าใจผิดเมื่อ เป็นประจำเดือน แม้ประจำเดือนจะเป็นภาวะสุขภาพที่เกิดขึ้นกับเพศหญิงทุกคน แต่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประจำเดือนอยู่ซึ่งความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประจำเดือนที่พบบ่อย มีดังนี้ มีเพศสัมพันธ์ระหว่างเป็นประจำเดือนแล้วจะไม่ท้อง คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่า การมีเพศสัมพันธ์ระหว่าง เป็นมีประจำเดือน จะไม่ทำให้ตั้งครรภ์ เนื่องจากประจำเดือนเกิดขึ้นหลังจากไข่ตกและไม่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิ ทำให้ในขณะมีประจำเดือนไม่มีไข่ที่พร้อมปฏิสนธิ จึงไม่ทำให้ตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ในกรณีของผู้ที่มีรอบเดือนสั้น หรือระหว่าง 21-24 วัน เมื่อเป็นประจำเดือน ร่างกายจะตกไข่ฟองใหม่ภายใน 4-5 วันนับจากวันแรกที่มีประจำเดือน และหากมีเพศสัมพันธ์ในวันสุดท้ายของการมีประจำเดือน เซลล์อสุจิซึ่งมีชีวิตอยู่ในร่างกายผู้หญิงได้นานประมาณ 5 วัน อาจสามารถเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ที่ตกระหว่างเป็นประจำเดือน และอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ ไม่ควรออกกำลังกาย ขณะเป็นประจำเดือน เพศหญิงมักเข้าใจว่าระหว่าง เป็นประจำเดือน ไม่ควรออกกำลังกาย เนื่องจากร่างกายมีอาการข้างเคียงต่าง ๆ เช่น ปวดท้อง […]

การมีประจำเดือน

ปจด. กับปัญหากวนใจที่พบได้บ่อยในเพศหญิง

ปจด. หรือประจำเดือน หมายถึงภาวะเลือดออกทางช่องคลอดของเพศหญิงทุก ๆ เดือน หรือทุก ๆ 21-35 วัน เนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเพศโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน หลังจากที่ร่างกายตกไข่แล้วไม่ได้รับการปฏิสนธิจากอสุจิของเพศชาย ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดออกมาเป็นเลือดประจำเดือน ทั้งนี้ เพศหญิงอาจพบปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับประจำเดือนแตกต่างกันไป เช่น ประจำเดือนมามาก ประจำเดือนขาด ปวดท้องประจำเดือน หากปัญหาเหล่านี้สร้างความไม่สบายตัวหรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบไปพบคุณหมอ เพราะอาการต่าง ๆ เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในระบบสืบพันธุ์ได้ [embed-health-tool-ovulation] ปจด. คืออะไร ปจด. เป็นคำย่อของประจำเดือน หรือการที่ร่างกายเพศหญิงมีเลือดออกทางช่องคลอดเดือนละครั้ง ซึ่งนับเป็นภาวะสุขภาพปกติของเพศหญิง เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยทั่วไป ผู้หญิงมักมีประจำเดือนครั้งแรก เมื่ออายุ 12-16 ปี และจะหยุดมี ปจด. เมื่อเข้าสู่วัยทอง หรือเมื่ออายุราว ๆ 45-55 ปี ซึ่งร่างกายจะหยุดผลิตฮอร์โมนเพศโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจนทำให้ไม่เกิดการตกไข่ ทั้งนี้ ประจำเดือนแต่ละรอบ จะเกิดห่างกันประมาณ 21-35 วัน และเลือดประจำเดือน จะไหลติดต่อกันเป็นเวลา 5-7 วัน ปัญหา ปจด. ที่พบบ่อย ปัญหาสุขภาพในเพศหญิงเกี่ยวกับประจำเดือนที่อาจพบได้บ่อย ประกอบด้วยปัญหาต่าง ๆ ดังนี้ ประจำเดือนมามาก ประจำเดือนมามาก (Menorrhagia) […]

การมีประจำเดือน

เมนส์ไม่มา เกิดจากอะไร ควรทำอย่างไร

ประจำเดือน หรือที่อาจเรียกว่า เมนส์ คือ ภาวะที่มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดเป็นประจำทุกเดือนของหญิงวัยเจริญพันธุ์ ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีเมนส์ประมาณ 2-8 วัน และเมนส์มักมาทุกเดือน แต่หาก เมนส์ไม่มา อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การตั้งครรภ์ ความผิดปกติของมดลูก จึงควรหมั่นสังเกตการมีประจำเดือน หากพบความผิดปกติใด ๆ ควรพบคุณหมอทันที เมนส์ คือ เมนส์ หรือประจำเดือน คือ ภาวะที่มีเลือดออกจากช่องคลอดทุกเดือนของผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ถือเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ในช่วงไข่ตก ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเพศอย่างเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมากขึ้น ฮอร์โมนเหล่านี้จะกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมให้ตัวอ่อนมาฝังตัว แต่หากไข่ไม่ได้ผสมกับอสุจิ และไม่เกิดการปฏิสนธิจนเป็นตัวอ่อน เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหลุดลอกและไหลออกจากช่องคลอด กลายเป็นเลือดประจำเดือนหรือเมนส์ ผู้หญิงส่วนมากจะมีรอบประจำเดือน 24-38 วัน และจะมีประจำเดือนประมาณ 2- 8 วัน โดยประจำเดือนมักมีลักษณะและปริมาณใกล้เคียงกันทุกเดือน หากมีความผิดปกติเกิดขึ้น เช่น เมนส์ไม่มาติดต่อกันหลายเดือน เมนส์มาไม่ปกติหรือมากะปริบกะปรอย อาจเกิดจากการตั้งครรภ์ การให้นมลูก ความเครียด และโรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์อื่น ๆ เช่น รังไข่เสื่อมก่อนกำหนด ภาวะอุ้งเชิงการอักเสบ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อหาวิธีช่วยให้เมนส์มาเป็นปกติ เช่น ปรับพฤติกรรมการออกกำลังกาย หาวิธีลดความเครียด […]

การมีประจำเดือน

อาการก่อนเป็นประจำเดือน (PMS) พร้อมวิธีรับมือที่ควรรู้

อาการก่อนเป็นประจำเดือน (Premenstrual syndrome หรือ PMS) เป็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนเป็นประจำเดือน มักส่งผลกระทบทั้งด้านร่างกาย จิตใจและอารมณ์ ผู้หญิงแต่ละคนอาจมีอาการก่อนเป็นประจำเดือนที่อาจแตกต่างกันทั้งรูปแบบและความรุนแรงของอาการ เช่น ปวดหลัง ปวดท้อง เจ็บบริเวณหน้าอก ฉุนเฉียวง่าย อารมณ์อ่อนไหว ซึมเศร้า ทั้งนี้ ควรศึกษาอาการที่เกิดขึ้นเพื่อเตรียมรับมืออย่างถูกวิธี โดยทั่วไปแล้ว ภาวะนี้สามารถรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกาย การงดสูบบุหรี่ อย่างไรก็ตาม หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมที่สุด [embed-health-tool-ovulation] อาการก่อนเป็นประจำเดือน คืออะไร อาการก่อนเป็นประจำเดือน (Premenstrual syndrome หรือ PMS) คือ กลุ่มอาการผิดปกติด้านร่างกายและอารมณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไข่ตก ก่อนที่ประจำเดือนจะเริ่มต้นประมาณ 1 สัปดาห์ โดยปกติแล้วอาการก่อนเป็นประจำเดือนจะหายไปภายใน 1-2 วันหลังมีประจำเดือน แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอาจเกิดจากปัจจัยภายใน เช่น ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่เปลี่ยนแปลงในช่วงที่เป็นประจำเดือน คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคซึมเศร้า หรือปัจจัยภายนอก เช่น การไม่ออกกำลังกาย ความเครียดสะสม การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ สัญญาณของ อาการก่อนเป็นประจำเดือน สัญญาณที่อาจแสดงถึงอาการก่อนเป็นประจำเดือน […]

การมีประจำเดือน

สีประจําเดือน บอกอะไร

สีประจำเดือน อาจเกิดจากการที่เลือดทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเป็นเวลานาน ส่งผลให้สีของประจำเดือนมีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและปัญหาสุขภาพ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ภาวะช่องคลอดอักเสบ ก็อาจมีส่วนที่ทำให้สีประจำเดือนเปลี่ยนแปลงไปได้เช่นกัน [embed-health-tool-ovulation] สีประจําเดือนบอกอะไร ประจำเดือน เกิดจากการสลายตัวของเยื่อบุโพรงมดลูก ยิ่งเลือดอยู่ในมดลูกนาน สีประจำเดือนก็จะค่อย ๆ เข้มขึ้น เนื่องจากการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเป็นเวลานาน นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและภาวะสุขภาพอาจส่งผลต่อสีและเนื้อสัมผัสของประจำเดือนได้ โดยสีของประจำเดือนอาจบ่งบอกภาวะทางสุขภาพได้ดังนี้ ประจำเดือนสีแดงสด ประจำเดือนสีแดงสด หมายถึง การเริ่มต้นของประจำเดือน เลือดประจำเดือนอาจไหลเร็วและมาก เมื่อเวลาผ่านไปเลือดจะค่อย ๆ ไหลช้าลงและมีสีแดงเข้มขึ้น หรืออาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น หนองใน หนองในเทียม สัญญาณการตั้งครรภ์ การแท้งบุตร หรือการเจริญเติบโตเนื้องอกซึ่งอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ความดัน อาการเจ็บปวดท้อง ประจำเดือนสีชมพู ประจำเดือนสีชมพู หมายถึง ช่วงเริ่มต้นหรือช่วงสิ้นสุดของการมีประจำเดือน เกิดจากเลือดประจำเดือนอาจเจือปนกับของเหลวในช่องคลอดทำให้สีอ่อนลง หรืออาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกให้คงที่ในร่างกายต่ำ หรืออาจเป็นสัญญาณการแท้งบุตรและน้ำคาวปลา ประจำเดือนสีส้ม ประจำเดือนสีส้ม หมายถึง การเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของประจำเดือน หรืออาจเกิดจากการเจือปนกับของเหลวในช่องคลอดจนสีอ่อนลงเป็นสีส้ม นอกจากนี้ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรืออาจเป็นสัญญาณของเลือดล้างหน้าเด็กโดยเลือดจะไหลออกมาเป็นจุดสีส้มหรือสีชมพู ประจำเดือนสีแดงเข้ม ประจำเดือนสีแดงเข้ม หมายถึง ประจำเดือนที่ค้างอยู่ในมดลูกมาระยะหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่ารอบประจำเดือนใกล้สิ้นสุด หรืออาจเป็นน้ำคาวปลาในช่วง 3 วันแรกหลังคลอด […]

การมีประจำเดือน

เมนไม่มากี่วันถึงท้อง

เมนไม่มากี่วันถึงท้อง เป็นคำถามยอดฮิตของผู้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหรือเกิดความผิดพลาดในการคุมกำเนิด เช่น ถุงยางอนามัยขาด ลืมกินยาคุม โดยปกติหากมีเพศสัมพันธ์แล้วเมนหรือประจำเดือนมาช้ากว่ากำหนดประมาณ 1-2 สัปดาห์ อาจเป็นไปได้ว่ากำลังตั้งครรภ์ ซึ่งวิธีนี้อาจใช้ได้สำหรับผู้หญิงที่ประจำเดือนมาตรงกำหนดทุกเดือน แต่สำหรับผู้หญิงที่เมนมาไม่ปกติอาจต้องสังเกตสัญญาณการตั้งครรภ์อื่น ๆ และใช้ชุดตรวจครรภ์ร่วมด้วยเพื่อยืนยันผล อย่างไรก็ตาม เมนไม่มาอาจเกิดสาเหตุอื่น ๆ ได้ เช่น การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ความเครียด วัยหมดประจำเดือน ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ เมนไม่มากี่วันถึงท้อง ผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์และมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหรือการป้องกันเกิดความผิดพลาด เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 1-2 สัปดาห์ โดยนับจากวันที่คาดว่าจะมีประจำเดือนแต่ประจำเดือนไม่มาตามกำหนด เป็นไปได้ว่ากำลังตั้งครรภ์ ทั้งนี้ อาจตรวจเช็คสัญญาณการตั้งครรภ์อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน คัดหน้าอก และซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจเพื่อยืนยัน หากตรวจแล้วไม่พบการตั้งครรภ์ให้เว้นไปอีก 1 สัปดาห์ และหากเมนยังไม่มาให้ตรวจอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากตรวจทั้ง 2 ครั้งแล้วยังไม่พบการตั้งครรภ์และเมนยังไม่มา อาจเป็นไปได้ว่าฮอร์โมน HCG ที่พบในหญิงตั้งครรภ์ยังไม่มากพอ จึงควรเข้ารับการตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลอีกครั้ง นอกจากนี้ เมนไม่มาอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การลดน้ำหนักมากเกินไป การเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ใช้ยาคุมกำเนิด ความเครียด […]

การมีประจำเดือน

อาการก่อนเป็นประจำเดือน มีอะไรบ้าง บรรเทาอาการอย่างไร

อาการก่อนเป็นประจำเดือน อาจเกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน โดยอาจมีอาการทั้งทางด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ และด้านพฤติกรรม เช่น เจ็บหน้าอก ปวดหัว อารมณ์แปรปรวน อยากรับประทานอาหารมากกว่าปกติ ซึ่งอาการส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง แต่ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการก่อนเป็นประจำเดือนที่รุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ อาการก่อนเป็นประจำเดือน คืออะไร  อาการก่อนเป็นประจำเดือน (Premenstrual Syndrome หรือ PMS) คือ อาการที่อาจเกิดขึ้นกับผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ มักเกิดก่อนมีประจำเดือนประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ และพฤติกรรม เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน ซึ่งอาการอาจจะบรรเทาลงเมื่อประจำเดือนมาหรือหมด อาการก่อนเป็นประจำเดือน  อาการก่อนเป็นประจำเดือนอาจแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และบางครั้งอาการที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนก็อาจไม่เหมือนกัน โดยอาการที่พบได้บ่อย มีดังนี้  อาการก่อนเป็นประจำเดือนทางด้านร่างกาย  เจ็บเต้านม หรือคัดตึงเต้านม  มือและเท้าบวม ปวดศีรษะ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องผูก หรือท้องเสีย  ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ  อยากรับประทานอาหารเพิ่มขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้น  มีสิวขึ้น  อาการก่อนเป็นประจำเดือนทางด้านอารมณ์ อารมณ์แปรปรวน หรือควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้  เศร้า หดหู่ ร้องไห้บ่อย  หงุดหงิด โมโหง่าย เครียด  สับสัน วิตกกังวล กระวนกระวาย  นอนไม่ค่อยหลับ  ไม่อยากพบปะผู้คน  รู้สึกเหงา หวาดระแวง  อาการก่อนเป็นประจำเดือนทางด้านพฤติกรรม  เหนื่อยง่าย อ่อนล้า  ขี้ลืม  ไม่มีสมาธิ หรือสมาธิสั้น สนใจเรื่องการมีเพศสัมพันธ์น้อยลง  สาเหตุของอาการก่อนเป็นประจำเดือน ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดว่า อาการก่อนเป็นประจำเดือนเกิดจากสาเหตุใด อย่างไรก็ตาม อาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น  การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เนื่องจากระดับฮอร์โมนไม่สมดุล และลดลงประมาณ […]

การมีประจำเดือน

ปวดท้องเมน จนทนไม่ไหว รับมืออย่างไรดี

ปวดท้องเมน หรือ ปวดท้องประจำเดือน คือ อาการปวดท้องน้อยส่วนล่าง ในช่วงเวลาที่กำลังจะมีประจำเดือนหรือระหว่างมีประจำเดือน อาจส่งผลให้เกิดความไม่สบายตัว และอาจกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ปวดท้องเมน คืออะไร อาการปวดท้องเมนจะเกิดขึ้นต่อเมื่อใกล้เข้าสู่ช่วงมีประจำเดือน เนื่องจากเยื่อบุมดลูกจะผลิตสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ซึ่งเป็นสารที่เข้าไปกระตุ้นให้มดลูกเกิดการบีบตัวและคลายตัวเพื่อขับเยื่อบุมดลูกออกจากช่องคลอด ซึ่งลักษณะการบีบตัวและคลายตัวนี้ส่งผลให้ผู้หญิงส่วนใหญ่อาจมีอาการปวดท้องก่อนมีประจำเดือนหรือระหว่างมีประจำเดือน โดยลักษณะของอาการปวดท้องจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับลักษณะการบีบตัวของมดลูก อาการปวดท้องเมน อาการปวดท้องเมน อาจสังเกตได้จากปฏิกิริยาต่าง ๆ เหล่านี้ มีอาการปวดบริเวณท้องน้อย และอาจปวดท้องอย่างหนักในบางครั้ง ปวดท้องก่อนมีประจำเดือนประมาณ 1-3 วัน และอาจรู้สึกปวดท้องมากในช่วง 24 ชั่วโมง เมื่อประจำเดือนมา และจะบรรเทาลงภายใน 2-3 วัน รู้สึกปวดไปถึงหลังส่วนล่าง และต้นขา ประจำเดือนออกมาเป็นลักษณะลิ่มเลือดปริมาณมาก ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ท้องร่วง ร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง หรือนานกว่า 2-3 วัน ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อทำการตรวจช่องคลอด และปากมดลูกภายในอย่างละเอียด สาเหตุของอาการปวดท้องเมน สาเหตุที่อาจทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ปวดท้องเมน อาจเกิดได้จากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ ผู้หญิงที่อายุระหว่าง 30-45 ปี เนื่องจากช่วงวัยนี้ฮอร์โมนเอสโตรเจนภายในร่างกายเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลให้ภาวะมดลูกโต ทำให้ประจำเดือนมามาก ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้อง  ภาวะประจำเดือนมามาก และประจำเดือนมาผิดปกติ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญนอกมดลูก เนื้องอกในมดลูก ภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ ปากมดลูกตีบ วิธีลดอาการปวดท้องเมน โดยไม่พึ่งยา  เมื่ออาการปวดท้องเมนกำเริบ สิ่งที่อาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเมนแบบธรรมชาติโดยไม่พึ่งยา มีดังนี้ ประคบร้อนบริเวณท้องส่วนล่าง ด้วยถุงใส่น้ำร้อน […]

การมีประจำเดือน

เมนไม่มา มีสาเหตุมาจากอะไร

เมนไม่มา หรือ ประจำเดือนไม่มา คือ ภาวะที่ประจำเดือนไม่มาประมาณ 1-3 เดือน อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะความเครียด ฮอร์โมนไม่สมดุล การตั้งครรภ์ หากไม่ทำการรักษาอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้อย่าง เยื่อบุโพรงมดลูกหนา มีบุตรยาก ภาวะกระดูกพรุน เป็นต้น [embed-health-tool-”ovulation”] เมนไม่มา คืออะไร ประจำเดือนของผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะมาโดยเฉลี่ยประมาณ 28 วัน หรือในช่วง 21-40 วัน ซึ่งอาการประจำเดือนไม่มาตามรอบเดือน อาจแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ ภาวะขาดประจำเดือนปฐมภูมิ (Primary Amenorrhea) คือ ภาวะที่ไม่มีประจำเดือน เมื่อมีอายุ 15 ปี ภาวะขาดประจำเดือนทุติยภูมิ (Secondary Amenorrhea) คือ ภาวะที่เคยมีประจำเดือนมาก่อน แต่อาจมีภาวะประจำเดือนไม่มาประมาณ 3 เดือนขึ้นไป นอกจากนี้ ผู้หญิงบางคนอาจมีรอบเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ หรือประจำเดือนมามากกว่าปกติ ซึ่งอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล สาเหตุที่เมนไม่มา สาเหตุที่อาจทำให้ประจำเดือนไม่มา อาจมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ดังนี้ ความเครียด เมื่อระดับความเครียดเพิ่มขึ้น อาจทำให้รอบเดือนเลื่อน หรือประจำเดือนไม่มาได้ ควรบรรเทาความเครียดด้วยกิจกรรมที่ชื่นชอบ เพื่อความผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกาย การวิ่ง การลดน้ำหนัก […]

การมีประจำเดือน

น้ำหนักขึ้นขณะมีประจำเดือน เป็นเพราะอะไรกันนะ

การขึ้นลงของน้ำหนักนั้นถือเป็นเรื่องปกติของคนเรา บางคนอาจจะมีน้ำหนักคงที่ ขณะที่บางคนนั้นมีการผันผวนของน้ำหนักตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งโดยมากแล้วมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารที่มีส่วนทำให้น้ำหนักขึ้น การไม่ค่อยออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออาจเป็นอาการทางสุขภาพ เช่น ภาวะไทรอยด์ อย่างไรก็ตาม อีกหนี่งสภาวะที่ทำให้น้ำหนักตัวผันผวน โดยจะพบได้เฉพาะผู้หญิงนั่นก็คือ การมีประจำเดือน แต่ทำไมผู้หญิงถึง น้ำหนักขึ้นขณะมีประจำเดือน Hello คุณหมอ มีข้อมูลมาฝากคุณผู้อ่านแล้วค่ะ น้ำหนักขึ้นขณะมีประจำเดือน เป็นเพราะอะไร การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ปัญหาหลักที่ครอบคลุมถึงสาเหตุต่าง ๆ ในขณะที่มีรอบเดือนก็คือ การเปลี่ยนแปลงของปริมาณและระดับของฮอร์โมน โดยในช่วงก่อนมีประจำเดือนเพียงไม่กี่วันนั้น ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen)และโปรเจสเตอโรน(progesterone) จะเริ่มลดลง จากนั้นร่างกายจะเริ่มมีการกักเก็บน้ำ และการกักเก็บน้ำเนื่องจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปนี้นี่เอง ที่มีส่วนทำให้น้ำหนักขึ้นในขณะที่มีรอบเดือน อาการท้องอืด ในช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงนี้ มีส่วนที่ทำให้เกิดอาการท้องอืด เพราะเป็นการไปเพิ่มปริมาณของแก๊สให้เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร เมื่อมีแก๊สมากขึ้นจึงทำให้เกิดอาการท้องอืด  รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว และเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ว่าทำไมช่วงวันแดงเดือดของสาว ๆ ถึงมีภาวะน้ำหนักตัวพุ่ง การกินไม่ยั้ง เป็นเพราะฮอร์โมนอีกเช่นกัน ที่เป็นตัวการทำให้ช่วงนี้ของคุณผู้หญิงหลายท่านมีอาการหิวบ่อย ๆ จนกระทั่งกินเกินลิมิตของตัวเอง เป็นเพราะว่า ช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน ร่างกายจะมีระดับของโปรเจสเตอโรนที่สูง และจะลดลงเมื่อใกล้วันที่มีรอบเดือน ซึ่งการเพิ่มขึ้นของโปรเจสเตอโรนนั้นก็มีผลทำให้คุณกินเยอะขึ้น ในขณะเดียวกันเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการควบคุมเซโรโทนิน (serotonin)ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์และความอยากอาหาร เมื่อมีประจำเดือน ฮอร์โมนทั้งสองลดลง เซโรโทนินจึงทำหน้าที่โดยไม่มีอะไรมาคอยควบคุม ทำให้รู้สึกหิวและกินมากขึ้นผิดปกติในระหว่างนี้นั่นเอง ปริมาณของแมกนีเซียมลดลง แมกนีเซียมทำหน้าที่ในการควบคุมดูแลไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ เมื่อเวลาของประจำเดือนมาถึง […]