การมีประจำเดือน

การมีประจำเดือน คือ การที่มีเลือดปนกับเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกไหลออกมาในแต่ละเดือน ถือเป็นภาวะปกติที่พบในผู้หญิงทุกคนที่เข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์ การดูแลตัวเองในช่วงที่มีประจำเดือนก็เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคุณผู้หญิง นอกจากนั้น ก็ยังมีเรื่องต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ซึ่งทาง Hello คุณหมอ ได้รวบรวมบทความเอาไว้ให้ได้อ่านกัน ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

การมีประจำเดือน

ปจด หรือ ประจำเดือน หมายถึง เยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกมาเป็นเลือดผ่านทางช่องคลอดทุกเดือน โดยเกิดจากการที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และกระตุ้นให้ผนังมดลูกหนาขึ้นเพื่อเตรียมรองรับการฝังตัวของตัวอ่อนหากไข่ปฏิสนธิกับอสุจิ แต่เมื่อไข่ในร่างกายเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ไม่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิ เยื่อบุโพรงมดลูกจึงหลุดลอกออกตามธรรมชาติ โดยทั่วไป ปจด มักเป็นสีแดงสดหรือสีแดงเข้ม แต่บางครั้งอาจพบเป็น ปจด สีดำ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่อาการน่ากังวล ยกเว้นแต่ว่ามี ปจด สีดำ ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไข้ขึ้น ตกขาวมีกลิ่นเหม็น คันบริเวณช่องคลอด ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัยหาสาเหตุต่อไป [embed-health-tool-ovulation] ปจด คืออะไร ปจด หรือประจำเดือน เป็นภาวะปกติเมื่อเพศหญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยจะเป็นประจำเดือนครั้งแรก เมื่ออายุประมาณ 12-16 ปี ประจำเดือน จะเกิดขึ้นทุก ๆ 21-35 วัน โดยมีลักษณะเป็นเลือดไหลออกจากช่องคลอด ซึ่งเกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก เมื่อไข่ของเพศหญิงไม่ได้รับการปฏิสนธิโดยอสุจิของเพศชาย ร่างกายจึงขับเยื่อบุโพรงมดลูกที่เตรียมรองรับการฝังตัวของตัวอ่อนให้หลุดลอกออกตามธรรมชาติ ประจำเดือนจะไหลติดต่อกันประมาณ 5-7 วัน โดยถ้าไหลน้อยกว่า 2 วัน หรือมากกว่า 7 วัน อาจหมายถึงประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ ทั้งนี้ ระหว่างมีประจำเดือน เพศหญิงอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย […]

หัวข้อ การมีประจำเดือน เพิ่มเติม

การมีประจำเดือน

ประจำเดือนเลื่อน หมายถึง การที่เลือดประจำเดือนซึ่งเคยมาทุกเดือนในรอบเดือนที่เท่า ๆ กัน เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้ประจำเดือนมาช้าหรือเร็วกว่าปกติ โดยมีสาเหตุมาจากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด การตั้งครรภ์ การออกกำลังกายอย่างหนัก การลดหรือเพิ่มน้ำหนักในเวลาอันรวดเร็ว ความอ้วน หากประจำเดือนเลื่อนบ่อยครั้ง ควรหาเวลาไปพบคุณหมอ เพื่อเข้ารับการตรวจและวินิจฉัยหาสาเหตุ [embed-health-tool-ovulation] ประจำเดือนคืออะไร ประจำเดือนมาปกติเป็นแบบไหน ประจำเดือน เป็นภาวะสุขภาพของเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ เกิดจากการลดลงของฮอร์โมนเพศ เมื่อไข่ไม่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิ ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดออกจากมดลูก และกลายเป็นเลือดประจำเดือน โดยทั่วไป ผู้หญิงจะมีประจำเดือนครั้งแรกเมื่ออายุระหว่าง 12-15 ปี อย่างไรก็ตาม บางรายอาจเป็นประจำเดือนนครั้งแรกตั้งแต่อายุ 8 ปี หรือช้ากว่านั้นแต่มักไม่เกิน 16 ปี เมื่อเป็นประจำเดือน เพศหญิงจะมีเลือดไหลออกทางช่องคลอด ติดต่อกันประมาณ 5-7 วัน อย่างไรก็ตาม บางคนอาจเป็นประจำเดือนน้อยกว่านั้น ประมาณ 3-5 วันโดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น เช่น ปวดท้อง ท้องอืด อารมณ์แปรปรวน สิวขึ้น หิวมากเป็นพิเศษ ประจำเดือนเลื่อน ปกติหรือไม่ โดยเฉลี่ย ผู้หญิงจะเป็นประจำเดือนทุก ๆ 28 วัน อย่างไรก็ตาม ประจำเดือนอาจเลื่อน มาช้าหรือเร็วกว่าเดือนก่อนหน้า […]

การมีประจำเดือน

เมื่อ เป็นประจำเดือน เพศหญิงจะมีเลือดไหลออกทางช่องคลอดทุก ๆ 21-35 วัน เป็นเวลาประมาณ 5-7 วัน สาเหตุเกิดจากการที่ร่างกายผลิตไข่ และไม่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเป็นเลือดประจำเดือน ทั้งนี้ แม้ว่าการมีประจำเดือนถือเป็นภาวะสุขภาพปกติของเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ หรือผู้ที่มีอายุประมาณ 12-55 ปี แต่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเป็นประจำเดือนอยู่หลายประการ เช่น มีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีประจำเดือนแล้วไม่ท้อง ประจำเดือนเป็นเลือดสกปรก น้ำมะพร้าวทำให้ประจำเดือนหยุดไหล ไม่ควรออกกำลังกาย ระหว่างเป็นประจำเดือน [embed-health-tool-ovulation] เรื่องเข้าใจผิดเมื่อ เป็นประจำเดือน แม้ประจำเดือนจะเป็นภาวะสุขภาพที่เกิดขึ้นกับเพศหญิงทุกคน แต่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประจำเดือนอยู่ซึ่งความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประจำเดือนที่พบบ่อย มีดังนี้ มีเพศสัมพันธ์ระหว่างเป็นประจำเดือนแล้วจะไม่ท้อง คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่า การมีเพศสัมพันธ์ระหว่าง เป็นมีประจำเดือน จะไม่ทำให้ตั้งครรภ์ เนื่องจากประจำเดือนเกิดขึ้นหลังจากไข่ตกและไม่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิ ทำให้ในขณะมีประจำเดือนไม่มีไข่ที่พร้อมปฏิสนธิ จึงไม่ทำให้ตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ในกรณีของผู้ที่มีรอบเดือนสั้น หรือระหว่าง 21-24 วัน เมื่อเป็นประจำเดือน ร่างกายจะตกไข่ฟองใหม่ภายใน 4-5 วันนับจากวันแรกที่มีประจำเดือน และหากมีเพศสัมพันธ์ในวันสุดท้ายของการมีประจำเดือน เซลล์อสุจิซึ่งมีชีวิตอยู่ในร่างกายผู้หญิงได้นานประมาณ 5 วัน อาจสามารถเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ที่ตกระหว่างเป็นประจำเดือน และอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ ไม่ควรออกกำลังกาย ขณะเป็นประจำเดือน เพศหญิงมักเข้าใจว่าระหว่าง เป็นประจำเดือน ไม่ควรออกกำลังกาย เนื่องจากร่างกายมีอาการข้างเคียงต่าง ๆ เช่น ปวดท้อง […]

การมีประจำเดือน

ปจด. หรือประจำเดือน หมายถึงภาวะเลือดออกทางช่องคลอดของเพศหญิงทุก ๆ เดือน หรือทุก ๆ 21-35 วัน เนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเพศโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน หลังจากที่ร่างกายตกไข่แล้วไม่ได้รับการปฏิสนธิจากอสุจิของเพศชาย ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดออกมาเป็นเลือดประจำเดือน ทั้งนี้ เพศหญิงอาจพบปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับประจำเดือนแตกต่างกันไป เช่น ประจำเดือนมามาก ประจำเดือนขาด ปวดท้องประจำเดือน หากปัญหาเหล่านี้สร้างความไม่สบายตัวหรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบไปพบคุณหมอ เพราะอาการต่าง ๆ เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในระบบสืบพันธุ์ได้ [embed-health-tool-ovulation] ปจด. คืออะไร ปจด. เป็นคำย่อของประจำเดือน หรือการที่ร่างกายเพศหญิงมีเลือดออกทางช่องคลอดเดือนละครั้ง ซึ่งนับเป็นภาวะสุขภาพปกติของเพศหญิง เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยทั่วไป ผู้หญิงมักมีประจำเดือนครั้งแรก เมื่ออายุ 12-16 ปี และจะหยุดมี ปจด. เมื่อเข้าสู่วัยทอง หรือเมื่ออายุราว ๆ 45-55 ปี ซึ่งร่างกายจะหยุดผลิตฮอร์โมนเพศโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจนทำให้ไม่เกิดการตกไข่ ทั้งนี้ ประจำเดือนแต่ละรอบ จะเกิดห่างกันประมาณ 21-35 วัน และเลือดประจำเดือน จะไหลติดต่อกันเป็นเวลา 5-7 วัน ปัญหา ปจด. ที่พบบ่อย ปัญหาสุขภาพในเพศหญิงเกี่ยวกับประจำเดือนที่อาจพบได้บ่อย ประกอบด้วยปัญหาต่าง ๆ ดังนี้ ประจำเดือนมามาก ประจำเดือนมามาก (Menorrhagia) […]

การมีประจำเดือน

ประจำเดือนขาด (Amenorrhea) หรือ ภาวะขาดประจำเดือน หมายถึงการที่เพศหญิงไม่เคยมีประจำเดือนเลย แม้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว หรืออายุเกิน 16 ปีขึ้นไป รวมถึงการขาดประจำเดือนติดต่อกัน 3 รอบขึ้นไป ทั้งนี้ ประจำเดือนขาด อาจเกิดจากความเครียด การใช้ยา การออกกำลังกายอย่างหนักรวมทั้งภาวะธรรมชาติอย่างการตั้งครรภ์ และวัยทอง ประจำเดือน คืออะไร แบบไหนเรียกปกติ ประจำเดือน เป็นภาวะสุขภาพแบบหนึ่งของเพศหญิงเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยร่างกายจะมีเลือดไหลออกจากช่องคลอด ซึ่งเกิดจากเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกจากร่างกาย เนื่องจากไข่หรือเซลล์สืบพันธุ์เพศหญิงไม่ได้รับการปฏิสนธิจากอสุจิในเดือนนั้น ๆ โดยทั่วไป เพศหญิงจะมีประจำเดือนครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 12-16 ปี และประจำเดือนในแต่ละรอบจะเกิดขึ้นทุก ๆ 21-35 วัน ทั้งนี้ ประจำเดือนจะมาติดต่อกันเป็นเวลา 5-7 วัน หรือคิดเป็นเลือดราว 30-72 มิลลิลิตร ต่อประจำเดือน 1 รอบ นอกจากนี้ ระหว่างเป็นประจำเดือนอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง ท้องอืด อยากอาหาร ปวดหัว อารมณ์แปรปรวน อาการของประจำเดือนขาด เป็นอย่างไร ประจำเดือนขาด หรือภาวะขาดประจำเดือน หมายถึงการไม่มีประจำเดือนแม้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว โดยทางการแพทย์แบ่งภาวะขาดประจำเดือนเป็น 2 […]

การมีประจำเดือน

ประจำเดือน คือ ภาวะที่มีเลือดออกทางช่องคลอดทุกเดือน หรือทุก ๆ 21-35 วัน ภาวะนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกคนเมื่อเข้าสู่ภาวะเจริญพันธุ์ ในช่วงที่มีประจำเดือน บางคนอาจมีอาการปวดท้อง หรือที่เรียกว่า ปวดประจำเดือนร่วมด้วย และในบางครั้งอาการปวดอาจรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก การศึกษาวิธี แก้ปวดท้องประจำเดือน ที่เหมาะสม เช่น การออกกำลังกาย การเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ ทั้งนี้ หากอาการปวดรุนแรงและเกิดขึ้นนานกว่าที่เคยเป็น อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่าการปวดท้องประจำเดือนทั่วไป เช่น เนื้องอกในมดลูก ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ ควรไปพบคุณหมอเพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วน สาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน อาการปวดประจำเดือนเกิดจากสารเคมีที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ที่อยู่ในเยื่อบุโพรงมดลูกกระตุ้นให้มดลูกบีบเกร็งและหดตัว เพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกที่ลอกตัวออกมาเป็นประจำเดือน หากมดลูกบีบตัวแรงเกินไป อาจไปกดทับหลอดเลือดที่อยู่ใกล้ ๆ และทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อได้ไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดอาการปวดท้องเมื่อกล้ามเนื้อขาดออกซิเจนไปเลี้ยงชั่วขณะ นอกจากนี้ อาการปวดท้องประจำเดือน ยังอาจเกิดจากปัจจัยด้านปัญหาสุขภาพได้ด้วย หากปวดท้องประจำเดือนรุนแรงผิดปกติ ควรไปพบคุณหมอเพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที โดยปัญหาสุขภาพที่สัมพันธ์กับการปวดท้องประจำเดือน อาจมีดังต่อไปนี้ เนื้องอกในมดลูก ภาวะมดลูกโต ภาวะปากมดลูกตีบ ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease: PID) ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) อาการปวดท้องประจำเดือน อาการปวดท้องประจำเดือน อาจมีดังนี้ ปวดท้องส่วนล่างหรือท้องน้อย โดยเฉพาะในช่วง 1-2 […]

การมีประจำเดือน

ประจำเดือนมาวันเดียว เป็นปัญหาสุขภาพหญิงที่พบได้ทั่วไป สามารถเกิดได้จากสาเหตุหลายประการ เช่น การใช้ยาคุมกำเนิด น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ซึ่งการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี เช่น การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น การควบคุมน้ำหนักให้เป็นไปตามเกณฑ์ การพักผ่อนให้มากขึ้น การดื่มน้ำให้เพียงพอ อาจช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกาย และช่วยให้ประจำเดือนกลับมาเป็นปกติได้ สาเหตุที่ทำให้ ประจำเดือนมาวันเดียว ประจำเดือนมาวันเดียว อาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้ เป็นวัยรุ่นที่เพิ่งมีประจำเดือน หากอายุประมาณ 12 ปีขึ้นไป หรืออยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนต้นที่เพิ่งมีประจำเดือนได้ไม่นาน ฮอร์โมนในร่างกายอาจกำลังปรับเปลี่ยนเพื่อให้คงที่และสมดุลขึ้นในแต่ละเดือน ซึ่งอาจส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ บางเดือนอาจมามาก บางเดือนอาจมาน้อย ในบางเดือน ประจำเดือนอาจมาแบบกะปริบกะปรอย ประจำเดือนมาวันเดียว หรือประจำขาดไปเป็นบางเดือนได้ เข้าสู่วัยก่อนหมดประจำเดือน (Perimenopause) เมื่อร่างกายของผู้หญิงเข้าสู่วัยก่อนหมดประจำเดือน ส่วนใหญ่คือช่วงอายุประมาณ 50 ปี ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพศหญิงอย่างฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) น้อยลงเรื่อย ๆ จนส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า ประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนมาแบบกะปริบกะปรอย ใช้ยาคุมกำเนิด การคุมกำเนิดด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การกินยาเม็ดคุมกำเนิด การใช้ห่วงอนามัย การฉีดยาคุมกำเนิด อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาวันเดียว เนื่องจากยาคุมกำเนิดประกอบไปด้วยฮอร์โมนโปรเจสเตอเจน ที่ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง หยุดการปล่อยไข่ ส่งผลให้มีปริมาณเลือดประจำเดือนน้อยลง น้ำหนักตัวเปลี่ยนไป เมื่อน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว […]

การมีประจำเดือน

ประจำเดือน หรือที่อาจเรียกว่า เมนส์ คือ ภาวะที่มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดเป็นประจำทุกเดือนของหญิงวัยเจริญพันธุ์ ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีเมนส์ประมาณ 2-8 วัน และเมนส์มักมาทุกเดือน แต่หาก เมนส์ไม่มา อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การตั้งครรภ์ ความผิดปกติของมดลูก จึงควรหมั่นสังเกตการมีประจำเดือน หากพบความผิดปกติใด ๆ ควรพบคุณหมอทันที เมนส์ คือ เมนส์ หรือประจำเดือน คือ ภาวะที่มีเลือดออกจากช่องคลอดทุกเดือนของผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ถือเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ในช่วงไข่ตก ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเพศอย่างเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมากขึ้น ฮอร์โมนเหล่านี้จะกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมให้ตัวอ่อนมาฝังตัว แต่หากไข่ไม่ได้ผสมกับอสุจิ และไม่เกิดการปฏิสนธิจนเป็นตัวอ่อน เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหลุดลอกและไหลออกจากช่องคลอด กลายเป็นเลือดประจำเดือนหรือเมนส์ ผู้หญิงส่วนมากจะมีรอบประจำเดือน 24-38 วัน และจะมีประจำเดือนประมาณ 2- 8 วัน โดยประจำเดือนมักมีลักษณะและปริมาณใกล้เคียงกันทุกเดือน หากมีความผิดปกติเกิดขึ้น เช่น เมนส์ไม่มาติดต่อกันหลายเดือน เมนส์มาไม่ปกติหรือมากะปริบกะปรอย อาจเกิดจากการตั้งครรภ์ การให้นมลูก ความเครียด และโรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์อื่น ๆ เช่น รังไข่เสื่อมก่อนกำหนด ภาวะอุ้งเชิงการอักเสบ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อหาวิธีช่วยให้เมนส์มาเป็นปกติ เช่น ปรับพฤติกรรมการออกกำลังกาย หาวิธีลดความเครียด […]

การมีประจำเดือน

อาการก่อนเป็นประจำเดือน (Premenstrual syndrome หรือ PMS) เป็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนเป็นประจำเดือน มักส่งผลกระทบทั้งด้านร่างกาย จิตใจและอารมณ์ ผู้หญิงแต่ละคนอาจมีอาการก่อนเป็นประจำเดือนที่อาจแตกต่างกันทั้งรูปแบบและความรุนแรงของอาการ เช่น ปวดหลัง ปวดท้อง เจ็บบริเวณหน้าอก ฉุนเฉียวง่าย อารมณ์อ่อนไหว ซึมเศร้า ทั้งนี้ ควรศึกษาอาการที่เกิดขึ้นเพื่อเตรียมรับมืออย่างถูกวิธี โดยทั่วไปแล้ว ภาวะนี้สามารถรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกาย การงดสูบบุหรี่ อย่างไรก็ตาม หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมที่สุด [embed-health-tool-ovulation] อาการก่อนเป็นประจำเดือน คืออะไร อาการก่อนเป็นประจำเดือน (Premenstrual syndrome หรือ PMS) คือ กลุ่มอาการผิดปกติด้านร่างกายและอารมณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไข่ตก ก่อนที่ประจำเดือนจะเริ่มต้นประมาณ 1 สัปดาห์ โดยปกติแล้วอาการก่อนเป็นประจำเดือนจะหายไปภายใน 1-2 วันหลังมีประจำเดือน แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอาจเกิดจากปัจจัยภายใน เช่น ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่เปลี่ยนแปลงในช่วงที่เป็นประจำเดือน คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคซึมเศร้า หรือปัจจัยภายนอก เช่น การไม่ออกกำลังกาย ความเครียดสะสม การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ สัญญาณของ อาการก่อนเป็นประจำเดือน สัญญาณที่อาจแสดงถึงอาการก่อนเป็นประจำเดือน […]

การมีประจำเดือน

สีประจำเดือน อาจเกิดจากการที่เลือดทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเป็นเวลานาน ส่งผลให้สีของประจำเดือนมีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและปัญหาสุขภาพ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ภาวะช่องคลอดอักเสบ ก็อาจมีส่วนที่ทำให้สีประจำเดือนเปลี่ยนแปลงไปได้เช่นกัน [embed-health-tool-ovulation] สีประจําเดือนบอกอะไร ประจำเดือน เกิดจากการสลายตัวของเยื่อบุโพรงมดลูก ยิ่งเลือดอยู่ในมดลูกนาน สีประจำเดือนก็จะค่อย ๆ เข้มขึ้น เนื่องจากการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเป็นเวลานาน นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและภาวะสุขภาพอาจส่งผลต่อสีและเนื้อสัมผัสของประจำเดือนได้ โดยสีของประจำเดือนอาจบ่งบอกภาวะทางสุขภาพได้ดังนี้ ประจำเดือนสีแดงสด ประจำเดือนสีแดงสด หมายถึง การเริ่มต้นของประจำเดือน เลือดประจำเดือนอาจไหลเร็วและมาก เมื่อเวลาผ่านไปเลือดจะค่อย ๆ ไหลช้าลงและมีสีแดงเข้มขึ้น หรืออาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น หนองใน หนองในเทียม สัญญาณการตั้งครรภ์ การแท้งบุตร หรือการเจริญเติบโตเนื้องอกซึ่งอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ความดัน อาการเจ็บปวดท้อง ประจำเดือนสีชมพู ประจำเดือนสีชมพู หมายถึง ช่วงเริ่มต้นหรือช่วงสิ้นสุดของการมีประจำเดือน เกิดจากเลือดประจำเดือนอาจเจือปนกับของเหลวในช่องคลอดทำให้สีอ่อนลง หรืออาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกให้คงที่ในร่างกายต่ำ หรืออาจเป็นสัญญาณการแท้งบุตรและน้ำคาวปลา ประจำเดือนสีส้ม ประจำเดือนสีส้ม หมายถึง การเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของประจำเดือน หรืออาจเกิดจากการเจือปนกับของเหลวในช่องคลอดจนสีอ่อนลงเป็นสีส้ม นอกจากนี้ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรืออาจเป็นสัญญาณของเลือดล้างหน้าเด็กโดยเลือดจะไหลออกมาเป็นจุดสีส้มหรือสีชมพู ประจำเดือนสีแดงเข้ม ประจำเดือนสีแดงเข้ม หมายถึง ประจำเดือนที่ค้างอยู่ในมดลูกมาระยะหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่ารอบประจำเดือนใกล้สิ้นสุด หรืออาจเป็นน้ำคาวปลาในช่วง 3 วันแรกหลังคลอด […]

การมีประจำเดือน

ประจำเดือน เป็นหนึ่งในกระบวนการสืบพันธุ์ร่างกายของเพศหญิง เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ หรือช่วงอายุประมาณ 12-15 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะทำให้เยื่อบุมดลูกหนาขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมให้ไข่ผสมกับอสุจิแล้วเกิดการปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อน แต่ถ้าหากไข่ไม่ได้ผสมกับอสุจิ เยื่อบุมดลูกก็จะหลุดลอกออกมาทางช่องคลอดกลายเป็นประจำเดือน โดยส่วนใหญ่แล้วประจำเดือนมักจะมาประมาณ​ 2-7 วัน ทุก ๆ 21-35 วัน เมื่ออายุมากขึ้น รอบของประจำเดือนอาจจะสั้นลงและบางคนอาจประสบปัญหาประจำเดือนเลื่อน หรือคลาดเคลื่อนไปบ้าง ส่วนประจำเดือนเลื่อนนานสุดกี่วัน อาจเกิดขึ้นแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล และเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงควรต้องสังเกตตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติควรปรึกษาคุณหมอ [embed-health-tool-ovulation] ประจำเดือนเลื่อนนานสุดกี่วัน  โดยปกติประจำเดือนจะมาทุก ๆ 21-35 วัน แต่บางครั้งอาจมาเร็วหรือมาช้ากว่ารอบเดือนปกติประมาณ 3-7 วัน ซึ่งประจำเดือนเลื่อนอาจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ประจำเดือนมาเร็วหรือมาช้ากว่าปกติ อย่างไรก็ตาม ในแต่ละรอบประจำเดือนไม่ควรมามากกว่า 7 วัน  สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนเลื่อน  ประจำเดือนเลื่อนอาจเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้ วัยหมดประจำเดือน อายุประมาณ 40-55 ปี เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนเริ่มลดลงแล้วอาจทำให้การตกไข่น้อยลงตาม และส่งผลให้ประจำเดือนเลื่อนและหยุดลงในเวลาต่อมา ซึ่งอาจทำให้มีอาการนอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน ช่องคลอดแห้ง เป็นต้น  ความเครียด เนื่องจากความเครียดอาจส่งผลกระทบต่อการตกไข่และมีประจำเดือนเลื่อน ดังนั้น หากความเครียดลดลงประจำเดือนอาจกลับมาตามรอบปกติ ออกกำลังกายหนัก การออกกำลังกายอย่างหักโหมเป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้ […]