home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis)

ภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis)
คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์เพื่อเยียวยาตัวเอง

ภาวะหลอดเลือดแข็ง หรือ ภาวะหลอดเลือดตีบ (Atherosclerosis) เกิดจากคราบจุลินทรีย์สะสมอยู่ที่ผนังหลอดเลือด จนทำให้หลอดเลือดแข็งตัวหรือตีบตัน จนทำให้การไหลเวียนเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทำได้ไม่ดี ส่งผลให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายขาดเลือด

คำจำกัดความ

ภาวะหลอดเลือดแข็ง คืออะไร

ภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis) เป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงเกิดการตีบและแข็งตัว ซึ่งมีสาเหตุมาจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์ เมื่อหลอดเลือดแดงเกิดการตีบตันและแข็งตัว จะทำให้การลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปยังหัวใจและส่วนอื่น ๆ ของร่างกายทำได้ยากขึ้น ส่งผลทำให้ร่างกายเกิดการขาดแคลนเลือดและออกซิเจนในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ คราบจุลินทรีย์ยังสามารถแตก และทำให้เกิดลิ่มเลือด หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาหลอดเลือด อาจนำไปสู่อาการหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจล้มเหลวได้

ภาวะหลอดเลือดแข็ง พบได้บ่อยแค่ไหน

ส่วนใหญ่แล้ว อาการหลอดเลือดแข็ง มักจะแสดงอาการเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยกลางคนขึ้นไป เมื่อการตีบแคบลงอย่างรุนแรง อาจทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี และทำให้เกิดความเจ็บปวดได้ การอุดตันยังสามารถแตกออกอย่างกะทันหัน นั่นทำให้เลือดจับตัวเป็นก้อนภายในหลอดเลือดแดงที่บริเวณรอยแตก

อาการ

อาการของภาวะหลอดเลือดแข็ง

โดยปกติแล้ว ภาวะหลอดเลือดแข็งมักจะไม่แสดงอาการ จนกว่าหลอดเลือดจะเกิดการตีบตันหรืออุดตัน จนไม่สามารถลำเลียงเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ บางครั้งลิ่มเลือดก็จะทำให้เกิดการอุดตัน ปิดกั้นการไหลเวียนของเลือด

อาการของภาวะหลอดเลือดแข็ง จะมีอาการในระดับปานกลางจนถึงขั้นรุนแรงนั้นขึ้นอยู่กับหลอดเลือดว่าได้รับผลกระทบอย่างไร ซึ่งอาการส่วนใหญ่ที่มักจะเกิดขึ้น มีดังนี้

  • อาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอกที่เกิดจากหลอดเลือดแดงที่ลำเลียงเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบแคบลง
  • อาการชา แขนขาอ่อนแรงอย่างกะทันหัน พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรืออาจจะมีอาการสูญเสียการมองเห็นร่วมด้วย
  • ปวดขาขณะเดิน
  • ความดันโลหิตสูง
  • ไตวาย
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ปวดหัวอย่างรุนแรง

ควรไปพบคุณหมอเมื่อไร

ผู้ป่วยที่มีอาการข้างต้น ควรให้ความสนใจกับอาการเริ่มต้นของโรคที่เกิดขึ้น เช่น อาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก ความดันโลหิตสูง หากมีอาการเบื้องต้นเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ เพื่อที่จะได้รักษาอาการของโรคได้ทัน

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิด อาการหลอดเลือดแข็ง

การสะสมของคราบจุลินทรีย์และและอาการแข็งของหลอดเลือดแดงจะทำให้การไหลเวียนเลือดและออกซิเจนทำได้ไม่เต็มที่ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด ภาวะหลอดเลือดแข็ง

ภาวะหลอดเลือดแข็งจะเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป นอกจากความชราแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคด้วย เช่น

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

การวินิจฉัยภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง

สำหรับการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดแข็งแพทย์จะทำการตรวจร่างกาย หากคุณมีอาการของหลอดเลือด แพทย์จะตรวจสอบ

  • ชีพจรอ่อนลง
  • หลอดเลือดโป่งพอง การโป่งผิดปกติหรือการขยายตัวของหลอดเลือด เนื่องจากความอ่อนแอของผนังหลอดเลือด
  • การรักษาบาดแผลช้า ซึ่งบ่งบอกถึงการไหลเวียนของเลือดที่จำกัด

นอกจากนี้ แพทย์อาจฟังเสียงหัวใจ เพื่อดูว่ามีเสียงผิดปกติหรือไม่ แพทย์จะทำการฟังเสียงหวีด ซึ่งเป็นเสียงที่บ่งบอกว่าหลอดเลือดแดงถูกปิดกั้น แพทย์อาจจะมีการทดสอบเพิ่มเติม ดังนี้

  • ตรวจเลือดเพื่อตรวจระดับคอเลสเตอรอล
  • อัลตราซาวนด์หัวใจ
  • การตรวจคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Calcium Scoring)
  • การตรวจสมรรถภาพการไหลเวียนของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย หรือการตรวจวัดความแข็งตัวของหลอดเลือด (Ankle Brachial Index หรือ ABI)
  • ทำเอ็มอาร์เอ (Magnetic Resonance Angiography หรือ MRA)
  • การตรวจสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization Angiography หรือ CAG)
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Elektrokardiogram หรือ Electrocardiogram)
  • การทดสอบความเครียดหรือการทดสอบความทนทานต่อการออกกำลังกาย ซึ่งจะตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตของคุณ ในขณะที่คุณออกกำลังกายบนลู่วิ่งหรือจักรยานที่อยู่กับที่

การรักษา ภาวะหลอดเลือดแข็ง

การรักษาภาวะหลอดเลือดแข็ง ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในปัจจุบัน เพื่อลดปริมาณไขมันและคอเลสเตอรอล และต้องออกกำลังกายร่วมด้วย เพื่อปรับปรุงสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด

หากอาการของโรคไม่รุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนวิถีชีวิตซึ่งเป็นแนวทางแรกของการรักษา นอกจากนี้ แพทย์อาจแนะนำการรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติม เช่น การใช้ยาหรือการผ่าตัด

การใช้ยา

ยาบางตัวที่ใช้ในการรักษาหลอดเลือดมี ดังนี้

  • สแตติน (Statins) เป็นกลุ่มยาลดไขมันในกระแสเลือด โดยยากลุ่มนี้จะทำการลดคอเลสเตอรอลชนิดไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (LDL) ลงอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี สามารถชะลอหรือหยุดการสะสมของไขมันในหลอดเลือดแดงได้
  • Blood thinners แพทย์จะสั่งจ่ายยาชนิดนี้ เช่น แอสไพริน เพื่อลดความเสี่ยงที่เกล็ดเลือดจะจับตัวเป็นก้อนในหลอดเลือดแดง ที่ตีบแคบลง ทำให้เกิดลิ่มเลือดและทำให้เกิดการอุดตันเพิ่มเติม
  • ยาลดความดันโลหิต ยาลดความดันโลหิตไม่ได้ช่วยให้หลอดเลือดตีบดีขึ้น แต่มีส่วนช่วยป้องกันหรือรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโรค เช่น ยาลดความดันโลหิตบางชนิด สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวายได้
  • ยาอื่น ๆ ยังมียาที่ใช้สำหรับการรักษาอาการของโรคหลอดเลือดแข็งตัวตัวอื่น ๆ ด้วย โดยแพทย์สั่งจ่ายยาอื่น ๆ เพื่อควบคุมสภาวะสุขภาพ ที่ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือด เช่น โรคเบาหวาน และอาจมีการกำหนดยาที่มีความเฉพาะ เพื่อรักษาอาการของหลอดเลือดแข็งตัว เช่น อาการปวดขาระหว่างออกกำลังกาย

การผ่าตัด

หากอาการรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อโดนทำลาย แพทย์อาจแนะนำการรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดที่ใช้สำหรับการรักษาหลอดเลือด ได้แก่

  • การผ่าตัดบายพาส (Bypass Surgery) เป็นการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับการทำทางเบี่ยงเส้นเลือด โดยทำท่อสังเคราะห์เพื่อเบี่ยงเบนเลือดไปรอบ ๆ หลอดเลือดแดงที่อุดตันหรือตีบ
  • การใช้ยาสลายลิ่มเลือด (Thrombolytic Therapy) เป็นการใช้ยาเพื่อละลายลิ่มเลือดที่อุดตัน โดยการฉีดยาเข้าไปในหลอดเลือดแดงที่ตีบตัน
  • การขยายหลอดเลือดหัวใจ (Angioplasty) เป็นการใช้สายสวนและบอลลูน เพื่อขยายหลอดเลือดที่ตีบตัน บางครั้งการใส่ขดลวด เพื่อให้หลอดเลือดเปิด
  • การผ่าตัดหลอดเลือดคอไปเลี้ยงสมอง (Endarterectomy) เป็นการผ่าตัดที่กำจัดไขมันและคราบอุดตันในหลอดเลือดออกจากผนังหลอดเลือด

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์เพื่อเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์เพื่อเยียวยาตัวเองเพื่อป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็ง

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันและรักษาภาวะหลอดเลือดแข็งได้ ซึ่งวิธีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์กับหลอดเลือด คือ

  • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไขมันอิ่มตัว และคอเลสเตอรอลต่ำ
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง
  • รับประทานเนื้อปลามากขึ้น
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • เลิกสูบบุหรี่
  • รักษาน้ำหนักให้อยู่ในระดับมาตรฐาน
  • จัดการกับความเครียด
  • ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
แก้ไขล่าสุด 2 สัปดาห์ก่อน
x