กระดูกสันหลังคด (Scoliosis)

ทบทวนบทความโดย | โดย

เผยแพร่วันที่ กันยายน 8, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

โรค กระดูกสันหลังคด (Scoliosis) คือ ภาวะที่กระดูกสันหลังโค้งผิดปกติ ทำให้กระดูกสันหลังมีลักษณะโค้งคลายตัว C หรือ S พบได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในเด็กอายุ 10-15 ปี

คำจำกัดความ

กระดูกสันหลังคด คืออะไร

กระดูกสันหลังคด (Scoliosis) หมายถึง ภาวะที่กระดูกสันหลังโค้งผิดปกติ โดยปกติแล้ว กระดูกสันหลังของเราจะวางตัวในแนวตรงแบบเอียงเล็กน้อย แต่คนที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดจะมีแนวกระดูกสันหลังที่โค้งงอมากผิดปกติ ทำให้กระดูกสันหลังมีลักษณะเป็นรูปร่างโค้งคล้ายตัว C หรือ S

อาการคดโค้งผิดปกตินี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับแนวกระดูกสันหลังทุกส่วน แต่ส่วนใหญ่มักปรากฏบริเวณกระดูกสันหลังส่วนบนและกระดูกสันหลังส่วนล่าง หรือบริเวณเอว

ส่วนใหญ่แล้ว โรคกระดูกสันหลังคดนี้มักสังเกตเห็นได้ยาก แต่ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการตัวเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ความสูงของไหล่ไม่เท่ากัน หรือสะโพกสองข้างสูงไม่เท่ากัน

โรคกระดูกสันหลังคดนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายชนิด เช่น

  • โรคกระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด (Congenital scoliosis)
  • โรคกระดูกสันหลังคดโดยไม่ทราบสาเหตุในวัยรุ่น (Adolescent idiopathic scoliosis หรือ AIS)
  • โรคกระดูกสันหลังคดจากความเสื่อม (Degenerative Lumbar Scoliosis)
  • โรคกระดูกสันหลังคดจากโรคประสาทกล้ามเนื้อ (Neuromuscular scoliosis)

กระดูกสันหลังคด พบได้บ่อยแค่ไหน

กระดูกสันหลังคด เป็นโรคที่พบได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่พบบ่อยในเด็กวัย 10-15 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ร่างกายเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และมักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โปรดปรึกษาแพทย์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรคกระดูกสันหลังคด

อาการทั่วไปของโรคกระดูกสันหลังคด ได้แก่

  • ศีรษะเอียง โดยเอนไปข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้าง
  • ไหล่ไม่เท่ากัน ความสูงของไหล่ไม่เสมอกัน
  • กระดูกสะบักมีการงอกผิดปกติ โดยกระดูกสะบักข้างใดข้างหนึ่งปูดออกมามากกว่าอีกข้าง
  • ซี่โครงงอกผิดปกติ โดยซี่โครงข้างใดข้างหนึ่งปูดออกมามากกว่าอีกข้าง
  • ความสูงของช่วงเอวทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
  • สะโพกข้างหนึ่งสูงกว่าอีกข้าง
  • กระดูกสันหลังคดโค้งหรืองอจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน
  • ลำตัวเอียง โดยลำตัวช่วงบนมักเอียงไปยังข้างใดข้างหนึ่ง
  • ขาสองข้างยาวไม่เท่ากัน

อาการของโรคกระดูกสันหลังคดอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังได้ด้วย โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดขั้นรุนแรง อาจมีปัญหาสันหลังไปกดทับอวัยวะอื่น ซึ่งสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพรุนแรง เช่น

อาการของโรคกระดูกสันหลังคดในทารก

  • หน้าอกข้างใดข้างหนึ่งนูนขึ้นมา
  • เวลานอนหงายราบไปกับพื้น ร่างกายมักจะโค้งหรือเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง

ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจทำให้หัวใจและปอดมีปัญหา จนส่งผลให้เจ็บหน้าอก หายใจถี่ หรือหายใจติดขัดได้

เด็กที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด เพราะหากปล่อยไว้ อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพรุนแรงตามมาเมื่อโตขึ้น เช่น หัวใจและปอดทำงานผิดปกติ

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณ หรือบุตรหลานมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้น โปรดปรึกษาแพทย์

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคกระดูกสันหลังคด

โดยทั่วไปแล้ว โรคกระดูกสันหลังคดมักเกิดขึ้นแบบไม่ทราบสาเหตุ แต่ปัญหาสุขภาพ หรืออาการบาดเจ็บบางประการ ก็สามารถนำไปสู่โรคกระดูกสันหลังคดได้ เช่น

  • การบาดเจ็บตรงบริเวณแนวกระดูกสันหลัง
  • โรคกระดูกสันหลังเสื่อม
  • โรคกระดูกพรุน
  • โรคทางเส้นประสาทและกล้ามเนื้อบางประเภท
  • ความผิดปกติของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
  • ขาทั้งสองข้างยาวไม่เท่ากัน

นอกจากนี้ การอยู่ในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ก็สามารถทำให้กระดูกสันหลังคดได้เช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกสันหลังคด

ปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกสันหลังคดมีด้วยกันหลายประการ เช่น

  • อายุ โรคกระดูกสันหลังคดมักเกิดในเด็กอายุ 10-15 ปี หรือช่วงก่อนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
  • เพศ เพศหญิงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกสันหลังคดมากกว่าผู้ชาย
  • กรรมพันธุ์ หากคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ คุณก็อาจมีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกสันหลังคดมากกว่า

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังคด

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังคดได้ด้วยการตรวจร่างกาย โดยการตรวจทั่วไป ประกอบด้วย

  • การตรวจกระดูกสันหลังจากด้านหลัง
  • การตรวจตำแหน่งไหล่ เอว และความสูงของสะโพก เพื่อดูว่าทั้งสองฝั่งเท่ากันหรือไม่
  • การตรวจโครงกระดูกทั้งสองฝั่ง เพื่อดูว่ามีฝั่งไหนงอกออกมามากกว่าหรือเปล่า
  • ให้คุณทดสอบด้วยการทำท่า Adam’s forward bending ซึ่งได้แก่ การโน้มตัวไปข้างหน้าโดยให้เท้าทั้งสองข้างชิดกัน เข่ายืดตรง แขนทั้งสองข้างแนบลำตัว
  • การเอกซเรย์กระดูกสันหลัง เพื่อหาว่ามีกระดูกสันหลังตำแหน่งใดคดงอหรือไม่ และคดงอมากน้อยเพียงใด
  • แพทย์อาจแนะนำให้คุณทำ CT สแกน หรือ MRI สแกนบริเวณแผ่นหลังของคุณด้วย

การรักษาโรคกระดูกสันหลังคด

ทางเลือกในการรักษาโรคกระดูกสันหลังคดนั้นมีทั้งวิธีการแบบผ่าตัดและแบบไม่ผ่าตัด โดยแพทย์จะหาแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด โดยพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้

  • อาการกระดูกสันหลังคดของคุณรุนแรงแค่ไหน
  • ตำแหน่งของส่วนที่คด
  • ความเสี่ยงของการพัฒนาของโรค
  • อายุ

การรักษากระดูกสันหลังคดแบบไม่ผ่าตัด

ถ้าหากส่วนโค้งน้อยกว่า 25 องศาและอาการไม่ได้ทรุดลงอย่างรวดเร็ว แพทย์จะให้คุณเข้ารับการเอกซเรย์ และอาจตรวจด้วยวิธีฉายภาพแบบอื่นทุก ๆ 6-12 เดือน เพื่อจับตาดูอาการ

หากส่วนโค้งอยู่ระหว่าง 25-45 องศา แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ไม้ค้ำยันหรือใช้เฝือกเพื่อช่วยพยุงกระดูกสันหลังของคุณ วิธีนี้ไม่ได้ช่วยให้กระดูกสันหลังที่คดกลับคืนรูป แต่ช่วยป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงกว่าเดิม

การรักษากระดูกสันหลังคดด้วยการผ่าตัด

หากกระดูกสันหลังที่คดโค้งของคุณมีอาการหรือลักษณะดังต่อไปนี้ แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการผ่าตัด

  • ยิ่งนานอาการยิ่งทรุดลง
  • ทำให้กระดูกผิดรูปอย่างรุนแรง
  • ส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปัญหาการหายใจและระบบประสาท

การผ่าตัดเพื่อรักษากระดูกสันหลังคดมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ดังนี้

  • การเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (spinal fusion)

แพทย์จะจัดตำแหน่งกระดูกสันหลังส่วนที่คดโค้งใหม่ และเชื่อมกระดูกเหล่านั้นเข้าด้วยกันเป็นกระดูกเดียว โดยใช้การปลูกถ่ายกระดูก (Bone graft) ซึ่งกระดูกที่ปลูกถ่ายจะอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังส่วนที่คดโค้ง

  • ลวดเหล็กหรือลวดยืด

การฝังตะขอ ลวด หรือน็อตโลหะหนึ่งหรือสองชิ้นไว้ในตำแหน่งเหนือและใต้กระดูกสันหลังส่วนที่คด แล้วยึดด้วยลวด ซึ่งอาจเป็นลวดที่ยืดได้ตามการเติบโต โคยศัลยแพทย์จะเป็นผู้คลายเส้นโลหะเพื่อขยายขนาด ด้วยการผ่าตัดเล็ก

  • การผ่าตัดแก้ไขกระดูกสันหลัง

การผ่าตัดเอากระดูกสันหลังส่วนใดส่วนหนึ่งออก เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงของกระดูกที่คดโค้ง โดยอาจใส่แผ่นเหล็กเข้าไปแทน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับโรคกระดูกสันหลังคด

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยจัดการกับโรคกระดูกสันหลังคดได้

  • ฝึกโยคะเป็นประจำ เพราะโยคะถือเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะท่าแมว ท่าต้นไม้ และท่าภูเขา
  • ฝึกควบคุมการหายใจ บางคนที่มีอาการกระดูกสันหลังคดมักรู้สึกว่าความจุของปอดลดลง การออกกำลังกายที่ฝึกควบคุมการหายใจอาจช่วยพัฒนาความจุของปอด และลดอาการอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น อาการเหนื่อยล้า อาการปวดศีรษะได้
  • ฝึกท่าทางที่ถูกต้อง การแสดงท่าทาง  เช่น การนั่ง การยืน การนอน ให้ถูกต้องและเคยชิน จะช่วยให้คุณรู้ตัวและปรับท่าทางของตัวเองได้ทันทีหากเผลออยู่ในท่าที่ไม่ถูกต้อง ทั้งยังสามารถช่วยลดความเจ็บปวดจากโรคกระดูกสันหลังคดได้ด้วย
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ ด้วยท่าต่อไปนี้

ท่ายืดกล้ามเนื้อสะโพก

  1. นอนราบกับพื้น ยกขาทั้งสองเหยียดตรง ชี้ขึ้นฟ้า
  2. งอเข่าข้างหนึ่ง แล้วเอาขาข้างที่งอพาดขาข้างที่เหยียดตรงอยู่
  3. งอขาอีกข้าง จากนั้นดึงขาทั้งสองข้างให้ชิดหน้าอกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  4. ค้างไว้อย่างน้อย 20 วินาที
  5. ปล่อยขาทั้ง 2 ข้างลงช้า ๆ จากนั้นทำซ้ำโดยสลับขา

ท่างอเข่าแนบหน้าอก

  1. นอนราบกับพื้น งอเข่าทั้ง 2 ข้าง
  2. ประสานมือที่เข่าข้างหนึ่ง จากนั้นดึงเข่าข้างนั้นให้ชิดหน้าอก โดยที่ขาอีกข้างยังอยู่ท่าเดิม เท้าติดพื้น
  3. ค่อย ๆ ยืดขาข้างที่ยกขึ้นออกช้า ๆ โดยประสานมือไว้ที่ด้านหลังเข่า
  4. ค้างไว้อย่างน้อย 20 วินาที
  5. ปล่อยขาลงช้า ๆ จากนั้นทำซ้ำโดยสลับขา

ท่ายืดต้นขา

  1. นอนตะแคงข้างโดยเหยียดขาทั้งข้างให้สุด งอเข่าของขาที่อยู่ด้านบน
  2. ประสานมือไว้ที่เท้าหรือข้อเท้าของขาข้างที่งอ ดึงเท้าไปยังแผ่นหลังส่วนบน ให้ระดับของหัวเข่าสองข้างเสมอกัน
  3. ค้างไว้อย่างน้อย 20 วินาที
  4. ปล่อยขาลงช้า ๆ จากนั้นทำซ้ำโดยสลับขา

ท่ายืดกล้ามเนื้อขา

  1. ทำท่าเตรียมวิดพื้น
  2. ยกขาข้างหนึ่งดึงเท้ามาด้านหน้า วางเท้าไว้ข้าง ๆ มือ โดยข้อเท้าและหัวเข่าต้องตั้งฉาก
  3. งอเข่าขาข้างที่เหยียดตรง จากนั้นวางเข่าบนพื้น
  4. กดช่วงสะโพกลงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยต้องยังรู้สึกสบาย ไม่เจ็บปวด
  5. ค้างไว้อย่างน้อย 20 วินาที
  6. กลับสู่ท่าเดิมช้า ๆ จากนั้นทำซ้ำโดยสลับขา

ท่ายืดกล้ามเนื้อไหล่

  1. ยืนกางขาเท่าความกว้างของสะโพก ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่รู้สึกเจ็บ
  2. เหยียดแขนที่ยืดขึ้นไปให้สุด พร้อมกับเหยียดแขนอีกข้างลงด้านล่างไปให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
  3. ค้างไว้อย่างน้อย 20 วินาที
  4. ปล่อยแขนทั้ง 2 ข้างลงช้า ๆ จากนั้นทำซ้ำโดยสลับแขน

ท่ายืดเหยียดเหนือศีรษะ

  1. ยืนกางขาเท่าความกว้างของสะโพก งอแขนข้างหนึ่งและวางมือบนสะโพก
  2. ยกแขนอีกข้างขึ้นไปเหนือศีรษะ และเอนตัวไปยังทิศทางของแขนข้างที่งอให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยต้องยังรู้สึกสบาย ไม่เจ็บปวด
  3. ค้างไว้อย่างน้อย 20 วินาที
  4. ปล่อยแขนทั้ง 2 ข้างลงช้า ๆ จากนั้นทำซ้ำโดยสลับแขน

ท่าปีกผีเสื้อ

    1. นอนหงาย งอเข่า ดึงข้อเท้าให้ชิดกัน
    2. วางมือข้างหนึ่งบนเข่าแต่ละข้าง ให้เข่าแยกห่างจากกันให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยต้องยังรู้สึกสบาย ไม่เจ็บปวด
    3. ค้างไว้อย่างน้อย 20 วินาที

แม้การออกกำลังกายบางประเภทอาจช่วยลดอาการกระดูกสันหลังคดได้ แต่แผนการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปริมาณความคดงอของกระดูกสันหลัง

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เจ็บหน้าอก สัญญาณของหลายโรคร้ายที่ไม่ควรเพิกเฉย

หลายคนมักคิดว่า อาการ เจ็บหน้าอก เป็นอาการของโรคหัวใจ แต่อาการนี้อาจบ่งชี้ถึงอาการโรคอื่นๆ ที่รุนแรงและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้หลายอย่าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี ตุลาคม 9, 2018 . เวลาในการอ่าน

ภาวะแคระแกร็นจากความผิดปกติของกระดูก (Achondroplasia)

ภาวะแคระแกร็นจากความผิดปกติของกระดูก เกิดจากการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่หาได้ยาก การเปลี่ยนรูปแบบของยีนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสถาวะร่างกายไม่สมส่วน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย วรภพ ไกยเดช
โรค ก-ฮ มิถุนายน 12, 2018 . เวลาในการอ่าน

กระดูกบาง (Osteopenia)

กระดูกบาง (Osteopenia) อาการที่กระดูกสูญเสียความหนาแน่น อีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่มาพร้อมวัยที่มากขึ้น สัญญาณที่บอกว่ากระดูกของคุณกำลังอ่อนแอ ควรดูแลเร่งด่วน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ปราโมทย์ วงศ์คำ
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ มิถุนายน 7, 2018 . เวลาในการอ่าน

เจลาติน (Gelatin)

เจลาติน (Gelatin) สกัดได้จากกระดูกและหนังสัตว์เจลาตินใช้สำหรับ ลดน้ำหนักการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม, โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และโรคกระดูกพรุน เป็นต้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Ploylada Prommate
สมุนไพร ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ ธันวาคม 4, 2017 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

กินแคลเซียมเสริมในผู้สูงอายุ-แคลเซียมที่ควรได้รับ

กินแคลเซียมเสริมในผู้สูงอายุ จำเป็นจริงหรือเปล่า?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 24, 2020 . เวลาในการอ่าน
4-ท่าบริหาร-แก้อาการ-หลังค่อม

4 ท่าบริหาร แก้อาการ หลังค่อม พลิกบุคลิกเสียให้กลับมาสวย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 6, 2019 . เวลาในการอ่าน
เออร์โกแคลซิเฟอรอล-ergocalciferol

เออร์โกแคลซิเฟอรอล (Ergocalciferol)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 14, 2019 . เวลาในการอ่าน
กระดูกสันหลังเคลื่อน-Spondylolisthesis

กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 6, 2018 . เวลาในการอ่าน