ดีซ่าน (Jaundice)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date มิถุนายน 26, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

โรค ดีซ่าน (Jaundice หรือ Icterus) เป็นภาวะตกเหลืองบริเวณผิวหนังและตาขาว มีสาเหตุมาจากระดับบิลิรูบิน (Bilirubin) ในเลือดพุ่งสูงมาก

คำจำกัดความ

ดีซ่าน คืออะไร

โรคดีซ่าน (Jaundice หรือ Icterus) เป็นภาวะตกเหลืองบริเวณผิวหนังและตาขาว มีสาเหตุมาจากระดับบิลิรูบิน (Bilirubin) ในเลือดพุ่งสูงมาก บิลิรูบินก่อตัวขึ้นเมื่อเซลล์เม็ดเลือดแดงแตกตัว ร่างกายมักจะกำจัดบิลิรูบินผ่านตับ โดยทั่วไป ตับในเด็กแรกเกิดจะยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ซึ่งทำให้บิลิรูบินก่อตัวเร็วกว่าที่ตับจะสามารถกำจัดได้ สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับเช่นกัน

ดีซ่านพบได้บ่อยแค่ไหน

โรคดีซ่านเป็นอาการที่พบได้บ่อย ดีซ่านเกิดขึ้นได้กับทุกวัย แต่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด ดีซ่านมักหายไปเองในเด็กแรกเกิด แต่หากไม่หาย นั่นอาจเป็นสัญญาณของอาการรุนแรงกว่านั้นได้ ซึ่งเราสามารถจัดการได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยงของตัวเอง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรค ดีซ่าน

สัญญาณและอาการของภาวะตกเหลืองทางผิวหนังและดวงตาที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ภายในช่องปากมีสีเหลือง
  • ปัสสาวะมีสีเข้มหรือสีน้ำตาล
  • อุจจาระมีสีซีดหรือสีเหมือนโคลน
  • ระดับบิลิรูบินสูง
  • เบื่ออาหาร
  • รู้สึกเหนื่อยและอ่อนแรง

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการ ควรเข้าพบคุณหมอทันที

  • ผิวหนังของลูกเป็นสีเหลืองมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ผิวหนังบริเวณท้อง แขนและขา ดูมีลักษณะออกสีเหลือง
  • ส่วนตาขาวของลูกคุณกลายเป็นสีเหลือง
  • ลูกของคุณดูไม่มีชีวิตชีวา หรือป่วย หรือปลุกแล้วตื่นยาก
  • น้ำหนักของลูกคุณไม่เพิ่มขึ้น หรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
  • ลูกของคุณร้องไห้เสียงดังมาก
  • ลูกของคุณมีสัญญาณหรือเกิดอาการใด ๆ ก็ตามที่คุณกังวล
  • โรคดีซ่านเกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 3 สัปดาห์

ในผู้ใหญ่ ผิวหนังเหลืองอาจเป็นอาการของโรคไตได้ด้วย

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคดีซ่าน

ดีซ่านมีสาเหตุการก่อตัวของบิลิรูบินที่เป็นผลผลิตของเซลล์เม็ดเลือดแดง บิลิรูบินก่อตัวขึ้นเมื่อเซลล์เม็ดเลือดแดงแตกตัว ร่างกายมักจะขจัดบิลิรูบินผ่านทางตับ เมื่อตับทำงานผิดปกติ ตับจะไม่สามารถกรองบิลิรูบินออกจากเลือดได้ เป็นอาการทั่วไปเมื่อตับเกิดความเสียหายหรือยังไม่เติบโตเต็มที่

บิลิรูบินที่มีระดับสูงมากสามารถส่งผลเสียได้ เช่น ระบบประสาทของเด็กเสียหาย เด็กที่คลอดก่อนกำหนดมีโอกาสในการเป็นดีซ่านมากกว่าเด็กที่คลอดตามกำหนด

สาเหตุอื่น ๆ ได้แก่

  • การติดเชื้อ
  • กรุ๊ปเลือดที่ไม่ตรงกันของแม่กับเด็ก
  • การป้อนน้ำนมจากเต้า เพราะในบางครั้ง น้ำนมจากเต้า จะรบกวนความสามารถในการขจัดบิลิรูบินของตับในเด็ก ดีซ่านประเภทนี้จะเกิดอาการช้ากว่าประเภทอื่น และสามารถเรื้อรังเป็นเวลาหลายสัปดาห์

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคดีซ่าน

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคดีซ่านมีด้วยกันมากมาย เช่น

  • เด็กที่คลอดก่อนกำหนด อาจไม่สามารถขจัดบิลิรูบินได้เร็วเท่ากับเด็กที่คลอดตามกำหนด อีกทั้ง การที่เด็กดูดนมหรือขับถ่ายน้อยลง ส่งผลให้การขจัดบิลิรูบินในอุจจาระลดลง
  • รอยฟกช้ำระหว่างการคลอด หากเด็กแรกเกิดได้รับรอยฟกช้ำระหว่างการคลอด เด็กอาจมีระดับบิลิรูบินสูงขึ้นจากเซลล์เม็ดเลือดแดงที่แตกตัวมากขึ้น
  • หากกรุ๊ปเลือดของแม่เด็กกับเด็กแตกต่างกัน เด็กอาจได้รับภูมิต้านทานผ่านสายรกในครรภ์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เซลล์เม็ดเลือดแดงของเด็กแตกตัวไวขึ้น
  • ความลำบากในการป้อนนม เด็กที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดหรือไม่ได้รับสารอาหารจากการดูดนมจากเต้าอย่างเพียงพอ มีความเสี่ยงสูงในการเป็นดีซ่าน ภาวะขาดน้ำหรือการบริโภคแคลอรี่น้อย อาจมีส่วนสำคัญต่อการเกิดโรคดีซ่านได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงแนะนำการป้อนนมจากเต้า เนื่องจากวิธีนี้ยังมีคุณประโยชน์ การทำให้ลูกของคุณได้รับสารอาหารและของเหลวอย่างเพียงพอถือเป็นสิ่งสำคัญ

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคดีซ่าน

แพทย์จะตรวจเลือดเพื่อเช็คระดับของบิลิรูบิน ซึ่งสำหรับผู้ใหญ่ อาจมีการตรวจเพื่อดูโรคอื่น ๆ ได้แก่

  • ไวรัสตับอักเสบ เพื่อดูการติดเชื้อของตับ
  • การตรวจประสิทธิภาพการทำงานของตับ
  • การตรวจเม็ดเลือดเพื่อดูภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือโรคโลหิตจาง
  • การอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง
  • ทำการซีที สแกน บริเวณช่องท้อง
  • การส่องกล้องตรวจรักษาท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน (ERCP)
  • การเอ็กซเรย์ดูภาพท่อน้ำดี (PTCA)
  • การเจาะตับ
  • ระดับคอเลสเตอรอล
  • การวัดระยะเวลาที่เลือดแข็งตัว (Prothrombin time)

การรักษาโรคดีซ่าน

การรักษาในผู้ใหญ่ เป็นการรักษาที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุของการเกิดดีซ่านที่ซ่อนอยู่ แต่สำหรับเด็กส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรักษา

วิธีรักษาที่ดีที่สุด คือ

  • การฉายแสง (Phototherapy)

วิธีนี้ใช้กับเด็ก โดยให้เด็กนอนเปลือยอยู่ใต้แสงไฟฟลูออเรสเซนท์ เด็กจะได้รับผ้าปิดตา เพื่อป้องกันตาระหว่างการรักษา แสงไฟจะช่วยแตกตัวบิลิรูบินที่มีมากเกินไป เพื่อที่จะสามารถกำจัดบิลิรูบินออกได้ง่ายขึ้น

  • ผ้าห่มยูวี (Ultraviolet Blanket)

อาจถูกนำมาใช้ หากมีการเช็กระดับบิลิรูบินในเลือดอย่างต่อเนื่อง การฉายแสงมักจะลดระดับบิลิรูบินลงได้ใน 2 วัน บางครั้งระดับของบิลิรูบินจะเพิ่มขึ้นชั่วคราวหลังการฉายรังสี อาการตกเหลืองอาจคงอยู่ไม่กี่วันหรือแค่ 1-2 สัปดาห์ แม้ว่าระดับบิลิรูบินจะลดลงแล้วก็ตาม

  • การถ่ายเลือด

หากระดับบิลิรูบินสูงมากจนไม่สามารถรักษาได้ด้วยการฉายแสง อาจจำเป็นต้องถ่ายเลือด วิธีนี้จะเป็นการถ่ายเลือดที่มีระดับบิลิรูบินสูงออก และแทนที่ด้วยเลือดอื่น แต่กรณีนี้ค่อนข้างพบได้ยาก

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยรับมือกับโรคดีซ่าน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยคุณรับมือกับโรคดีซ่านได้

  • ป้อนนมลูกบ่อย ๆ วิธีนี้จะช่วยให้เด็กขับถ่ายอุจจาระมากขึ้น ส่งผลให้ลำไส้ดูดซึมบิลิรูบินน้อยลง
  • ไปพบหมอของคุณทันที หากลูกของคุณเกิดดีซ่านกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง เพราะนั่นหมายความว่ายังมีปัญหาอื่นซ่อนอยู่ เมื่อดีซ่านในเด็กแรกเกิดหายไปแล้ว มักจะไม่กลับมาอีก

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

สีดวงตา สามารถบอกถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพได้

สีดวงตา ของแต่ละคนมักจะไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติของบุคคล แต่รู้หรือไม่ว่าความจริงแล้วสีของดวงตา ก็สามารถบอกถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพได้เช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี ธันวาคม 18, 2019 . เวลาในการอ่าน

ไวรัสตับอักเสบ ซี (Hepatitis C)

ไวรัสตับอักเสบ ซี  (Hepatitis C) คือการที่ตับถูกโจมตีโดยไวรัสตับอักเสบซี เป็นไวรัสตับอักเสบที่พบได้ทั่วไป และถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในไวรัสที่อันตรายที่สุด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ตุลาคม 15, 2018 . เวลาในการอ่าน

ตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิ (primary biliary cirrhosis)

ตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิ เป็นโรคที่ท่อน้ำดีในตับถูกทำลาย จนมีสารอันตรายสะสมในตับ และทำให้เกิดตับแข็ง ถือเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองอย่างหนึ่ง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จิดาภา ติยะสิริทานนท์
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ตุลาคม 4, 2018 . เวลาในการอ่าน

พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 2 ของลูกน้อย

ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือ พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 2 ของลูกน้อย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ออมสิน แสนล้อม
ขวบปีแรกของลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก กันยายน 10, 2018 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ประโยชน์ของแสงแดด-สุขภาพกาย-สุขภาพจิต

ประโยชน์ของแสงแดด ออกแดดวันละนิด จิตแจ่มใส ร่างกายแข็งแรง!

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กันยายน 16, 2020 . เวลาในการอ่าน
โรคในทารกแรกเกิด-ที่พบบ่อย

โรคในทารกแรกเกิด ที่พบได้บ่อย มาดูสิว่า จะมีอะไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 18, 2020 . เวลาในการอ่าน
น้ำปัสสาวะ-ยารักษาโรคสมัยพุทธกาล

ไขความลับ น้ำปัสสาวะ ยารักษาโรคสมัยพุทธกาล

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 4, 2020 . เวลาในการอ่าน
ตาเหลือง-สาเหตุ-โรคที่ทำให้เกิดตาเหลือง

ตาเหลือง หม่นหมองแบบนี้ เกิดจากอะไรกันนะ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 19, 2019 . เวลาในการอ่าน