ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date มิถุนายน 30, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) เกิดขึ้นเมื่อปริมาณโซเดียมในร่างกายของคุณลดต่ำลงกว่าปกติ ซึ่งโซเดียมนั้น คือ แร่ธาตุอิเล็กโทรไลต์ (Electrolytes) ที่ช่วยรักษาสมดุลของน้ำบริเวณในและรอบๆของเซลล์ โดยมีความสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต

คำจำกัดความ

ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) คืออะไร  

ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) เกิดขึ้นเมื่อปริมาณโซเดียม (Sodium) ในร่างกายของคุณลดต่ำลงกว่าปกติ ซึ่งโซเดียมนั้น คือ แร่ธาตุอิเล็กโทรไลต์ (Electrolytes) ที่ช่วยรักษาสมดุลของน้ำบริเวณในและรอบๆของเซลล์ โดยมีความสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต โดยมีความสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต

อย่างไรก็ตาม โดยปกติระดับโซเดียมจะต้องมีปริมาณระหว่าง 135-145 มิลลิอิควิวาเลนท์/ลิตร ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะ อาเจียน รู้สึกสับสน กล้ามเนื้ออ่อนล้าหมดแรง

พบได้บ่อยเพียงใด

ผู้ที่ป่วยเป็นภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ  พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ กินอาหารที่มีโซเดียมต่ำ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ เป็นต้น

อาการ

อาการของ ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ

อาการโซเดียมในเลือดต่ำอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากระดับโซเดียมในร่างกาย ค่อย ๆ ลดระดับลง อาจยังไม่มีอาการใด ๆ แต่หากลดลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้คุณหมดสติได้ โดยอาการทั่วไปจะมีลักษณะ ดังนี้

  • ปวดศีรษะ
  • เมื่อยล้า อ่อนแรง
  • อาเจียน
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • รู้สึกสับสน มึนงง
  • มีอาการหงุดหงิดง่าย

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของ โรคภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ

ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้

  • มีอาการท้องเสีย หรืออาเจียนรุนแรง
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยากล่อมประสาท และยาแก้ปวด ยาขับปัสสาวะ
  • ดื่มน้ำมากจนเกินไปในระหว่างการออกกำลังกาย
  • มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน
  • ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ
  • ความผิดปกติของต่อมหมวกไต เช่น โรคแอดดิสัน (Addison’s Disease)
  • กลุ่มอาการของการหลั่งฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะไม่เหมาะสม (Syndrome Of Inappropriate Anti-Diuretic Hormone: SIADH) ซึ่งทำให้ร่างกายเก็บน้ำไว้แทนการขับปัสสาวะ

ปัจจัยเสี่ยงของอาการภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ

ปัจจัยบางอย่างเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะโซเดียมต่ำ ดังนี้

  • อายุมากขึ้น
  • ใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยากล่อมประสาท
  • เป็นนักกีฬา
  • อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่สภาพอากาศอบอุ่น
  • รับประทานอาหารที่มีโซเดียมต่ำ
  • มีโรคประจำตัว เช่น มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคไต เป็นต้น

หากคุณมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโซเดียมต่ำ อาจต้องระมัดระวังในการบริโภคเกลือแร่และน้ำมากขึ้น

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ

ในเบื้องต้นแพทย์จะทำการสอบถามประวัติ และตรวจเลือดเพื่อวัดระดับโซเดียมในร่างกาย ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีอาการโซเดียมต่ำ แต่แพทย์อาจทำการทดสอบธาตุอิเล็กโทรไลต์ในเลือด

หากระดับโซเดียมในเลือดต่ำกว่าปกติแพทย์อาจนำปัสสาวะมาตรวจหาปริมาณโซเดียมในปัสสาวะ ผลการทดสอบนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถหาข้อบ่งชี้ของโรคได้อย่างชัดเจน

  • หากระดับโซเดียมในเลือดต่ำ แต่ระดับโซเดียมในปัสสาวะของคุณสูง หมายความว่า ร่างกายสูญเสียโซเดียมมากเกินไป
  • หากระดับโซเดียมต่ำทั้งในเลือดและปัสสาวะ หมายความว่าร่างกายไม่ได้รับปริมาณโซเดียมเพียงพอ อาจมีน้ำในร่างกายมากจนเกินไป

การรักษาภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ

วิธีการรักษาภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยต่างๆ โดยมีวิธีการรักษาดังนี้

 

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรักษาภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ 

  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโซเดียมต่ำด้วยการรักษาระดับน้ำและอิเล็กโทรไลต์อย่างสมดุล
  • หากคุณเป็นนักกีฬา ควรดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมระหว่างการออกกำลังกาย
  • ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ ผู้หญิงควรดื่มวันละ 2.2 ลิตร ผู้ชายควรดื่มวันละ 3 ลิตร และควรดื่มน้ำไม่เกิน 1 ลิตร/ชั่วโมง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ภาวะน้ำเกิน (Hypervolemia)

ภาวะน้ำเกิน หรือที่เรียกว่า "ภาวะบวมน้ำ" เป็นอาการของภาวะที่น้ำในร่างกายของคุณมากเกินไป ซึ่งปริมาณของเหลวที่มากเกินไป ก็อาจทำลายสุขภาพของคุณได้เช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ กรกฎาคม 29, 2020 . เวลาในการอ่าน

ภาวะรูม่านตาต่างขนาด (Anisocoria)

ภาวะรูม่านตาต่างขนาด (Anisocoria) คือ รูม่านตามีขนาดไม่เท่ากัน (วงกลมสีดำกลางดวงตา) ส่งผลให้ผู้ป่วยมองเห็นภาพซ้อน สูญเสียการมองเห็น มีไข้ ปวดศีรษะ เป็นต้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ กรกฎาคม 22, 2020 . เวลาในการอ่าน

แก้อาการปวดท้องของลูกน้อย ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน

เมื่อลูกน้อยของคุณมีอาการปวดท้องขึ้นมา เหล่าคุณพ่อคุณแม่จะมีวิธี แก้อาการปวดท้องของลูกน้อย ได้อย่างไรบ้าง วันนี้ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก มิถุนายน 16, 2020 . เวลาในการอ่าน

เผลอทานทีไร รู้สึกไม่สบายตัวทุกที อาการเช่นนี้เรียกว่า แพ้ผงชูรส หรือเปล่านะ

อาการ แพ้ผงชูรส (MSG Allergy) มีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของผงชูรสมากเกินไปจนทำให้ร่างกายเกิดการสะสม และส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรงได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
อาการแพ้และโรคภูมิคุ้มกัน, ศูนย์สุขภาพ พฤษภาคม 7, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

แมงมุมกัด-อาการ-วิธีปฐมพยาบาล

แมงมุมกัด แบบไม่รู้ตัว จะสังเกตอาการและปฐมพยาบาลอย่างไรดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 26, 2020 . เวลาในการอ่าน
ภาวะกระเพาะอาหารย่อยช้า-สาเหตุ-อาการ-การรักษา

ท้องอืดบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะกระเพาะอาหารย่อยช้า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 24, 2020 . เวลาในการอ่าน
ปลาทู-ประโยชน์-โภชนาการ

ปลาทู คุณประโยชน์ครบเครื่อง ไม่แพ้ปลาทะเลชนิดอื่น ๆ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน
วิธีปฐมพยาบาล-ไฟดูด-ไฟช็อต

วิธีช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูก ไฟดูด ไฟช็อต อย่างปลอดภัย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 17, 2020 . เวลาในการอ่าน