สุขภาพ

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพ

SLE คือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรืออาจเรียกว่า “โรคพุ่มพวง” ที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำลายเนื้อเยื่อร่างกายของตัวเอง ส่งผลให้เกิดการอักเสบที่อาจสามารถส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น เซลล์เม็ดเลือด ข้อต่อ ผิวหนัง ไต สมอง หัวใจ ปอด โรคแพ้ภูมิตัวเองไม่มีทางรักษาให้หายขาด แต่การรักษาอาจช่วยควบคุมหรือบรรเทาอาการได้ SLE คืออะไร  โรค Systemic Lupus Erythematosus หรือ SLE คือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานผิดปกติ โดยปกติแล้ว เม็ดเลือดขาวจะมีหน้าที่ในการกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม แต่ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองนั้นระบบภูมิกันกลับไปทำลายเนื้อเยื่อร่างกายของตัวเอง เนื่องจากอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ข้อต่อ ผิวหนัง ไต  อาการของ SLE อาการของ SLE หรือโรคแพ้ภูมิตัวเองอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยอาการที่พบได้ทั่วไป อาจมีดังนี้ มีไข้  มีแผลบริเวณเพดานปาก  มีผื่นสีแดงรูปผีเสื้อบริเวณจมูกและแก้ม หรือตามลำตัว  ปวดศีรษะ สับสน มึนงง อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย […]

หัวข้อ สุขภาพ เพิ่มเติม

อาการของโรค

มือบวม เป็นภาวะที่มีปริมาณของเหลวเพิ่มมากขึ้นในเนื้อเยื่อบริเวณมือ ส่งผลให้มือมีลักษณะบวมใหญ่ขึ้นผิดปกติ เวลากดบริเวณที่บวมอาจยุบลง ซึ่งมือบวมอาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น อากาศร้อน สภาพแวดล้อม การรับประทานอาหาร หรือการออกกำลังกาย แม้มือบวมอาจไม่น่ากังวล แต่อาจส่งผลต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาการบวมอาจเกิดขึ้นได้ที่ขา แขน หรือส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย  มือบวม คืออะไร  มือบวม คือ มือที่มีอาการบวมขึ้นมาผิดปกติ อาจสามารถเกิดขึ้นได้ที่มือข้างใด ข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง หากกดลงไปบริเวณที่บวมอาจจะยุบลงได้ อาจสังเกตได้จากการใส่แหวน หรือเครื่องประดับที่เคยใส่อาจรู้สึกคับแน่นขึ้น สาเหตุของมือบวม สาเหตุของมือบวม อาจมีหลายปัจจัย เช่น  อากาศที่ร้อน อาจทำให้หลอดเลือดในร่างกายเกิดการขยายตัว เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายให้เย็นลง โดยการหลั่งเหงื่อออกมา แต่ถ้าอากาศร้อนชื้น ร่างกายอาจหลั่งเหงื่อได้ไม่ดี ทำให้ของเหลวที่อยู่ใต้ผิวหนังไม่สามารถขับออกมา ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของมือบวมได้ ควรหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่น เพราะอาจทำให้ร่างกายลดการไหลเวียนของเลือด และอาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น เป็นลม  การรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม ปกติร่างกายต้องการโซเดียมปริมาณไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม เช่น อาหารที่มีเกลือ น้ำปลา หรือโซเดียมปริมาณเกินกว่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ซึ่งอาจทำให้ไตกำจัดของเหลวในร่างกายได้ไม่ดีเท่าที่ควร […]

การทดสอบทางการแพทย์

การตรวจสุขภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนล้วนต้องตระหนัก โดยเฉพาะการตรวจสุขภาพหัวใจ เนื่องจากหัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่คอยเชื่อมกับระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในเอาไว้ด้วยกัน วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการ ทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย ที่เป็นอีกเทคนิคทางการแพทย์ ช่วยวัดประสิทธิภาพของหัวใจ มาฝากกันค่ะ การ ทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย คืออะไร การทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test : EST) เป็นการทดสอบอัตราการเต้นของหัวใจของคุณว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ มีอาการผิดปกติใด ๆ หรือไม่ แต่ในการทดสอบนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้คุณออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ ร่วมด้วย เช่น วิ่ง เดินลู่วิ่ง ใช้เครื่องปั่นจักรยาน ประมาณ 10-15 นาทีด้วยกัน โดยอาจมีพัก 3 นาที เพื่อตรวจสอบการหายใจ ในช่วงที่คุณออกกำลังกายเพื่อทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย แพทย์จะติดอุปกรณ์ทดสอบที่เรียกกว่า แผ่นอิเล็กโทรดที่เชื่อมโยงกับหน้าจอแสดงผล ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา หน้าอก เพื่อให้เห็นอัตราการเต้นของหัวใจ และบันทึกกราฟ หรือตัวเลขเอาไว้ให้เป็นข้อมูล […]

การทดสอบทางการแพทย์

บทความนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาวัดประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ ด้วย การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) หรือที่เรียกว่า เอคโค (Echo) เพื่อที่เราจะได้ป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้อย่างทันท่วงที ว่าแต่ รายละเอียดเรื่องนี้จะมีอะไรบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้ค่ะ เช็กสุขภาพหัวใจ ด้วยการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) หรือที่เรียกว่า เอคโค (Echo) คือการใช้หัวตรวจ ลักษณะเป็นหัวแหลม ๆ กดบริเวณหน้าอก เพื่อส่งคลื่นความถี่สูงไปยังบริเวณหน้าอก จนเกิดสัญญาณสะท้อนกลับแสดงเป็นภาพประมวลผลต่าง ๆ โดยภาพดังกล่าวจะแสดงถึงประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ เช่น ขนาดและรูปร่างของหัวใจ  การบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ประสิทธิภาพการทำงานของลิ้นหัวใจ ปัญหาเกี่ยวกับเยื่อหุ้มหัวใจ ระบบไหลเวียนเลือดในหัวใจ ขั้นตอนการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ขั้นตอนการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านทางผนังหน้าอก (Trans Thoracic Echocardiogram หรือ TEE) เป็นวิธีการตรวจที่ได้รับมาตฐานและนิยมใช้มากที่สุด โดยมีขั้นตอนการตรวจดังนี้  แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ป่วยถอดเสื้อผ้าตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นไป และติดเครื่องมือทางการแพทย์อิเล็กโทรด (Electrodes) ไว้บนร่างกาย  จากนั้น แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะทาเจลหล่อลื่นบนร่างกาย และนำทรานสดิวเซอร์ (Transducer) เคลื่อนไปยังตำแหน่งต่าง ๆ บริเวณหน้าอก เพื่อบันทึกภาพคลื่นเสียงสะท้อนจากหัวใจออกมาเป็นภาพ ระหว่างการทดสอบเราอาจได้ยินเสียง “หวือ” ซึ่งเป็นเสียงอัลตราซาวน์ที่บันทึกเลือดที่ไหลผ่านหัวใจ […]

ขั้นตอนทางการแพทย์และการผ่าตัด

บทความนี้ Hello คุณหมอ นำวิธี ฉีดอินซูลินด้วยปากกา มาฝากผู้ป่วยโรคเบาหวาน กันค่ะ เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้ศึกษาถึงวิธีการฉีดอินซูลิน และการดูแลตนเองอย่างถูกต้องและถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ แต่จะมีวิธีอย่างไรบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลยค่ะ  ทำความรู้จัก การ ฉีดอินซูลินด้วยปากกา (Insulin injection) ผู้ป่วยโรคเบาหวานจำเป็นต้องฉีดอินซูลิน เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ที่ทำหน้าที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดจากตับอ่อนได้ การฉีดอินซูลินด้วยปากกาเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษาของผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งสะดวกและสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยตนเอง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ ปากกาอินซูลินประเภทใช้แล้วทิ้ง ประกอบด้วยตลับอินซูลินที่บรรจุไว้ล่วงหน้า เมื่อใช้แล้วหน่วยปากกาทั้งหมดจะหายไป ไม่สามารถนำปากกากลับมาใช้ซ้ำอีกได้ ปากกาอินซูลินประเภทใช้ซ้ำได้ ประกอบด้วยตลับอินซูลินที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ เมื่อใช้อินซูลินหมดหลอดสามารถเปลี่ยนอินซูลินหลอดใหม่ใช้ได้ อย่างไรก็ตาม ก่อนการฉีดควรศึกษาถึงข้อมูลและวิธีการใช้อย่างละเอียด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน  วิธี ฉีดอินซูลินด้วยปากกาสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน  บริเวณที่ดีที่สุดในการฉีดอินซูลินด้วยปากกา คือ บริเวณหน้าท้อง เพราะสามารถดูดซึมตัวยาได้เร็วกว่าบริเวณส่วนอื่น ๆ เช่น ต้นขา บั้นท้าย เป็นต้น และที่สำคัญควรฉีดห่างจากบริเวณสะดือประมาณ 1 นิ้ว โดยมีวิธีดังต่อไปนี้ หากอินซูลินขุ่นควรทำให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อน โดยการนำมาแกว่งกลิ้งบนฝ่ามือ ทดสอบเข็ม ควรไล่อากาศ หมุนไปที่หมายเลข 2 และกดจนเห็นตัวยาออกจากเข็ม ปรับขนาดยาตามที่แพทย์สั่ง หลังจากนั้นแทงเข็มตั้งฉากกับผิวหนัง 90 องศา กดยาลงไปมิดเข็มแล้วนับ 1-10 […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

หากคุณส่องกระจกแล้วสังเกตว่าใบหน้าของตนเองเหมือนมีลักษณะไม่เท่ากัน นั่นอาจหมายความว่า คุณกำลังเผชิญกับปัญหา ใบหน้าไม่สมมาตร อยู่ก็ได้ แต่ไม่ต้องวิตกไปค่ะ เพราะโดยปกติปัญหานี้ไม่ทำให้เกิดอันตรายใด ๆ หากคุณคิดว่าสิ่งนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่คุณเป็นอันพึงพอใจอยู่แล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องรับการแก้ไขใด ๆ นอกเสียจากว่าปัญหานี้จะส่งผลข้างเคียงบางอย่างที่นำไปสู่อันตรายเกิดขึ้น ใบหน้าไม่สมมาตร เป็นอย่างไร ใบหน้าไม่สมมาตร หรือ ใบหน้าไม่เท่ากัน คือปัญหาความไม่สมดุลกันของจุดหลักต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น บริเวณกึ่งกลางหน้าผากจรดคางด้านล่างไม่เท่ากันเป็นแกนเอียง ริมฝีปากและเปลือกตาทั้งสองข้างเหลื่อมกัน หากเป็นในกรณีเล็กน้อยที่ไม่ส่งผลทำให้เกิดอาการเจ็บปวดขณะขยับใบหน้ามากนัก ก็อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การมีลักษณะ ใบหน้าไม่เท่ากัน ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณกำลังเสี่ยงเข้าสู่ภาวะร้ายแรงร่วมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรคหลอดเลือดสมอง หรืออัมพาตแบบเบลล์ (Bell’s paly) ดังนั้น ทางที่คุณควรกระทำคือการเข้ารับการตรวจและปรึกษาแพทย์ในทันที เพราะหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจทำให้ใบหน้าของคุณสามารถขยับไปมาได้น้อยลง จนทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างยากลำบาก สาเหตุหลัก ที่ส่งผลให้ใบหน้าไม่สมมาตร นอกเหนือจาก อัมพาตเบลล์และโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้คุณเผชิญกับปัญหา ใบหน้าไม่เท่ากัน ได้ ดังต่อไปนี้ พันธุกรรม การมี ใบหน้าไม่เท่ากัน อาจเป็นผลจากพันธุกรรมที่ได้รับมาจากบุคคลในครอบครัวที่มีประวัติใบหน้าไม่สมมาตรได้ อายุที่มากขึ้น จากการศึกษาหนึ่งในปี พ.ศ. 2561ได้นำอาสาสมัครทั้ง 200 คน เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างอายุที่มากขึ้น และใบหน้าสมมาตร โดยผลลัพธ์ออกมาว่า […]

ขั้นตอนทางการแพทย์และการผ่าตัด

ใบหน้าเป็นสิ่งหนึ่งที่คนทั่วไปมักมองเห็นเด่นชัดเป็นอันแรก ความสวยงามของใบหน้าและโครงรูปหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจ ในปัจจุบันจึงมีเทคนิคการแก้ไขปัญหาใบหน้าด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยปรับโครงหน้าให้สำหรับผู้ที่ขาดความมั่นใจตนเองและมีจุดประสงค์อยากจะดูดีขึ้น อย่าง การผ่าตัดขากรรไกร หรือ การผ่าตัดกราม ที่ทาง Hello คุณหมอ ได้นำความรู้เบื้องต้นมาฝากทุกคนในวันนี้ค่ะ ทำความรู้จักกับ การผ่าตัดขากรรไกร การผ่าตัดขากรรไกร (Jaw surgery) หรือ การผ่าตัดกราม เป็นการผ่าตัดที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับกระดูกขากรรไกร และแก้ไขปัญหาความผิดปกติส่วนกราม เช่น การบดเคี้ยวอาหารของฟันกรามที่ไม่สัมพันธ์กัน อาการปวดบริเวณข้อต่อของขากรรไกร โดยที่การผ่าตัดขากรรไกรนี้เป็นการผ่าตัดที่สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ในช่วงอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไป สิ่งที่สำคัญก่อนได้รับการผ่าตัด ทันตแพทย์อาจจำเป็นต้องทำการเอกซเรย์ให้เห็นโครงสร้างทั้งหมดภายในช่องปากคุณอย่างละเอียด เพื่อประเมินและวางแผนการรักษา และเลือกเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสม ซึ่งเทคนิคการผ่าตัดขากรรไกรมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบด้วยกัน ดังนี้ การผ่าตัดขากรรไกรบน (Maxillary) การผ่าตัดขากรรไกรล่าง (Mandibular) การผ่าตัดทั้งขากรรไกรบนและล่าง (Bimaxillary) นอกจาก การผ่าตัดกราม 3 รูปแบบข้างต้นแล้ว ยังมีการผ่าตัดขากรรไกรที่เกี่ยวข้องกับการศัลยกรรมร่วมด้วย นั่นคือ การเสริมคาง โดยเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาส่วนคางที่ถอยร่น ให้ยื่นไปด้านหน้าเล็กน้อยตามองศาที่เหมาะสมกับขากรรไกรล่าง แต่เทคนิคนี้อาจใช้ได้กับแค่ผู้ป่วยบางกรณีเท่านั้น ไม่สามารถนำมารักษา หรือแก้ไขปัญหาเกี่ยวข้องกับการบดเคี้ยวได้ทั้งหมด ข้อดีของการผ่าตัดขากรรไกร บางครั้ง การผ่าตัดกราม อาจจำเป็นต้องทำร่วมกับการจัดฟัน สำหรับกรณีที่บุคคลนั้นมีลักษณะโครงสร้างฟันยื่นออกมามากเกินไป แต่หากเป็นกรณีสำหรับบุคคลทั่วไป การผ่าตัดกรามก็อาจเป็นอีกทางออกของการแก้ปัญหาด้านอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับกระดูกส่วนกราม เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพช่องปากต่าง […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

หากวันใดวันนึงคุณรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของคุณมีความผิดปกติต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน วิ่ง ที่อาจทำให้ สูญเสียการทรงตัว หรืออ่อนแรงลง โปรดหยุดพักทำกิจกรรมทุกอย่างในทันที และมาร่วมศึกษาเกี่ยวกับอาการดังกล่าวได้ในบทความของ Hello คุณหมอ นี้ เพื่อทราบสาเหตุ รวมถึงการป้องกันตนเองเบื้องต้น ไปพร้อม ๆ กันค่ะ สาเหตุหลัก ที่ทำให้เรา สูญเสียการทรงตัว การสูญเสียการทรงตัว ถือว่าเป็นปัญหาที่ค่อนข้างส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยส่วนใหญ่มักเกิดมาจากสาเหตุหลักต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1. โรคเส้นประสาทการทรงตัวในหูอักเสบ (Vestibular neuritis) ปัญหาสูญเสียการทรงตัว อาจเกิดจากการติดเชื้อของไวรัสที่เข้าไปทำลายเส้นประสาทส่วนหูชั้นใน จนคุณเสียสมดุลระหว่างเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวนี้อาจหายไปได้เองโดยไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากคุณมีความกังวลถึงอันตรายอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถเข้าขอรับการรักษาจากแพทย์ได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอ  2. โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (Benign paroxysmal positional vertigo ; BPPV) เมื่อมีการก่อตัวของผลึกแคลเซียม หรือหินปูนเข้าไปเกาะในส่วนของหูชั้นในที่หนาจนเกินไป บางครั้งก็อาจสามารถทำให้คุณเกิด ปัญหาสูญเสียการทรงตัว เสียสมดุลทางด้านการเคลื่อนไหว เวียนศีรษะ ภาวะนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากที่สุดในช่วงวัยผู้ใหญ่ 3. โรคเมเนียส์ (Meniere’s disease) หลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว ถึงโรคเมเนียส์ หรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ที่ส่งผลทำให้คุณมีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างกะทันหันรุนแรง สูญเสียการทรงตัว และการได้ยิน […]