คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ask-doctor-icon

ถามหมอฟรี

เป็นคนแรกที่ให้ Hello Khunmor รู้ความคิดของคุณ!

ปวดหลังหลังกินอาหาร อย่าชะล่าใจ! เพราะอาจเกิดจากโรคร้ายแรงที่คุณคาดไม่ถึง

    ปวดหลังหลังกินอาหาร อย่าชะล่าใจ! เพราะอาจเกิดจากโรคร้ายแรงที่คุณคาดไม่ถึง

    เชื่อว่าทุกคนคงเคยประสบกับอาการปวดหลัง ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหลังเรื้อรังที่เป็นมานานแสนนานไม่หายสักที หรืออาการปวดหลังเฉียบพลันที่อยู่ๆ ก็ทำให้เจ็บจี๊ดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย อาการปวดหลังเกิดได้แทบจะทุกเวลา ไม่ว่าจะตอนนั่ง ตอนนอน ตอนเดิน หรือแม้แต่หลังกินอาหาร สำหรับใครที่มีอาการ ปวดหลังหลังกินอาหาร เป็นประจำ Hello คุณหมอ อยากบอกว่าอย่าชะล่าใจ เพราะถ้าปล่อยไว้นานวันอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้

    สาเหตุของอาการ ปวดหลังหลังกินอาหาร

    อาการปวดหลังที่เกิดขึ้นหลังกินอาหาร อาจเกิดได้จากสาเหตุเหล่านี้

    ท่านั่งไม่ถูกสุขลักษณะทำให้รู้สึก ปวดหลังหลังกินอาหาร

    หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เราเกิดอาการปวดหลังก็คือ ท่านั่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ หรือไม่ดีต่อสุขภาพ นั่นเอง ระหว่างกินอาหาร หากคุณนั่งหลังค่อม นั่งห่อไหล่ หรือนั่งเก้าอี้ที่ไม่รองรับสรีระ อาจทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังมีปัญหา เมื่อกินอาหารเสร็จ จึงรู้สึกปวดหลัง

    ภูมิแพ้อาหารและภูมิแพ้อาหารแฝง

    สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้อาหาร หรือภูมิแพ้อาหารแฝง เช่น แพ้นม แพ้แอลกอฮอล์ แพ้กลูเตน แพ้น้ำตาล หากกินอาหารชนิดนั้นๆ เข้าไปก็อาจทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ ยิ่งถ้าคุณปวดหลังอยู่ก่อนแล้ว การอักเสบจากการกินอาหารที่แพ้ก็จะยิ่งทำให้อาการปวดหลังของคุณแย่กว่าเดิม

    ภาวะหัวใจวาย

    ปวดหลังหลังกินอาหารอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจวาย โดยเฉพาะเมื่อปวดหลังร่วมกับอาการ เช่น เจ็บหน้าอก วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ปวดแขน ขากรรไกร หรือคอ

    อาการจุกเสียด แสบร้อนกลางอก

    คนที่ปวดหลังหลังกินอาหารอาจเป็นผลมาจากอาการปวดแสบปวดร้อนกลางอก หรือที่เรียกว่า Heartburn เนื่องจากกรดไหลย้อน หรืออาหารไม่ย่อย มักเกิดขึ้นเมื่อคุณกินอาหารเร็วเกินไป หรือกินอาหารที่เปรี้ยวหรือเผ็ดจัด

    ถุงน้ำดีอักเสบ

    ถุงน้ำดีคือแหล่งกักเก็บน้ำดีที่ช่วยในการย่อยอาหารประเภทไขมัน หากคุณมีนิ่วในถุงน้ำดี แล้วกินอาหารประเภทไขมันเข้าไป อาจไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้องจากนิ่วในถุงน้ำดีได้ภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังกินอาหาร ส่งผลให้ถุงน้ำดีอักเสบ รู้สึกคลื่นไส้ ปวดท้องรุนแรง รวมไปถึงทำให้ปวดหลังได้ด้วย

    ไตติดเชื้อ

    ไตเป็นอวัยวะที่ฝังตัวอยู่ใกล้กับกล้ามเนื้อแผ่นหลัง หรือบริเวณสีข้าง หากคุณมีปัญหาไตติดเชื้อ (Kidney infection) จะทำให้มีอาการ เช่น มีไข้ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้อง รวมไปถึงมีอาการปวดหลัง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการตลอดทั้งวัน แต่จะยิ่งปวดหลังมากขึ้นหลังกินอาหาร

    ไตติดเชื้อถือเป็นปัญหาสุขภาพร้ายแรง หากคุณสงสัยว่าตัวเองมีภาวะนี้ควรรีบปรึกษาคุณหมอทันที

    ตับอ่อนอักเสบ

    อีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่อาจเป็นสาเหตุให้คุณปวดหลังหลังกินอาหารก็คือ โรคตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) พบได้บ่อยในคนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ สูบบุหรี่จัด หรือใช้ยาบางชนิด คนที่ป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องรุนแรงหลังกินอาหาร และอาจปวดร้าวไปที่หลังได้ด้วย

    แผลในทางเดินอาหาร

    หากคุณมีแผลในเดินอาหาร เช่น แผลในกระเพาะอาหาร จะทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง และอาการปวดอาจลามไปถึงบริเวณกลางหลัง หรือที่เรียกว่า กระดูกสันหลังส่วนอก (thoracic spine) แผลในกระเพาะอาหารส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่หากคุณกินอาหารเผ็ดจัด อาหารแปรรูป หรือเครื่องดื่มแอกอฮอล์มากเกินไปก็สามารถทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้เช่นกัน

    วิธีแก้อาการ ปวดหลังหลังกินอาหาร

    ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร

    หากอาการปวดหลังหลังกินอาหารของคุณมาจากการปวดแสบปวดร้อนกลางอก แผลในกระเพาะอาหาร หรือการแพ้อาหาร คุณควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าว เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขนมปัง กลูเตน คาเฟอีน ช็อกโกแลต ถั่ว อาหารเผ็ดจัด อาหารน้ำตาลสูง

    ทำกายภาพบำบัด และออกกำลังกาย

    สำหรับคนที่มีปัญหานั่งหลังค่อม หรือมีท่านั่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ จนทำให้ปวดหลังเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังกินอาหาร ควรยืดกล้ามเนื้อและออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น โยคะ พิลาทิส ไทชิ เพื่อให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว รวมถึงแผ่นหลังและกระดูกสันหลังแข็งแรงขึ้น ใครที่มีปัญหามากๆ อาจปรึกษานักกายภาพบำบัด เพื่อปรับเปลี่ยนสรีระและท่าทางให้ถูกต้องก็ได้

    รักษาด้วยยา

    การรักษาอาการปวดหลังหลังกินอาหารด้วยยานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวดหลัง และความรุนแรง เช่น

    • บรรเทาอาการตับอ่อนอักเสบ และถุงน้ำดีอักเสบแบบไม่รุนแรงด้วยยาแก้ปวด
    • ใช้ยาลดกรด หรือยากลุ่ม Proton-pump inhibitors ที่ช่วยยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร เพื่อบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนกลางอก กรดไหลย้อน แผลในกระเพาะอาหาร เป็นต้น

    สำหรับอาการปวดหลังหลังกินอาหารที่ไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้ คุณหมออาจรักษาเบื้องต้นด้วยการ ให้คุณพักผ่อน ประคบน้ำแข็งบริเวณที่ปวด หรือกินยาแก้ปวด

    อาการนี้ป้องกันได้

    หากคุณไม่อยากมีอาการปวดหลังหลังกินอาหาร วิธีเหล่านี้อาจช่วยได้

    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
    • ฝึกนั่งหลังตรง ไม่นั่งหลังค่อม ไม่ว่าจะตอนกินอาหารหรือทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม
    • ไม่กินอาหารที่ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก หรืออาหารที่แพ้
    • พยายามอย่าเครียด เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร หรือกล้ามเนื้อตึง
    • ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารไขมันสูง อาหารน้ำตาลสูง อาหารเผ็ดจัด

    เป็นแบบนี้รีบไปพบคุณหมอ

    หากคุณมีปัญหาปวดหลังหลังกินอาหารและลองวิธีบรรเทาอาการด้วยตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปปรึกษาคุณหมอทันที

    • ปัสสาวะผิดปกติ เช่น มีอาการแสบขัดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นเลือด
    • อุจจาระมีสีดำ หรือเหนียวข้นคล้ายน้ำมันดินหรือยางมะตอย เพราะอาจเกิดจากแผลในทางเดินอาหาร
    • ปวดหลังร่วมกับมีอาการของโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น เจ็บหน้าอก วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ปวดคอ หายใจติดขัด เหงื่อออกมาก

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    health-tool-icon

    เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

    ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

    เพศชาย

    เพศหญิง

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Why Do I Have Back Pain After Eating?

    https://www.healthline.com/health/back-pain-after-eating. Accessed June 26, 2019

    Why do I get a pain in my back after eating?

    https://www.medicalnewstoday.com/articles/321204.php. Accessed June 26, 2019

    Reasons My Back Hurts When Eating

    https://healthyeating.sfgate.com/reasons-back-hurts-eating-8716.html. Accessed June 26, 2019

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
    Next article: