home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ผลวิจัยชี้! มลพิษทางอากาศ ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 (PM2.5) อาจทำซึมเศร้า อยากฆ่าตัวตาย

ผลวิจัยชี้! มลพิษทางอากาศ ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 (PM2.5) อาจทำซึมเศร้า อยากฆ่าตัวตาย

มลพิษทางอากาศ ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 กลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบในระดับโลก และส่งผลต่อสุขภาพของคนไทยอย่างมากในช่วงหลายปีมานี้ ภาพผู้คนสัญจรไปมาพร้อมหน้ากากอนามัย หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง หรือหน้ากาก N 95 กลายเป็นภาพชินตาที่พบเห็นได้ทั่วไปในหลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ เพราะต่างก็ไม่มีใครอยากเสี่ยงเจ็บป่วยจากมลพิษและฝุ่นละอองตัวร้ายเหล่านี้

Hello คุณหมอ ขอบอกเลยว่า ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 นั้น ไม่เพียงจะส่งผลต่อสุขภาพกาย แต่ยังทำร้ายสุขภาพจิต ทำให้เราเสี่ยงซึมเศร้า และอาจถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายได้ด้วย

มลพิษทางอากาศ…ฝุ่นพีเอ็ม 2.5

องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่า ประชากรทั่วโลกต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพราะมลพิษทางอากาศปีละกว่าสามล้านคน โดยมลพิษทางอากาศนั้นมีทั้งแก๊ส โลหะหนัก สารประกอบอินทรีย์ สารเคมี และฝุ่นละออง หรือที่เราเรียกกันว่า ฝุ่นพีเอ็ม (Particulate Matter หรือ PM) โดยเฉพาะฝุ่นพีเอ็ม 2.5 นี่แหละที่ถือเป็นตัวการทำร้ายสุขภาพของเราได้มากที่สุด ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต

การวิเคราะห์เชิงสำรวจชิ้นหนึ่งจากประเทศอังกฤษ ที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างเด็กอายุ 12 ปีจำนวน 284 คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งผลจากการศึกษาระยะยาวระบุว่ามีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Risk) ของกรุงลอนดอน และเด็กต้องสัมผัสกับฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือฝุ่นพีเอ็ม 2.5 (PM2.5) และไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ในระดับมากเป็นประจำ

ผลการวิเคราะห์พบว่า เด็กมีอาการของโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคคอนดักต์ หรือโรคเกเร (Conduct disorder) และโรคสมาธิสั้น บางคนมีอาการตอนอายุ 12 ปี หรือบางคนก็มีอาการตอนอายุ 18 ปี

แม้ผลจากการวินิจฉัยทางจิตเวชด้วยการสัมภาษณ์เด็กเมื่ออายุครบ 18 ปี จะไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างการได้รับมลพิษทางอากาศกับปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นตอนเด็กอายุ 12 ปี แต่ก็พบว่า การได้รับมลพิษทางอากาศตอนอายุ 12 ปี สามารถทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้เมื่ออายุ 18 ปี แม้จะมีการควบคุมปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ แล้วก็ตาม

อีกทั้ง งานวิจัยในสัตว์ทดลองและมนุษย์หลายชิ้นยังยืนยันว่า การสัมผัสกับฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศจะทำให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน หรือภาวะถูกออกซิไดซ์เกินสมดุล (Oxidative stress) ส่งผลให้เกิดกระบวนการอักเสบในระบบประสาทส่วนกลางและอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย จนร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนเครียดผิดปกติ เมื่อมีปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การไม่ออกกำลังกาย โรคอ้วน นอนน้อย ก็สามารถนำไปสู่โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และอาการทางจิตประสาท (Neuropsychiatric disorder) ได้

รับมลพิษ ฝุ่นพีเอ็มมาก ๆ อาจถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย

การต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศ สูดเอาอากาศไม่บริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกาย อาจส่งผลต่อจิตใจของคุณ จนถึงขั้นทำให้คุณคิดฆ่าตัวตายได้ด้วย

นักวิจัยได้วิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายรายวันกับระดับค่าเฉลี่ยรายวันของไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และฝุ่นละออง (ฝุ่นพีเอ็ม 10 ฝุ่นพีเอ็ม 10-2.5 และฝุ่นพีเอ็ม 2.5) ในสิบเมืองใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ โดยข้อมูลที่บันทึกไว้มีตั้งแต่ระดับสิบปีไปจนถึงสามสิบปี พร้อมกับควบคุมปัจจัยกระตุ้นความคิดฆ่าตัวตายอื่น ๆ เช่น จำนวนชั่วโมงของเวลากลางวัน จำนวนวันในสัปดาห์ อุณหภูมิโดยรอบด้วย

ผลการวิเคราะห์

จากการวิเคราะห์ข้อมูลทีละเมืองพบว่า ระดับมลพิษที่สูงกว่า ไม่ได้ทำให้มีความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายสูงกว่าเสมอไป เพราะบางเมืองก็มีอัตราคนเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายลดลง แม้มลพิษจะสูงขึ้นก็ตาม

แต่เมื่อนำข้อมูลของระดับไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และฝุ่นพีเอ็ม 10 ของเมืองที่เก็บข้อมูลไว้นานถึงสามสิบปีทุกเมืองมารวมกันกลับพบว่า ในวันที่จำนวนคนเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายสูงขึ้นนั้น ระดับมลพิษก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน และหากดูข้อมูลย้อนหลังก็จะพบว่า ระดับมลพิษค่อย ๆ สูงขึ้นก่อนหน้านั้นประมาณ 1-3 วัน และยิ่งค่าฝุ่นพีเอ็ม 10 และฝุ่นพีเอ็ม 10-2.5 สูงขึ้นเท่าไหร่ ความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น และหากเป็นฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ความเสี่ยงอาจจะน้อยกว่าแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย

การลดภาวะโลกร้อน… อีกหนึ่งวิธีช่วยลดความเสี่ยง

แม้นักวิจัยจะยังไม่ทราบแน่ชัดว่า มลพิษทางอากาศอย่างฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะโรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายได้อย่างไร หรือมลพิษอื่น ๆ เช่น มลพิษทางเสียง มลพิษทางน้ำ จะมีส่วนด้วยมากน้อยแค่ไหน

แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ก็เห็นตรงกันว่า มลพิษทางอากาศนั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตจริง และมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ก็เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน ฉะนั้น หากเราช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยลดภาวะโลกร้อน ก็น่าจะช่วยให้มลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นตัวการของปัญหาสุขภาพส่งผลเสียต่อตัวเราเองน้อยลงไปด้วย

health-tool-icon

เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Exploration of NO2 and PM2.5 air pollution and mental health problems using high-resolution data in London-based children from a UK longitudinal cohort study. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6401205/. Accessed February 11, 2020

Air pollution, mental health, and implications for urban design: a review. https://www.urbandesignmentalhealth.com/journal-4—air-pollution-and-mental-health.html. Accessed February 11, 2020

The Impact of Air Pollution on Mental Health. https://www.psychologytoday.com/ca/blog/integrative-mental-health-care/202001/the-impact-air-pollution-mental-health. Accessed February 11, 2020

AIR POLLUTION LINKED TO DEPRESSION AND SUICIDE RISK IN STUDY. https://www.newsweek.com/air-pollution-linked-depression-suicide-risk-study-1477679. Accessed February 11, 2020

Air pollution linked to increased risk of depression and suicide. https://www.newscientist.com/article/2228139-air-pollution-linked-to-increased-risk-of-depression-and-suicide/. Accessed February 11, 2020

Air Pollution and Suicide: Exploring a Potential Risk Factor. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6108843/. Accessed February 11, 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง แก้ไขล่าสุด 03/09/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ