ลมแดด (Heat stroke)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 5 mins read
Share now

ลมแดด ถือว่าเป็นอาการป่วยจากความร้อนที่อันตรายที่สุด และมักเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป

คำจำกัดความ

ลมแดด คืออะไร

ลมแดด (Heat stroke) คือภาวะที่ร่างกายร้อนจัดเกินไป อันเป็นผลมาจากการที่ร่างกายสัมผัสหรือต้องออกแรงในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงเป็นระยะเวลานาน

ลมแดด ถือว่าเป็นอาการป่วยจากความร้อนที่อันตรายที่สุด และมักเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ผู้ป่วยโรคลมแดดนั้นเป็นควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบร้ายแแรงต่อสมอง หัวใจ ไต และกล้ามเนื้อได้

ยิ่งได้รับการรักษาที่ช้าเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะเกิดภาวะแทรกซ้อนและเสียชีวิตสูงขึ้น

ลมแดด พบบ่อยเพียงใด?

โรคลมแดดเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย พบได้ในทุกกลุ่มอายุ สามารถป้องกันได้ด้วยการควบคุมปัจจัยเสี่ยง หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมโปรดปรึกษาแพทย์

อาการ

อาการของโรค ลมแดด

อาการทั่วไปของโรคลมแดด ได้แก่

  • ร่างกายมีอุณหภูมิสูง เกิน 40 องศาเซลเซียส คืออาการหลักของโรคลมแดด
  • สมองเบลอ ท่าทางเปลี่ยนแปลง งุนงง พูดวกวนไม่รู้เรื่อง สับสน เพ้อคล้ายคนเมา ชักและหมดสติ
  • เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการระบายความร้อนของร่างกาย อาการโรคลมแดดเกิดขึ้นได้จากอากาศร้อน ผิวหนังของผู้ป่วยจะรู้สึกร้อนและแห้งเมื่อสัมผัส แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยลมแดดที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ผิวหนักอาจมีเหงื่อซึมได้
  • คลื่นไส้และอาเจียน ผู้ป่วยอาจรู้สึกกระอักกระอ่วน คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ผิวหนังมีสีเลือดฝาด และร่างกายมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น
  • หายใจหอบถี่ หายใจไม่อิ่ม
  • หัวใจเต้นเร็ว อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นเนื่องจากความร้อนและอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นสูง ทำให้หัวใจพยายามที่จะสูบฉีดเลือดเพื่อช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย
  • หน้ามืด วิงเวียน

อาการเหล่านี้เป็นเพียงอาการบางส่วนของโรคลมแดดเท่านั้น หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

เมื่อใดควรพบหมอ

หากคุณพบว่ามีอาการของโรคลมแดดตามข้างต้น ควรพบหมอโดยทันที และหากคุณมีคำถามเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์

ร่างกายของแต่ละคนมีปฏิกิริยาตอบสนองที่แตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดคุณจึงควรติดต่อแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการอย่างละเอียด

สาเหตุ

สาเหตุของโรคลมแดด

โรคลมแดดเกิดจากสาเหตุอัน ได้แก่

  • การอยู่ในบริเวณที่มีสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานาน โดยโรคลมแดดประเภทนี้ เรียกว่า โรคลมแดดทั่วไป (nonexertional heatstroke หรือ classic heatstroke) เกิดจากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศร้อน ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น โรคลมแดดประเภทนี้เกิดขึ้นหลังจากการได้รับความร้อนเป็นระยะเวลายาวนาน หรืออยู่ในที่อากาศร้อนชื้นเป็นระยะเวลานานๆ 2 ถึง 3 วัน มักเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ที่มีอายุมากและผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง
  • การออกกำลังกายอย่างหนัก โรคลมแดดที่เกิดจากการออกกำลังกายหนัก (Exertional heatstroke) สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีการออกแรงในสภาพอากาศร้อน มักเกิดกับผู้ที่ออกกำลังกายหรือทำงานท่ามกลางอากาศร้อน และมักเกิดกับผู้ที่ไม่เคยชินกับอากาศร้อน

นอกจากนี้ โรคลมแดด อาจมีสาเหตุอื่นๆ ในกรณีดังต่อไปนี้

  • การสวมใส่เสื้อผ้าระบายอากาศไม่ดี ทำให้ไม่สามารถลดอุณหภูมิของร่างกายได้ตามปกติ
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจส่งผลต่อระบบระบายความร้อนในร่างกาย
  • ภาวะขาดน้ำที่เกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอและการสูญเสียของเหลวในร่างกายจากการสูญเสียเหงื่อ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค ลมแดด

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดลมแดด ได้แก่

ความสามารถในการระบายความร้อนของร่างกาย ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของระบบประสาทส่วนกลาง เมื่ออายุน้อย ระบบประสาทส่วนกลางยังพัฒนาไม่เต็มที่ และในวัยผู้ใหญ่ที่อายุเกินกว่า 65 ปี ระบบประสาทส่วนกลางเริ่มเสื่อม ทำให้ร่างกายปรับสมดุลอุณหภูมิของร่างกายได้ไม่ดีนัก ในสองช่วงวัยนี้ ร่างกายไม่สามารถกักเก็บความชื้นในร่างกายได้ดีนัก จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นโรคลมแดด

การออกแรงอย่างหนักในสภาพอากาศร้อนอบอ้าว เช่น การฝึกทหาร และการเล่นกีฬากลางแจ้ง อย่างฟุตบอล สามารถก่อให้เกิดอาการของโรคลมแดดได้

การสัมผัสกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวในทันทีทันใด อาจส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากความร้อน หากจู่ๆ คุณต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วแบบทันทีทันใด เช่น ในช่วงเริ่มต้นฤดูร้อน ที่มีคลื่นความร้อนแผ่มาอย่างรวดเร็ว หรือ การเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่ที่มีอากาศร้อนกว่าปกติ ควรจำกัดกิจกรรมช่วงแรกๆ เพื่อให้ตัวคุณค่อยๆ ปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

อย่างไรก็ตาม คุณอาจยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคลมแดด หากคุณต้องอยู่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดยาวนานติดต่อกันหลายสัปดาห์

ไม่มีเครื่องปรับอากาศ พัดลมอาจช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ แต่หากสภาพอากาศยังคงร้อนอย่างต่อเนื่อง เครื่องปรับอากาศนั้นจะช่วยลดอุณหภูมิและความชื้นได้ดีกว่า

การใช้ยาบางชนิด อาจส่งผลต่อของการกักเก็บความชื้นและการตอบสนองต่อความร้อนของร่างกาย คุณควรหลีกเลี่ยงสภาพอากาศร้อน หากคุณจำเป็นต้องรับประทานยาดังต่อไปนี้

  • ยาหดหลอดเลือด
  • ยาควบคุมระดับความดันโลหิต ด้วยการขัดขวางอะดรีนาลีน (beta blockers)
  • ยาขับปัสสาวะ 
  • ยาด้านจิตเวทหรือ ยาต้านซึมเศร้า (antidepressants หรือ antipsychotics)
  • ยาต้านโรคสมาธิสั้น (ADHD)
  • สารเสพติดและยากระตุ้นต่างๆ เช่น แอมเฟตามีน (amphetamines) หรือ โคเคน (cocaine) ที่อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคลมแดดเพิ่มมากขึ้น

โรคประจำตัว ผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจ และ โรคปอด มักเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคลมแดด รวมถึงกลุ่มผู้มีน้ำหนักมากไม่ค่อยออกกำลังกาย หรือผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคลมแดดมาก่อน

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลต่อไปนี้ ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรค ลมแดด

โดยทั่วไป แพทย์สามารถวินิจฉัยได้ทันที หากคุณมีอาการของโรคลมแดด อย่างไรก็ตาม ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการจะช่วยยืนยันผลการวินิจฉัยของแพทย์ และบ่งชี้สาเหตุของอาการและประเมินอวัยวะที่เสียหายได้อย่างละเอียด โดยการทดสอบมีดังนี้

  • การตรวจเลือดเพื่อหาระดับโซเดียม หรือโพแทสเซียม และการวิเคราะห์ปริมาณก๊าซในเลือด เพื่อตรวจสอบว่าได้ทำอันตรายต่อระบบประสาทส่วนกลางหรือไม่
  • ตรวจปัสสาวะเพื่อดูสีของปัสสาวะ ซึ่งโดยทั่วไปปัสสาวะจะมีสีเข้ม หากเป็นผลที่เกี่ยวข้องกับความร้อน และตรวจการทำงานของไตที่อาจได้รับผลกระทบจากโรคลมแดด
  • การตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อเพื่อตรวจดูผลกระทบร้ายแรงที่เกิดกับเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อ (rhabdomyolysis)
  •  เอ็กซเรย์และตรวจสอบด้วยวิธีการอื่นๆ เพื่อตรวจสอบอวัยวะภายในที่ได้รับความเสียหาย

การรักษาโรคลมแดด

การรักษาโรคลมแดด มักมุ่งเป้าไปที่การลดอุณหภูมิของร่างกายให้กลับมาอยู่สภาวะปกติ เพื่อป้องกันและลดความเสียหายของสมองและอวัยวะต่างๆ ซึ่งแพทย์ผู้ทำการรักษาอาจใช้ขึ้นตอนดังนี้

ให้ผู้ป่วยแช่ในน้ำเย็น ในอ่างอาบน้ำที่เย็นจัดหรือน้ำแข็งเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายลงอย่างรวดเร็ว

  • เทคนิคการลดอุณหภูมิด้วยไอน้ำ (evaporation cooling techniques) แพทย์บางส่วนนิยมใช้ไอน้ำแทนการให้ผู้ป่วยแช่น้ำเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย ด้วยเทคนิคนี้น้ำเย็นจะถูกทำให้กลายเป็นไอน้ำ พ่นลงบนผิวหนังของผู้ป่วย ในขณะที่ลมอุ่นพัดผ่านร่างกายทำให้น้ำระเหยไอ และทำให้ผิวหนังของผู้ป่วยเย็นตัวลง
  • ประคบด้วยน้ำแข็งและผ้าห่มลดอุณหภูมิ เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งแพทย์จะใช้ผ้าห่มชนิดพิเศษห่มผู้ป่วยและนำน้ำแข็งมาประคบตามขา คอ หลัง และรักแร้ เพื่อทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง
  • ให้ยาเพื่อหยุดอาการหนาวสั่น ในกรณีที่การรักษาทำให้อุณหภูมิในร่างกายของผู้ป่วยลดต่ำลง และทำให้หนาวสั่น แพทย์อาจให้ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น เบนโซไดอาซิพีน (benzodiazepine) ทั้งนี้ อาการหนาวสั่นจะช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพลดลง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับโรคลมแดด

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองด้วยวิธีการต่อไปนี้จะช่วยคุณจัดการกับโรคลมแดด

  • หลบในที่ร่ม หรือห้องปรับอากาศ หากคุณไม่มีเครื่องปรับอากาศที่บ้าน ลองมองหาสถานที่ที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ หรือ ห้องสมุด
  • ลดอุณหภูมิร่างกายลงด้วยผ้าเย็นและพัดลม หากเป็นผู้พบเห็นผู้อื่นมีอาการของโรคลมแดด นำผ้าชุบน้ำคลุมตัวผู้ป่วย หรือฉีดพ่น หรือประคบตัวด้วยน้ำเย็น และนำพัดลมมาเป่าที่ตัวผู้ป่วย
  • อาบด้วยน้ำฝักบัวหรือแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ หากประสบเหตุไกลที่พักอาศัย ให้นำตัวผู้ป่วยลงในบ่อน้ำหรือแหล่งน้ำใกล้ๆ จะช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง
  • ดื่มน้ำมากๆ เนื่องจากผู้ป่วยได้สูญเสียเกลือแร่ผ่านทางเหงื่อ จึงจำเป็นต้องได้รับเกลือแร่และน้ำจากเครื่องดื่มเกลือแร่ หากแพทย์จำกัดการรับของเหลวและเกลือ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อปรึกษาการรับปริมาณเครื่องดื่มชดเชยเกลือแร่ที่เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือแอลกอฮอล์ เพื่อชดเชยปริมาณน้ำและเกลือแร่ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะไปรบกวนการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย อีกทั้งการดื่มเครื่องดื่มที่เย็นจัดอาจทำให้เกิดตะคริวบริเวณท้องได้อีกด้วย

หากคุณมีปัญหาหรือข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจวินิจฉัยเพื่อทำการรักษาต่อไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

How To ตากแดด อย่างปลอดภัย ให้ร่างกายได้รับวิตามินดีสูงสุด

รู้หรือไม่คะว่า หากเรา ตากแดด เพื่อรับแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้า สามารถช่วยบำบัดรักษาโรคต่างๆได้ และส่งผลให้สุขภาพของเราดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ซัมเมอร์ร้อนฉ่า องศาร้อนแรง มารู้จัก วิธีดูแลสุขภาพในช่วงหน้าร้อน กันดีกว่า

อากาศร้อน เป็นเหตุให้มีอาการทางสุขภาพทั้งแบบทั่วไปและแบบที่อันตราย เมื่อเข้าสู่สภาวะอากาศร้อน จำเป็นที่จะต้องมี วิธีดูแลสุขภาพในช่วงหน้าร้อน เพื่อดูแลตนเอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai