home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ไส้เลื่อน (Hernia)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง
ไส้เลื่อน (Hernia)

ไส้เลื่อน เกิดขึ้นเมื่อส่วนหนึ่งของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ (เช่น ลำไส้) ยื่นออกไปยังบริเวณที่ไม่ควรจะอยู่ เนื้อเยื่อนั้นจะดันตัวเองผ่านออกไปทางช่องหรือบริเวณที่เปราะบางของผนังกล้ามเนื้อ ทำให้ปรากฎเป็นก้อนเนื้อขึ้นมา

คำจำกัดความ

ไส้เลื่อน คืออะไร

ไส้เลื่อน (Hernia) เกิดขึ้นเมื่อส่วนหนึ่งของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ (เช่น ลำไส้) ยื่นออกไปยังบริเวณที่ไม่ควรจะอยู่ เนื้อเยื่อนั้นจะดันตัวเองผ่านออกไปทางช่องหรือบริเวณที่เปราะบางของผนังกล้ามเนื้อ ทำให้ปรากฎเป็นก้อนเนื้อขึ้นมา

หากไส้เลื่อนยื่นออกมาในขณะที่มีแรงกดหรือแรงตึงเท่านั้น และจะหดกลับได้เรียกว่าไส้เลื่อนที่ไม่มีการติดค้าง (Reducible Hernia) ซึ่งไม่เป็นอันตรายมากนัก เนื้อเยื่อที่ติดอยู่ในช่องเปิดหรือถุง ที่ไม่สามารถดึงกลับได้ เรียกว่าไส้เลื่อนติดค้าง (Incarcerated Hernia) หรือไส้เลื่อนที่ไม่สามารถดันกลับได้ ถือเป็นไส้เลื่อนชนิดที่รุนแรง ส่วนไส้เลื่อนที่รุนแรงที่สุด เป็นไส้เลื่อนเลือดคั่งเหตุบีบรัด (Strangulated Hernia) โดยเนื้อเยื่อที่ติดค้างจะขาดเลือดหล่อเลี้ยงและตาย

ไส้เลื่อนพบได้บ่อยเพียงใด

ไส้เลื่อนที่พบได้บ่อยที่สุดในทารกและเด็กคือไส้เลื่อนภายนอก (External Hernia) ได้แก่ ไส้เลื่อนที่ขาหนีบ (Inguinal) และไส้เลื่อนสายสะดือ (Umbilical) โดยไส้เลื่อนสายสะดือมักพบได้มาก โดยเฉพาะในทารกที่คลอดก่อนกำหนด ผู้หญิง และทารกที่เป็นโรคบางชนิด ไส้เลื่อนที่ขาหนีบเกิดขึ้นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และทารกที่คลอดก่อนกำหนด ไส้เลื่อนกระบังลมแต่กำเนิด (Congenital Diaphragmatic Hernia) และไส้เลื่อนกระบังลม (Hiatal Hernia) เป็นไส้เลื่อนภายใน (ภายในร่างกาย) ที่พบได้มากที่สุดในเด็ก คุณสามารถลดโอกาสในการเกิดไส้เลื่อนกะบังลมได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของไส้เลื่อน

สิ่งบ่งชี้และอาการขึ้นอยู่กับชนิดของไส้เลื่อน

  • อาการของไส้เลื่อนที่ขาหนีบและไส้เลื่อนสายสะดือคือ มีอาการบวมโดยไม่เจ็บ ซึ่งอาจหายไปได้เอง อาการมักชัดเจนมากที่สุดเมื่อร้องไห้ มีแรงตึง ไอ หรือยืน ไส้เลื่อนที่ขาหนีบในเด็กผู้ชาย สามารถทำให้ถุงอัณฑะ (ถุงหุ้มลูกอัณฑะ) โตขึ้นได้ ในเด็กผู้หญิง แคม (เนื้อเยื่อรอบช่องคลอด) อาจบวมได้
  • ไส้เลื่อนภายในอาจไม่มีอาการ หรืออาจทำให้อาเจียน และมีอาการแสบร้อนที่กลางอก
  • ไส้เลื่อนติดค้าง (Incarcerated Hernia) ก่อให้เกิดก้อนเนื้อแข็งกดเจ็บ อาการเจ็บ อาการอาเจียน อาการท้องผูก และความไวต่อการกระตุ้น
  • ไส้เลื่อนเลือดคั่งเหตุบีบรัด (Strangulated Hernia) ก่อให้เกิดอาการไข้และผิวหนังบวม แดง อักเสบ และเจ็บมาก

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของไส้เลื่อน

โรคไส้เลื่อนนั้นเกิดจากการสภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงและความตีงเครียด โรคไส้เลื่อนอาจจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือใช้เวลานานในการเกิด ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไส้เลื่อนนั้น

สาเหตุของสภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือความตึงเครียดที่อาจนำไปสู่โรคไส้เลื่อนมีดังต่อไปนี้

  • การพิการแต่กำเนิดระหว่างการพัฒนาขณะอยู่ในครรภ์
  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • การบาดเจ็บหรือแผลจากการผ่าตัด
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
  • การตั้งครรภ์
  • การออกกำลังกายอย่างหนัก เช่น การยกน้ำหนัก

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงของไส้เลื่อน

มีปัจจัยเสี่ยงสำหรับไส้เลื่อนหลายประการ ได้แก่

  • ทารก ทารกที่คลอดก่อนกำหนดและทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดน้อย ทารกผิวดำมีความเสี่ยงต่อไส้เลื่อนสายสะดือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  • โรคอ้วนหรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ยกของหนัก
  • ท้องเสียหรือท้องผูก
  • ไอเรื้อรังหรือจาม
  • ตั้งครรภ์

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคไส้เลื่อน

แพทย์ซักประวัติสุขภาพและตรวจร่างกายโดยให้เด็กนอนลงและยืนขึ้น อาจจำเป็นต้องมีการตรวจเลือดหรือการผ่าตัดส่องกล้อง การวินิจฉัยจากภาพถ่ายอวัยวะในผู้ป่วยบางราย ได้แก่ การเอ็กซเรย์และการอัลตราซาวด์

การรักษาโรคไส้เลื่อน

การรักษาขึ้นอยู่กับประเภทของไส้เลื่อน หากเป็นกรณีเล็กๆ เช่น โรคไส้เลื่อนสายสะดืม อาการนี้มักจะสามารถหายได้เองเมื่ออายุ 1-2 ปี หรือแพทย์อาจสามารถดันไส้เลื่อนให้กลับเข้าไปได้โดยง่าย และเฝ้าดูอาการ แต่ในกรณีที่รุนแรง อาจต้องมีการผ่าตัดเพื่อทำการรักษาไส้เลื่อนนั้นๆ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการโรคไส้เลื่อน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับไส้เลื่อนประเภทต่างๆ ได้

  • เฝ้าดูอาการไส้เลื่อนของลูกของคุณเพื่อให้มั่นใจว่า มีขนาดเล็กลงในช่วงอายุ 2 หรือ 3 ปีแรก
  • ให้ลูกของคุณรับประทานยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งหลังจากผ่าตัด
  • ป้องกันไม่ให้เกิดติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากอาการนี้อาจทำให้เกิดอาการไอหรือจาม ซึ่งทำให้เกิดแรงตึงที่รอยเย็บแผล การล้างมือบ่อยๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันอาการติดเชื้อดังกล่าว
  • ศึกษาอาการของภาวะติดค้างของไส้เลื่อนที่ขาหนีบ การรักษาที่ล่าช้าอาจก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรงได้
  • รักษาแผลผ่าตัดให้สะอาดและแห้ง จนกว่าแผลหายดี

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Groupม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

health-tool-icon

เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Ferri, Fred. Ferri’s Netter Patient Advisor. Philadelphia, PA: Saunders/Elsevier, 2012. Print edition. Page 969.

Porter, R. S., Kaplan, J. L., Homeier, B. P., & Albert, R. K. (2009). The Merck manual home health handbook. Whitehouse Station, NJ, Merck Research Laboratories. Print edition. Page 1471.

Inguinal hernias. http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/inguinal-hernia/basics/definition/con-20021456. Accessed July 9, 2016.

Hernias. http://kidshealth.org/teen/diseases_conditions/digestive/hernias.html. Accessed July 9, 2016.

Everything You Want to Know About a Hernia. https://www.healthline.com/health/hernia. Accessed 27 January 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x