home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

กินอย่างมีสติ ประโยชน์การกินอย่างมีสไตล์

กินอย่างมีสติ ประโยชน์การกินอย่างมีสไตล์

กินอย่างมีสติ หรือ การกินอย่างมีสติ (Mindful Eating) คือ รูปแบบการกินอาหารที่เน้นเรื่องการมีสติ มีสมาธิ เน้นกินเพื่อให้อิ่ม การกินอย่างมีสติอาจช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน จากกินเพราะอยากกิน เป็นการกินเพราะหิวจริง ๆ กินเพื่อตอบสนองความหิวจริง ๆ

กินอย่างมีสติ คืออะไร

กินอย่างมีสติ หรือ การกินอย่างมีสติ (Mindful Eating) คือ รูปแบบการกินอาหารที่เน้นเรื่องการมีสติ มีสมาธิ รู้จักรับมือกับอารมณ์และความรู้สึกในการกินอาหารแต่ละมื้อ เน้นกินเพื่อให้อิ่ม ไม่กินอย่างพร่ำเพรื่อ หรือตามใจปาก โดยจะยึดในหลักของการกินอย่างมีสติ ดังนี้

  • กินอย่างช้า ๆ แต่ไม่ใจลอย
  • กินเมื่อหิว และหยุดกินเมื่อรู้สึกอิ่ม
  • แยกความหิวกับความอยากให้ออก
  • กระตุ้นความรู้สึกด้วยสีสัน เสียง กลิ่น รูปร่าง รสชาติ
  • รู้จักที่จะรับมือกับความรู้สึกผิดหรือความวิตกกังวลในการกินอาหาร
  • กินเพื่อให้มีสุขภาพและสุขภาวะที่ดี
  • สังเกตดูผลข้างเคียงจากอาหารที่มีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก และรูปร่าง
  • รู้จักที่จะชื่นชมในอาหารมื้อนั้น ๆ

การกินอาหารโดยยึดหลัก การกินอย่างมีสติ จะช่วยให้ใส่ใจกับอาหารการกินมากขึ้น รู้จักประมาณการกินในแต่ละมื้อ และรู้จักที่กินเพื่อให้มีสุขภาพดีมากขึ้นด้วย

ประโยชน์ของการกินอย่างมีสติ

การกินอย่างมีสติอาจมีส่วนช่วยในการปรับปรุงพฤติกรรมในการกินหลายประการ ดังนี้

  • การกินอย่างมีสติจะเน้นการกินอย่างค่อยเป็นค่อยไป กินอย่างช้า ๆ จะช่วยให้อิ่มได้นานขึ้น ไม่หิวบ่อย ช่วยลดความเสี่ยงในการกินมากเกินไป
  • การกินอย่างมีสติจะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน จากกินเพราะอยากกิน เป็นการกินเพราะหิวจริง ๆ กินเพื่อตอบสนองความหิวจริง ๆ
  • การกินอย่างมีสติจะช่วยให้สามารถแยกแยะความหิวที่แท้จริงออกจากความหิวเพียงเพราะอยากกินได้
  • สามารถรับรู้ได้ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้รู้สึกหิว และรู้ว่าจะต้องตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นความหิวนั้นอย่างไร เช่น ปฏิเสธ หรือตอบตกลง
  • การปรับพฤติกรรมการกินอย่างมีสติ มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้ เมื่อไม่กินตามอารมณ์ แต่กินตามความรู้สึกหิวจริง ๆ สามารถช่วยควบคุมแคลอรี่และปริมาณของอาหารในแต่ละมื้อ

อย่างไรก็ตาม รูปแบบของ การกินอย่างมีสติ ไม่ใช่การกินเพื่อการลดน้ำหนัก แต่เป็นการกินเพื่อปรับปรุงพฤติกรรมการกินอาหารในชีวิตประจำวัน ซึ่งเมื่อพฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป เน้นกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพขึ้น กินอาหารเพื่อให้มีสุขภาพดีมากขึ้น ในระยะยาวก็จะมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักลงได้

วิธีกินอย่างมีสติ ทำได้อย่างไรบ้าง

สามารถเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารให้กลายเป็น การกินอย่างมีสติ ได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • หากทำอาหารกินเอง เริ่มจากการเลือกซื้อวัตถุดิบในการปรุงอาหาร โดยเลือกวัตถุดิบที่ให้คุณค่าทางสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เน้นประโยชน์มากกว่าปริมาณ
  • กินอาหารเมื่อรู้สึกหิว ไม่กินอาหารเพียงเพราะความอยาก หรือความตะกละ
  • เริ่มกินอาหารในปริมาณน้อย ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณ ไม่ควรตักมาเยอะจนกินไม่หมด
  • เคี้ยวอาหารคำเล็ก ๆ และค่อย ๆ เคี้ยว การเคี้ยวอาหารช้า ๆ เพื่อให้สามารถรับรสอาหารได้อย่างเต็มที่ และเพื่อให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้น

การกินอย่างมีสติ ถือว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการกินอาหารที่ช่วยให้มีสุขภาพดีขึ้นได้ หากสามารถปฏิบัติติดต่อกันจนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องทำอย่างหักโหม แต่ค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ ในระยะยาวก็จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารให้ดีขึ้น เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีได้

health-tool-icon

เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

6 Ways to Practice Mindful Eating. https://www.mindful.org/6-ways-practice-mindful-eating/. Accessed February 15, 2021.

8 steps to mindful eating. https://www.health.harvard.edu/staying-healthy/8-steps-to-mindful-eating. Accessed February 15, 2021.

Mindful Eating: The Art of Presence While You Eat. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5556586/. Accessed October 28, 2021

Mindful Eating. https://www.helpguide.org/articles/diets/mindful-eating.htm. Accessed October 28, 2021

Mindful Eating: Food Fact Sheet. https://www.bda.uk.com/resource/mindful-eating.html. Accessed October 28, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Khongrit Somchai แก้ไขล่าสุด 28/10/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย