ชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey) เป็นชาที่ได้รับความนิยมมาหลายร้อยปี ด้วยรสชาตินุ่มละมุน มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เฉพาะตัว ส่วนใหญ่แล้วนิยมรับประทานกับขนมหวานหลากหลายชนิด นอกจากความหอม และรสชาติที่ดีของชาเอิร์ลเกรย์แล้ว ชาชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย
ชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey) เป็นชาที่ได้รับความนิยมมาหลายร้อยปี ด้วยรสชาตินุ่มละมุน มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เฉพาะตัว ส่วนใหญ่แล้วนิยมรับประทานกับขนมหวานหลากหลายชนิด นอกจากความหอม และรสชาติที่ดีของชาเอิร์ลเกรย์แล้ว ชาชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย

ชาเอิร์ลเกรย์เป็นชาที่ได้มาจากการผสมผสานระหว่างชาดำและน้ำมันมะกรูด ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ได้มาจากการสกัดจากลูกมะกรูด บางครั้งอาจมีการผสมเปลือกมะกรูดแห้งลงไปด้วย เพื่อให้มีรสชาติคล้ายส้มอ่อนๆ สารประกอบจากมะกรูดถือเป็น สารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ
มะกรูดเป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารประกอบจากพืชที่เรียกว่า โพลีฟีนอล (Polyphenol) ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด โพลีฟีนอลเหล่านี้เป็นสารที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ชาดำยังอุดมไปด้วยสารประกอบอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน ชาเอิร์ลเกรย์จึงถือเป็นชาที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ในหลายด้าน
ผลิตภัณฑ์จากมะกรูดมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอล (Cholesterol) ส่วนชาดำ ช่วยลดความดันโลหิต เชื่อกันว่าการรับประทานสารสกัดจากมะกรูดทุกวัน จะมีส่วนช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดและคอเลสเตอรอลรวม ไม่ดี ในเลือดได้
สารฟลาโวนอยด์ที่มีในชาเอิร์ลเกรย์ อาจช่วยต่อสู้กับการอักเสบ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเดินอาหาร จากการศึกษาหนึ่งในหนูที่มีอาการลำไส้ใหญ่บวม ซึ่งเป็นผลมาจากโรคลำไส้อักเสบ (IBD) พบว่าน้ำมะกรูดยับยั้งการปล่อยโปรตีนที่ทำให้เกิดการอักเสบและลดอาการท้องเสีย นอกจากนี้จากการศึกษาในสัตว์ พบว่าสารประกอบในชาดำที่เรียกว่า Theaflavins สามารถช่วยรักษาและป้องกันแผลในกระเพาะอาหารและปัญหาทางเดินอาหารอื่น ๆ ได้ แม้ว่าผลการวิจัยเหล่านี้บ่งชี้ว่าผลรวมของชาเอิร์ลเกรย์เป็นประโยชน์ต่อการย่อยอาหาร แต่ยังไม่มีการศึกษาใดที่ตรวจสอบผลของชาเอิร์ลเกรย์ในมนุษย์
ชาเอิร์ลเกรย์นั้น ถือเป็นชาที่มีความปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดี แต่หากบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปอาจเกิดผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ จากกรณีศึกษาหนึ่ง พบว่าการบริโภคชาเอิร์ลเกรย์มากไปมีความเกี่ยวข้องกับอาการปวดกล้ามเนื้อและตาพร่ามัว ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับสารประกอบในชามะกรูดที่ขัดขวางการดูดซึมโพแทสเซียม (Potassium) จากการศึกษานี้มีการดื่มชามากกว่า 16 ถ้วย หรือ 4 ลิตรต่อวัน ซึ่งมากกว่าคนส่วนใหญ่มักดื่ม นอกจากนี้ ชายังมีสารประกอบที่เรียกว่าแทนนิน (Tannin) ซึ่งอาจรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย
หมายเหตุ
Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด
Source
Earl Grey Tea: Is It Good for You?. https://www.webmd.com/diet/earl-grey-tea-is-it-good-for-you#1. Accessed on Sep 28, 2021.
The Benefits and Side Effects of Drinking Bergamot Tea.
https://www.verywellfit.com/bergamot-tea-benefits-and-side-effects-4163919.
Accessed on Sep 28, 2021.
Earl Grey Tea Benefits: 12 Scientific Reasons Your Body Loves It.
https://www.myteadrop.com/blogs/news/earl-grey-tea-benefits. Accessed on Sep 28, 2021.
8 Surprising Health Benefits of Earl Grey Tea
https://food.ndtv.com/food-drinks/8-surprising-health-benefits-of-earl-grey-tea-1670071
Accessed on Sep 28, 2021.
What Are the Health Benefits of Earl Grey Tea?.
https://healthyeating.sfgate.com/health-benefits-earl-grey-tea-11018.html. Accessed on Sep 28, 2021.
เวอร์ชันปัจจุบัน
28/09/2021
เขียนโดย ทีม Hello คุณหมอ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet
อัปเดตโดย: Duangkamon Junnet
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
Duangkamon Junnet