backup og meta

ข้อควรรู้เกี่ยวกับอาหาร และการ ดูแลสุขภาพลำไส้

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย


เขียนโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์ · แก้ไขล่าสุด 21/11/2022

ข้อควรรู้เกี่ยวกับอาหาร และการ ดูแลสุขภาพลำไส้

การ ดูแลสุขภาพลำไส้ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับลำไส้อื่น ๆ อาจเริ่มต้นได้จากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เนื่องจากการมีสุขภาพลำไส้ที่ดีอาจส่งผลให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรง พร้อมที่จะทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่าสมบูรณ์

ข้อควรรู้เกี่ยวกับอาหารและการ ดูแลสุขภาพลำไส้

สำหรับข้อรู้เกี่ยวกับการกินอาหารและการดูแลลำไส้ อาจมีดังนี้

ไขมันในอาหาร

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ คือ ไขมันจากอาหาร การบริโภคไขมันในปริมาณมาก อาจทำให้กรดจากน้ำดีหลั่งออกมาย่อยไขมันมากขึ้นตามไปด้วย และเมื่อมีไขมันเข้าสู่ลำไส้เพิ่มขึ้นก็จะสะสมจนหนา ส่งผลทำให้เกิดการเติบโตของก้อนเนื้อมะเร็งในลำไส้ได้ ดังนั้น ควรจำกัดปริมาณไขมันจากเนื้อสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากนม

สารต้านอนุมูลอิสระ

สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีน ลูทีน อาจช่วยในการต่อต้านมะเร็งลำไส้ เนื่องจากทำหน้าที่ต่อสู้กับสารที่เป็นอันตรายภายในร่างกายและปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย ซึ่งแหล่งอาหารที่สำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ผลไม้ ผัก ข้าว ถั่ว เนื้อสัตว์บางประเภท เช่น เป็ด ไก่ ปลา

วิตามินและแร่ธาตุ

วิตามินและแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญในการต้านมะเร็ง มีดังนี้

  • กรดโฟลิค อาจมีประโยชน์ในสร้างเซลล์ใหม่และทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแข็งแรง พบได้ในผลไม้รสเปรี้ยวและผักใบเขียวเข้ม เช่น อะโวคาโด มะละกอ มะม่วง ผักโขม บร็อโคลี่
  • อาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น นม ชีส โยเกิร์ต ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และผักใบเขียวเข้ม เช่น เคล มัสตาร์ด และผักคอลลาร์ด
  • อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดี เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน นมวัว ไข่แดง ตับไก่ นอกจากนี้ ยังอาจพบได้รับจากแสงแดด ด้วการอาบแดดเป็นเวลา 20 นาที ก่อนเวลา 10 โมง และหลังบ่าย 3 โมง
  • กากใย

    การรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ธัญพืช มะเขือเทศ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ข้าวกล้อง อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ โรคถุงผนังลำไส้อักเสบ และติ่งเนื้อในลำไส้

    สิ่งที่กล่าวมาเป็นเพียงข้อแนะนำเกี่ยวกับสารอาหารที่อาจช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ลำไส้ในเบื้องต้นเท่านั้น หากมีข้อสงสัย หรืออยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับสารอาหารที่เหมาะสม โปรดปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพิ่มเติม

    หมายเหตุ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย


    เขียนโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์ · แก้ไขล่าสุด 21/11/2022

    advertisement iconโฆษณา

    คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

    advertisement iconโฆษณา
    advertisement iconโฆษณา