home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

อาหารรสเผ็ด ทำลายสุขภาพจริงหรือ ถ้ากินจืดไปชีวิตจะมีสีสันได้อย่างไร?

อาหารรสเผ็ด ทำลายสุขภาพจริงหรือ ถ้ากินจืดไปชีวิตจะมีสีสันได้อย่างไร?

อาหารไทย เป็นอาหารที่มีความหลากหลาย ทั้งวัตถุดิบและรสชาติ แต่หลายๆ เมนูก็มีความแซ่บซี้ด เผ็ดร้อนถึงทรวง อย่างเมนูยำ ส้มตำ ต้มยำ เรียกได้ว่ากินทีก็น้ำหูน้ำตาไหลกันได้เลยทีเดียว แล้วอย่างนี้ อาหารรสเผ็ด ทำลายสุขภาพจริงหรือ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการรับประทานอาหารรสจัด ว่าส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

ประโยชน์ของการรับประทาน อาหารรสเผ็ด

อาหารรสเผ็ดส่วนใหญ่แล้วรสชาติเผ็ดร้อนก็จะมาจากพริก ซึ่งมีแคปไซซิน (Capsaicin) ที่เป็นสารประกอบฟีนอลิก (Phenolic compound) ที่พบตามธรรมชาติในพริก ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในบริเวณเยื่อแกนกลางสีขาว หรือเรียกว่า รก (Placenta) ซึ่งเป็นส่วนที่ให้ความเผ็ดร้อนนั่นเอง ยิ่งใส่พริกมาเท่าไรก็จะยิ่งเพิ่มความเผ็ดร้อนมากเท่านั้น ไม่ใช่เพียงพริกเท่านั้นที่ทำให้อาหารมีรสชาติเผ็ดร้อน ยังมีเครื่องเทศอีกมากมายที่ช่วยเพิ่มความเผ็ดร้อนให้กับอาหารเช่น ขิง กระเทียม ซึ่งเครื่องเทศเหล่าแม้ว่าจะให้สีสันฉูดฉาด หรือเพิ่มความเผ็ดร้อนขนาดไหน แต่อาหารเหล่านั้นก็ยังมีประโยชน์ ดังนี้

อาหารรสเผ็ด ช่วยเร่งการเผาผลาญ

ข้อมูลจากการศึกษาจำนวนมากบ่งชี้ว่าเครื่องเทศบางชนิด เช่น ยี่หร่า อบเชย ขมิ้น และพริก นั้นมีความสามารถในการเพิ่มอัตราการเผาผลาญ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการชะลอความยากอาหารได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ขมิ้นมีส่วนช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อไขมันในหนูได้อีกด้วย นอกจากนี้การเพิ่มอบเชยลงในมื้ออาหารยังมีส่วนในการช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย

อาหารรสเผ็ดช่วยต่อต้านการอักเสบ

การอักเสบ (inflammation) เป็นกระบวนการตอบสนองของร่างกาย ที่มีความผิดปกติ ซึ่งส่งผลทำให้เนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บ เช่น การติดเชื้อโรค อาการเจ็บปวดในส่วนต่างๆ ของร่างกาย แต่ในเครื่องเทศที่ให้ความเผ็ดร้อนบางชนิดมีสารเคอร์คูมิน ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีอยู่ในขมิ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดการอักเสบของร่างกายได้ ในทางการแพทย์มีการใช้ขิงและกระเทียม ที่มีคุณสมบัติในการต้านอักเสบเพื่อใช้รักษาอาการต่างๆ เช่น โรคข้ออักเสบ โรคภูมิต้านเนื้อเยื่อตัวเอง (ซึ่งเป็นโรคที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ต้องทำหน้าที่ในการดักจับเชื้อโรค สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย แต่กลับทำร้ายตัวเอง ทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอ) หรือแม้กระทั่งใช้เพื่อบรรเทาอาหารปวดหัว คลื่นไส้

เครื่องที่เผ็ดร้อนอาจช่วยป้องกันมะเร็งได้

แคปไซซิน ซึ่งเป็นสารประกอบที่พบได้มากในพริก มีส่วนช่วยในการทำลายเซลล์มะเร็ง จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) พบว่าสารแคปไซซินนั้นมีส่วนช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากในหนู

อาการรสเผ็ด ช่วยทำให้สุขภาพหัวใจแข็งแรง

ผู้ที่บริโภคพริกนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะมีระดับ LDL ต่ำ ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่ดี ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเพราะมีส่วนทำให้คอเลสเตอรอลไปสะสมในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบและแข็ง ซึ่งคอเลสเตอรอล LDL จะช่วยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่าการบริโภคพริก ส่งผลต่อความสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง ลดลงร้อยละ 13

บริโภค อาหารรสเผ็ด มากไปก็อันตราย

การรับประทานอาหารรสเผ็ด แต่พอเหมาอาจจะมีส่วนช่วยในการบำรุงสุขภาพหรือมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ มากมาย แต่การบริโภคอาหารสเผ็ดมากเกินไปอาจทำให้ระบบทางเดินอาหารของคุณรู้สึกแสบร้อน เพราะสารประกอบแคปไซซินที่พบในพริกจะกระตุ้นการปลดปล่อยสาร P ซึ่งเป็นสารประกอบที่ส่งความเจ็บปวดและความรู้สึกแสบร้อน ดังนั้นการรับประทานอาหารรสจัดมากเกินไปอาจทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร

กรดไหลย้อน การรับประทานอาหารที่มีเครื่องเทศเป็นส่วนผสม ซึ่งมีกรดอยู่ การที่ร่างกายได้รับกรดเหล่านี้มากเกินไป ผนังกระเพาะอาหารก็จะถูกทำลายเพราะปริมาณกรดที่มากเกินไปส่งผลทำให้เกิดอาการ กรดไหลย้อน

แผลในกระเพาะอาหาร การรับประทานอาหารที่มีรสจัดมากเกินไป อาจทำให้ทำให้เกิดแผลที่ในลำไส้เล็ก หรือบางครั้งอาจเกิดได้แม้กระทั่งที่หลอดอาหาร ซึ่งแผลเหล่านี้สร้างความเจ็บปวดให้กับร่างกายจนบางครั้งอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องคลื่นไส้ อาเจียน

เกิดโรคกระเพาะเฉียบพลัน ความผิดปกติเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นเยื่อบุผิวที่อยู่ในแนวกระเพาะอาหาร คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคกระเพาะ มักจะผ่านการย่อยเป็นระยะๆ แต่โรคกระเพาะเฉียบพลัน อาจทำให้เกิดอาการอาเจียน คลื่นไส้ ท้องเสีย มีไข้ ปวดศีรษะพร้อมกับมีการเลือดปนในอุจจาระ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

health-tool-icon

เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Source
Some Like It Hot: 5 Reasons Spicy Food Is Insanely Good for You
https://www.healthline.com/health/five-reasons-to-eat-spicy-foods
Spice Up Your Life: The Health Benefits of Spicy Foods
https://www.pennmedicine.org/updates/blogs/health-and-wellness/2019/april/spicy-foods

What Happens To Your Stomach When You Eat Over-Spicy Food
https://food.ndtv.com/food-drinks/what-happens-to-your-stomach-when-you-eat-over-spicy-food-1793511

A hot topic: Are spicy foods healthy or dangerous?

https://www.uchicagomedicine.org/forefront/health-and-wellness-articles/spicy-foods-healthy-or-dangerous 

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์ แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x