home

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

นอกเหนือจากปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็น ไข้หวัดใหญ่ หอบหืด ปอดอักเสบ วัณโรค หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแล้ว ยังมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพปอดอื่น ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม และไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร แต่ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพปอดเหล่านั้น อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของเราได้ Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น ให้คุณผู้อ่านได้ศึกษาเรียนรู้กัน ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

หากคุณเป็น ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ไม่ต้องกังวลใจไป เพียงแค่คุณหมั่นเข้ารับการตรวจระบบทางเดินหายใจตามที่แพทย์กำหนดอย่างสม่ำเสมอ และดูแลตนเองตามที่แพทย์แนะนำ เท่านี้โรค ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ก็จะบรรเทาลงจนหายไปเองได้ในที่สุด แต่ การรักษาไซนัสอักเสบเรื้อรัง จะมีเทคนิคใดบ้างนั้น บทความของ Hello คุณหมอ มีคำตอบค่ะ จะเกิดอะไรขึ้น หากคุณไม่เร่งรักษา ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ไซนัสอักเสบเรื้อรัง เป็นประเภทหนึ่งของโรคไซนัสอักเสบที่คุณควรเร่งรักษา เพราะหากคุณปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน อาจสามารถพัฒนาเข้าสู่ไซนัสอักเสบประเภทซ้ำซ้อนที่มักเกิดขึ้นได้หลายครั้งต่อปี ซึ่งมีอัตราการการหายขาดอย่างถาวรได้ยาก และเสี่ยงต่อการสูญเสียด้านการมองเห็น หรือตาบอดได้ จากเชื้อที่แพร่กระจายทำลายเซลล์ภายในดวงตา นอกจากนี้ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ยังอาจส่งผลรุนแรงทำให้คุณมีอาการเจ็บคอ ปวดศีรษะบ่อยครั้ง น้ำมูกอุดตันจนหายใจลำบากตลอดเวลา ดังนั้น เพื่อให้คุณใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น การเข้ารับการวินิจฉัยหาสาเหตุของโรค และรับการรักษาโดยแพทย์ คือสิ่งที่สำคัญที่คุณควรปฏิบัติอย่างเร่งด่วน การวินิจฉัยไซนัสอักเสบเรื้อรัง ขั้นตอนแรกก่อนการรักษาแพทย์จะสอบถามอาการ ประวัติทางภาวะสุขภาพโดยรวมอย่างละเอียด และอาจมีการส่องไฟภายในโพรงจมูก เพื่อเช็กคราบน้ำมูก ก่อนเริ่มใช้เทคนิคการตรวจหาสาเหตุที่เจาะลึกมากขึ้น ดังนี้ การทดสอบภูมิแพ้ แพทย์จะทำการทดสอบภูมิแพ้บนผิวหนังของคุณ ด้วยการใช้สารก่อภูมิแพ้ หากเกิดสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นบนผิวหนัง ก็อาจหมายความว่าไซนัสอักเสบเรื้อรังที่คุณเป็นมีผลมาจากถูกสารก่อภูมิแพ้นั่นเอง ใช้การแสกนภาพภายในโพรงจมูก เทคนิคที่แพทย์จะใช้เรียกว่าซีทีแสกน (CT Scan) โดยภาพที่แสกนออกมานั้นจะเห็นถึงโครงสร้าง และสิ่งอุดตัน ติ่งเนื้อ เนื้องอก ที่เข้าไปกระตุ้นให้เกิด ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ได้ เก็บเนื้อเยื่อในโพรงจมูก […]

หัวข้อ ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น เพิ่มเติม

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

ถุงลมเป็นส่วนหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายบอลลูนเกาะกลุ่มกันเป็นก้อน หากเมื่อใดที่คุณมีโรคที่อาจทำลายสุภาพปอด ก็เป็นไปได้ว่าถุงลมอาจจะได้รับผลกระทบตามกันไปด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำ 6 โรคปอดที่มีผลต่อถุงลม มาฝากให้ทุกคนได้เฝ้าระวัง เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง ความเชื่อมโยงการทำงานของ ปอด และถุงลม ปอดของเราทุกคนนั้น ไม่ว่าจะเป็นปอดด้านซ้าย และในปอดด้านขวา ล้วนมีถุงลมที่คอยทำงานเชื่อมโยงเข้าด้วยกันกับปอด โดยถุงลมจะมีหน้าที่หลักในการแลกเปลี่ยนโมเลกุลของออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ เข้า-ออก จากกระแสเลือดปรับเปลี่ยนจากก๊าซเสียให้เป็นก๊าซดี ถึงแม้ปอด และถุงลมจะคอยทำงานส่งเสริมให้ระบบการหายใจของคุณดำเนินไปได้อย่างดี แต่หากคุณได้รับสารพิษที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น มลพิษทางอากาศ ควันบุหรี่ ควันสารเคมี ก็อาจทำให้คุณสามารถเสี่ยงเป็นโรคปอดต่าง ๆ ที่กระทบต่อถุงลมในปอดจนถุงลมแตกออกเป็นช่องอากาศขนาดใหญ่ และแน่นอนว่าระบบการแปรเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนเข้าสู่กระเลือดก็ลดน้อยลงตามไปด้วย 6 โรคปอดที่มีผลต่อถุงลม โรคปอดที่ส่งผลการทำลายถุงลม ที่คุณควรเฝ้าระวัง มีดังนี้ 1.โรคปอดบวม เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย จนเกิดการติดเชื้อในถุงลม หรือในปอดขึ้น 2.วัณโรคปอด คือโรคปอดชนิดที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดรุนแรง ผ่านการไอ จาม จามคนสู่คน 3. โรคมะเร็งปอด ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นบริเวณใดบริเวณหนึ่งของปอดคุณ และใกล้กับถุงลม จนเกิดความเสียหายลุกลาม 4.กลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (ARDS) เป็นกลุ่มอาการที่ปอดขอคุณมีอาการอักเสบ หรือได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจนกว่าปอดของคุณจะมีการทำงานที่ดีขึ้น 5.น้ำท่วมปอด หากปอดของคุณมีของเหลวมากกว่าปกติ และรั่วไหลไปยังถุงลม นอกจากจะส่งผลให้คุณหายใจลำบากแล้ว ยังเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว และความดันเพิ่มในหลอดเลือดได้อีกด้วย 6.โรคถุงลมโป่งพอง การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณเสี่ยงเป็นโรคถุงลมโป่งพอง […]

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

ไข้หวัดหมู หรือ ไข้หวัดใหญ่ H1N1 ในปี 2552 มีการแพร่กระจายในวงกว้างอย่างรวดเร็วและมีหลาย ๆ ประเทศที่ค่อนข้างได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ หากคุณไม่ทันสังเกตจะพบได้ว่า อาการที่เกิดขึ้นค่อนข้างคล้ายไข้หวัดธรรมดา จนทำให้คุณไม่รู้ตัวได้เลยว่า ร่างกายตนเองกำลังเข้าสู่ในระดับอันตราย เพื่อเป็นการปกป้องสุขภาพทุกคน มาร่วมสังเกต อาการของไข้หวัดหมู ไปพร้อม ๆ กับ Hello คุณหมอ กันดีกว่าว่า อาการแบบไหนควรจะเร่งเข้าพบคุณหมอในทันที สาเหตุที่ทำให้คุณป่วยเป็น ไข้หวัดหมู สิ่งที่ทำให้คุณป่วยเป็น ไข้หวัดหมู อาจมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 ซึ่งไวรัสนี้เป็นการรวมตัวของกลุ่มไวรัส แบคทีเรียจากหมู นก แล้วเข้าสู่ร่างกายของคนโดยตรงผ่านการสัมผัส และเผลอสูดอากาศที่มีการปนเปื้อนของไวรัสเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ จนเกิดการล้มป่วยขึ้นนั่นเอง บางกรณีก็อาจทำให้คุณเสี่ยงจะเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนที่ทำลายสุขภาพอีกด้วย เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอักเสบ โรคหัวใจ ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว สร้างความเสียหายต่อระบบประสาท ถึงอย่างไร ไข้หวัดหมูไม่มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่มีวัตถุดิบมาจากหมู ดังนั้น คุณไม่จำเป็นต้องกังวลและยังคงรับประทานอาหารที่มีวัตถุดิบมาจากหมูได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องปรุงอาหารให้สุข เพื่อสุขอนามัย อาการของไข้หวัดหมู ในระดับรุนแรงที่ควรเร่งรักษา หากคุณมีอาการไอ ไข้เล็กน้อย และปวดเมื่อยตามร่างกาย คุณสามารถเข้ารับการปรึกษาเภสัชกร เพื่อรับยารักษาตามอาการ พร้อมกับยาต้านเชื้อไวรัส หรือดูแลตนเองด้วยการดื่มน้ำให้มาก ๆ และรับประทานยาให้ตรงเวลา แต่ในกรณีที่คุณมีอาการรุนแรงต่าง […]

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

โรคซาร์คอยโดซิส เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ และระบบภูมิคุ้มกันทำงานอ่อนแอลง จนส่งผลให้เกิดการอักเสบขึ้น ที่สำคัญยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดอักเสบแบบแกรนูโลมาได้อีกด้วย ดังนั้น วันนี้ บทความของ Hello คุณหมอ จึงขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ วิธีรักษาโรคซาร์คอยโดซิส พร้อมภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เพื่อให้คุณตระหนัก และหันมาดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ก่อนจะต้องทนอยู่กับโรคดังกล่าวอย่างทรมานตลอดชีวิต ภาวะแทรกซ้อนจาก โรคซาร์คอยโดซิส  โรคซาร์คอยโดซิส ที่เกิดจากกลุ่มการรวมตัวก่อให้เกิดเซลล์อักเสบ ไม่ใช่แค่เพิ่มความเสี่ยงโรคปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา แต่โรคนี้ยังอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่ส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในของคุณได้อีกด้วย ดังนี้ ทำลายปอด เนื่องจากกลุ่มเซลล์อักเสบสามารถทำให้รอบ ๆ ปอด หรือปอดของคุณมีพังผืดติดเกาะ ส่งผลให้หายใจลำบาก ทั้งยังทำให้ความดันในปอดเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย สุขภาพตาเสื่อมสภาพ การอักเสบที่เกิดขึ้นกับดวงตาของคุณ อาจทำให้เรตินาในดวงตาเสียหาย จนเข้าสู่ภาวะต้อกระจก ต้อหิน หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้ในที่สุด การทำงานของหัวใจผิดปกติ หากกลุ่มเซลล์อักเสบพัฒนาตัวเป็นโรคปอดอักเสบแบบแกรนูโลมาแล้ว อาจเข้าไปขวางระบบการไหลเวียนของเลือด และการเต้นของหัวใจ จนสามารถส่งผลให้คุณเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย หรือเสียชีวิตได้ ทำลายระบบประสาท ถึงจะมีผู้ป่วยส่วนน้อยที่เกิดภาวะแทรกซ้อนนี้ แต่คุณก็ประมาทไม่ได้ เพราะหากเซลล์อักเสบ จนส่งผลให้สมองอักเสบตามไปด้วย ก็อาจส่งผลให้ร่างกายของคุณได้รับผลกระทบที่รุนแรงตามมา เช่น อัมพาต ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคซาร์คอยโดซิส ส่วนใหญ่ผู้ที่มักเป็น โรคซาร์คอยโดซิส มักอยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 20-40 ปี รวมถึงผู้ที่มีเชื้อสายแอฟริกัน […]

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

อาการหายใจไม่ออก มักเกิดขึ้นเวลาที่เราเหนื่อยมาก ๆ หรืออยู่ในบริเวณที่ไม่เอื้อต่อการหายใจ เช่น สถานที่แคบ สถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทน้อย อาการดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ตามแต่เหตุปัจจัยที่แตกต่างกัน บางคนอาจมีอาการหายใจไม่ออกเพราะเหนื่อยจากการออกกำลังกาย ขณะที่บางคนอาจ หายใจไม่ออก เนื่องจากปัญหาทางสุขภาพ ซึ่งบางครั้งอาการหายใจไม่ออกสามารถที่จะรับมือได้ หากรู้วิธีการควบคุมการหายใจ Hello คุณหมอ มีเคล็ดลับดี ๆ สำหรับรับมือกับอาการ หายใจไม่ออก มาฝากค่ะ หายใจไม่ออก เกิดจากอะไร อาการหายใจไม่ออก คือ ภาวะทางสุขภาพที่ทำให้หายใจไม่สะดวก หายใจลำบาก หายใจได้น้อย ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่อาการวิตกกังวล ไข้หวัด ความเครียด การออกกำลังกาย รวมถึงอาการสุขภาพต่าง ๆ ดังนี้ อาการทางสุขภาพเกี่ยวกับปอด โรคหอบหืด ปอดอักเสบ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูง ฝาปิดกล่องเสียงอักเสบเฉียบพลัน อาการทางสุขภาพเกี่ยวกับหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หัวใจเต้นผิดจังหวะ บรรเทา อาการหายใจไม่ออก ได้อย่างไรบ้าง หายใจ ออกทางปาก หากมี อาการหายใจไม่ออก ให้หายใจเข้าทางจมูก และหายใจออกทางปาก วิธีนี้จะช่วยควบคุมการหายใจให้ถี่และช้าลง โดยสามารถทำได้ ดังนี้ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อคอและไหล่ ปิดปากไว้ และหายใจเข้าทางจมูกช้า ๆ สองครั้ง ห่อปากคล้ายกำลังผิวปาก แล้วค่อย ๆ หายใจออกทางปากช้า ๆ นับ 1-4 นั่งเก้าอี้ เมื่อเกิด อาการหายใจไม่ออก […]

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

หากคุณสังเกตการหายใจของตัวเอง แล้วพบว่าตนเอง หายใจมีเสียงวี้ด คุณควรจะต้องไปพบคุณหมอ เพื่อวินิจฉัยสิ่งที่เกิดขึ้น จะได้รักษาอาการได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที เพราะอาการหายใจมีเสียงวี้ดนั้น อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพ แต่การ หายใจมีเสียงหวีด จะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอะไรบ้าง ในวันนี้ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน อาการหายใจมีเสียงวี้ด (Wheezing) เป็นอย่างไร หายใจมีเสียงวี้ด (Wheezing) เป็นการหายใจที่มีการส่งเสียงคล้ายนกหวีดออกมา ซึ่งเสียงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลมาจากอากาศที่เคลื่อนผ่านทางเดินหายใจที่แคบ โดยโรคหอบหืดจะพบอาการ หายใจมีเสียงหวีด บ่อยที่สุด แต่ก็ไม่ใช่แค่โรคหอบหืดเท่านั้นที่จะมีอาการนี้ อาการหายใจมีเสียงหวีด อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะต่าง ๆ ตั้งแต่ปัญหาเล็กน้อย เช่น การหายใจในอากาศเย็น ไปจนถึงอาการที่ร้ายแรงบางอย่าง เช่น อาการแพ้อย่างรุนแรง สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจำไว้ก็คือ หายใจมีเสียงวี้ด เป็นเรื่องที่ไม่ปกติ เวลาหายใจเข้าและออกคุณพยายามสังเกตตัวเองให้ดี ๆ หากหายใจมีเสียงวี้ดแทรก อยู่เรื่อย ๆ หรือมีอาการที่แย่ลง คุณควรไปพบคุณหมอ เพื่อเข้ารับการวินิจิยฉัยถึงสาเหตุที่ส่งผลต่อการจำกัดทางเดินหายใจของคุณจะเป็นการดีที่สุด สาเหตุของอาการหายใจมีเสียงวี้ด การตีบของทางเดินหายใจ หรือที่เรียกว่า “การอุดตันของทางเดินหายใจ หรือทางเดินหายใจมีสิ่งกีดขวาง” มักเกิดขึ้นในหลอดลมขนาดเล็ก ในบางกรณีอากเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งรวมถึงหลอดลมคอ (Trachea) หลอดลมขั้วปอด (Bronchi) หรือสายเสียง (Vocal Cords) […]

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินข่าว คนนอนเสียชีวิตในรถ เพราะว่าจอดรถนอนข้างทาง โดยเปิดเครื่องไว้ ไม่ยอมดับเครื่องยนต์ แล้วเกิดข้อสงสัยว่า การนอนหลับโดยสตาร์ทรถไว้มันอันตรายอย่างไร ทำไมเขาถึงเสียชีวิต สาเหตุนั้นก็มาจาก คาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซที่อาจจะไม่คุ้นหูเราสักเท่าไหร่นั่นเอง วันนี้ Hello คุณหมอ เลยมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ คาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซพิษอันตราย ที่หลายคนมองข้าม คาร์บอนมอนอกไซด์ คืออะไร คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide; CO) เป็นก๊าซไร้สี ไร้กลิ่น ชนิดหนึ่ง ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการเผาไหม้เชื้อเพลิง เช่น เตาผิง เตาแก๊สทำอาหาร รถยนต์ หรือแม้กระทั่งควันบุหรี่ เมื่อเราสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปในร่างกาย ก๊าซนี้ก็จะไปแทนที่ออกซิเจนในเลือด และทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ แหล่งของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่พบได้บ่อย ได้แก่ สีย้อมผ้า เครื่องทำน้ำอุ่นแบบเตาแก๊ส ฮีตเตอร์ รถยนต์ เตาแก๊สทำอาหาร เตาผิง เตาถ่านปิ้งย่าง ควันบุหรี่ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์นั้นเป็นก๊าซที่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน และเรามักจะเผลอสูดดมก๊าซนี้เข้าไปโดยไม่รู้ตัวกันอยู่บ่อยครั้ง เพียงแต่ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่เราเจอในชีวิตประจำวันนั้นอาจจะไม่มีปริมาณมากพอที่จะทำอันตรายต่อร่างกายได้นั่นเอง อันตรายจากคาร์บอนมอนอกไซด์ แม้ว่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่เราสามารถพบได้ในชีวิตประจำวันนั้นจะมีปริมาณไม่มากพอที่จะเป็นอันตราย แต่หากเราอยู่ในพื้นที่ปิด ไม่มีอากาศถ่ายเท เช่น ในห้องอับที่ปิดหน้าต่าง หรือในรถยนต์ ก็อาจทำให้มีโอกาสสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปในปริมาณมากโดยที่เราไม่รู้ตัว และทำให้เกิดอันตรายได้ ออกซิเจนนั้นมีความสำคัญต่างอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น สมอง หัวใจ หรืออวัยวะอื่น ๆ เมื่อเราสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปในปริมาณมาก ก๊าซนั้นจะจะเข้าไปแทนที่ออกซิเจนที่อยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดง […]

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

คุณผู้อ่านหลายท่านน่าจะเคยมีอาการคัดจมูกกันอยู่บ่อย ๆ ยิ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน หรือเวลาเป็นหวัดยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะจะรู้สึก คัดจมูก หนักมาก จนหายใจไม่ออกเลยทีเดียว แต่…ไม่เพียงเท่านั้น อาการคัดจมูกยังสามารถเกิดขึ้นได้จากอีกหลายสาเหตุ และยังมีวิธีรับมือที่แตกต่างกันไป วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลน่ารู้และวิธีรับมือเมื่อคุณมี อาการคัดจมูก มาฝากค่ะ คัดจมูก เป็นอย่างไร อาการคัดจมูก คืออาการที่รู้สึกหายใจไม่ออก หรือหายใจไม่สะดวก หรือหายใจได้ไม่เต็มอิ่ม บางครั้งอาจเกิดอาการอักเสบจนทำให้จมูกแดง และบวม ทำให้รูจมูกที่ทำหน้าที่สำหรับถ่ายเทและไหลเวียนอากาศแคบลงจนรู้สึกหายใจทางจมูกลำบาก มากไปกว่านั้นอาการอักเสบยังทำให้เกิดน้ำมูกภายในจมูกมากขึ้นจนอุดตันและไหลออกมาได้ยาก ทำให้รู้สึกอึดอัด คัดจมูก และหายใจไม่ออกมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอาการคัดจมูกมักจะเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ เมื่อเป็นหวัด หรือเป็นไข้หวัดใหญ่ สาเหตุของอาการ คัดจมูก สาเหตุของ อาการคัดจมูก มีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ ดังนี้ การติดเชื้อไวรัส โรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากเชื้อไวรัส เป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้มี อาการคัดจมูก โดยกลุ่มเชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นหวัดและมีอาการคัดจมูกมากที่สุดคือกลุ่มเชื้อไวรัสที่ชื่อ ไรโนไวรัส (Rhinovirus) ซึ่งจะทำให้มีอาการไอ จาม และเจ็บคอร่วมด้วย โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้  โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายตอบสนองต่อสิ่งที่ไม่มีอันตราย เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ฝุ่น ขนสัตว์ […]

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

อาการไอนั้นเป็นปฏิกิริยาหนึ่งของร่างกาย ที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอม หรือสิ่งที่ทำให้ระคายเคืองอยู่ในหลอดลม เช่น เสมหะ น้ำมูก หรือฝุ่นละออง อาการไอนั้นนอกจากจะสร้างความรำคาญใจให้แก่เราแล้ว ยังอาจทำให้เราถูกมองแปลกๆ หากไอไม่ยอมหยุด หรือไอในที่สาธารณะ ในสถานการณ์การระบาดของ โควิด-19 อีกด้วย ดังนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ จึงจะมาแนะนำ สมุนไพรแก้ไอขับเสมหะ ที่จะช่วยแก้ปัญหาอาการไอได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องพึ่งยา มาฝากกันค่ะ ประเภทของ สมุนไพรแก้ไอขับเสมหะ สมุนไพรบรรเทาอาการไอ สมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการไอนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักดังต่อไปนี้ สมุนไพรที่เคลือบเยื่อบุทางเดินหายใจ เพื่อช่วยเคลือบและป้องกันทางเดินหายใจ จากสิ่งที่ทำให้ระคายเคือง เช่น มะขามป้อม มะนาว สมุนไพรที่กดอาการไอในสมอง เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้งการไอ โดยการกดศูนย์ควบคุมการไอในสมอง เช่น ฝิ่น สมุนไพรขับเสมหะ สมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย น้ำมันหอมระเหยนั้นมีสรรพคุณในการช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ ลดน้ำมูก และช่วยละเลยเสมหะ ทำให้สามารถขับเสมหะออกมาจากทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น สมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น มะนาว บ๊วย หรือมะขาม จะออกฤทธิ์ช่วยละลายเสมหะ ทำให้ขับเสมหะได้ง่ายขึ้น สมุนไพรแก้ไอขับเสมหะ ที่ควรมีติดบ้าน ขิง ขิงนั้นสามารถช่วยในการบรรเทาอาการไอแห้งๆ เนื่องจากมีสรรพคุณในการช่วยต่อต้านการอักเสบ และยังสามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้และอาการเจ็บคอได้อีกด้วย มีงานวิจัยที่พบว่า สรรพคุณในการต้านการอักเสบของขิงนั้น สามารถช่วยผ่อนคลายเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจ ทำให้สามารถช่วยลดอาการไอได้ เราสามารถต้มน้ำขิงดื่มที่ลดอาการไอได้ โดยการต้มขิงสดประมาณ 20-40 […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon