คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

อาการเบาหวานสูง เป็นอย่างไร และควรดูแลตัวเองอย่างไร

อาการเบาหวานสูง เป็นอย่างไร และควรดูแลตัวเองอย่างไร

อาการเบาหวานสูง หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง คือ อาการที่เกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานสูงกว่าเกณฑ์เป้าหมาย ผู้ป่วยอาจมีอาการผิดปกติที่เป็นสัญญาณของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หากมีภาวะเบาหวานสูงติดต่อกันหลายเดือนหรือหลายปี อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ผู้ป่วยจึงควรดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับใกล้เคียงปกติ คือ 80-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก่อนรับประทานอาหาร และต่ำกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

โรคเบาหวานคืออะไร

โรคเบาหวาน (Diabetes) เป็นภาวะทางสุขภาพเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนน้ำตาลในกระแสเลือดให้เป็นพลังงานหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อาจเกิดจากร่างกายผลิตสารอินซูลิน (Insulin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอ หรืออินซูลินที่ผลิตออกมาไม่มีประสิทธิภาพ หรือบางครั้งร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เลย ส่งผลให้มีน้ำตาลสะสมอยู่ในเลือดมากเกินไป หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต โรคปอด ภาวะเบาหวานขึ้นตา

อาการเบาหวานสูง เป็นอย่างไร

สัญญาณของ อาการเบาหวานสูง หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) ในระยะเริ่มต้น อาจมีดังนี้

Verifying...
  • รู้สึกกระหายน้ำมาก
  • ปัสสาวะบ่อย
  • อ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย
  • สายตาพร่ามัว
  • น้ำหนักลด
  • ติดเชื้อทางช่องคลอดและผิวหนัง
  • บาดแผลหายช้า

สาเหตุที่ทำให้มี อาการเบาหวานสูง

สาเหตุที่ทำให้มีอาการเบาหวานสูงในผู้ป่วยเบาหวาน อาจมีดังนี้

  • ผู้ป่วยมีความเครียดทางอารมณ์ เช่น ความเครียดเรื่องครอบครัว การงาน ความรัก
  • ผู้ป่วยมีความเครียดทางร่างกาย เช่น มีไข้ ติดเชื้อ
  • ร่างกายของผู้ป่วยไม่สามารถใช้อินซูลินตามธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ (เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2)
  • ผู้ป่วยเคลื่อนไหวน้อย ไม่ค่อยออกกำลังกาย
  • ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูง
  • รับประทานยาเบาหวานไม่ต่อเนื่อง
  • ยารักษาเบาหวานหรือปริมาณอินซูลินที่ใช้รักษาในขณะนั้นไม่ใช่ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับอาการของผู้ป่วย
  • ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่รับประทานไม่สมดุลกับปริมาณอินซูลินที่ฉีดเข้าร่างกายและที่ร่างกายสร้างขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันจากเบาหวานสูง

เมื่อร่างกายมีอาการเบาหวานสูงเป็นเวลานานและไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันจากโรคเบาหวาน ดังต่อไปนี้

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงชนิดเลือดกรดจากสารคีโตน (Diabetic ketoacidosis หรือ DKA)

เป็นภาวะที่เกิดกับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 250 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ร่างกายจะผลิตสารคีโตน (Ketones) ซึ่งเป็นกรดที่เป็นพิษออกมาในกระแสเลือดในปริมาณมาก ทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด อาการของเลือดเป็นกรดจากสารคีโตน มีดังนี้

  • ปากแห้ง
  • ลมหายใจเหม็นเปรี้ยว
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • หายใจไม่ออก
  • มึนงง อ่อนเพลีย
  • ปวดท้อง

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงชนิดเลือดไม่ได้เป็นกรดจากสารคีโตน (Hyperglycemic hyperosmolar nonketotic syndrome หรือ HHNS)

เป็นภาวะที่พบมากในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 600 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ร่วมกับอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง จนอาจก่อให้เกิดภาวะโคม่า อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงชนิดเลือดไม่ได้เป็นกรดจากสารคีโตน มีดังนี้

  • ในระยะแรกจะปวดปัสสาวะบ่อยครั้ง จากนั้นจะไม่ค่อยปัสสาวะ
  • ในระยะต่อมา ปัสสาวะอาจมีสีคล้ำ และเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรง
  • มีอาการซึม อาจชัก หรือหมดสติได้

วิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกัน อาการเบาหวานสูง

วิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันอาการเบาหวานสูงหรือน้ำตาลในเลือดสูง สามารถทำได้ดังนี้

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ น้ำจะช่วยขับน้ำตาลส่วนเกินออกจากเลือดผ่านทางปัสสาวะ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะขาดน้ำได้
  • ออกกำลังกายมากขึ้น การออกกำลังกายช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ ทั้งนี้ ควรปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับภาวะสุขภาพของผู้ป่วยที่สุด
  • ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ผู้ป่วยอาจปรึกษานักโภชนาการเพื่อปรับปริมาณและประเภทอาหารให้เหมาะสมกับภาวะสุขภาพที่สุด
  • เปลี่ยนยารักษาโรคเบาหวาน หากผู้ป่วยมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแม้จะใช้ยารักษาโรคเบาหวานอยู่แล้ว คุณหมออาจแนะนำให้เปลี่ยนตัวยา ปริมาณ หรือความถี่ของการรับประทานยา ทั้งนี้ ไม่ควรเปลี่ยนยาด้วยตัวเอง และควรปรึกษาคุณหมอทุกครั้งก่อนใช้ยารักษาเบาหวานชนิดใหม่
  • วัดระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วยควรวัดระดับน้ำตาลในเลือดของตัวเองเป็นประจำ และควรรักษาระดับน้ำตาลในเลือดก่อนรับประทานอาหารให้อยู่ระหว่าง 80-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ส่วนระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมงควรต่ำกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ยาก เนื่องจากอาจเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดจนนำไปสู่เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง แต่ในบางกรณีก็อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจนเป็นอันตรายได้เช่นกัน

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

หากผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้มีภาวะก่อนเบาหวาน และผู้ที่เสี่ยงเกิดโรคเบาหวานมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบคุณหมอ

  • มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 250 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • น้ำตาลในเลือดสูงกว่าเป้าหมายในการรักษา และไม่สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดเองได้
  • มีอาการน้ำตาลในเลือดสูงและยังไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน


คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Hyperglycemia (High Blood Sugar). https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/9815-hyperglycemia-high-blood-sugar. Accessed June 10, 2022

Hyperglycemia in diabetes. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/hyperglycemia/symptoms-causes/syc-20373631. Accessed June 10, 2022

High blood sugar (hyperglycaemia). https://www.nhs.uk/conditions/high-blood-sugar-hyperglycaemia/. Accessed June 10, 2022

Hyperglycemia (High Blood Glucose). https://www.diabetes.org/healthy-living/medication-treatments/blood-glucose-testing-and-control/hyperglycemia. Accessed June 10, 2022

High Blood Sugar and Diabetes. https://www.webmd.com/diabetes/diabetes-hyperglycemia. Accessed June 10, 2022

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ศุภานิช สุริโย แก้ไขล่าสุด 5 วันก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง