home

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 อาจเป็นโรคที่ไม่ค่อยเคยสำหรับใครหลายคน เพราะโรคเบาหวานชนิดนี้ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมการกินอาหาร แต่เป็นปัญหาทางพันธุกรรมที่อาจถ่ายทอดกันมาในครอบครัว Hello คุณหมอ ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มาไว้นี่ที่ เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาและสามารถรับมือกับโรคนี้ได้อย่างถูกต้อง

ความรู้ทั่วไป

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

หากคนในครอบครัวที่คุณรัก เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นอกจากตัวผู้ป่วยจะต้องดูแลสุขภาพตนเองตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว คนรอบข้างอย่างเรา ก็ต้องจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ และทราบข้อมูลเกี่ยวกับ การดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เบื้องต้น เอาไว้ด้วย  ดังนั้น ในบทความของ Hello คุณหมอ นี้ จึงได้นำเอาวิธีการดูแล ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เบื้องต้น มาฝากกัน เพื่อคุณจะได้คอยตักเตือนพฤติกรรมบางอย่างให้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ไม่เพิกเฉยและตระหนักถึงการดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้น การดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 คุณจำเป็นจะต้องดูแล ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1  หรือคอยสังเกตไม่ให้พวกเขาเมินเฉยต่อการดูแลสุขภาพตนเองขณะที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เพราะหากมีการละเลยต่อการปฏิบัติตามเคล็ดลับต่าง ๆ เหล่านี้ ก็อาจสามารถส่งผลให้คนที่คุณรักต้องพบเจอภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอื่น ๆ เพิ่มเติมขึ้นอย่างแน่นอน เตือนความจำ จดโน้ตถึงการนัดหมายตรวจสุขภาพประจำปี หรือตามที่แพทย์กำหนดเอาไว้ เพื่อช่วยให้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1  ได้เข้ารับการตรวจสุขภาพตรงตามเวลา รับการฉีดวัคซีนให้ครบ หลีกเลี่ยงสูบบุหรี่อย่างถาวร ลดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากเป็นไปได้ให้หยุดดื่มเลยจะดีเสียกว่า ลดระดับความเครียด หรือหากิจกรรมที่ช่วยให้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 รู้สึกผ่อนคลาย เพราะความเครียดจะทำให้อินซูลินมีการทำงานที่ผิดปกติ ควบคุมความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอล […]

หัวข้อ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เพิ่มเติม

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อระบบการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย จึงจำเป็นที่จะต้องเข้าพบหมอเป็นประจำ และใช้ยาอินซูลินเพื่อรักษา แต่จะมีวิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 อย่างไรให้อยู่กับโรคได้อย่างมีความสุข วันนี้เรามีวิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 มาแนะนำกันค่ะ วิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หลายคนอาจคิดว่าวิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นเรื่องยากจนอาจทำให้มีความวิตกกังวลและอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา แต่ 6 วิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นี้จะทำให้คุณเข้าใจและรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ง่ายขึ้น การจัดการกับความเครียด ความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเรามีความวิตกกังวล การปรับวิถีชีวิตให้เข้ากับโรคในช่วงแรกอาจเป็นเรื่องยาก เนื่องจากต้องทำความเข้าใจทั้งเรื่องโภชนาการของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ และต้องใช้ยาอินซูลินเพื่อรักษาโรค เหล่านี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตปกติของคุณด้วยเช่นกัน ดังนั้นการจัดการกับความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญโดยอาจทำกิจกรรมที่คุณชื่นชอบ เช่น ออกกำลังกาย ทำอาหาร เล่นเกม หรือแม้แต่การทำกิจกรรมกับครอบครัว ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรับมือกับความเครียดได้ดี 2.ได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่น การได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่นเป็นวิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ดี คือ การใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว พูดคุยกับคนที่คุณไว้วางใจจะสามารถช่วยแบ่งเบาความทุกข์ได้ และยังช่วยลดโอกาสการเป็นโรคสุขภาพจิตตามมา เพราะหากคุณมีความวิกตกกังวลจนรู้สึกโดดเดี่ยวอาจมีแนวโน้มที่จะทำให้คุณเป็นโรคซึมเศร้าในอนาคต และทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากขึ้น ดังนั้นการมีคนอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คุณอยู่กับโรคได้อย่างมีความสุข 3.การให้ความร่วมมือในการรักษา เมื่อเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 คุณควรได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่เพียงแต่จะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง คุณยังสามารถติดตามอาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ของคุณได้ การดูแลตัวเอง การดูแลตัวเองสามารถช่วยลดความเครียดจากโรคเบาหวานได้ และควรมั่นตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ ควรใช้ยาอินซูลินตามที่แพทย์กำหนดเพื่อรักษาอาการโรคเบาหวานชนิดที่ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

การปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน เป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เนื่องจากตับอ่อนมีหน้าที่ผลิตอินซูลินที่สำคัญต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย ดังนั้นการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนอาจทำให้ระบบเผาผลาญกลับมาทำงานได้ดียิ่งขึ้น บทความนี้ได้รวบรวมความรู้ดี ๆ ที่อาจเป็นแนวทางในการตัดสินใจเพื่อเข้ารับรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ของคุณ ทำไมจึงต้องปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน ตับอ่อน (Pancreas) มีความสำคัญต่อร่างกายในการย่อยสลายอาหารเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน โดยเบต้าเซลล์ในตับอ่อนมีหน้าที่ผลิตอินซูลินที่สำคัญช่วยควบคุมและไม่ให้สูงจนเกินไป แต่ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ การปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนจึงเป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเมื่อร่างกายมีตับอ่อนที่สามารถผลิตอินซูลินใช้เองได้ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อินซูลินเพื่อรักษาอีกต่อไป ความเสี่ยงของ การปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน ภาวะแทรกซ้อน การผาตัดปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ คือ เลือดอุดตันในเส้นเลือด อาจมีเลือดออก อาจมีการติดเชื้อ อาจมีปัญหาการเผาผลาญน้ำตาล ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง อาจเกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ร่างกายอาจปฏิเสธตับอ่อนใหม่ ผลข้างเคียงของยาต่อต้านการปฏิเสธตับอ่อน หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องกินยาไปตลอดชีวิตเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายปฏิเสธตับอ่อนใหม่ โดยอาจมีผลข้างเคียง ดังนี้ อาจทำให้กระดูกบางลง สาเหตุของโรคกระดูกพรุน คอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน ความไวต่อแสงแดด อาการบวม น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เหงือกบวม เป็นสิว ผมร่วงมาก การเตรียมตัวก่อนปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน หากต้องการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนคุณควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้น และความเสี่ยงที่อาจจะเกิด จากนั้นแพทย์จะตรวจสอบร่างกายเพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายของคุณพร้อมที่จะ ได้รับการผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนหรือไม่ การดูแลตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันคุณควรดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมก่อนเข้ารับการรักษา คือ ทานยาตามที่แพทย์กำหนด ควบคุมโภชนาการอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เข้าพบหมอตามตารางนัดอยู่เสมอ สร้างสุขภาพจิตและอารมณ์ให้แจ่มใส ผลหลังการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน หลังการปลูกถ่ายตับอ่อนสำเร็จตับอ่อนใหม่ของคุณจะสามารถสร้างอินซูลินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้ โดยที่คุณไม่ต้องใช้ยาอินซูลินเพื่อรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 อีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตามก็ยังต้องกินยาเพื่อ ป้องกันการปฏิเสธตับอ่อนใหม่ร่วมด้วย แต่ถ้าหากมีอาการปวดท้อง เป็นไข้ อาเจียน ปัสสาวะลดลง ระดับ น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ควรรีบพบแพทย์เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของคุณกำลังปฏิเสธตับ อ่อน ปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 มากมาย แต่อย่างไรก็ตามควรเข้ารับการรักษาอย่าง ถูกวิธีกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับฟังคำแนะนำและแนวทางการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 อย่างถูกต้อง

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ การควบคุมปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือดไม่ให้มีปริมาณมากเกินไปจึงเป็นสิ่งสำคัญ แล้วจะมีอาหารอะไรบ้างที่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ควรรับประทาน บทความนี้มีคำตอบ อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 สิ่งที่ต้องคำนึงคือคุณค่าทางโภชนาการที่ต้องครบถ้วนทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุ ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ แป้ง น้ำตาล และไฟเบอร์ ควรเริ่มรับประทานคาร์โบไฮเดรตในปริมาณ 15 กรัมก็เพียงพอต่อร่างกายแล้ว เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและเข้าสู่กระแสเลือด จึงอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ตัวอย่าง คาร์โบไฮเดรตที่ออกฤทธิ์เร็วในปริมาณ 15 กรัม น้ำผลไม้ 1/4 ถ้วย ผลไม้สด 4 ออนซ์ แครกเกอร์ 4 ถึง 6 ชิ้น ลูกเกด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผักและผลไม้ เป็นแป้งและน้ำตาลธรรมชาติที่ควรนับเป็นคาร์โบไฮเดรตเช่นกัน ผักบางชนิดไม่มีแป้งที่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดจึงดุดมไปด้วยแร่ธาตุ ไฟเบอร์ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ตัวอย่าง ผลไม้ปริมาณ 15 กรัม ผลไม้กระป๋อง 1/2 […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

เบาหวานชนิดที่ 1  หายขาดได้ไหม เชื่อว่าหลายคนอาจสงสัย เพราะเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่มีผลกระทบต่อระบบในร่างกาย จนอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา ดังนั้นบทความนี้จึงมีคำตอบให้คำกับคนที่กำลังสงสัยว่า เบาหวานชนิดที่ 1 หายขาดได้หรือไม่ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดขึ้นจากเซลล์ที่สร้างอินซูลินในตับอ่อน เรียกว่า Beta cells ถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกัน ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้และต้องใช้การฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 มีการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ โดยภูมิคุ้มกันจะเข้าทำลายเบต้าเซลล์ที่มีหน้าที่ผลิตอินซูลินในตับอ่อน เมื่อเบต้าเซลล์ถูกทำลายร่างกายจึงไม่สามารถผลิตอินซูลินทที่มีหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลในร่างกายให้เป็นพลังงาน อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 อาการที่บ่งบอกว่าคุณเป็นโรคเบาหวานประเภท 1 คือ มีอาการหิวน้ำบ่อย ปัสสาวะเพิ่มขึ้น ในเด็กอาจปัสสาวะรดที่นอน น้ำหนักลดกระทันหัน มีความรู้สึกแขนขาชา มีอาการเมื่อยล้ามาก อารมณ์แปรปรวนง่าย มีอาการตาพร่ามัว ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เบาหวานชนิดที่ 1 หายขาดได้หรือไม่ ในบางครั้งอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน ประวัติครอบครัว ประวัติครอบครัวมีความสำคัญมาก ในบางกรณีหากคุณมีคนในครอบครัวที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ความเสี่ยงที่รุ่นลูกจะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยด้านเชื้อชาติ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 พบได้บ่อยในคนผิวขาวมากกว่าคนเชื้อชาติอื่น ปัจจัยด้านครอบครัว ไวรัสบางชนิดอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 1 แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีผลสรุปที่แน่นอนว่ามีเชื้อไวรัสชนิดใดบ้าง เบาหวานชนิดที่ 1 หายขาดได้หรือไม่ เบาหวานชนิดที่ 1 หายขาดได้หรือไม่นั้น ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคเบาหวานประชนิดที่ 1 แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้มีการคิดค้นวิธีการรักษาและยาใหม่ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

สำหรับ เด็กที่เป็นเบาหวาน คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมแผนการดูแลสุขภาพสำหรับช่วงเวลาที่เขาห่างไกลจากคุณเอาไว้อย่างละเอียด เช่น ในช่วงเวลาที่อยู่โรงเรียน โดยต้องระบุให้ชัดเจนว่า พวกเขาต้องการการดูแลแบบไหน เมื่อไหร่ และผู้ที่จะต้องดูแลเขาเป็นใคร ผู้ดูแลอาจเป็นผู้ปกครอง พยาบาลประจำโรงเรียน หรือเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนก็ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ ขออาสาพาทุกครอบครัวมาร่วมกันวางแผนการดูแลสุขภาพสำหรับเด็กที่เป็นเบาหวานในเบื้องต้นกันค่ะ รายละเอียดในแผนสุขภาพสำหรับ เด็กที่เป็นเบาหวาน แผนสุขภาพรายบุคคลนี้ อาจถือเป็นข้อตกลงที่คุณพ่อคุณแม่ร่างขึ้นร่วมกับทางโรงเรียน ดังนั้น คุณจึงควรระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนที่สุด ตามรายละเอียดต่อไปนี้ หนังสือยินยอมของผู้ปกครอง ผู้ดูแล หรือครูใหญ่ ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่หรือเด็ก สามารถฉีดอินซูลิน (Insulin) ในช่วงเวลาเรียนได้ สิ่งที่เด็กต้องใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน สิ่งที่พวกเขาทำได้ด้วยตัวเอง และสิ่งที่พวกเขาต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น ใครที่จะทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ และควรให้ความช่วยเหลือเมื่อใด รายละเอียดของการใช้ยา ปริมาณอินซูลิน และยาที่ต้องใช้ โดยระบุช่วงเวลาที่ต้องใช้และขั้นตอนในการฉีด รายละเอียดที่ระบุว่า เด็กต้องได้รับการตรวจสอบน้ำตาลในเลือดเมื่อใด รวมทั้งขั้นตอนในการตรวจน้ำตาลในเลือด และสิ่งที่พวกเขาต้องทำเมื่อรู้ผลตรวจแล้ว อาการอะไรที่บ่งบอกว่าภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูง รวมทั้งสิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องทำเมื่อเกิดภาวะดังกล่าว นอกจากนี้ คุณควรระบุช่วงเวลาที่ควรติดต่อผู้ปกครอง และเวลาที่ควรโทรเรียกรถพยาบาลไว้ด้วย รายละเอียดที่ระบุว่า เมื่อใดที่เด็กควรกินอาหาร และสิ่งที่พวกเขาต้องการในขณะกินอาหาร เช่น ต้องให้ช่วยควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตหรือไม่ หรือควรต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ เมื่อถึงเวลากินอาหาร สิ่งที่ต้องทำก่อน-หลัง หรือในช่วงเรียนวิชาพละ เช่น […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

พฤติกรรมการ กินผิดปกติ ถือเป็นปัญหาซับซ้อนที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีผลมาจากความรู้สึกเชิงลบเกี่ยวกับขนาดและน้ำหนักตัว รวมไปถึงพฤติกรรมที่รบกวนชีวิตประจำวัน เช่น การกินมากเกินไป อดอาหารมากเกินไป หรือพฤติกรรมการควบคุมน้ำหนักที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น การใช้ยาระบายหรือยาอดอาหาร บทความนี้ของ Hello คุณหมอ จะพาคุณผู้อ่านมารู้จักกับพฤติกรรมการกินผิดปกติให้มากขึ้นกันค่ะ วัยรุ่นกับพฤติกรรมการกินผิดปกติ ในปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่ระบุชัดเจนว่าทำไมกลุ่มวัยรุ่นจึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคการกินผิดปกติเพิ่มขึ้น แต่พบว่าพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติมักจะเกิดขึ้นกับวัยรุ่นที่ป่วยเป็น โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และจากผลการวิจัยยังพบเหตุผลบางประการที่ช่วยอธิบายความขัดแย้งที่ว่า “ทำไมอัตราวัยรุ่นที่เป็นโรคการกินผิดปกติถึงอยู่ในระดับต่ำ แต่อัตราพฤติกรรมการกินผิดปกติกลับเพิ่มสูงขึ้น” ซึ่งเหตุผลเหล่านี้มักจะเกี่ยวข้องกับอาการทางสุขภาพ และการรักษาโรค อย่างไรก็ตาม แม้อัตราการป่วยเป็นโรคการกินผิดปกติในวัยรุ่นจะค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีรายงานว่า วัยรุ่นที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะมีแนวโน้มพฤติกรรมการกินผิดปกติแบบไม่แสดงอาการในระดับที่สูงกว่าวัยรุ่นที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน ตัวอย่างของพฤติกรรมการกินผิดปกติแบบไม่แสดงอาการก็คือ มีการจำกัดปริมาณอาหารที่กินในแต่ละมื้อ และจริงจังกับการออกกำลังกายมากเกินไปเพื่อที่จะลดน้ำหนัก มากไปกว่านั้น ยังมีรายงานอีกว่าวัยรุ่นที่ป่วยเป็น โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มักจะหยุดฉีดหรือลดปริมาณการฉีดยาอินซูลินลง ซึ่งการทำเช่นนั้นจะส่งผลให้เกิดภาวะไกลโคซูเรีย (Glycosuria) คือมีน้ำตาลในปัสสาวะมากเกินไป และภาวะที่เรียกว่า “น้ำตาลเป็นพิษ” ซึ่งถือว่าเป็นภาวะที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของวัยรุ่นที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานอย่างมาก เพราะการลดหรือหยุดฉีดอินซูลินจะไปขัดขวางไม่ให้เกิดการเผาผลาญอาหารที่กินเข้าไป ซึ่งต่างกับวัยรุ่นที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ที่ร่างกายสามารถผลิตอินซูลินโดยอัตโนมัติ เพื่อตอบสนองต่ออาหารที่กินเข้าไป ความเสี่ยงจากพฤติกรรมการ กินผิดปกติ คืออะไร มีงานวิจัยระบุว่า ความเสี่ยงของการมีพฤติกรรมกินอาหารผิดปกติของวัยรุ่นที่ป่วยเป็น โรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้น เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความรู้สึก ยกตัวอย่างเช่น ความรู้สึกหดหู่ ความรู้สึกอยากผอม ความรู้สึกว่าแต่ก่อนเคยควบคุมอาหารได้ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

เมื่อหมอมีการวินิจฉัยว่า ลูกเป็นโรคเบาหวาน นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่สมาชิกในครอบครัวต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจและต้องมีความอดทนในช่วงแรก ๆ เป็นอย่างมาก วันนี้ Hello คุณหมอ จึงได้มีคำแนะนำ หรือข้อมูลเกี่ยวกับการรับมือ และการดูแลลูกรักของคุณเมื่อประสบกับโรคเบาหวานมาฝากกันค่ะ [embed-health-tool-bmi] เริ่มต้นดูแลลูกอย่างไรเมื่อ ลูกเป็นโรคเบาหวาน  คุณพ่อคุณแม่ควรร่วมแรงร่วมใจกันดูแลลูกน้อยที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากการรับหน้าที่ดูแลเพียงคนเดียว อาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและความเครียด ดังนั้นการที่คุณพ่อและคุณแม่ควรช่วยกันประคับประคองไปด้วยกัน อาจเป็นการป้องกันความเหนื่อยหน่ายในระยะยาวได้ อีกทั้งควรมีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน และสลับกันพักผ่อนหลังจากการดูแลลูก เพราะการให้เวลาลูกเช่นนี้จะทำให้ลูกรักเติบโตขึ้นมาอย่างดี ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต หากเป็นครอบครัวที่เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทก็อาจสามารถช่วยดูแลเด็กได้เป็นครั้งคราว บางครั้งอาจต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยดูแลลูก แต่ต้องมั่นใจว่า พี่เลี้ยงเด็กมีประสบการณ์ในการดูแลเด็กที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานด้วย นอกจากนี้ควรมีการพิจารณาประวัติพี่เลี้ยงอย่างละเอียด หรืออาจขอรับคำปรึกษาถึงวิธีเลือกพี่เลี้ยงเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วยว่าควรมีคุณสมบัติอย่างไร การดูแลลูกที่ประสบกับโรคเบาหวานอาจมีปัญหาที่สมาชิกในครอบครัวอาจต้องเจอนั่นก็คือ วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจแก้ไขได้ด้วยการขอคำแนะนำจากทีมดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน และการช่วยเหลือที่ดีที่สุดก็คือ ความช่วยเหลือจากญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งทีมดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ฉะนั้น อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากพวกเขา ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในครอบครัวที่ต้องดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน การจัดการกับโรคเบาหวานระดับที่ 1 อาจส่งผลกระทบต่อครอบครัวและการทำงานเป็นอย่างมาก  ปัจจัยที่อาจเปลี่ยนแปลงสุขภาพของผู้ป่วยได้ ดังต่อไปนี้ สมาชิกในครอบครัวควรแบ่งหน้าที่กัน ร่วมแรงร่วมใจให้เป็นหนึ่งเดียวในการดูแลเด็ก อย่าปล่อยให้ความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้นในครอบครัว ช่วยกันดูแลเด็กอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เมื่อครอบครัวเกิดความเครียดสะสม ก็เป็นเรื่องยากที่จะนึกถึงสาเหตุและการแก้ปัญหาได้ ซึ่งนั่นอาจส่งผลต่อไปยังผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานได้เช่นกัน ทัศนคติที่ดีต่อสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่ เป็นสิ่งสำคัญมาก ที่จะช่วยให้ลูกน้อยสามารถปรับตัวได้ เด็กสามารถรับรู้ความรู้สึกจากพ่อแม่ได้ค่อนข้างไว ฉะนั้น […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

โรคเบาหวานในเด็ก เมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่ใช่เรื่องที่ผู้ปกครองจะต้องมานั่งทำใจ แต่ควรทำความเข้าใจ และเลี้ยงดูลูกให้เติบโตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เมื่อลูกเป็นโรคเบาหวาน ผู้ปกครองอาจจะต้องใช้เวลาในการทำความรู้จักและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้อย่างละเอียด วันนี้ Hello คุณหมอ จึงมีข้อมูลในเรื่องนี้มาฝากแล้วค่ะ การทำความเข้าใจ โรคเบาหวานในเด็ก ในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวาน โดยเฉพาะโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก ผู้ปกครองควรศึกษาข้อมูลเรื่องเหล่านี้ให้กระจ่าง การศึกษาตัวผู้ป่วยและครอบครัว การติดต่อกับทีมผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างใกล้ชิด การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล การเข้าเยี่ยมผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายในการรักษา ในการเข้ารับการรักษาแต่ละครั้ง ควรคำนึงถึงความต้องการของเด็กและครอบครัวด้วย เพื่อจะได้ตอบสนองต่อความต้องการของแต่ละบุคคลให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะพี่น้องคนอื่น ๆ ที่ไม่มีปัญหาทางสุขภาพ เพราะเขาอาจรู้สึกว่าถูกละเลย เนื่องจากทุกคนในครอบครัวจะต้องใส่ใจกับผู้ป่วยมากขึ้น ทำไมจึงต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับโรคเบาหวาน การศึกษาเกี่ยวกับโรคเบาหวาน โดยเฉพาะการศึกษาเกี่ยวกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก เป็นเรื่องที่จริงจังและซับซ้อน คุณและเด็กที่เป็นโรคเบาหวานควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะในการพูดคุย มีทักษะในการแสดงอารมณ์ จิตใจดี และเข้าใจอาการโรคเบาหวานในเด็กอย่างลึกซึ้ง ข้อมูลที่ได้รับจะต้องเป็นข้อมูลสำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็กโดยเฉพาะ ไม่สามารถใช้ข้อมูลจากการศึกษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในผู้ใหญ่ได้ ในการศึกษานี้ ควรประกอบไปด้วยทีมควบคุมที่ได้รับการรับรอง เช่น นักจิตวิทยา พยาบาล นักโภชนาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อมุ่งศึกษาและจัดการโรคเบาหวานขั้นพื้นฐาน ภายในบริบทที่ครอบครัวสามารถปรับตัวและรับมือเองได้ (การจัดการขั้นพื้นฐาน เรียกว่า “ทักษะการอยู่รอด”) และถ่ายทอดให้กับครอบครัวที่มีเด็กเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ทันทีหลังจากการวินิจฉัยครั้งแรกเสร็จสิ้น […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป มีส่วนทำให้คนในปัจจุบันมีโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้น โรคเบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินที่ไม่รักษาสุขภาพ ทำให้ปัจจุบันยอดของผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และยังเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย แม้แต่กับเด็กเล็ก ๆ ด้วย และถ้าเด็กเป็นเบาหวาน คุณพ่อคุณแม่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจที่มาที่ไปของโรคเบาหวานในทุกมิติ เพื่อที่จะได้มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการดูแลเด็ก ๆ อย่างใกล้ชิด วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาไปทำความรู้จักกับ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก มาดูกันว่าพ่อแม่ควรเตรียมพร้อมรับมืออย่างไร เมื่อลูกเป็นเบาหวาน [embed-health-tool-bmi] โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก คืออะไร  เบาหวานชนิดที่ 1ในเด็ก (Type 1 diabetes in children) เป็นภาวะที่ร่างกายของเด็กไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องใช้อินซูลินเพื่อการใช้ชีวิต จึงต้องหาอะไรเพื่อมาทดแทนอินซูลินที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 รู้จักกันในชื่อ “โรคเบาหวานในเด็ก” ซึ่งเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ จนทำให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายทำงานผิดปกติ ทั้งนี้เนื่องมาจากร่างกายไม่มีการผลิตอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยลำเลียงน้ำตาลจากไปยังเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ดังนั้น เมื่อร่างกายไม่มีการผลิตอินซูลิน จึงทำให้น้ำตาลสะสมอยู่ในกระแสเลือด โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ทำให้ตับอ่อนสูญเสียความสามารถในการผลิตอินซูลิน กลุ่มเซลล์ที่อยู่ในตับอ่อนซึ่งทำหน้าที่ผลิตอินซูลินจะโดนทำลายทีละนิดจนหมด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ การฉีดอินซูลินหรือใช้เครื่องปั๊มอินซูลินจึงมีความจำเป็นต่อผู้ป่วยเป็นอย่างมาก อาการของ โรคเบาหวานชนิดที่ […]

x