home

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 อาจเป็นโรคที่ไม่ค่อยเคยสำหรับใครหลายคน เพราะโรคเบาหวานชนิดนี้ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมการกินอาหาร แต่เป็นปัญหาทางพันธุกรรมที่อาจถ่ายทอดกันมาในครอบครัว Hello คุณหมอ ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มาไว้นี่ที่ เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาและสามารถรับมือกับโรคนี้ได้อย่างถูกต้อง

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

ไม่ว่าจะช่วงวัยผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งเด็ก ล้วนก็เสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ทั้งนั้น แต่หากโรคเบาหวานเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ เมื่อไหร่ มันอาจจะส่งผลระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงกว่าผู้ใหญ่ หากสงสัยว่า ถ้า ลูกเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 จะมีอาการหรือสัญญาณเตือนอย่างไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกต วันนี้ Hello คุณหมอ นำ 7 อาการเบาหวานที่พบบ่อยในเด็ก มาฝากกัน 7 อาการเบาหวานที่พบบ่อยในเด็ก  โรคเบาหวานชนิดที่ 1 อาจเกิดจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเกิดความบกพร่อง จนทำให้เชื้อไวรัส แบคทีเรียเข้าไปทำลายเซลล์ในตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลินส่งผลให้ระดับอินซูลินเกิดลดน้อยลง จนเป็นสิ่งที่ทำให้เด็ก ๆ เริ่มมีสัญญาณเตือนของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดขึ้น ทั้ง 7 อาการ ดังนี้ กระหายน้ำ หรือมีพฤติกรรมการดื่มน้ำมากกว่าปกติ ปัสสาวะบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน อ่อนเพลีย รู้สึกร่างกายขาดพลังงาน นอนหลับหลายครั้งต่อวัน น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ไม่มีสมาธิ ผิวหนังอักเสบ คันระคายเคือง อารมณ์แปรปรวนง่าย เมื่อพบว่าเด็ก ๆ มีอาการดังกล่าวข้างต้น และกังวลว่า ลูกเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 โปรดรีบพาลูกรักเข้ารับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดโดยด่วน พร้อมบอกอาการเบื้องต้นที่คุณสังเกตเห็นให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด […]

หัวข้อ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เพิ่มเติม

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อระบบการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย จึงจำเป็นที่จะต้องเข้าพบหมอเป็นประจำ และใช้ยาอินซูลินเพื่อรักษา แต่จะมีวิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 อย่างไรให้อยู่กับโรคได้อย่างมีความสุข วันนี้เรามีวิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 มาแนะนำกันค่ะ วิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หลายคนอาจคิดว่าวิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นเรื่องยากจนอาจทำให้มีความวิตกกังวลและอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา แต่ 6 วิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นี้จะทำให้คุณเข้าใจและรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ง่ายขึ้น การจัดการกับความเครียด ความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเรามีความวิตกกังวล การปรับวิถีชีวิตให้เข้ากับโรคในช่วงแรกอาจเป็นเรื่องยาก เนื่องจากต้องทำความเข้าใจทั้งเรื่องโภชนาการของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ และต้องใช้ยาอินซูลินเพื่อรักษาโรค เหล่านี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตปกติของคุณด้วยเช่นกัน ดังนั้นการจัดการกับความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญโดยอาจทำกิจกรรมที่คุณชื่นชอบ เช่น ออกกำลังกาย ทำอาหาร เล่นเกม หรือแม้แต่การทำกิจกรรมกับครอบครัว ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรับมือกับความเครียดได้ดี 2.ได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่น การได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่นเป็นวิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ดี คือ การใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว พูดคุยกับคนที่คุณไว้วางใจจะสามารถช่วยแบ่งเบาความทุกข์ได้ และยังช่วยลดโอกาสการเป็นโรคสุขภาพจิตตามมา เพราะหากคุณมีความวิกตกกังวลจนรู้สึกโดดเดี่ยวอาจมีแนวโน้มที่จะทำให้คุณเป็นโรคซึมเศร้าในอนาคต และทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากขึ้น ดังนั้นการมีคนอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คุณอยู่กับโรคได้อย่างมีความสุข 3.การให้ความร่วมมือในการรักษา เมื่อเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 คุณควรได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่เพียงแต่จะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง คุณยังสามารถติดตามอาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ของคุณได้ การดูแลตัวเอง การดูแลตัวเองสามารถช่วยลดความเครียดจากโรคเบาหวานได้ และควรมั่นตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ ควรใช้ยาอินซูลินตามที่แพทย์กำหนดเพื่อรักษาอาการโรคเบาหวานชนิดที่ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

การปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน เป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เนื่องจากตับอ่อนมีหน้าที่ผลิตอินซูลินที่สำคัญต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย ดังนั้นการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนอาจทำให้ระบบเผาผลาญกลับมาทำงานได้ดียิ่งขึ้น บทความนี้ได้รวบรวมความรู้ดี ๆ ที่อาจเป็นแนวทางในการตัดสินใจเพื่อเข้ารับรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ของคุณ ทำไมจึงต้องปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน ตับอ่อน (Pancreas) มีความสำคัญต่อร่างกายในการย่อยสลายอาหารเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน โดยเบต้าเซลล์ในตับอ่อนมีหน้าที่ผลิตอินซูลินที่สำคัญช่วยควบคุมและไม่ให้สูงจนเกินไป แต่ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ การปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนจึงเป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเมื่อร่างกายมีตับอ่อนที่สามารถผลิตอินซูลินใช้เองได้ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อินซูลินเพื่อรักษาอีกต่อไป ความเสี่ยงของ การปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน ภาวะแทรกซ้อน การผาตัดปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ คือ เลือดอุดตันในเส้นเลือด อาจมีเลือดออก อาจมีการติดเชื้อ อาจมีปัญหาการเผาผลาญน้ำตาล ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง อาจเกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ร่างกายอาจปฏิเสธตับอ่อนใหม่ ผลข้างเคียงของยาต่อต้านการปฏิเสธตับอ่อน หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องกินยาไปตลอดชีวิตเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายปฏิเสธตับอ่อนใหม่ โดยอาจมีผลข้างเคียง ดังนี้ อาจทำให้กระดูกบางลง สาเหตุของโรคกระดูกพรุน คอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน ความไวต่อแสงแดด อาการบวม น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เหงือกบวม เป็นสิว ผมร่วงมาก การเตรียมตัวก่อนปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน หากต้องการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนคุณควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้น และความเสี่ยงที่อาจจะเกิด จากนั้นแพทย์จะตรวจสอบร่างกายเพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายของคุณพร้อมที่จะ ได้รับการผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนหรือไม่ การดูแลตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันคุณควรดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมก่อนเข้ารับการรักษา คือ ทานยาตามที่แพทย์กำหนด ควบคุมโภชนาการอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เข้าพบหมอตามตารางนัดอยู่เสมอ สร้างสุขภาพจิตและอารมณ์ให้แจ่มใส ผลหลังการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน หลังการปลูกถ่ายตับอ่อนสำเร็จตับอ่อนใหม่ของคุณจะสามารถสร้างอินซูลินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้ โดยที่คุณไม่ต้องใช้ยาอินซูลินเพื่อรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 อีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตามก็ยังต้องกินยาเพื่อ ป้องกันการปฏิเสธตับอ่อนใหม่ร่วมด้วย แต่ถ้าหากมีอาการปวดท้อง เป็นไข้ อาเจียน ปัสสาวะลดลง ระดับ น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ควรรีบพบแพทย์เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของคุณกำลังปฏิเสธตับ อ่อน ปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 มากมาย แต่อย่างไรก็ตามควรเข้ารับการรักษาอย่าง ถูกวิธีกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับฟังคำแนะนำและแนวทางการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 อย่างถูกต้อง

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ การควบคุมปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือดไม่ให้มีปริมาณมากเกินไปจึงเป็นสิ่งสำคัญ แล้วจะมีอาหารอะไรบ้างที่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ควรรับประทาน บทความนี้มีคำตอบ อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 สิ่งที่ต้องคำนึงคือคุณค่าทางโภชนาการที่ต้องครบถ้วนทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุ ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ แป้ง น้ำตาล และไฟเบอร์ ควรเริ่มรับประทานคาร์โบไฮเดรตในปริมาณ 15 กรัมก็เพียงพอต่อร่างกายแล้ว เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและเข้าสู่กระแสเลือด จึงอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ตัวอย่าง คาร์โบไฮเดรตที่ออกฤทธิ์เร็วในปริมาณ 15 กรัม น้ำผลไม้ 1/4 ถ้วย ผลไม้สด 4 ออนซ์ แครกเกอร์ 4 ถึง 6 ชิ้น ลูกเกด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผักและผลไม้ เป็นแป้งและน้ำตาลธรรมชาติที่ควรนับเป็นคาร์โบไฮเดรตเช่นกัน ผักบางชนิดไม่มีแป้งที่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดจึงดุดมไปด้วยแร่ธาตุ ไฟเบอร์ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ตัวอย่าง ผลไม้ปริมาณ 15 กรัม ผลไม้กระป๋อง 1/2 […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

เบาหวานชนิดที่ 1  หายขาดได้ไหม อาจเป็นคำถามที่พบได้บ่อย อย่างไรก็ตาม เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่มีผลกระทบต่อระบบในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้กับอวัยวะสำหรับต่าง ๆ ได้ เช่น หัวใจ ดวงตา ตับ ระบบประสาท เหงือก ฟัน เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ตามปกติ และมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป เบาหวานชนิดที่ 1 โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes Mellitus) เป็นภาวะที่ระดับกลูโคสหรือน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอ ผู้ป่วยโรคนี้จึงจำเป็นต้องฉีดอินซูลินอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 พบได้น้อยกว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และมักจะเกิดกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาตับอ่อน หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคนี้มักพบในเด็กและวัยรุ่น โดยเฉพาะเด็กอายุ 4-7 ปี และ 10-14 ปี สาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มีสาเหตุมาจากเบต้าเซลล์ (Beta Cells) ของตับอ่อนถูกระบบภูมิคุ้มกันทำลาย ตับอ่อนจึงผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอ เมื่อขาดอินซูลิน ร่างกายจึงไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ และกลายเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดสูง นอกจากนั้น โรคบางชนิด […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

พฤติกรรมการ กินผิดปกติ ถือเป็นปัญหาซับซ้อนที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีผลมาจากความรู้สึกเชิงลบเกี่ยวกับขนาดและน้ำหนักตัว รวมไปถึงพฤติกรรมที่รบกวนชีวิตประจำวัน เช่น การกินมากเกินไป อดอาหารมากเกินไป หรือพฤติกรรมการควบคุมน้ำหนักที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น การใช้ยาระบายหรือยาอดอาหาร บทความนี้ของ Hello คุณหมอ จะพาคุณผู้อ่านมารู้จักกับพฤติกรรมการกินผิดปกติให้มากขึ้นกันค่ะ วัยรุ่นกับพฤติกรรมการกินผิดปกติ ในปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่ระบุชัดเจนว่าทำไมกลุ่มวัยรุ่นจึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคการกินผิดปกติเพิ่มขึ้น แต่พบว่าพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติมักจะเกิดขึ้นกับวัยรุ่นที่ป่วยเป็น โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และจากผลการวิจัยยังพบเหตุผลบางประการที่ช่วยอธิบายความขัดแย้งที่ว่า “ทำไมอัตราวัยรุ่นที่เป็นโรคการกินผิดปกติถึงอยู่ในระดับต่ำ แต่อัตราพฤติกรรมการกินผิดปกติกลับเพิ่มสูงขึ้น” ซึ่งเหตุผลเหล่านี้มักจะเกี่ยวข้องกับอาการทางสุขภาพ และการรักษาโรค อย่างไรก็ตาม แม้อัตราการป่วยเป็นโรคการกินผิดปกติในวัยรุ่นจะค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีรายงานว่า วัยรุ่นที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะมีแนวโน้มพฤติกรรมการกินผิดปกติแบบไม่แสดงอาการในระดับที่สูงกว่าวัยรุ่นที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน ตัวอย่างของพฤติกรรมการกินผิดปกติแบบไม่แสดงอาการก็คือ มีการจำกัดปริมาณอาหารที่กินในแต่ละมื้อ และจริงจังกับการออกกำลังกายมากเกินไปเพื่อที่จะลดน้ำหนัก มากไปกว่านั้น ยังมีรายงานอีกว่าวัยรุ่นที่ป่วยเป็น โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มักจะหยุดฉีดหรือลดปริมาณการฉีดยาอินซูลินลง ซึ่งการทำเช่นนั้นจะส่งผลให้เกิดภาวะไกลโคซูเรีย (Glycosuria) คือมีน้ำตาลในปัสสาวะมากเกินไป และภาวะที่เรียกว่า “น้ำตาลเป็นพิษ” ซึ่งถือว่าเป็นภาวะที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของวัยรุ่นที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานอย่างมาก เพราะการลดหรือหยุดฉีดอินซูลินจะไปขัดขวางไม่ให้เกิดการเผาผลาญอาหารที่กินเข้าไป ซึ่งต่างกับวัยรุ่นที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ที่ร่างกายสามารถผลิตอินซูลินโดยอัตโนมัติ เพื่อตอบสนองต่ออาหารที่กินเข้าไป ความเสี่ยงจากพฤติกรรมการ กินผิดปกติ คืออะไร มีงานวิจัยระบุว่า ความเสี่ยงของการมีพฤติกรรมกินอาหารผิดปกติของวัยรุ่นที่ป่วยเป็น โรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้น เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความรู้สึก ยกตัวอย่างเช่น ความรู้สึกหดหู่ ความรู้สึกอยากผอม ความรู้สึกว่าแต่ก่อนเคยควบคุมอาหารได้ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

โรคเบาหวาน คือกลุ่มโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นต่อเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงจากอินซูลินที่ไม่เพียงพอ หรือร่างกายไม่อาจตอบสนองต่ออินซูลิน โรคเบาหวานสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย หาก ลูกเป็นโรคเบาหวาน ตั้งแต่เด็กคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลสุขภาพของลูกด้วยการหมั่นพาเข้าตรวจสุขภาพ และปฏิบัติตามที่คุณหมอแนะนำ [health-tool template="bmi"] ประเภทของโรคเบาหวาน ประเภทของโรคเบาหวาน มีดังนี้ เบาหวานชนิดที่ 1 พบได้บ่อยในวัยเด็ก เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง ทำให้ตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลินไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทำให้น้ำตาลสะสมในเลือดสูงขึ้น อาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย เบาหวานชนิดที่ 2 พบได้บ่อยในวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ที่อายุ 40 ปี ขึ้นไป เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือเซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปากแห้ง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปัสสาวะบ่อย ภาวะแทรกซ้อนเบาหวานในเด็ก ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานในเด็กหากไม่รีบรักษา ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานอาจทำให้เด็กเสี่ยงเป็นหลอดเลือดตีบ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และหลอดเลือดในสมองแตก เนื่องจากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เส้นประสาทเสียหาย น้ำตาลในเลือดปริมาณมากอาจทำให้ผนังหลอดเลือดของทุกส่วนในร่างกายรวมถึงหลอดเลือดเส้นประสาทเสียหายและแคบลง ทำให้เด็กอาจรู้สึกชา  เจ็บปวด สุขภาพตาเสื่อม ระดับน้ำตาลในเลือดที่อยู่ในระดับสูงอาจทำลายหลอดเลือดเรตินาดวงตา นำไปสู่การมองเห็นเปลี่ยนแปลง ภาพซ้อน ตาพร่ามัว กระดูกพรุน โรคเบาหวานอาจทำลายมวลกระดูกของเด็ก ทำให้เด็กเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนเมื่อเจริญเติบโต ไตเสียหาย ไตมีส่วนช่วยในการขจัดของเสียออก แต่หากคุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้เด็กที่เป็นโรคเบาหวานมีอาการเบาหวานแย่ลง ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

เบาหวานในเด็ก เป็นโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นในเด็กซึ่งพบได้ยาก โดยส่วนใหญ่มักพบว่าเด็กป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ ๅ  ซึ่งพ่อแม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการทำความรู้จักและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้อย่างละเอียด เพื่อจะได้ดูแลลูกน้อยได้อย่างถูกวิธี  ช่วยให้ลูกสามารถอยู่กับโรคนี้ได้และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข การทำความเข้าใจเบาหวานในเด็ก พ่อแม่จำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับเบาหวานในเด็ก ซึ่งแตกต่างจากเบาหวานในผู้ใหญ่ โดยเบาหวานในเด็กที่พบบ่อยคือเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ทางการแพทย์สันนิษฐานว่า เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติไปทำลายเซลล์เบต้าในตับอ่อน ทำให้ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินชูคืนได้ การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเบาหวานในเด็กจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ การศึกษาตัวผู้ป่วยและครอบครัว พ่อแม่ควรทำความเข้าใจลูกที่ป่วยเป็นเบาหวานในเด็ก และให้การดูแลรักษอย่างเหมาะสม แต่ในขณะเดียวกันควรให้ความใส่ใจกับสมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ ด้วย การติดต่อกับทีมผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างใกล้ชิด พ่อแม่จำเป็นต้องพาลูกไปตรวจสุขภาพเป็นประจำสม่ำเสมอ สังเกตอาการและปรึกษาแพทย์หากพบข้อสงสัย อาการเบาหวานในเด็ก เบาหวานในเด็ก อาจมีอาการเหล่านี้ ได้แก่ กินเก่ง แต่น้ำหนักตัวมักลดลง หายใจหอบ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย ดื่มน้ำมากกว่าปกติ มักกระหายน้ำถี่ ปัสสาวะมากและบ่อยโดยเฉพาะในตอนกลางคืน หากเป็นแผล มักหายช้ากว่าปกติ การรักษาเบาหวานในเด็ก เบาหวานในเด็ก ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด โดยปกติมักรักษาโดยการฉีดอินซูลินตลอดชีวิต รวมทั้งการดูแลเรื่องโภชนาการที่เหมาะสม และที่สำคัญคือการพักผ่อนอย่างเพียงพอและออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอกจากนั้นแล้ว ผู้ป่วยเด็กที่เป็นเบาหวานมีแนวโน้มเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนได้มากกว่าผู้ใหญ่ และมักควบคุมได้ยากว่า เนื่องจากเด็ก ๆ ยังไม่สามารถควบคุมความต้องการของตนเองได้ ทำให้ความสามารถในการควบคุมเบาหวานทำได้ยาก ทำไมจึงต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับเบาหวานในเด็ก การศึกษาเกี่ยวกับเบาหวาน โดยเฉพาะการศึกษาเกี่ยวกับเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก พ่อแม่จำเป็นต้องใส่ใจอย่างจริงจังเด็กที่เป็นเบาหวานควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะในการพูดคุย […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

เมื่อลูกถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน คงเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากการหาวิธีรักษาและดูแลสุขภาพของลูกแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่คุณอาจกังวลก็คือ คุณจะ บอกลูกอย่างไรว่าเป็นโรคเบาหวาน เพื่อที่ลูกจะได้เข้าใจและป้องกันตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำสาระเรื่องนี้มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ [health-tool template=”bmi”] โรคเบาหวานในเด็ก คืออะไร การที่เด็กคนหนึ่งจะป่วยเป็นโรคเบาหวานอาจเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครคุ้นเคยนัก เพราะโดยปกติโรคนี้มักพบในวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ไปจนถึงวัยผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงนั้น เด็กก็สามารถเป็นโรคเบาหวานได้ โดยโรคเบาหวานในเด็ก อาจมีเหตุและปัจจัยเสี่ยง ดังต่อไปนี้ สาเหตุของโรคเบาหวานในเด็ก ในปัจจุบันยังไม่มีข้อระบุที่ชัดเจนถึงสาเหตุที่แท้จริงของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ซึ่งปกติ ระบบภูมิคุ้มกันจะต่อสู้กับเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส ที่เป็นอันตราย แต่ในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 พบว่า ระบบภูมิคุ้มกันกลับทำลายเซลล์ที่สร้างอินซูลินในตับอ่อนโดยไม่ตั้งใจ พันธุกรรมและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเองก็มีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ โดยปกติอินซูลินจะทำหน้าที่สำคัญในการเคลื่อนย้ายน้ำตาล (กลูโคส) จากกระแสเลือดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย น้ำตาลจะเข้าสู่กระแสเลือดเมื่ออาหารถูกย่อย เมื่อเซลล์ของตับอ่อนถูกทำลาย ร่างกายลูกของคุณก็จะผลิตอินซูลินน้อย หรือไม่ผลิตอินซูลินเลย จึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นในเด็ก ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่คุกคามชีวิตได้ ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานในเด็ก ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิด 1 ในเด็ก ได้แก่ ประวัติครอบครัว มาจากการที่มีพ่อแม่หรือพี่น้องที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 1 จึงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการที่จะส่งต่อโรคเบาหวานผ่านพันธุกรรม ความอ่อนแอทางพันธุกรรม  เกิดจากการที่ยีนบางตัวมีความผิดปกติ และได้กลายมาเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ […]