โรคเบาหวานชนิดที่ 1

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 อาจเป็นโรคที่ไม่ค่อยเคยสำหรับใครหลายคน เพราะโรคเบาหวานชนิดนี้ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมการกินอาหาร แต่เป็นปัญหาทางพันธุกรรมที่อาจถ่ายทอดกันมาในครอบครัว Hello คุณหมอ ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มาไว้นี่ที่ เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาและสามารถรับมือกับโรคนี้ได้อย่างถูกต้อง

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

อาการเบาหวานที่พบบ่อยในเด็ก สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

อาการเบาหวานที่พบบ่อยในเด็ก อาจได้แก่ กระหายน้ำ อ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิ ซึ่งหากเด็กเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกังวลใจ ดังนั้น การรู้ถึงอาการหรือสัญญาณของโรคเบาหวาน อาจช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กได้ว่า กำลังเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 หรือไม่ เพื่อจะได้ป้องกันรวมถึงพาเด็กไปพบคุณหมอเพื่อรักษาได้อย่างทันท่วงที อาการเบาหวานที่พบบ่อยในเด็ก  โรคเบาหวานชนิดที่ 1 อาจเกิดจากพันธุกรรม รวมถึงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเกิดความบกพร่อง จนทำให้เชื้อไวรัส แบคทีเรียเข้าไปทำลายเซลล์ในตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลินส่งผลให้ระดับอินซูลินลดลง จนเป็นสิ่งที่ทำให้เด็ก ๆ เริ่มมีสัญญาณเตือนของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โดยอาการเบาหวานที่พบบ่อยในเด็กอาจมีดังนี้ กระหายน้ำ หรือมีพฤติกรรมการดื่มน้ำมากกว่าปกติ ปัสสาวะบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน อ่อนเพลีย รู้สึกร่างกายขาดพลังงาน นอนหลับหลายครั้งต่อวัน น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ไม่มีสมาธิ ผิวหนังอักเสบ คันระคายเคือง อารมณ์แปรปรวนง่าย เมื่อพบว่าเด็ก ๆ มีอาการดังกล่าวข้างต้น และกังวลว่าเด็กอาจเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ควรพาเด็กเข้ารับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดทันที พร้อมทั้งบอกอาการเบื้องต้นที่สังเกตเห็นให้คุณหมอทราบอย่างละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการหาวิธีรักษาอย่างเหมาะสม การวินิจฉัยเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก เนื่องจาก สุขภาพของเด็กแต่ละคนอาจไม่สามารถใช้วิธีการทดสอบด้วยเทคนิคเดียวกับผู้ใหญ่ ดังนั้น […]

หัวข้อ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เพิ่มเติม

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

วิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ควรทำอย่างไร

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นโรคเรื้อรังที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินออกมาเพียงต่อระดับน้ำตาลในเลือด จึงส่งผลกระทบต่อการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย วิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 สามารถทำได้ด้วยการใช้ยาอินซูลินตามที่คุณหมอกำหนด รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน [embed-health-tool-bmi] วิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หลายคนอาจคิดว่าวิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นเรื่องยากจนอาจทำให้มีความวิตกกังวลและอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา แต่ 6 วิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นี้จะทำให้เข้าใจและรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ง่ายขึ้น ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 การเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะหากมีความรู้ความเข้าใจโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ก็จะยิ่งทำให้สามารถดูแลสุขภาพตัวเองได้ดี ทั้งเรื่องโภชนาการ การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และการเข้าพบหมอ หากมีความเข้าใจก็จะทำให้รับมือกับโรคเบาหวานได้อย่างมีความสุข ให้ความร่วมมือในการรักษา เมื่อเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ควรได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องใช้อินซูลินเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไปตลอดชีวิต หากผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือในการรักษา อาจส่งผลให้อาการของเบาหวานรุนแรงขึ้น และเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ การจัดการกับความเครียด ความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเรามีความวิตกกังวล การปรับวิถีชีวิตให้เข้ากับโรคในช่วงแรกอาจเป็นเรื่องยาก เนื่องจากต้องทำความเข้าใจทั้งเรื่องโภชนาการของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ และต้องใช้ยาอินซูลินเพื่อรักษาโรค เหล่านี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตปกติด้วยเช่นกัน ดังนั้นการจัดการกับความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญโดยอาจทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ เช่น ออกกำลังกาย ทำอาหาร เล่นเกม หรือแม้แต่การทำกิจกรรมกับครอบครัว ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรับมือกับความเครียดได้ดี ยอมรับการสนับสนุนจากผู้อื่น การได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่นเป็นวิธีรับมือกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ดี คือ การใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว พูดคุยกับคนที่ไว้วางใจจะสามารถช่วยแบ่งเบาความทุกข์ได้ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

การปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน หนึ่งทางเลือกรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1

การปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน เป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เนื่องจากตับอ่อนมีหน้าที่ผลิตอินซูลินที่สำคัญต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย ดังนั้น การปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนอาจทำให้ระบบเผาผลาญกลับมาทำงานได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจเพื่อเข้ารับการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ทำไมจึงต้องปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน ตับอ่อน (Pancreas) มีความสำคัญต่อร่างกายในการย่อยสลายอาหารเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน โดยเบต้าเซลล์ในตับอ่อนมีหน้าที่ผลิตอินซูลินที่สำคัญช่วยควบคุมและไม่ให้สูงจนเกินไป แต่ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ การปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนจึงเป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเมื่อร่างกายมีตับอ่อนที่สามารถผลิตอินซูลินใช้เองได้ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อินซูลินเพื่อรักษาอีกต่อไป ความเสี่ยงของ การปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน ภาวะแทรกซ้อน การผ่าตัดปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น เลือดอุดตันในเส้นเลือด เลือดออกผิดปกติ ติดเชื้อ มีปัญหาการเผาผลาญน้ำตาล ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ร่างกายอาจปฏิเสธตับอ่อนใหม่ ผลข้างเคียงของยาต่อต้านการปฏิเสธตับอ่อน หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องกินยาไปตลอดชีวิตเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายปฏิเสธตับอ่อนใหม่ โดยยาอาจมีผลข้างเคียง ดังนี้ อาจทำให้กระดูกบางลง สาเหตุของโรคกระดูกพรุน คอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน ความไวต่อแสงแดด อาการบวม น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เหงือกบวม เป็นสิว ผมร่วงมาก การเตรียมตัวก่อนปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน หากต้องการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนคุณควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้น และความเสี่ยงที่อาจจะเกิด จากนั้นแพทย์จะตรวจสอบร่างกายเพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายพร้อมที่จะได้รับการผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนหรือไม่ การดูแลตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ควรดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมก่อนเข้ารับการรักษา ตามวิธีดังนี้ ทานยาตามที่แพทย์กำหนด ควบคุมโภชนาการอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เข้าพบหมอตามตารางนัดอยู่เสมอ สร้างสุขภาพจิตและอารมณ์ให้แจ่มใส ผลหลังการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน หลังการปลูกถ่ายตับอ่อนสำเร็จตับอ่อนใหม่จะสามารถสร้างอินซูลินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้ โดยไม่ต้องใช้ยาอินซูลินเพื่อรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 อีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องกินยาเพื่อป้องกันการปฏิเสธตับอ่อนใหม่ร่วมด้วย […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

อาหารผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 1 กินอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

ร่างกายของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ จึงทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้ยาก อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ อาหาร ผู้ ป่วย เบาหวาน ชนิดที่ 1 อาจช่วยให้สามารถเลือกอาหารที่ควรกินและอาหารที่ไม่ควรกินได้อย่างเหมาะสม และเมื่อดูแลตัวเองด้วยวิธีอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น ออกกำลังกายเป็นประจำ ใช้ยาตามที่คุณหมอสั่ง อาจช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและรับมือกับโรคเบาหวานได้ดีขึ้น [embed-health-tool-bmi] อาหารผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 1 ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ควรได้รับสารอาหารครบถ้วน หลากหลาย ในปริมาณที่เหมาะสม ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตถือเป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ผู้ป่วยควรได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตประมาณ 50% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน หรือเท่ากับคาร์โบไฮเดรตประมาณ 200-225 กรัม และควรแบ่งรับประทานคาร์โบไฮเดรตแต่ละมื้อให้เท่า ๆ กัน เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดแปรปรวน เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและเข้าสู่กระแสเลือด จึงอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง อาหารที่เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด พืชตระกูลถั่ว ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ ไฟเบอร์ ไฟเบอร์ หรือใยอาหาร เป็นสารอาหารที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้ไม่สามารถย่อยสลายได้ จึงไม่ถูกดูดซึมไปใช้เป็นพลังงาน และถูกขับออกจากร่างกายพร้อมอุจจาระ ไฟเบอร์มีส่วนช่วยชะลอการย่อยอาหาร […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

เบาหวานชนิดที่ 1 รักษาให้หายขาดได้หรือไม่

เบาหวานชนิดที่ 1  หายขาดได้ไหม อาจเป็นคำถามที่พบได้บ่อย อย่างไรก็ตาม เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่มีผลกระทบต่อระบบในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้กับอวัยวะสำหรับต่าง ๆ ได้ เช่น หัวใจ ดวงตา ตับ ระบบประสาท เหงือก ฟัน เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ตามปกติ และมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป เบาหวานชนิดที่ 1 โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes Mellitus) เป็นภาวะที่ระดับกลูโคสหรือน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอ ผู้ป่วยโรคนี้จึงจำเป็นต้องฉีดอินซูลินอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 พบได้น้อยกว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และมักจะเกิดกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาตับอ่อน หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคนี้มักพบในเด็กและวัยรุ่น โดยเฉพาะเด็กอายุ 4-7 ปี และ 10-14 ปี สาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มีสาเหตุมาจากเบต้าเซลล์ (Beta Cells) ของตับอ่อนถูกระบบภูมิคุ้มกันทำลาย ตับอ่อนจึงผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอ เมื่อขาดอินซูลิน ร่างกายจึงไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ และกลายเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดสูง นอกจากนั้น โรคบางชนิด […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

เบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes Mellitus)

เบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes Mellitus) เป็นภาวะที่ระดับกลูโคสหรือน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอ ผู้ป่วยโรคนี้จึงจำเป็นต้องฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คำจำกัดความเบาหวานชนิดที่ 1 คืออะไร เบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes Mellitus) เป็นภาวะที่ระดับกลูโคสหรือน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ได้เพียงพอ ผู้ป่วยโรคนี้จึงจำเป็นต้องฉีดอินซูลินอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน หรืออายุ ไม่ถือว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเบาหวานชนิดนี้ มักถูกเรียกว่า “โรคเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น” (Juvenile-onset diabetes) เพราะมักเกิดในเด็กและวัยรุ่นมากที่สุด อินซูลิน (Insulin) มีความสำคัญในการควบคุมปริมาณน้ำตาลกลูโคสในเลือด เมื่อร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ตามปกติ และมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้กับอวัยวะสำหรับต่าง ๆ ได้ เช่น หัวใจ ดวงตา ตับ ระบบประสาท เหงือก ฟัน ผู้ป่วยโรคนี้จึงควรเข้ารับการรักษาพยาบาลอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อการควบคุมโรค และลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อนได้  พบได้บ่อยได้แค่ไหน เบาหวานชนิดที่ 1 พบได้น้อยกว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และมักจะเกิดกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาตับอ่อน หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคนี้มักพบในเด็กและวัยรุ่น […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

พฤติกรรมการกินผิดปกติ ในกลุ่มวัยรุ่นที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1

พฤติกรรมการกินผิดปกติ เช่น การกินมากเกินไป อดอาหารมากเกินไป เป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่1 ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ยังอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือนและวิธีการป้องกันพฤติกรรมการกินผิดปกติ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่1มีสุขภาพที่ดี และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ [embed-health-tool-bmi] พฤติกรรมการกินผิดปกติในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่1 ในปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่ระบุชัดเจนว่าทำไมกลุ่มวัยรุ่นจึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคการกินผิดปกติเพิ่มขึ้น แต่พบว่าพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติมักจะเกิดขึ้นกับวัยรุ่นที่ป่วยเป็น โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และจากผลการวิจัยยังพบเหตุผลบางประการที่ช่วยอธิบายความขัดแย้งที่ว่า “ทำไมอัตราวัยรุ่นที่เป็นโรคการกินผิดปกติถึงอยู่ในระดับต่ำ แต่อัตราพฤติกรรมการกินผิดปกติกลับเพิ่มสูงขึ้น” ซึ่งเหตุผลเหล่านี้มักจะเกี่ยวข้องกับอาการทางสุขภาพ และการรักษาโรค อย่างไรก็ตาม แม้อัตราการป่วยเป็นโรคการกินผิดปกติในวัยรุ่นจะค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีรายงานว่า วัยรุ่นที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะมีแนวโน้มพฤติกรรมการกินผิดปกติแบบไม่แสดงอาการในระดับที่สูงกว่าวัยรุ่นที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน ตัวอย่างของพฤติกรรมการกินผิดปกติแบบไม่แสดงอาการก็คือ มีการจำกัดปริมาณอาหารที่กินในแต่ละมื้อ และจริงจังกับการออกกำลังกายมากเกินไปเพื่อที่จะลดน้ำหนัก มากไปกว่านั้น ยังมีรายงานอีกว่าวัยรุ่นที่ป่วยเป็น โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มักจะหยุดฉีดหรือลดปริมาณการฉีดยาอินซูลินลง ซึ่งการทำเช่นนั้นจะส่งผลให้เกิดภาวะไกลโคซูเรีย (Glycosuria) คือมีน้ำตาลในปัสสาวะมากเกินไป และภาวะที่เรียกว่า “น้ำตาลเป็นพิษ” ซึ่งถือว่าเป็นภาวะที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของวัยรุ่นที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานอย่างมาก เพราะการลดหรือหยุดฉีดอินซูลินจะไปขัดขวางไม่ให้เกิดการเผาผลาญอาหารที่กินเข้าไป ซึ่งต่างกับวัยรุ่นที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ที่ร่างกายสามารถผลิตอินซูลินโดยอัตโนมัติ เพื่อตอบสนองต่ออาหารที่กินเข้าไป อันตรายจากพฤติกรรมการกินผิดปกติ มีงานวิจัยระบุว่า ความเสี่ยงของการมีพฤติกรรมกินอาหารผิดปกติของวัยรุ่นที่ป่วยเป็น โรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้น เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความรู้สึก ยกตัวอย่างเช่น ความรู้สึกหดหู่ ความรู้สึกอยากผอม ความรู้สึกว่าแต่ก่อนเคยควบคุมอาหารได้ ตอนนี้ก็เลยมีความคาดหวังเป็นอย่างมากที่จะรักษาน้ำหนักปัจจุบันเอาไว้ให้ได้ จึงทำให้มีการควบคุมปริมาณของอาหารและสารอาหารที่จะกินในแต่ละวันมากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการกินที่ผิดปกติของวัยรุ่นที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้น […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

ลูกเป็นโรคเบาหวาน คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอย่างไร

โรคเบาหวาน คือกลุ่มโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นต่อเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงจากอินซูลินที่ไม่เพียงพอ หรือร่างกายไม่อาจตอบสนองต่ออินซูลิน โรคเบาหวานสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย หาก ลูกเป็นโรคเบาหวาน ตั้งแต่เด็กคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลสุขภาพของลูกด้วยการหมั่นพาเข้าตรวจสุขภาพ และปฏิบัติตามที่คุณหมอแนะนำ [embed-health-tool-bmi] ประเภทของโรคเบาหวาน ประเภทของโรคเบาหวาน มีดังนี้ เบาหวานชนิดที่ 1 พบได้บ่อยในวัยเด็ก เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง ทำให้ตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลินไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทำให้น้ำตาลสะสมในเลือดสูงขึ้น อาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย เบาหวานชนิดที่ 2 พบได้บ่อยในวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ที่อายุ 40 ปี ขึ้นไป เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือเซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปากแห้ง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปัสสาวะบ่อย ภาวะแทรกซ้อนเบาหวานในเด็ก ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานในเด็กหากไม่รีบรักษา ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานอาจทำให้เด็กเสี่ยงเป็นหลอดเลือดตีบ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และหลอดเลือดในสมองแตก เนื่องจากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เส้นประสาทเสียหาย น้ำตาลในเลือดปริมาณมากอาจทำให้ผนังหลอดเลือดของทุกส่วนในร่างกายรวมถึงหลอดเลือดเส้นประสาทเสียหายและแคบลง ทำให้เด็กอาจรู้สึกชา  เจ็บปวด สุขภาพตาเสื่อม ระดับน้ำตาลในเลือดที่อยู่ในระดับสูงอาจทำลายหลอดเลือดเรตินาดวงตา นำไปสู่การมองเห็นเปลี่ยนแปลง ภาพซ้อน ตาพร่ามัว กระดูกพรุน โรคเบาหวานอาจทำลายมวลกระดูกของเด็ก ทำให้เด็กเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนเมื่อเจริญเติบโต ไตเสียหาย ไตมีส่วนช่วยในการขจัดของเสียออก แต่หากคุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้เด็กที่เป็นโรคเบาหวานมีอาการเบาหวานแย่ลง ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ก็สามารถทำลายหลอดเลือดขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญในการกรองของเสียออกได้ เริ่มต้นดูแลลูกอย่างไรเมื่อ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

เบาหวานในเด็ก โรคที่พ่อแม่ควรทำความรู้จักก่อนสายเกินไป

เบาหวานในเด็ก เป็นโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นในเด็กซึ่งพบได้ยาก โดยส่วนใหญ่มักพบว่าเด็กป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ ๅ  ซึ่งพ่อแม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการทำความรู้จักและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้อย่างละเอียด เพื่อจะได้ดูแลลูกน้อยได้อย่างถูกวิธี  ช่วยให้ลูกสามารถอยู่กับโรคนี้ได้และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข การทำความเข้าใจเบาหวานในเด็ก พ่อแม่จำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับเบาหวานในเด็ก ซึ่งแตกต่างจากเบาหวานในผู้ใหญ่ โดยเบาหวานในเด็กที่พบบ่อยคือเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ทางการแพทย์สันนิษฐานว่า เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติไปทำลายเซลล์เบต้าในตับอ่อน ทำให้ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินชูคืนได้ การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเบาหวานในเด็กจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ การศึกษาตัวผู้ป่วยและครอบครัว พ่อแม่ควรทำความเข้าใจลูกที่ป่วยเป็นเบาหวานในเด็ก และให้การดูแลรักษอย่างเหมาะสม แต่ในขณะเดียวกันควรให้ความใส่ใจกับสมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ ด้วย การติดต่อกับทีมผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างใกล้ชิด พ่อแม่จำเป็นต้องพาลูกไปตรวจสุขภาพเป็นประจำสม่ำเสมอ สังเกตอาการและปรึกษาแพทย์หากพบข้อสงสัย อาการเบาหวานในเด็ก เบาหวานในเด็ก อาจมีอาการเหล่านี้ ได้แก่ กินเก่ง แต่น้ำหนักตัวมักลดลง หายใจหอบ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย ดื่มน้ำมากกว่าปกติ มักกระหายน้ำถี่ ปัสสาวะมากและบ่อยโดยเฉพาะในตอนกลางคืน หากเป็นแผล มักหายช้ากว่าปกติ การรักษาเบาหวานในเด็ก เบาหวานในเด็ก ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด โดยปกติมักรักษาโดยการฉีดอินซูลินตลอดชีวิต รวมทั้งการดูแลเรื่องโภชนาการที่เหมาะสม และที่สำคัญคือการพักผ่อนอย่างเพียงพอและออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอกจากนั้นแล้ว ผู้ป่วยเด็กที่เป็นเบาหวานมีแนวโน้มเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนได้มากกว่าผู้ใหญ่ และมักควบคุมได้ยากว่า เนื่องจากเด็ก ๆ ยังไม่สามารถควบคุมความต้องการของตนเองได้ ทำให้ความสามารถในการควบคุมเบาหวานทำได้ยาก ทำไมจึงต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับเบาหวานในเด็ก การศึกษาเกี่ยวกับเบาหวาน โดยเฉพาะการศึกษาเกี่ยวกับเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก พ่อแม่จำเป็นต้องใส่ใจอย่างจริงจังเด็กที่เป็นเบาหวานควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะในการพูดคุย […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

เบาหวานในเด็ก อาการ สาเหตุ วิธีรับมือที่ควรรู้

เบาหวานในเด็ก เป็นภาวะที่ร่างกายของเด็กไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อไม่มีอินซูลิน จึงอาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังจนส่งผลให้เด็กเป็นโรคเบาหวานได้ อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้อาการ สัญญาณเตือน รวมถึงสาเหตุ และวิธีรับมือกับโรคที่ถูกต้อง อาจช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้คนรอบข้างสามารถดูแลเด็กที่เป็นเบาหวาน และช่วยให้เด็กใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น [embed-health-tool-”bmi”] เบาหวานในเด็ก คืออะไร  โรคเบาหวานในเด็ก หรือเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก (Type 1 diabetes in children) เป็นภาวะที่ร่างกายของเด็กไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องใช้อินซูลินเพื่อการใช้ชีวิต จึงต้องหาอะไรเพื่อมาทดแทนอินซูลินที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 รู้จักกันในชื่อ “โรคเบาหวานในเด็ก” ซึ่งเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ จนทำให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายทำงานผิดปกติ ทั้งนี้เนื่องมาจากร่างกายไม่มีการผลิตอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยลำเลียงน้ำตาลจากไปยังเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ดังนั้น เมื่อร่างกายไม่มีการผลิตอินซูลิน จึงทำให้น้ำตาลสะสมอยู่ในกระแสเลือด โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ทำให้ตับอ่อนสูญเสียความสามารถในการผลิตอินซูลิน กลุ่มเซลล์ที่อยู่ในตับอ่อนซึ่งทำหน้าที่ผลิตอินซูลินจะโดนทำลายทีละนิดจนหมด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ การฉีดอินซูลินหรือใช้เครื่องปั๊มอินซูลินจึงมีความจำเป็นต่อผู้ป่วยเป็นอย่างมาก อาการของโรคเบาหวานในเด็ก อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก มักจะมีอาการและพัฒนาความรุนแรงของอาการอย่างรวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด  เช่น กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อย ปริมาณน้ำตาลจำนวนมากที่อยู่ในกระแสเลือดดึงเอาของเหลวจากเนื้อเยื่อออกมามากทำให้เด็ก ๆ มีอาการกระหายน้ำ และดื่มน้ำอยู่บ่อย ๆ ส่งผลให้ปัสสาวะบ่อย บางครั้งทำให้เด็ก ๆ […]


คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!