backup og meta

ผิวหน้าแห้งกร้าน สาเหตุ และการป้องกัน

ผิวหน้าแห้งกร้าน สาเหตุ และการป้องกัน

ผิวหน้าแห้งกร้าน เป็นปัญหาสุขภาพผิวที่เกิดจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาปกป้องผิวหน้าในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จนส่งผลให้ผิวหน้าแห้ง แตก ขาดความชุ่มชื้น พบได้บ่อยในช่วงหน้าหนาว แต่ก็อาจจะเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอื่น อย่างไรก็ตาม การดูแลผิวหน้าอย่างเหมาะสม เช่น การใช้ครีมทาบำรุงผิว การดื่มน้ำให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อิน อาจช่วยให้สุขภาพผิวฟื้นฟูกลับมาแข็งแรง ฉ่ำน้ำ ไม่แห้งแตกได้

[embed-health-tool-bmr]

ผิวหน้าแห้งกร้าน เกิดจากอะไร

โดยปกติแล้ว ใต้ชั้นผิวจะมีเซลล์ซีบัม (Sebum) ที่คอยทำหน้าที่ผลิตต่อมน้ำมันออกมา เพื่อรักษาความชุ่มชื้น ให้แก่ใบหน้า และเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อจากสิ่งสกปรกที่อยู่บนใบหน้า แต่ขณะเดียวกัน หากมีปัจจัยบางอย่างเข้ามาขัดขวางการทำงานของซีบัม ก็สามารถอาจส่งผลให้ ผิวแห้ง คันระคายเคือง หรือมีลักษณะเป็นขุยขึ้นมาได้ในทันทีอีกด้วย

ปัจจัยที่อาจขัดขวางการทำงานของซีบัม มีดังต่อไปนี้

  • สภาพอากาศที่หนาวเย็น หรืออากาศแห้ง
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง
  • การทำความสะอาดผิวหน้ามากเกินไป
  • ค่า pH ของผิวไม่สมดุล
  • การสูบบุหรี่
  • การเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน และเป็นประจำ
  • ประวัติทางสภาพผิวที่เกี่ยวข้องกับโรคผิวหนัง

4 สูตรบำรุงผิวจากธรรมชาติ ฟื้นฟู ผิวหน้าแห้งกร้าน

หากผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู๋ ไม่เหมาะสมกับสภาพ ผิวแห้ง ควรปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลผิว มาเป็นการดูแลผิวหน้าด้วยวิธีธรรมชาติ ที่อาจมีความอ่อนโยนมากกว่า เพื่อฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ อีกครั้ง ด้วยการบำรุงผิวทั้ง 4 สูตรดังนี้

  • สูตรที่ 1 อะโวคาโดโฮมเมด

หั่นผลอะโวคาโดเป็นครึ่งลูก และคว้านเนื้อออกมาผสมกับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ บดให้ส่วนวัตถุดิบเข้ากัน จากนั้นนำมามาส์กหน้าไว้ 15-20 นาที แล้วล้างน้ำออก ซึ่งหลังการมาส์กเสร็จสิ้นควรบำรุงผิว ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีประกอบของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นไปอีกขั้น

  • สูตรที่ 2 ข้าวโอ๊ตผสมน้ำผึ้ง

สูตรนี้สามารถใช้ทั้งขัดสครับผิว และมาส์กผิวหน้าได้พร้อม ๆ กัน โดยเริ่มจากนำข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ แช่น้ำสะอาด 1 ช้อนโต๊ะให้นิ่มเล็กน้อย เมื่อนิ่มแล้วให้ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที หรือนำมาขัดบนผิวหน้าสักครู่ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก็จะทำให้ ผิวแห้ง มีอาการดีขึ้น แล้วกลับมาชุ่มน้ำดังเดิมในเวลาไม่นาน

  • สูตรที่ 3 เจลว่านหางจระเข้

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ว่านหางจระเข้ มีคุณสมบัติที่สามารถช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง และเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ซึ่งสูตรนี้ อาจไม่จำเป็นต้องใช้ว่างหางจระเข้แบบสดมาขูด เพื่อนำมาบำรุงผิวหน้าโดยตรง แต่อาจหาผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยว่างหางจระเข้ ที่มีฉลากรับรองความปลอดภัย ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามร้านเวชสำอางทั่วไปมาใช้บำรุงผิวทดแทนก็ได้

  • สูตรที่ 4 สครับน้ำตาลผสมน้ำมันมะกอก

การสครับผิวเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วบนผิวหน้าให้ออกไป เพื่อให้กระบวนการของร่างกายนั้นได้สร้างเซลล์ผิวใหม่ที่ดูสุขภาพดีกว่าขึ้นมา ซึ่งสูตรนี้คุณสามารถทำได้โดยนำน้ำตาล ½ ถ้วย ผสมกับน้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ และนำมาขัดเบา ๆ บนผิวหน้าให้ทั่วสักครู่ ก่อนจะไปล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด พร้อมบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นขั้นตอนสุดท้าย

เคล็ดลับในการป้องกันการเกิด ผิวหน้าแห้งกร้าน

หากไม่อยากให้ ผิวแห้ง อีกครั้งควรปรับพฤติกรรมการดูแลผิว เพื่อรักษาความชุ่มชื่นเอาไว้ ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารเคมีรุนแรง
  • ทำความสะอาดหน้าด้วยผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน
  • ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดทุกวัน
  • ไม่ควรใช้น้ำที่มีอุณหภูมิสูง หรือน้ำร้อนล้างหน้า
  • ทาครีมบำรุงผิวหลังล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นหลัก
  • จำกัดปริมาณการรับประทานคาเฟอีน
  • งดการสูบบุหรี่

สำหรับกรณีที่ปัญหา ผิวแห้ง ยังมีอาการที่ไม่ดีขึ้น โปรดเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผิวหนังโดยตรงได้ในทันที เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจสอบสุขภาพผิวเบื้องต้น พร้อมรับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมกลับไปเยียวยารักษาตนเอง ก่อนถึงวันนัดหมายในครั้งถัดไป

หมายเหตุ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Dry skin. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/dry-skin/symptoms-causes/syc-20353885. Accessed 31 May, 2022

Dry Skin. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/dry-skin. Accessed 31 May, 2022

DERMATOLOGISTS’ TOP TIPS FOR RELIEVING DRY SKIN. https://www.aad.org/public/everyday-care/skin-care-basics/dry/dermatologists-tips-relieve-dry-skin. Accessed 31 May, 2022

9 ways to banish dry skin. https://www.health.harvard.edu/staying-healthy/9-ways-to-banish-dry-skin. Accessed 31 May, 2022

Dry skin. https://dermnetnz.org/topics/dry-skin. Accessed 31 May, 2022

เวอร์ชันปัจจุบัน

31/05/2022

เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล

อัปเดตโดย: พลอย วงษ์วิไล


บทความที่เกี่ยวข้อง

ลดรอยสิว รอยดำ ให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ทำได้อย่างไรบ้าง

เทคนิคดูแลผิวหน้าสำหรับผู้ชาย ควรเริ่มต้นอย่างไรดี?


ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

พลอย วงษ์วิไล


เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 31/05/2022

ad iconโฆษณา

คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา