backup og meta

ประโยชน์ของวิตามินซี

เขียนโดย นายแพทย์ณัฐพงศ์ เดชธิดา · โรคเบาหวาน · โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต


แก้ไขล่าสุด 17/11/2022

ประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินซีเป็นกรดผลไม้ชนิดหนึ่งพบได้ตามธรรมชาติในอาหารประเภทต่าง ๆ ทั้งผัก ผลไม้ ประโยชน์ของวิตามินซีเองนั้นมีมากมาย โดยร่างกายต้องการวิตามินซีเพื่อนำมาใช้ต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงเซลล์ให้แข็งแรง ดังนั้น ในแต่ละวันร่างกายจึงควรได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอ

ประโยชน์วิตามินซี มีอะไรบ้าง

วิตามินซีเป็นองค์ประกอบในกระบวนการสร้างคอลลาเจนที่จะนำไปสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ เป็นองค์ประกอบหนึ่งในกระบวนการสร้างสารสื่อประสาทที่ชื่อ ไทโรซีน คาร์นิทีน และที่สำคัญ วิตามินซียังช่วยดูดซึมธาตุเหล็กได้อีกด้วย

วิตามินซีช่วยป้องกันโรค เช่น ไข้หวัด  โรคเกี่ยวกับเซลล์อักเสบ รวมถึงเซลล์แบ่งตัวผิดปกติที่เรียกกันว่าเซลล์มะเร็งด้วย โดยสามารถสรุปได้เป็นหลัก 3 กลุ่มด้วยกัน คือ

  • ไข้หวัดจากไวรัสระดับไม่รุนแรงเท่านั้น เพราะวิตามินไม่สามารถช่วยรักษาโรคปอดอักเสบ (Pneumonia) หรือภาวะหายใจล้มเหลว (ARDS) ใด ๆ ได้เลย
  • โรคหลอดเลือดหัวใจรวมถึงความดันโลหิตสูง
  • โรคมะเร็งระบบทางเดินอาหาร (หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ตับอ่อน
  • ทั้งนี้ วิตามินซีเป็นเพียงองค์ประกอบในการป้องกันโรคเท่านั้น ไม่มีผลชัดเจนเรื่องรักษาหรือเป็นยาหลักในการรักษาแต่อย่างใด มีงานวิจัยบางชิ้นที่ระบุว่าวิตามินซีช่วยรักษาหรือป้องกันการลุกลามมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจรวมถึงความดันโลหิตสูงได้ แต่ต้องใช้โดส (Dose) สูงมาก ๆ รวมถึงผลการรักษาก็ไม่ได้เป็นที่ประจักษ์จึงไม่นิยมใช้

    วิตามินซีแบบฉีดจะลดประสิทธิภาพยาฆ่าเชื้อ ได้แก่ อิริโทรมัยซิน คานามัยซิน สเตร็ปโตมัยซิน ด็อกซีซัยคลิน และลินโคมัยซิน รวมถึงยาต้านการแข็งตัวของเลือดชื่อวาร์ฟาริน

    รูปแบบวิตามินซีที่สามารถกินได้

    1. ผักผลไม้ พริกหวานแดงบรอคโคลี่  รวมทั้งผักและผลไม้แทบทุกชนิด ไม่ได้มีแต่ผักผลไม้รสเปรี้ยว
    2. รูปแบบเม็ด เม็ดอม เม็ดฟู่ เคี้ยวก่อนกลืน ระวังการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
    3. น้ำกรด สารละลายแบบฉีด ยกตัวอย่าง องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้รับรองวิตามินซีในรูปแบบฉีดล่าสุดเมื่อปี 2559 วางจำหน่ายในปี 2560 ในขนาด 25,000 มก.ในขนาดบรรจุ 50 มลหรือ 500 มก.ใน 1 มล. โดยมีข้อบ่งชี้ในการรักษาโรคลักปิดลักเปิด โดยขนาดของวิตามินซีที่ฉีดต้องคำนวณตามอายุ และแนะนำให้ละลายกับน้ำเกลือใดๆ ก่อนฉีดลดโอกาสอาการปวด บวมที่เส้นเลือดขณะฉีด ทั้งปวงไม่ควรฉีดเกิน 1 สัปดาห์ เท่านั้น

    บุคคลที่ไม่สมควรได้รับวิตามินซีฉีดเสริม

    1. คนปกติ หากไม่มีความจำเป็นหรือได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์
    2. G6PD Deficiency หรือผู้ที่มีภาวะขาดเอ็นไซม์จีซิกพีดี ควรตรวจก่อนฉีดขนาดสูงทุกคน
    3. ผู้ที่เป็นนิ่วระบบทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากวิตามินซีปริมาณ หากได้รับติดต่อกันนาน ๆ โอกาสนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะจะสูงขึ้นได้ ในทางเวชปฏิบัตินั้นไม่ได้พบบ่อย และราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ ก็ไม่ได้ขึ้นวิตามินซีเป็นอาหารหรืออาหารเสริมพึงระวัง ในคนไข้นิ่วแต่อย่างใด

    ปริมาณวิตามินซีที่แนะนำอย่างน้อยที่สุดต่อวัน

    • แรกเกิดถึงขวบแรก ไม่เกิน 50 มก.
    • เด็กหญิง-เด็กชาย 25-75 มก.
    • วัยรุ่น 75 มก.
    • ตั้งครรภ์ 80 มก.
    • ให้นมบุตร 120 มก.
    • ผู้ใหญ่ 500 มก.

    วิตามินซีในขนาดสูง 2 กรัมต่อวัน ควรปรึกษาแพทย์ (ที่มีประสบการณ์จ่ายวิตามินซีเพื่อการรักษา) ก่อน โดยวิตามินซีขนาดสูงมากที่สุดไม่ควรเกิน 1.5 กรัม ต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม

    ด้วยตัววิตามินซีกระตุ้นระบบการสร้างน้ำตาลในเลือด ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้ ควรระวังในผู้ป่วยเบาหวาน

    ผลข้างเคียงที่พบบ่อยหลังได้รับวิตามินซี

    1. ถ่ายเหลว
    2. รู้สึกมีอาการแสบบริเวณเส้นเลือดที่โดนฉีด
    3. เกิดอาการแพ้ ที่พบบ่อยคือผื่นลมพิษ (Urticaria) รองลงมาก็คือการแพ้รุนแรงถึงขั้นวิกฤติ Anaphylactic Shock ไม่เคยมีรายงาน TEN หรือ Steven Johnson Syndrome

    หมายเหตุ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    เขียนโดย

    นายแพทย์ณัฐพงศ์ เดชธิดา

    โรคเบาหวาน · โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต


    แก้ไขล่าสุด 17/11/2022

    advertisement iconโฆษณา

    คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

    advertisement iconโฆษณา
    advertisement iconโฆษณา