สูตรหลนเต้าเจี้ยว

    สูตรหลนเต้าเจี้ยว

    เมนูหลน เป็นหนึ่งในอาหารที่อยู่คู่ครัวของคนไทยมาช้านาน หลน เป็นอาหารประเภทน้ำพริกหรือเครื่องจิ้ม มีรสเค็ม มัน และหวาน นิยมทานคู่กับผักลวก เมนูหลนมีมากมายหลายชนิด เราอาจเคยได้ยินชื่อ หลนปลาร้า หลนเต้าหู้ หรือแหนมหลน เป็นต้น หลน เป็นอาหารที่ไม่จำเป็นต้องปรุงเครื่องเทศ เช่น การปรุงโดยใส่พริก พริกไทย กระเทียม ยี่หร่า หรือเครื่องเทศชนิดอื่นๆลงไป เนื่องจากจะทำให้รสชาติเปลี่ยนไป วันนี้ Hello คุณหมอ มีอีกหนึ่งเมนูหลนอีกหนึ่งสูตรที่เรียกว่า สูตรหลนเต้าเจี้ยว มากฝากให้ผู้อ่าน ได้ลองเอาไปทำกัน

    ทุกคนรู้หรือไม่ว่า เต้าเจี้ยว วัตถุดิบสำคัญของ สูตรหลนเต้าเจี้ยว มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากทีเดียว เพราะเป็นการแปรรูปมาจากถั่วเหลือง แน่นอนว่าได้ประโยชน์แบบเดียวกันกับถั่วเหลือง และยังมีสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย ดังนี้

    สารอาหารสำคัญจากเต้าเจี้ยว

    • โปรตีนสูง โปรตีนในเต้าเจี้ยวนั้นมีคุณภาพใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทานเนื้อสัตว์ ก็ยังได้โปรตีนที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย
    • กรดอะมิโน เต้าเจี้ยวมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายมากถึง 17 ชนิด
    • วิตามินและเกลือแร่ เต้าเจี้ยวมีวิตามินและเกลือแร่ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย เช่น เหล็ก โพแทสเซียม วิตามินเอ บี ดี และเค

    นอกจากนี้ เต้าเจี้ยวยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วย เพราะมีสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต และไม่มีแป้ง ทั้งยังย่อยสลายได้ง่าย ทำให้ร่างกายดูดซึมนำไปใช้ได้ดี

    นอกเหนือจากเต้าเจี้ยวแล้ว อีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญของเมนูหลนทุกชนิด ก็คือ กะทิ แม้คนส่วนใหญ่จะมองว่ากะทินั้นเป็นสาเหตุของโรคอ้วน เพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีคุณค่าทางอาหารที่ยอดเยี่ยม หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เพราะกะทิมีทั้งเหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม วิตามินซี โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต

    หลังจากทราบคุณประโยชน์สำคัญที่จะได้รับจากเมนูหลนเต้าเจี้ยวแล้ว เรามาดูวิธีทำกันดีกว่า

    สูตรหลนเต้าเจี้ยว

    ส่วนผสม

    • กะทิ 1 1/2 ถ้วยตวง
    • เต้าเจี้ยวขาว 80 กรัม
    • เนื้อกุ้งสับ 36 กรัม
    • เนื้อหมูสับ 36 กรัม
    • หอมแดงซอย 27 กรัม
    • พริกขี้หนู 4-5 เม็ด
    • พริกชี้ฟ้า 3 เม็ด
    • น้ำตาลปี๊บ 33 กรัม
    • น้ำมะขามเปียก 37 กรัม
    • เกลือ ใช้เพียงเล็กน้อย

    อุปกรณ์ที่ใช้

    หม้อ ทัพพี ช้อนกลาง สำหรับตักชิมรสชาติ

    วิธีทำ

    1. เคี่ยวกะทิอย่าให้แตกมัน โดยการใช้ไฟอ่อนๆ
    2. โขลกเต้าเจี้ยว ใส่ลงในกะทิที่เคี่ยวรอให้เดือด หลังจากนั้นใส่กุ้งสับ หมูสับตั้งไฟพอสุก
    3. ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะขาม ชิมรส ถ้าไม่เค็มเติมเกลือ เคี่ยวต่อไปให้น้ำงวดลงสักเล็กน้อย
    4. ใส่หอมซอย พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้าสีแดงสีเหลืองเพื่อโรยหน้าให้สวยงาม
    5. พอสุกเรียบร้อย ยกลง รับประทานพร้อมผักสดเป็นเครื่องเคียง

    หลนเต้าเจี้ยว สามารถทำได้ง่ายไม่ยากอย่างที่คิด นำมารับประทานกับข้าวสวย และผักสดหรือผักลวกตามที่ต้องการ เพื่อให้ได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูงขึ้น

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    หลนเต้าเจี้ยว. http://www.foodtravel.tv/recipe.aspx?viewid=3961. Accessed September 13, 2019

    MISO HEALTHY: 10 BENEFITS AND USES OF SOYBEAN PASTE. https://www.more.com/lifestyle/exercise-health/miso-healthy-10-benefits-and-uses-soybean-paste/. Accessed September 13, 2019

    Health benefits of coconut milk. https://www.medicalnewstoday.com/articles/323743.php. Accessed September 13, 2019

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย Khongrit Somchai แก้ไขล่าสุด 29/08/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง