พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 19 มีการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นหารพลิกตัว พูดคำง่าย ๆ ซึ่งถือเป็นช่วงการเรียนรู้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจจะส่งเสริมพัฒนาการด้วยการเล่น หรือพูดคุยกับลูก เพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้และเลียนแบบ นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพร่างกายของลูกให้แข็งแรง ก็เป็นอีกเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความใส่ใจ
การเจริญเติบโต พฤติกรรม และ พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 19
ลูกน้อยจะเติบโตและมีพัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 19 อย่างไร
แม้ว่าการร้องไห้ยังคงเป็นรูปแบบการสื่อสารของทารก แต่ลูกน้อยอาจเริ่มพัฒนาอารมณ์ขันขึ้นมาบ้าง โดยอาจเริ่มหัวเราะเมื่อรู้สึกประหลาดใจ เช่น เวลาเห็นคุณพ่อคุณแม่โผล่ออกมาจากใต้ผ้าห่ม หรือของเล่นเด้งขึ้นมาจากกล่อง นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่อาจส่งเสริมการหัวเราะ เสียงคิกคัก และรอยยิ้มของลูกน้อยด้วยการทำหน้าตลก ๆ ให้ดู ลูกน้อยยังชอบได้ยินเสียงโน่นเสียงนี่ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการสร้างเสียงขึ้นมาเลย แค่กระเดาะลิ้น ผิวปาก หรือทำเสียงร้องของสัตว์ ลูกน้อยก็สนุกแล้ว นอกจากนี้ ลูกน้อยอาจมีพัฒนาการ ดังนี้
- ควบคุมลำตัวให้ตรงได้ในขณะนั่ง
- พลิกตัวไปในทิศทางหนึ่ง
- ให้ความสนใจต่อเสียง โดยเฉพาะเสียงของคุณแม่
- พูดคำง่าย ๆ บางคำได้
- กระโดดโลดเต้นได้แล้ว
คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกน้อยหัวเราะ ด้วยการหัวเราะไปกับลูกหรือทำหน้าตลก ๆ ให้ดู นอกจากนี้ ลูกน้อยยังชอบฟังเสียงโน่นนี่ด้วย เพียงแค่กระเดาะลิ้น ผิวปาก หรือทำเสียงร้องของสัตว์ ก็ทำให้ลูกน้อยสนุกสนานได้แล้ว ลองให้ลูกน้อยเขย่าของเล่นที่มีเสียง เพราะลูกน้อยอาจแสดงออกถึงความสนใจให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็น และควรให้ลูกน้อยได้สำรวจและเล่นกับสิ่งที่แตกต่างกัน แล้วจะเห็นว่าลูกน้อยเล่นเกมส์อย่างตั้งใจ และแสดงความอยากรู้อยากเห็นกับของเล่นต่าง ๆ
คุณหมอแต่ละคนจะมีวิธีการตรวจสุขภาพลูกน้อยต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของเด็กแต่ละคน การทดสอบทางกายภาพ รวมถึงการทดสอบอื่น ๆ ก็จะแตกต่างกันออกไป คุณหมอหรือพยาบาลอาจทำการตรวจร่างกายตามรายการต่อไปนี้
- ฉีดวัคซีนให้เป็นครั้งที่ 2 ถ้าทารกมีสุขภาพดี คุณหมอก็อาจไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่นอีกแล้ว
- คุณพ่อคุณแม่ควรบอกคุณหมอถ้ามีปฎิกิริยาใด ๆ เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนครั้งก่อน
ในช่วงวัยนี้อาจมีสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจ ดังนี้
- โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส
โรคนี้มักมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัด เชื้อไวรัสอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในหู โรคหลอดลมอักเสบ โรคปอดบวม ซึ่งอาจพัฒนาไปเป็นโรคหอบหืดหรือโรคทางระบบหายใจอย่างอื่นได้ เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบส่วนใหญ่จะติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ง่าย แต่โรคนี้อาจเป็นอันตรายต่อทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน เด็กที่มีปัญหาทางสุขภาพ เด็กที่คลอดก่อนกำหนด หรือมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ในช่วงแรก ๆ ลูกน้อยอาจไม่แสดงอาการอะไร แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันก็อาจมีอาการรุนแรงขึ้น และทำให้เกิดอาการหายใจติดขัด โดยสัญญาณที่บ่งบอกว่าทารกอาจติดเชื้อรุนแรง ได้แก่ รูจมูกขยาย กล้ามเนื้อท้องบีบตัว หายใจฟืดฟาด หายใจถี่มากกว่า 60 ครั้ง/นาที ริมฝีปากและเล็บเขียว และมีปัญหาในการป้อนอาหาร
ถ้าลูกน้อยเป็นโรคนี้ควรพาลูกไปพบคุณหมอ เพื่อทำการตรวจสอบการหายใจ คุณหมออาจสั่งยาขยายหลอดลม เพื่อช่วยให้ลูกน้อยหายใจได้สะดวกขึ้น ยาปฏิชีวนะอาจไม่ช่วยรักษาโรคติดเชื้อทางระบบหายได้ แต่คุณพ่อคุณแม่อาจดูแลอาการของลูกน้อยได้ ด้วยการให้ดื่มน้ำอย่างพอเพียง และอยู่ให้ห่างจากควันบุหรี่ เพื่อป้องกันอาการหายใจติดขัด
คุณพ่อคุณแม่อาจใช้ยาหยอดหรือยาพ่นจมูก เพื่อช่วยให้ลูกน้อยหายใจได้สะดวกขึ้น ยาพวกนี้อาจช่วยลดเสมหะและน้ำมูกได้ เพื่อช่วยป้องกันอาการหายใจไม่ออก ในขณะเดียวกันอาจยกศีรษะลูกน้อยให้สูงเวลานอน รวมถึงอาจใช้พาราเซตามอลในการลดไข้ตามที่คุณหมอแนะนำ สำหรับเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เด็กที่เป็นโรคปอด หรือเป็นโรคหัวใจแต่กำเนิด ควรได้รับการฉีดวัคซีน เพื่อช่วยให้สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสพวกนี้
หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญ หากมีปัญหาอะไรขึ้นมาก็อาจเป็นอันตรายมาก โดยเฉพาะกับทารก แต่อาการเสียงฟู่ของหัวใจมักไม่รุนแรง และอาจหายเองได้ คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ต้องเป็นกังวลอะไร เมื่อคุณหมอบอกว่าลูกน้อนมีเสียงฟู่ของหัวใจ หมายความว่า หัวใจสร้างเสียงที่ผิดปกติ เมื่อมีเลือดสูบฉีดไปที่หัวใจ คุณหมออาจระบุสาเหตุของเสียงผิดปกติดังกล่าวให้คุณพ่อคุณแม่รู้ได้
โดยส่วนใหญ่แล้วเสียงฟู่ของหัวใจนั้นเกิดจากหัวใจมีรูปร่างที่ผิดปกติ เนื่องจากยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ เสียงนี้อาจไม่เป็นอันตราย และอาจใช้หูฟังในการวินิจฉัยโรค คุณหมออาจไม่ต้องทำการทดสอบหรือให้การรักษาอย่างอื่น เมื่อมีหัวใจพัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้ว อาการเสียงฟู่ของหัวใจก็อาจหายไปได้เอง
หากคุณพ่อคุณแม่ยังรู้สึกเป็นกังวลควรสอบถามคุณหมอ เพื่อจะได้รู้สถานะที่แท้จริง รวมถึงรู้ว่าจะมีผลกระทบต่อลูกน้อยในปัจจุบัน หรือในอนาคตหรือเปล่า
สิ่งที่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับ พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 19
การนวดไม่ใช่สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น เพราะในช่วงไม่กี่ปีมานี้ การนวดกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับทารก โดยการนวดอาจช่วยให้ลูกน้อยโตเร็ว นอนหลับสบาย หายใจได้สะดวก และตื่นตัว
ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากเรียนรู้วิธีการนวดลูกน้อย อาจซื้อหนังสือ ดูวิดีโอ หรือเข้าคอร์สเรียนกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเรียนรู้วิธีนวดที่ถูกต้อง หรืออาจทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เลือกเวลาที่สะดวก
- เลือกเวลาที่เหมาะสมสำหรับลูกน้อย
- สร้างพื้นที่ที่สะดวกสบาย
- ใช้น้ำมันหล่อลื่น
- ดูการตอบสนองของลูกน้อยเป็นหลัก โดยลูกจะบอกว่าชอบหรือไม่ชอบ และคุณพ่อคุณแม่จะรู้เองว่าควรจะนวดยังไง และควรหยุดเมื่อไร จากการตอบสนองของลูกน้อย
- ทดสอบการเคลื่อนไหว โดยทั่วไปแล้ว ลูกน้อยจะชอบการลูบไล้เบา ๆ
- วางมือไว้บนศีรษะแต่ละข้างอย่างเบามือเป็นเวลา 2-3 วินาที แล้วลากผ่านใบหน้าเรื่อยไปตามร่างกายจนถึงนิ้วเท้า
- ใช้นิ้วนวดแนวเป็นวงกลมบริเวณศีรษะ ใช้มือกดเบาๆ บริเวณหน้าผาก แล้วลากออกไปทางด้านข้าง
- ลูบไล้บริเวณหน้าอก จากด้านในออกไปทางด้านนอก
- ใช้มือลูกท้องขึ้นลงเบา ๆ แล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งนวดเป็นแนววงกลมบริเวณขอบเอว จากนั้นใช้นิ้วมือไต่ไปตามหน้าท้องของลูกน้อย
- ใช้ฝ่ามือทั้ง 2 ข้างคลึงแขนขาของลูกน้อยเบา ๆ ลูบแขนขา และนวดบริเวณนิ้วของลูกน้อย
- ยกขาขึ้นลง นวด และลูบไล้บริเวณนิ้วเท้า
- จับลูกน้อยนอนคว่ำ แล้วนวดบริเวณหลังจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง และจากด้านบนไปยังด้านล่าง
- ในระหว่างที่นวดอยู่นั้น คุณพ่อคุณแม่ควรพูดหรือร้องเพลงให้ลูกน้อยฟัง