การศึกษา วิธี เตรียมตัว ก่อน ฉีด วัคซีน ที่เหมาะสมเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ให้แก่ร่างกาย โดยทั่วไป ผู้ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนควรนอนหลับให้เพียงพอ งดออกกำลังกายหรือยกของหนักก่อนมาฉีดวัคซีน ทั้งนี้ ควรศึกษาถึงวิธีการปฏิบัติตัวระหว่างรับการฉีดวัคซีน และวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดวัคซีนด้วย เพราะอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 และช่วยให้วัคซีนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
การ เตรียมตัว ก่อน ฉีด วัคซีน
การ เตรียมตัว ก่อน ฉีด วัคซีน อาจทำได้ดังนี้
- นอนหลับให้เพียงพอก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน ไม่ควรอดนอนเนื่องจากจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย
- กระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอาจช่วยเสริมภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ได้แก่
วิตามิน เช่น วิตามินเอ ที่พบในเครื่องในสัตว์ ไข่แดง นม และวิตามินซี ที่พบในผักและผลไม้ แร่ธาตุ เช่น สังกะสี ที่พบในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ หอยนางรม ปลา โปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นมพร่องหรือขาดมันเนย ชีสชนิดไขมันต่ำ เต้าหู้ ถั่วเหลือง จุลินทรีย์สุขภาพ หรือโพรไบโอติก (Probiotic) ที่พบในอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ธัญพืช ข้าวโอ๊ต ถั่วเมล็ดแห้ง กล้วย หัวหอมใหญ่ กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนมาฉีดวัคซีน งดการออกกำลังกายหนัก ๆ ก่อนมาฉีดวัคซีน แจ้งประวัติการแพ้ยา ยาที่กำลังใช้รักษา และโรคประจำตัวกับเจ้าหน้าที่ก่อนรับวัคซีน นำบัตรประชาชนไปที่จุดฉีดวัคซีน เพื่อยืนยันตัวตนด้วยทุกครั้ง ควรเว้นระยะในการฉีดวัคซีนโควิด-19 และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ อย่างน้อย 1 เดือน หากตั้งครรภ์และอายุครรภ์น้อยกว่า 12 สัปดาห์ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อของดหรือเลื่อนการฉีดวัคซีนไปก่อน หากกำลังเจ็บป่วย ไม่สบาย หรือมีอาการที่อาจเข้าข่ายเป็นโรคโควิด-19 ควรเลื่อนการเข้ารับวัคซีนไปอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ สิ่งที่ควรปฏิบัติขณะรับการฉีดวัคซีนโควิด-19
การปฏิบัติตัวขณะรับการฉีดวัคซีน อาจมีดังนี้
- ควรสวมใส่เสื้อแขนสั้น หรือเสื้อแขนกว้าง เพื่อให้ถกแขนเสื้อได้ง่าย เพราะจะต้องฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อแขนยาวหรือเสื้อผ้าหนาหลายชั้นที่ทำให้ไม่สบายตัว
- สวมใส่แมสก์ตลอดเวลา และเว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นในขณะรอรับการฉีดวัคซีนและตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะ
- วัดอุณหภูมิร่างกายและระดับความดันโลหิตก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน
- เมื่อถึงคิวฉีดวัคซีน ควรถกแขนเสื้อรอเจ้าหน้าที่เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว
- ฉีดวัคซีนเข้าแขนข้างที่ไม่ถนัด เพราะเมื่อฉีดวัคซีนแล้วอาจทำให้เมื่อยกล้ามเนื้อและแขนบริเวณนั้นประมาณ 1-2 วัน จึงอาจทำให้ใช้ชีวิตประจำวันไม่สะดวก นอกจากนี้ ไม่ควรเกร็งแขนขณะฉีดวัคซีน เนื่องจากการเกร็งกล้ามเนื้ออาจทำให้รู้สึกเจ็บมากขึ้น และอาจทำให้มีอาการเมื่อยตามมา
- หากรู้สึกกังวลหรือเป็นคนกลัวเข็มฉีดยา อาจลองเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองด้วยการมองไปรอบห้อง หรือจดจ่อกับเรื่องอื่นจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ฉีดยาเสร็จ ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที
การดูแลตัวเองหลังฉีดวัคซีน
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นหลังจากฉีดวัคซีน อาจมีดังนี้
- สังเกตอาการของตัวเอง หลังฉีดวัคซีนเสร็จทันที ควรนั่งพักในพื้นที่สังเกตอาการที่ทางจุดฉีดวัคซีนจัดเตรียมไว้ให้ และสังเกตอาการของตัวเองอย่างน้อย 30 นาทีหลังจากฉีดวัคซีน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกิดปฏิกิริยาใด ๆ ที่ผิดปกติ หากรู้สึกไม่สบายควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบทันที
- เตรียมพร้อมสำหรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หลังฉีดวัคซีน อาจมีอาการไม่พึงประสงค์บางประการที่เกิดขึ้นเนื่องจากภูมิคุ้มกันในร่างกายเกิดปฏิกิริยาตอบสนองกับวัคซีน เช่น อาการปวดเมื่อยแขนบริเวณที่ฉีด มีไข้เล็กน้อย ซึ่งสามารถหายได้เองภายใน 1-2 วัน
- หลีกเลี่ยงการยกของหนัก งดทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงโดยการใช้แขนข้างที่ฉีดวัคซีน เช่น ออกกำลังกาย หรือยกของหนักโดยไม่จำเป็น เป็นเวลา 1-2 วัน
- บรรเทาอาการด้วยตัวเอง หากแขนข้างที่ฉีดวัคซีนบวมแดงหรือรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็น บิดให้หมาด แล้วแปะทิ้งไว้ หรือออกกำลังกายแขนเบา ๆ หากรู้สึกไม่สบายตัวหรือมีอาการไข้ขึ้นมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียล อาจใช้ยาแก้ปวดที่มีขายทั่วไป เช่น ยาไอบูโพรเฟน ยาอะเซตามิโนเฟน ยาแอสไพริน (สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น) หรือยาแก้แพ้เพื่อลดอาการปวดและลดไข้
หลังฉีดวัคซีน อาจเกิดผลข้างเคียงบางประการ เช่น
- ปวดแขนบริเวณที่ฉีด แขนบวม
- มีไข้ ปวดศีรษะ
- อ่อนเพลีย
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อ
- หนาวสั่น
- ท้องเสีย
อาการเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงของการรับวัคซีนเข้าสู่ร่างกาย ให้รับประทานยาแก้ปวดบรรเทาอาการ พักผ่อนและดื่มน้ำให้มาก ๆ หากผ่านไปเกินสัปดาห์แล้วอาการยังไม่ทุเลาลง หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ เกิดขึ้นเพิ่มเติมหลังการฉีดวัคซีน เช่น ไข้สูงมาก วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม เกิดผื่นลมพิษ แขนขาอ่อนแรง ควรไปพบคุณหมอทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น อาการแพ้รุนแรง