home

การคลอด

ลูกน้อยของคุณกำลังจะลื่มตาดูโลกแล้ว เพราะฉะนั้น การเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การคลอด จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อเหล่าคุณแม่มือใหม่จะได้คลอดเจ้าตัวน้อยอย่างราบรื่นและปลอดภัย

ความรู้ทั่วไป

การคลอด

การคลอดลูก เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณแม่มือใหม่หลายๆ คนมีความกังวลใจ เพราะแม่หลายคนมีเกิดความลังเลใจว่าควรเลือกการคลอดแบบใดดี คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลเกี่ยวกับการคลอดธรรมชาติและการผ่าคลอด ทั้งข้อดีและข้อเสียมาให้คุณแม่มือใหม่ได้อ่านเพื่อตัดสินใจว่า ควรเลือกการคลอดแบบใดดี คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด แบบไหนเวิร์ค พ่อแม่ที่กำลังจะมีลูก ย่อมมีหลาย ๆ สิ่ง ที่ต้องตัดสินใจ แต่สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่มีความกังวล คือ การ คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด ถึงจะปลอดภัยกว่ากันแน่ จริง ๆ แล้วความปลอดภัยของแม่และเด็กนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการคลอดลูก ถึงแม้ว่าการคลอดด้วยธรรมชาติจะเป็นวิธีที่คุณแม่ 2 ใน 3  เลือก แต่สำหรับบางกรณีการคลอดแบบธรรมชาติก็อาจจะเกิดความเสี่ยงต่อทั้งแม่และเด็ก แพทย์จึงแนะนำให้ผ่าคลอดแทน ส่วนใหญ่แล้วการผ่าคลอดมักจะเป็นกรณีที่คุณแม่ได้ลูกแฝด หรือกรณีที่คุณแม่มีปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง คุณแม่มีเชื้อเอชไอวีหรือมีปัญหาเรื่องโรคเริม ซึ่งการผ่าคลอดยังสามารถใช้ได้กับกรณีที่ทารกในครรภ์ไม่กลับหัวในช่วงใกล้คลอดด้วย การคลอดทางธรรมชาติ (Vaginal birth) การคลอดทางธรรมชาติ เป็นวิธีการคลอดที่คุณแม่นั้นจะเบ่งคลอดเองทางช่องคลอด ซึ่งส่วนใหญ่แล้ววิธีนี้ถือเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่และลูก ข้อดีของ การคลอดแบบธรรมชาติ การคลอดธรรมชาติ เป็นวิธีการคลอดที่ช่วยให้คุณแม่มีระยะเวลาในการพักฟื้นเพียง 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังจากการคลอด ซึ่งมีส่วนช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว รวมถึงเกิดอาการปวดหลังจากการคลอดน้อยกว่า ลดความเสี่ยงของการเกิดความดันหลอดเลือดแดงปอดเรื้อรัง (pulmonary hypertension) […]

หัวข้อ การคลอด เพิ่มเติม

การคลอด

ผู้หญิงบางรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ หรือมีความกลัวต่อการคลอดบุตรตามธรรมชาติ อาจเลือกวิธีคลอดบุตรโดยการผ่าคลอด (C-sections) อย่างไรก็ดี โดยแท้จริงแล้ว การผ่าคลอดความปลอดภัยกว่าการคลอดตามธรรมชาติหรือไม่ จากการศึกษาใหม่ในออสเตรเลีย มารดาที่คลอดบุตรโดยการ ผ่าคลอดซ้ำ มีผลดีกว่ามารดาที่คลอดบุตรตามธรรมชาติ ผลการศึกษาบอกอะไรเกี่ยวกับการ ผ่าคลอดซ้ำ การศึกษาในออสเตรเลียในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 2,345 ราย ซึ่งมีประสบการณ์การคลอดบุตรโดยการผ่าคลอดหนึ่งครั้ง และจัดเป็นกลุ่มที่มีโอกาสจะใช้การคลอดบุตรตามธรรมชาติ หลังจากที่เคยผ่าคลอดมาก่อน โดยผู้หญิง 1,108 ราย มีกำหนดคลอดโดยการผ่าคลอด ในขณะที่ผู้หญิงที่เหลืออีก 1,237 ราย เลือกการคลอดบุตรตามธรรมชาติ หลังจากที่เคยผ่าคลอดมาก่อน อย่างไรก็ดี ผู้หญิงจำนวนน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้หญิงทั้งหมด ที่ใช้การคลอดตามธรรมชาติ ขณะที่ผู้หญิงจำนวนที่เหลือใช้ทางเลือกในการผ่าคลอด อย่างเป็นที่น่าสังเกต ได้มีทารกเสียชีวิตในครรภ์ (stillbirth) โดยไม่ทราบสาเหตุจำนวนสองราย ในกลุ่มที่คลอดตามธรรมชาติ ในขณะที่ไม่มีทารกเสียชีวิตในการคลอดด้วยการผ่าคลอด อัตราการเสียชีวิตของทารก หรือภาวะเกี่ยวกับสุขภาพที่ร้ายแรงก่อนออกจากโรงพยาบาล คิดเป็นร้อยละ 2.4 ในกลุ่มที่ใช้การคลอดบุตรตามธรรมชาติหลังจากที่เคยผ่าคลอดมาก่อน ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 0.9 ในกลุ่มที่ใช้การผ่าคลอดอย่างเดียว โดยสรุปแล้ว นักวิจัยเชื่อว่าการใช้การผ่าคลอดซ้ำเป็นทางเลือกในการคลอด มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงอย่างมาก ทั้งสำหรับมารดาและบุตร ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นของการผ่าคลอดซ้ำ ถึงแม้ว่ามีการกล่าวอ้างถึงความปลอดภัยที่มากกว่า แต่การผ่าคลอดซ้ำก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ เนื้อเยื่อมดลูกและบริเวณใกล้เคียงมีรอยแผลเป็น หลังจากการผ่าคลอดในแต่ละครั้ง จะมีแถบเนื้อเยื่อคล้ายแผลเป็น (เยื่อพังผืด) ก่อตัวขึ้น รอยแผลเป็นที่หนาส่งผลให้การคลอดเป็นไปได้ยาก และทำให้การคลอดใช้เวลานานขึ้น บาดแผลที่กระเพาะปัสสาวะและลำไส้ เยื่อพังผืดที่ก่อตัวขึ้นหลังการผ่าคลอดครั้งก่อน สามารถเชื่อมกระเพาะปัสสาวะให้ติดกับมดลูกได้ อีกทั้งยังเป็นการขัดขวางการทำงานของลำไส้เล็กอีกด้วย ภาวะตกเลือดอย่างรุนแรง การผ่าคลอดซ้ำ […]

การคลอด

การ คลอดลูกง่าย อาจไม่ได้เรื่องของโชคชะตาหรือฟ้าลิขิตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถตระเตรียมตัวเองได้ ฉะนั้น ถ้าคุณอยากจะคลอดง่ายๆ และไม่ต้องเจ็บท้องคลอดนานๆ ก็ควรสร้างนิสัยดีๆ พวกนี้เอาไว้ในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ จัดท่าทางให้พร้อมคลอด ในช่วงสัปดาห์ที่ 34 ของการตั้งครรภ์ คุณอาจช่วยจัดท่าลูกน้อยให้พร้อมคลอด ด้วยการนั่งย่อเข่าบนพื้นแล้วใช้แขนโอบลูกบอลออกกำลังกาย (หรือเก้าอี้) เอาไว้ วิธีนี้จะช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์อยู่ในท่าที่ถูกต้องก่อนคลอดได้ นอกจากนี้ก็ควรออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ สัปดาห์ละครั้งก็จะช่วยให้คลอดง่ายขึ้นด้วย ฝึกความแข็งแรงเอาไว้ ว่าที่คุณแม่ที่มีความฟิตและสุขภาพดีนั้นมักจะคลอดได้อย่างราบรื่นกว่า ฉะนั้น ก็พยายามออกไปเดินในระยะทางสั้นๆ ทุกวัน (ในระดับที่ไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อยหอบ) หรือลองสมัครเข้าเรียนโยคะสำหรับผู้หญิงตั้งท้อง หรือคลาสเตรียมคลอดก็ได้ นวดบริเวณฝีเย็บ ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ 34 ของการตั้งครรภ์เป็นต้นไป ก็ควรเริ่มต้นนวดเบาๆ ในบริเวณที่อยู่ระหว่างช่องคลอดกับทวารหนัก ที่เรียกกันว่า ‘ฝีเย็บ‘ นั่นแหละ โดยใช้น้ำมันจมูกข้าวหรือน้ำมันอัลมอนด์ก็ได้ เพื่อช่วยป้องกันอาการฉีกขาดบริเวณปากช่องคลอด อย่ามองจอมอนิเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำ ให้จับตามองจอมอนิเตอร์อยู่ตลอดเวลา ถ้าการคลอดของคุณไม่ได้มีความเสี่ยงอะไร เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้คุณไม่สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้ ซึ่งนั้นจะทำให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวล ทำให้ต้องเบ่งคลอดนานขึ้น และทำให้จัดการกับอาการบีบรัดตัวแต่ละครั้งได้ยากขึ้น ทำตัวกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ ถ้าคุณเดินไปเดินมาในระหว่างเตรียมตัวคลอดนั้น ก็จะช่วยให้ใช้ยาแก้ปวดได้น้อยลง และมีแนวโน้มจะทำให้ช่วงเวลาเบ่งคลอดสั้นลงได้ เติมพลังงาน คุณมีแนวโน้มต้องใช้พลังงานเป็นอย่างมากในช่วงเบ่งคลอด ฉะนั้นจึงนับเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่คุณจะต้องสร้างความแข็งแรงขึ้นมา และเติมพลังให้กับกล้ามเนื้อ การกินของว่างอย่างสม่ำเสมอ และการดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยให้คุณมีพลังในการเบ่งคลอดได้อย่างมากมาย ใช้การสะกดจิตบำบัด ในช่วงที่ทำการสะกดจิตบำบัดนั้น จะมีการสอนให้คุณทำการผ่อนคลาย หายใจ และนึกภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ จะช่วยขจัดความกลัว ความเครียด และความเจ็บปวดในช่วงระหว่างการเบ่งคลอดออกไปได้ ยืนโน้มตัวไปข้างหน้า นี่เป็นท่าที่เหมาะในการเบ่งคลอดเป็นอย่างมาก […]

x