home

การคลอด

ลูกน้อยของคุณกำลังจะลื่มตาดูโลกแล้ว เพราะฉะนั้น การเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การคลอด จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อเหล่าคุณแม่มือใหม่จะได้คลอดเจ้าตัวน้อยอย่างราบรื่นและปลอดภัย

เรื่องเด่นประจำหมวด

การคลอด

คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนอาจเป็นกังวล เมื่อใกล้ถึงเวลาที่ลูกน้อยจะออกมาลืมตาดูโลก เนื่องจาก อาจกลัวเจ็บหรือกลัวลูกน้อยนั้นไม่ปลอดภัย แต่ปัจจุบันการคลอดลูกสำหรับคุณแม่นั้นมีอีกหนึ่งทางเลือกที่นอกเหนือจากวิธีคลอดแบบธรรมชาติ นั่นก็คือ การผ่าคลอด นั่นเอง แล้ววิธีผ่าคลอดเป็นอย่างไร ลองมาติดตามกันในบทความนี้ของ Hello คุณหมอกัน [health-tool template="due-date"] การผ่าคลอด (Cesarean section) คืออะไร วิธีผ่าคลอด เป็นวิธีการผ่าหน้าท้องและผนังมดลูกแล้วนำทารกออกมา ซึ่งโดยปกติแล้วแพทย์จะเลือกใช้ วิธีผ่าคลอด ในกรณีที่คุณแม่ไม่สามารถคลอดเองได้ หรือการคลอดแบบธรรมชาติอาจจะมีอันตรายต่อคุณแม่หรือลูกน้อยในครรภ์ แต่ในบางกรณีคุณแม่อาจเลือก วิธีผ่าคลอด แทนการคลอดแบบธรรมชาติ การเตรียมตัวก่อนการผ่าคลอด ของใช้จำเป็นสำหรับคุณแม่ ของใช้จำเป็นสำหรับลูกน้อย เอกสารสำคัญต่าง ๆ เช่น สมุดฝากครรภ์ บัตรโรงพยาบาล สำเนาบัตรประชาชนทั้งคุณพ่อคุณแม่ สำเนาทะเบียนบ้าน ทำความสะอาดบริเวณท้อง ร่างกายที่ต้องเตรียมสำหรับ วิธีผ่าคลอด เมื่อถึงเวลาผ่าคลอดแพทย์จะให้ยาระงับความรู้สึก โดยมีอยู่ 2 วิธีคือ ฉีดยาชาเข้าบริเวณไขสันหลัง ดมยาสลบ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจาก วิธีผ่าคลอด สำหรับ วิธีผ่าคลอด นั้น อาจเกิดความเสี่ยงขึ้นได้ โดยความเสี่ยงสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับลูกน้อยและตัวคุณแม่เอง สำหรับความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ความเสี่ยงต่อลูกน้อย ได้แก่ ปัญหาการหายใจ โดยอาจมีอาการหายใจเร็วผิดปกติในช่วง […]

หัวข้อ การคลอด เพิ่มเติม

การคลอด

คุณแม่ทุกคนต่างก็อยากให้การคลอดเป็นไปโดยง่ายดาย แต่การคลอดที่เร็วเกินไปหรือ ภาวะคลอดเฉียบพลัน เป็นภาวะทางการแพทย์ ที่อาจเป็นอันตรายทั้งต่อแม่และลูก ภาวะคลอดเฉียบพลันคืออะไร ขั้นตอนโดยทั่วไปของการคลอด มีอยู่ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเริ่มต้น และปากมดลูกเปิด ระยะคลอด ระยะตัดสายรก ถึงแม้ว่าผู้หญิงหลายคนผ่านประสบการณ์การคลอดลูกที่ต่างกัน แต่ระยะเวลาของการคลอด ตั้งแต่ระยะแรกจนถึงเสร็จสิ้น ใช้เวลาตั้งแต่ 6-18 ชั่วโมง ภาวะคลอดเฉียบพลัน หรืออาจเรียกว่า ภาวะคลอดเร็ว หมายถึงการคลอดที่ใช้เวลาสั้นเพียง 3 ชั่วโมง โดยส่วนใหญ่การคลอดในภาวะนี้ จะใช้เวลาไม่นานกว่า 5 ชั่วโมง ผู้หญิงบางคนยอมแลกทุกอย่าง เพื่อใช้เวลาคลอดน้อย และหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น แต่การคลอดอย่างรวดเร็วเกินไปนั้น มีผลเสีย ใครมีแนวโน้มเกิดภาวะคลอดเฉียบพลันได้บ้าง การคลอดเฉียบพลันเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป สำหรับผู้หญิงที่มีปัจจัยต่อไปนี้ มีการหดตัวของมดลูกอย่างมาก ช่องทางในการคลอดหย่อนยานมาก มีประสบการณ์การคลอดลูกเฉียบพลันมาก่อน ทารกในครรภ์ตัวเล็กกว่าปกติ สัญญาณและอาการของภาวะคลอดเฉียบพลัน การคลอดเฉียบพลัน มักเริ่มขึ้นด้วยการหดเกร็งอย่างรุนแรง ในเวลาที่กระชั้น หากคุณมีภาวะนี้ คุณอาจมีโอกาสน้อยที่อาการหดเกร็งจะบรรเทาลง ในระหว่างการเจ็บท้องแต่ละครั้ง หลายคนเจ็บปวดจากความเจ็บปวดนี้คล้ายกับว่า การหดเกร็งกินระยะเวลานาน คุณจะรู้สึกถึงแรงกด และอยากจะเบ่ง ลองนึกถึงความรู้สึกในระหว่างการเบ่งอุจจาระ ในหลายกรณี ความรู้สึกอยากเบ่งไม่ได้มาพร้อมกับการหดเกร็ง เนื่องจากปากมดลูกไม่ขยายอย่างรวดเร็ว โทษของภาวะคลอดเฉียบพลัน ภาวะคลอดเฉียบพลันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ที่จะคลอดไม่ได้เตรียมตัว จึงทำให้รู้สึกว่า ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ตำแหน่งที่จะเกิดการคลอด ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดความกังวล เมื่อหญิงตั้งครรภ์ทราบว่า การหดเกร็งแบบนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงการเจ็บครรภ์หลอก (Braxton Hicks […]

การคลอด

ผู้หญิงบางรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ หรือมีความกลัวต่อการคลอดบุตรตามธรรมชาติ อาจเลือกวิธีคลอดบุตรโดยการผ่าคลอด (C-sections) อย่างไรก็ดี โดยแท้จริงแล้ว การผ่าคลอดความปลอดภัยกว่าการคลอดตามธรรมชาติหรือไม่ จากการศึกษาใหม่ในออสเตรเลีย มารดาที่คลอดบุตรโดยการ ผ่าคลอดซ้ำ มีผลดีกว่ามารดาที่คลอดบุตรตามธรรมชาติ ผลการศึกษาบอกอะไรเกี่ยวกับการ ผ่าคลอดซ้ำ การศึกษาในออสเตรเลียในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 2,345 ราย ซึ่งมีประสบการณ์การคลอดบุตรโดยการผ่าคลอดหนึ่งครั้ง และจัดเป็นกลุ่มที่มีโอกาสจะใช้การคลอดบุตรตามธรรมชาติ หลังจากที่เคยผ่าคลอดมาก่อน โดยผู้หญิง 1,108 ราย มีกำหนดคลอดโดยการผ่าคลอด ในขณะที่ผู้หญิงที่เหลืออีก 1,237 ราย เลือกการคลอดบุตรตามธรรมชาติ หลังจากที่เคยผ่าคลอดมาก่อน อย่างไรก็ดี ผู้หญิงจำนวนน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้หญิงทั้งหมด ที่ใช้การคลอดตามธรรมชาติ ขณะที่ผู้หญิงจำนวนที่เหลือใช้ทางเลือกในการผ่าคลอด อย่างเป็นที่น่าสังเกต ได้มีทารกเสียชีวิตในครรภ์ (stillbirth) โดยไม่ทราบสาเหตุจำนวนสองราย ในกลุ่มที่คลอดตามธรรมชาติ ในขณะที่ไม่มีทารกเสียชีวิตในการคลอดด้วยการผ่าคลอด อัตราการเสียชีวิตของทารก หรือภาวะเกี่ยวกับสุขภาพที่ร้ายแรงก่อนออกจากโรงพยาบาล คิดเป็นร้อยละ 2.4 ในกลุ่มที่ใช้การคลอดบุตรตามธรรมชาติหลังจากที่เคยผ่าคลอดมาก่อน ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 0.9 ในกลุ่มที่ใช้การผ่าคลอดอย่างเดียว โดยสรุปแล้ว นักวิจัยเชื่อว่าการใช้การผ่าคลอดซ้ำเป็นทางเลือกในการคลอด มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงอย่างมาก ทั้งสำหรับมารดาและบุตร ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นของการผ่าคลอดซ้ำ ถึงแม้ว่ามีการกล่าวอ้างถึงความปลอดภัยที่มากกว่า แต่การผ่าคลอดซ้ำก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ เนื้อเยื่อมดลูกและบริเวณใกล้เคียงมีรอยแผลเป็น หลังจากการผ่าคลอดในแต่ละครั้ง จะมีแถบเนื้อเยื่อคล้ายแผลเป็น (เยื่อพังผืด) ก่อตัวขึ้น รอยแผลเป็นที่หนาส่งผลให้การคลอดเป็นไปได้ยาก และทำให้การคลอดใช้เวลานานขึ้น บาดแผลที่กระเพาะปัสสาวะและลำไส้ เยื่อพังผืดที่ก่อตัวขึ้นหลังการผ่าคลอดครั้งก่อน สามารถเชื่อมกระเพาะปัสสาวะให้ติดกับมดลูกได้ อีกทั้งยังเป็นการขัดขวางการทำงานของลำไส้เล็กอีกด้วย ภาวะตกเลือดอย่างรุนแรง การผ่าคลอดซ้ำ […]

การคลอด

การ คลอดลูกง่าย อาจไม่ได้เรื่องของโชคชะตาหรือฟ้าลิขิตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถตระเตรียมตัวเองได้ ฉะนั้น ถ้าคุณอยากจะคลอดง่ายๆ และไม่ต้องเจ็บท้องคลอดนานๆ ก็ควรสร้างนิสัยดีๆ พวกนี้เอาไว้ในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ จัดท่าทางให้พร้อมคลอด ในช่วงสัปดาห์ที่ 34 ของการตั้งครรภ์ คุณอาจช่วยจัดท่าลูกน้อยให้พร้อมคลอด ด้วยการนั่งย่อเข่าบนพื้นแล้วใช้แขนโอบลูกบอลออกกำลังกาย (หรือเก้าอี้) เอาไว้ วิธีนี้จะช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์อยู่ในท่าที่ถูกต้องก่อนคลอดได้ นอกจากนี้ก็ควรออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ สัปดาห์ละครั้งก็จะช่วยให้คลอดง่ายขึ้นด้วย ฝึกความแข็งแรงเอาไว้ ว่าที่คุณแม่ที่มีความฟิตและสุขภาพดีนั้นมักจะคลอดได้อย่างราบรื่นกว่า ฉะนั้น ก็พยายามออกไปเดินในระยะทางสั้นๆ ทุกวัน (ในระดับที่ไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อยหอบ) หรือลองสมัครเข้าเรียนโยคะสำหรับผู้หญิงตั้งท้อง หรือคลาสเตรียมคลอดก็ได้ นวดบริเวณฝีเย็บ ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ 34 ของการตั้งครรภ์เป็นต้นไป ก็ควรเริ่มต้นนวดเบาๆ ในบริเวณที่อยู่ระหว่างช่องคลอดกับทวารหนัก ที่เรียกกันว่า ‘ฝีเย็บ‘ นั่นแหละ โดยใช้น้ำมันจมูกข้าวหรือน้ำมันอัลมอนด์ก็ได้ เพื่อช่วยป้องกันอาการฉีกขาดบริเวณปากช่องคลอด อย่ามองจอมอนิเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำ ให้จับตามองจอมอนิเตอร์อยู่ตลอดเวลา ถ้าการคลอดของคุณไม่ได้มีความเสี่ยงอะไร เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้คุณไม่สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้ ซึ่งนั้นจะทำให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวล ทำให้ต้องเบ่งคลอดนานขึ้น และทำให้จัดการกับอาการบีบรัดตัวแต่ละครั้งได้ยากขึ้น ทำตัวกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ ถ้าคุณเดินไปเดินมาในระหว่างเตรียมตัวคลอดนั้น ก็จะช่วยให้ใช้ยาแก้ปวดได้น้อยลง และมีแนวโน้มจะทำให้ช่วงเวลาเบ่งคลอดสั้นลงได้ เติมพลังงาน คุณมีแนวโน้มต้องใช้พลังงานเป็นอย่างมากในช่วงเบ่งคลอด ฉะนั้นจึงนับเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่คุณจะต้องสร้างความแข็งแรงขึ้นมา และเติมพลังให้กับกล้ามเนื้อ การกินของว่างอย่างสม่ำเสมอ และการดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยให้คุณมีพลังในการเบ่งคลอดได้อย่างมากมาย ใช้การสะกดจิตบำบัด ในช่วงที่ทำการสะกดจิตบำบัดนั้น จะมีการสอนให้คุณทำการผ่อนคลาย หายใจ และนึกภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ จะช่วยขจัดความกลัว ความเครียด และความเจ็บปวดในช่วงระหว่างการเบ่งคลอดออกไปได้ ยืนโน้มตัวไปข้างหน้า นี่เป็นท่าที่เหมาะในการเบ่งคลอดเป็นอย่างมาก […]