ช่วงเวลาหลังคลอด

ช่วงเวลาหลังคลอด คือช่วงเวลาเริ่มต้นการเป็นคุณแม่ ที่ควรใส่ใจให้ความสำคัญไม่แพ้กับช่วงเวลาไหน ๆ เรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ ช่วงเวลาหลังคลอด ของคุณแม่ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

ช่วงเวลาหลังคลอด

น้ำคาวปลา กี่วันหมด อาจเป็นคำถามที่คุณแม่หลังคลอดหลายคนสงสัย โดยปกติน้ำคาวปลาจะค่อย ๆ หมดไปเมื่อแผลบริเวณเยื่อบุโพรงมดลูกค่อย ๆ สมานตัว ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของคุณแม่หลังคลอดด้วย น้ำคาวปลา คืออะไร กี่วันหมด น้ำคาวปลา คือ ของเหลวที่ถูกขับออกหลังคลอดประกอบด้วยเลือด เนื้อเยื่อที่หลั่งออกจากเยื่อบุโพรงมดลูกและแบคทีเรีย ในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด น้ำคาวปลาจะมีปริมาณมาก มีสีแดงสดเนื่องจากมีเลือดผสมอยู่มากและมีลิ่มเลือดเล็ก ๆ ไหลออกมาทางช่องคลอด หลังจากผ่านไปประมาณ 10 วัน แผลบริเวณเยื่อบุโพรงมดลูกจะค่อย ๆ ลดขนาดลง น้ำคาวปลาและเลือดก็จะค่อย ๆ ลดปริมาณลงและอาจเปลี่ยนเป็นสีชมพู สีน้ำตาล สีครีมหรือสีเหลือง โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ น้ำคาวปลาก็จะหมดไป วิธีดูแลตัวเองขณะมีน้ำคาวปลา หลังจากคลอดบุตรควรใช้ผ้าอนามัยแผ่นใหญ่ชนิดหนา หรือผ้าอนามัยแบบกางเกงเพื่อรองรับเลือดและน้ำคาวปลาที่ไหลออกมามากในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด เมื่อเวลาผ่านไปและปริมาณน้ำคาวปลาเริ่มลดลง คุณแม่สามารถเปลี่ยนมาใช้ผ้าอนามัยแผ่นเล็กลงได้ แต่ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์ เพราะอาจเสี่ยงติดเชื้อในช่องคลอดและอาจทำให้มดลูกกลับมาเป็นปกติช้าลง นอกจากนี้ คุณแม่ควรปัสสาวะให้บ่อยขึ้นแม้ว่าจะไม่รู้สึกปวดปัสสาวะก็ตาม โดยเฉพาะในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด คุณแม่อาจรู้สึกปวดปัสสาวะน้อยลงถึงแม้ว่ากระเพาะปัสสาวะจะเต็ม และหากปล่อยให้กระเพาะเต็มบ่อย ๆ อาจทำให้มดลูกหดตัวได้ยากขึ้น […]

หัวข้อ ช่วงเวลาหลังคลอด เพิ่มเติม

ช่วงเวลาหลังคลอด

การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม เป็นอีกเรื่องที่คุณแม่เพิ่งคลอดควรคำนึง เนื่องจาก อาหารหลังคลอด สามารถส่งผลต่อสุขภาพทั้งของคุณแม่และทารกแรกเกิดได้ อาหารหลังคลอดควรมีสารอาหารครบถ้วน สามารถเพิ่มพลังงานให้กับคุณแม่ และเพิ่มน้ำนมเพื่อให้เพียงพอต่อทารกได้เป็นอย่างดี เป็นต้น อาหารหลังคลอด ที่เหมาะสม คุณแม่เพิ่งคลอดควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้เร็ว มีพลังงานเพียงพอในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเลี้ยงลูก และร่างกายสามารถผลิตน้ำนมได้เพียงพอต่อความต้องการของทารก เนื่องจากนมแม่เป็นแหล่งสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก โดยเฉพาะในวัยแรกเกิด เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ช่วยป้องกันการแพ้โปรตีน ป้องกันโรคภูมิแพ้ ทั้งยังมี DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมก้า 3 ที่ช่วยให้สมองและระบบประสาทของเด็กเจริญเติบโตมีการเจริญเติบโตที่ดี การให้นมแม่ยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่ด้วย เช่น ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และโรคมะเร็งรังไข่ ลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ช่วยให้มดลูกหดตัวคืนสภาพเร็วขึ้น อาหารและสารอาหารหลังคลอดที่คุณแม่ควรรับประทานเพื่อเพิ่มพลังงาน และอาจช่วยเพิ่มการผลิตน้ำนม ได้แก่ ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี เพราะมีสารอาหารสำคัญอย่างโปรตีน วิตามินบี ใยอาหาร สังกะสี เหล็ก แมกนีเซียม สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น ซึ่งอาจช่วยลดอาการท้องผูกหลังคลอด และช่วยในการควบคุมน้ำหนักตัวของคุณแม่ ผักหลากหลายสี เช่น หัวปลี มีธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง ช่วยบำรุงน้ำนม ขิง […]

ช่วงเวลาหลังคลอด

น้ำคาวปลา คือของเหลวที่ร่างกายขับออกมาหลังคลอด ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่คลอดลูกแล้ว ซึ่งน้ำคาวปลาจะมีสีและกลิ่นคล้ายคาวปลาแต่ไม่แรงเท่า บางครั้งอาจมีเศษเลือด หรือเศษเนื้อเยื่อออกมาด้วย หญิงตั้งครรภ์ทุกคนจำเป็นต้องเข้าใจลักษณะของน้ำคาวปลาว่ามีสี กลิ่น และลักษณะอย่างไร หากพบความผิดปกติจะได้รู้เท่าทันและรับมือได้ น้ำคาวปลา คืออะไร น้ำคาวปลา (Lochia) คือ ของเหลวที่ร่างกายขับออกมา หลังคลอด เพื่อเป็นการระบายเอาเลือด เศษเนื้อเยื่อ และของเหลวต่าง ๆ เช่น น้ำคร่ำ ออกจากมดลูกหลังการคลอดบุตร น้ำคาวปลามักมีสีแดงเข้มในช่วงวันแรก ๆ และจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีที่อ่อนลงเมื่อเวลาผ่านไป น้ำคาวปลามีกลิ่นคาวเฉพาะตัว แต่บางครั้งก็อาจมีกลิ่นเหม็น โดยร่างกายของคุณแม่จะเริ่มขับน้ำคาวปลาออกมา ตั้งแต่ 3 วันแรกหลังจากการคลอดบุตร  น้ำคาวปลา มีกี่ชนิด ชนิดของ น้ำคาวปลาหลังคลอด จะแบ่งออกตามระยะเวลาที่เกิด ดังนี้ ช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด น้ำคาวปลาจะมีสีแดงเข้ม ส่วนใหญ่เป็นเลือดที่ถูกขับออกมา และจะไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง คุณแม่อาจจำเป็นจะต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก ๆ ชั่วโมง ช่วง 2-6 วันหลังคลอด น้ำคาวปลาจะถูกขับออกมาน้อยลง มีสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลเข้ม หรือสีแดงอมชมพู  ช่วง 4-10 หรือ […]

ช่วงเวลาหลังคลอด

หลังคลอด เป็นช่วงเวลาหลังจากการตั้งครรภ์ได้จบสิ้นลง ซึ่งตลอดระยะเวลาของการตั้งครรภ์นั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย เช่น น้ำหนักขึ้น เท้าบวม เอ็นข้อมืออักเสบ เป็นต้น แต่รู้หรือไม่ว่าหลังคลอดแล้วร่างกายก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน ซึ่งอาการบางอย่างนั้นอาจเป็นเรื่องที่คุณแม่อาจไม่ทันคาดคิดมาก่อน ดังนั้น คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ คุณแม่ที่ใกล้คลอด รวมทั้งคุณแม่ที่คลอดลูกแล้ว ควรศึกษาข้อมูลเพื่อจะได้รับมือกับอาการต่างๆ หลังคลอดได้อย่างเข้าใจและปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของคุณแม่ หลังคลอด มีอะไรบ้าง ความต้องการทางเพศลดลง ช่วงเวลา หลังคลอดลูก คุณแม่มือใหม่หลายคนมีแนวโน้มว่าจะมีความต้องการทางเพศลดลง โดยในเรื่องนี้นายแพทย์โฮป ริคซิออตติ  (Hope Ricciotti) แห่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ให้ข้อมูลว่า ผู้หญิงบางคนอาจใช้เวลาเป็นปี กว่าที่จะรู้สึกมีอารมณ์ทางเพศอีกครั้ง เพราะหลังจากคลอดลูก คุณแม่มักจะใช้เวลาไปกับลูกและครอบครัว จึงทำให้แทบจะไม่มีเวลาสำหรับตัวเอง รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ด้วย นอกจากนี้ในช่วงไม่กี่เดือน หลังคลอดลูก คุณแม่มือใหม่อาจรู้สึกเหนื่อย และอาจไม่ต้องการที่จะมีช่วงเวลาโรแมนติกกับคนรัก และอีกปัจจัยหนึ่งคือ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ที่จะสูงขึ้นตอนที่คุณตั้งครรภ์ และจะลดลงทันทีหลังคลอด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน อาจส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดลง และใช้เวลาสักระยะกว่าจะกลับมามีความต้องการทางเพศเหมือนเดิม ท้องป่อง ผู้หญิงหลายคนคาดหวังว่า หลังคลอดลูก หน้าท้องจะกลับไปมีขนาดเท่าเดิมโดยทันที แต่ความจริงแล้วอาจต้องใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ ก่อนที่มดลูกจะกลับมามีขนาดเท่ากับช่วงก่อนตั้งครรภ์ นอกจากนี้คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนให้ข้อมูลว่า ดูเหมือนว่าหน้าท้องจะแตกต่างจากเดิมเล็กน้อย และยังคงดูเหมือนกับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ 9 เดือน ดังนั้นในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด […]

ช่วงเวลาหลังคลอด

ผ่าคลอด คือช่วงเวลาหลังการคลอดบุตรโดยวิธีการผ่าตัด ซึ่งการคลอดบุตรด้วยวิธีนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าการคลอดธรรมชาติ เนื่องจากมีบาดแผลหน้าท้องที่อาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างมากในช่วงแรกเมื่อเคลื่อนไหวร่างกาย และต้องใช้เวลาในการพักฟื้นมากกว่า แต่ทั้งนี้ มีเคล็ดลับที่อาจช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น สามารถดูแลลูกน้อยได้โดยไม่เจ็บแผลผ่าตัดมากนัก อาการของร่างกายหลังผ่าคลอด โดยส่วนใหญ่แล้ว หลังผ่าคลอด คุณแม่อาจต้องนอนอยู่โรงพยาบาลประมาณสามถึงสี่วัน และเมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ยังจำเป็นต้องระมัดระวังตัวเองในการดูแลแผลรวมทั้งการใช้ร่างกายเคลื่อนไหวเพื่อหยิบจับสิ่งต่าง ๆ หรืออุ้มลูกน้อย โดยปกติ ต้องใช้เวลาประมาณหกสัปดาห์เต็มในการฟื้นตัวเองอย่างเต็มที่  1 วันผ่านไป: มักได้รับคำแนะนำให้ค่อย ๆ ลุกเดินไปเดินมาในช่วง 12 ชั่วโมงแรกหลังการผ่าตัด เพื่อช่วยระบายแก๊สในช่องท้อง และควรกินอาหารอ่อน ๆ ที่ไม่ทำให้หนักท้องมากนัก   2 วันผ่านไป: สามารถอาบน้ำได้ตามปกติแล้ว แต่การขับถ่ายอาจจะยังไม่เป็นปกตินัก คุณหมออาจแนะนำให้กินยาที่ช่วยทำให้อุจจาระนิ่ม นอกจากนั้นแล้ว ควรรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง และดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการท้องผูก  3 วันผ่านไป: การผ่าคลอดอาจทำให้น้ำนมมาช้ากว่าการคลอดเองตามธรรมชาติ ทั้งนี้ น้ำนมอาจเริ่มไหลในช่วยประมาณวันที่สามหรือวันที่สี่   1 สัปดาห์ผ่านไป: อาจเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้ว เจ็บแผลน้อยลงแต่ยังไม่สามารถยกสิ่งของหนัก ๆ ได้ แต่สามารถอุ้มลูกน้อยได้แล้ว  4 ถึง 6 สัปดาห์ผ่านไป: ความเจ็บปวดจะลดลง และมีแนวโน้มที่จะหยิบยกหรือเคลื่อนไหวได้สะดวกสบายขึ้น […]

ช่วงเวลาหลังคลอด

แม่หลังคลอด ย่อมมีภาวะเปลี่ยนแปลงไปจากขณะตั้งครรภ์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งการเผชิญกับภาวะหลังคลอดนี้อาจทำให้คุณแม่มือใหม่ไม่รู้ว่าจะจัดการกับสิ่งที่ตัวเองต้องเผชิญอย่างไรดี โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย นับเป็นเรื่องจำเป็นที่แม่หลังคลอดต้องศึกษาถึงปัญหาสุขภาพของร่างกายที่อาจไม่เหมือนเดิม  รวมทั้งวิธีดูแลตนเองเพื่อให้กลับมามีสุขภาพแข็งแรง สามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ การเปลี่ยนแปลงทางกายของแม่หลังคลอด หนาวสั่น อาการหนาวสั่นอาจเกิดขึ้นได้ทันทีหลังคลอด และอาจเกิดในช่วงที่กำลังจะคลอดลูกได้ด้วย ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการหัวเข่าสั่นอย่างหนักเมื่อคลอดออกมาแล้ว หรือรู้สึกหนาวสะท้านในช่วงที่กำลังเย็บแผลหลังคลอด ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะฮอร์โมนการตั้งครรภ์ ซึ่งมีหน้าที่สะสมน้ำเอาไว้ร่างกาย เพื่อคอยทดแทนการเสียเลือดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ลดลงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้คุณแม่เกิดอาการหนาวสั่น หลังคลอดประมาณ 2-3 วัน หรืออย่างช้าคือไม่เกิน 6 สัปดาห์ เหงื่อออกมาก ในช่วงสองสามคืนแรกหลังคลอด คุณแม่มักมีเหงื่อออกมาก เนื่องจากร่างกายระบายของเหลวที่เกิดจากการตั้งครรภ์ออกมา และอาจมีของเหลวไหลออกมาจากหัวนมได้ด้วย นอกจากนี้คุณแม่ยังอาจมีอาการเลือดออกหลังคลอดต่อไปอีกประมาณ 6 สัปดาห์ หรือที่เรียกกันว่า “น้ำคาวปลา (lochia)” นั่นเอง อาการเหงื่อออกมากในตอนกลางคืน อาการปัสสาวะเล็ด อาจทำให้คุณแม่ตื่นมาแล้วพบว่าเนื้อตัวและที่นอนเปียกแฉะ จนต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอน หรือตากที่นอนกันบ่อยๆ ทางแก้คือ คุณแม่หลังคลอดควรปูผ้ายางกันเปียกบนที่นอน หรือใช้ผ้าขนหนูรองนอน  อาการเจ็บปวดหลังคลอด อาการเจ็บปวดหลังคลอด มักเกิดขึ้นเพราะมดลูกกำลังบีบรัดตัวเพื่อให้กลับเข้าสู่ขนาดปกติ นอกจากนี้คุณแม่อาจรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงในขณะให้นมลูก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปกับคุณแม่หลังคลอด อาการเจ็บปวดนี้จะเกิดขึ้นประมาณ 5-7 วัน แต่อาการเจ็บปวดนี้จะยิ่งรุนแรงขึ้นหากคุณแม่เคยคลอดลูกมาแล้วหลายครั้ง และมีรายงานว่า ผู้หญิงบางคนที่มีลูกหลายคนจะมีอาการเจ็บปวดหลังคลอดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยความเจ็บปวดนี้อาจรุนแรงยิ่งกว่าตอนเจ็บท้องก่อนคลอด ฉะนั้น หากคุณแม่ท่านใดตั้งใจจะมีลูกหลายคน อาจต้องเตรียมตัวรับมือกับอาการเจ็บปวดหลังคลอดด้วย ปัสสาวะเล็ด คุณแม่หลังคลอดมักจะมีอาการปัสสาวะเล็ด หรือปัสสาวะรดกางเกงได้บ่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่เวลาเดินขึ้นลงบันได หรือเวลากระโดด สาเหตุที่ทำให้คุณแม่มักปัสสาวะเล็ดหลังคลอดก็เพราะในระหว่างการอุ้มท้องและการคลอดบุตร กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานจะอ่อนแอลง ทำให้ร่างกายควบคุมกระเพาะปัสสาวะได้ยาก โดยปกติแล้ว […]


คุณกำลังกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ใช่หรือไม่?

หยุดกังวลได้แล้ว มาเข้าชุมชนสนทนาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และว่าที่คุณแม่คนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


ผู้เชี่ยวชาญด้าน ช่วงเวลาหลังคลอด ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon